บทที่ 9 จับตัว(เมีย)ฮันเตอร์
ผัวเถื่อน 9
คุณรู้จักเจ้ากรรมนายเวรใช่ไหมคะ เขาว่ากันว่าเจ้ากรรมนายเวรคือ ผู้เคยมีกรรมมีเวรต่อกันมาแต่ชาติก่อน
แต่สำหรับฉันตอนนี้ เจ้ากรรมนายเวรฉันคือ ไอ้ผู้ชายนิสัยเถื่อนที่ชื่อว่า ฮันเตอร์!!
“เฮ้ย ดาร์ลิงแกใจเย็น ๆ มันก็แค่ข่าวลือ”
ใช่ มันเป็นแค่ข่าวลือ เป็นข่าวลือที่มีภาพคู่ฉันและฮันเตอร์เป็นภาพประกอบซึ่งรูปนั้นจะไม่ปรากฏถ้าเมื่อสองวันก่อนฮันเตอร์ไม่ล็อกคอฉันเข้าไปถ่ายรูปกับเขา
“ชีวิตฉันต้องวุ่นวายเพราะไอ้บ้าฮันเตอร์คนเดียว”
ฉันว่าพลางตักข้าวใส่ปากด้วยความหงุดหงิด
“ไอ้ดาร์ลิง นั่นฮันเตอร์ปะวะ”
สายฝนสะกิดแขนฉัน และทันทีที่เห็นว่าคนที่กำลังเดินเข้ามาในโรงอาหารเป็นฮันเตอร์จริง ๆ ฉันรีบลุกไปลากเขามาที่โต๊ะทันที
“อะไรของเธอวะ”
“เงียบ ๆ แล้วตามฉันมาเลย”
ฮันเตอร์จิ๊ปากไม่พอใจแต่ก็ยอมเดินตามฉันมาแต่โดยดี
“นายดูผลงานนายสิฮันเตอร์”
ฉันยื่นโทรศัพท์เปิดหน้าเพจที่มีรูปคู่ฉันกับเขาพร้อมพาดหัวข่าว ประกาศเปิดคู่รักสุดฮอตแห่งปี
“ทำไม ฉันก็ถ่ายรูปสวยดีหนิ”
เขาพูดขึ้นอย่างไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ แถมยังนั่งลงแทนที่ฉันหน้าตาเฉย
“ฉันไม่ได้หมายถึงรูป ฉันหมายถึงข่าวลือบ้า ๆ นี่”
สายฝนพยายามดึงแขนฉันไว้ ไม่ให้เข้าไปขย้ำฮันเตอร์ซึ่งกำลังหยิบแก้วชาเชียวฉันขึ้นเดิม
“เธอจะเดือดร้อนอะไรขนาดนั้น”
“เดือนร้อนสิ ฉันโสดและฉันควรมีผู้ชายดี ๆ เข้ามา”
“แล้ว?”
“ถ้าเป็นข่าวกับนายแบบนี้ ใครจะเข้ามาจีบฉันฮะ!! >_<!!”
ฮันเตอร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เอามือมาวางไว้บนหัวฉัน โยกมันเบา ๆ
“เธอน่ะ ไม่ต้องให้ใครมาจีบหรอก”
“…”
“กล่องดินสอนี่ยืมก่อนนะ ค่อยมาเอาตอนเย็นที่นี่ละกัน”
ไม่ว่าเปล่าเขายังหยิบกล่องดินสอฉันไปจริง ๆ หมุนตัวเดินล้วงกระเป๋าออกไปไม่ได้สนใจว่าเจ้าของกล่องดินสออย่างฉันจะอนุญาตหรือไม่
“อ๊าย พี่ฮันเตอร์กร้าวใจสุด ๆ”
ฉันปรายตามองเพื่อนรักก่อนจะกระแทกตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างอารมณ์เสีย
“แกเลิกเพ้อเจ้อเลยสายฝน”
“แต่ฉันว่าเขาดูสนใจแกนะ”
“เฮอะ เขาคิดจะแกล้งฉันมากกว่า”
หลังเลิกเรียนขณะเดินไปยังลานจอดรถหลังมอเสียงไลน์ฉันก็ดังขึ้นรัว ๆ โทรศัพท์สั่นเป็นเจ้าเข้าและคนที่จะส่งข้อความได้ไร้มารยาทแบบนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่ฮันเตอร์แต่ฉันยังไม่ทันได้พิมพ์ตอบก็มีสายเรียกเขาจากเขามาก่อน
“ทำไมไม่ตอบ!”
“นายใจเย็น ๆ ได้ไหม ใครจะไปตอบทัน”
“เออ ๆ รีบมา ฉันรอเธอจนรากงอกละเนี่ย”
คิ้วฉันขมวดเป็นปมเมื่อไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด
“นายรอฉันทำไม?”
“สมองเสื่อมหรือไง ฉันนัดเธอที่โรงอาหารตอนเย็น”
อ่า จริงด้วย ฉันลืมไปสนิทเลยว่าฮันเตอร์นัดให้ไปเอากล่องดินสอคืน
“ฉันเดินมาถึงลานจอดรถแล้วอะ นายค่อยเอามาคืนพรุ่งนี้ละกัน”
“ไม่ได้ ถ้าเธอไม่มาเอาภายใน5นาที รับรองไอ้หมาขาวของเธอหัวขาดแน่”
ฉันกำโทรศัพท์ตัวเองแน่น ไอ้หมาขาวที่ฮันเตอร์หมายถึงคือน้องสนู้ปปี้กล่องดินสอฉันเอง
“นายนี่มันเลวเข้ากระดูกดำจริง ๆ”
“ขอบใจ รีบมาเอานะครับน้องดาร์ลิง”
กรี๊ด อยากจะกรี๊ดออกมาให้ตึกเรียนถล่ม ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางเดินไปทางโรงอาหารกลางแทน
ตึก ตึก ตึก
ความรู้สึกเหมือนมีคนกำลังเดินตามอยู่ทำให้ฉันต้องหันไปมองทางด้านหลังแต่กลับไปพบใคร
“หูฟาดมั้ง”
ทางด้านหลังฉันมีเพียงรถห้าหกคันจอดอยู่เท่านั้น ฉันเลยตัดสินใจเดินต่อ
แกร๊ก
ขาฉันหยุดเดินทันทีตามสัญชาตญาน ฉันว่ามันชักจะเริ่มแปลก ๆ แล้วนะ รีบเดินดีกว่าแถวลานจอดรถหลังมอเวลานี้ยิ่งดูเปลี่ยว ๆ ชอบกลอยู่ด้วย
“จะไปไหนล่ะจ๊ะคนสวย”
ไม่ทันที่ฉันจะได้เดินต่อ มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาดักหน้าฉันไว้ ฉันเลี่ยงที่จะไม่คุยหรือสบตากับเขา เอี่ยวตัวหลบไปอีกทางแต่กลับโดนอีกคนมาดักไว้เช่นกัน
“อยู่คุยกันก่อนสิจ๊ะ”
“พวกนายเป็นใคร ต้องการอะไร?”
“แค่จะมาเอาคืนอะไรนิดหน่อย”
“เราไม่รู้จักกันสักหน่อย”
ฉันก้าวถอยหลังช้า ๆ อย่างระมัดระวัง พวกมันยกยิ้มโรคจิตพลางหัวเราะ หึหึ ในลำคอ
“ผัวเธอกระทืบเพื่อนฉันปางตาย”
“ผัวฉัน? ผิดคนแล้วแหละ ฉันไม่มีผัว”
“โกหก!!”
ผู้ชายตัวสูงดูท่าจะเป็นหัวหน้า ตวาดลั่น เขาเดินย่างสามขุมมาหยุดลงตรงหน้าฉัน
“สาวน้อย เธอแค่ยอมให้พวกฉันถ่ายคลิปตอนเล่นสนุกกับเธอให้ฮันเตอร์ดี ๆ พวกฉันก็ไม่ทำอะไรเธอแล้ว”
ผลั่ก
ฉันยกขาขึ้นเตะผ่าหมากคนตรงหน้าก่อนจะวิ่งหนีออกมาสุดชีวิต
“จับนังนั่นไว้!!”
กริ๊ง กริ๊ง
ฉันรีบกดรับสายโทรศัพท์ทันทีโดยไม่ทันได้ดูชื่อปลายสายด้วยซ้ำ
“อยู่ไหนวะ ฉันไม่มีเวลามารอเธอทั้งวันนะ”
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกเปรมปรีที่ฮันเตอร์โทรมาแล้วโดนด่ามาก ฉันหันมองด้านหลังเมื่อเห็นว่าพวกมันยังตามมาเลยรีบวิ่งต่อพร้อมกับพยายามคุยโทรศัพท์กับฮันเตอร์ด้วย
“ฮันเตอร์ ช่วยฉันหน่อย แฮ่ก ๆ”
“เป็นอะไร เธออยู่ไหน”
“อยู่ที่จอดรถหลังมอมีคนตามฉัน กรี๊ด!!”
“ดาร์ลิง ดาร์ลิง แม่งเอ๊ย!!”
ฉันโดนผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาล็อกแขนไว้ส่งผลให้โทรศัพท์ในมือหลุดกระเด็นไปอีกทาง
“ไอ้พวกเหี้ย ปล่อยนะ”
พยายามดิ้นสุดกำลังเพื่อให้หลุดจากการจับกุมแต่ดูเหมือนมันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด
ผู้ชายคนเดิม คนที่ฉันพึ่งเตะผ่าหมากมันไปเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าฉันก่อนจะตบลงบนแก้มฉันฉากใหญ่
“ฤทธิ์เยอะนักนะนังคนสวย”
ฉันหันหน้ากลับมาจ้องหน้าไอ้ชั่วนั่นเขม็ง มันไม่รู้หรือไงว่าหน้าฉันมีมูลค่ามหาศาลขนาดไหน
“แกมันหน้าตัวเมีย!!”
“หึ ลากมันไป หาอะไรปิดปากมันด้วย”
ผู้ชายหัวทองอีกคนเข้ามาปิดปากฉันไว้ พวกมันลากฉันเข้ามาในป้อมยามร้างที่อยู่ไม่ไกลมากนัก
ฮือ ฮันเตอร์นายอยู่ไหน ทำไมยังไม่มาช่วยกันอีก
“เมียไอ้ฮันเตอร์นี่ของดีเลยนะลูกพี่”
“ผิวขาวเนียนละเอียด หน้าสวยขนาดนี้ต้องครางหวานน่าดูเลยว่ะ”
พวกมันยืนจ้องฉันด้วยสายตาน่ารังเกียจ ฉันสอดส่องหาช่องทางหนีแต่ภายในป้อมมีประตูทางออกแค่ทางเดียวแถมด้านนอกยังเต็มไปด้วยต้นไม้นั่นหมายความว่าตอนนี้ฉันไม่มีโอกาสจะหนีรอดเลย
“เออสิวะ พวกมึงไปเฝ้าด้านนอกเลย กูเสร็จเดี๋ยวเรียกให้มาต่อ”
ฉันสะบัดหน้าหลบมือสากของไอ้ชั่วนั่นด้วยความขยะแขยง
“เรามาสนุกกันดีกว่า”
ผู้ชายคนนั้นหันไปเปิดบันทึกกล้องก่อนผลักให้ฉันนอนลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยเศษใบไม้
แควก แควก
เสื้อนักศึกษาถูกฉีกออกเผยให้เห็นบราด้านใน ฉันเลยพยายามดิ้นหนี ไม่ยอมให้มันโดนตัว
“ขาว ๆ อึ๋ม ๆ แบบนี้นี่เองไอ้ฮันเตอร์ถึงหลง”
“ไอ้อั้ว”
ฉันตะโกนด่ามันทั้งที่ปากยังโดนสก๊อตเทปติดอยู่ รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายใช้ขาถีบเข้าที่หน้าท้องมัน
“ชอบความรุนแรงหรือไงคนสวย”
มันขึ้นนั่งคร่อมฉันไว้ก่อนจะต่อยเข้าที่ท้องฉันจนฉันรู้สึกจุกไปหมด
“แล้วเธอจะรู้ว่าฉันเด็ดกว่าไอ้ฮันเตอร์”
ครั้งนี้ฉันหมดเรี่ยวแรงที่จะขัดขืนแล้วจริง ๆ ฉันเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ไม่อยากมองภาพตรงหน้า น้ำใสไหลลงจากตาอย่างห้ามไม่อยู่ ในใจเฝ้าภาวนาให้ฮันเตอร์หาฉันเจอทันเวลา
‘ ขอร้องล่ะฮันเตอร์ ช่วยฉันด้วย ’
ดาร์ลิง
โอ๊ย ฮันเตอร์อยู่ไหน วิ่งหรือคลานมาเนี่ย
เมียจะโดนข่มขืนอยู่แล้วโว้ยยยยย
