บทที่ 13 2/6
สรัชยิ้มขำเมื่อเห็นว่าแก้มเธอแดงไม่ใช่เพราะเครื่องสำอางแล้ว เนื่องจากแดงทั้งตัว มนพัทธ์คงอายที่ถูกจับได้ว่าอ่อยเขา เห็นอย่างนี้ตอนเธอก้าวฉับๆ จะออกจากห้องไปเขาก็ยังอดแหย่ไม่ได้
‘ไปหัดมาใหม่นะ รู้สึกว่าจะยังเซ็กซี่ไม่พอ’ เขายิ้มจงใจป่วนประสาทมือใหม่หัดยั่ว ‘ฉันชอบประมาณ 34-24-35 เธอสูงร้อยกว่าๆ น่ะได้แล้ว แต่อย่างอื่น อืม--’ เขาขมวดคิ้ว ‘อาจต้องกินนมเร่งหน่อยละนะ อีกสี่ห้าปีคงพอไหว!’
ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงเสียงปิดประตูห้องที่คนปิดจงใจใส่แรง
ทั้งหมดที่มีลงไปดังกังวาน
แล้วเขาก็รู้ว่าจุดประสงค์ของมนพัทธ์คืออะไร เพราะเมื่อมองไปยังชั้นวางโฮมเธียเตอร์เขาเจอโทรศัพท์มือถือของเธอที่อัดคลิปวีดีโอไว้ มันไม่ได้วางโจ่งครึ่มแต่กับแค่แผ่นดีวีดีซ้อนๆ วางปิดๆ ถ้ามองดีๆ ก็เห็น ตอนนั้นสรัชยอมรับ แรกเห็นคือโกรธ เขาโกรธจริงๆ ไม่รู้ทำไมมนพัทธ์ถึงได้ทำแบบนี้ เขาคิดว่าเธอต้องการจับเขาและหลงเข้าใจอย่างนั้นอยู่เป็นเดือน จนกระทั่งได้ยินเธอคุยกับภณทางโทรศัพท์
‘โหยตั้งแต่วันนั้นอะขุ่นแม่ มู่เข้าใกล้อีตาคุณรัชไม่ได้เลย หน้าดุ๊ดุอย่างกับจะกินหัวมู่แน่ะขุ่นแม่ว่าเขาโกรธมู่เรื่องอะไร หรือเขาจะรู้ว่ามู่ตั้งใจจะยั่วเขาแล้วถ่ายคลิปไว้ต่อรองให้เขาเลิกกับคุณสลิลฉัตร แต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้นะ ตอนเช้ามู่แอบไปเก็บโทรศัพท์มาก็ยังอยู่ที่เดิม แล้วถ้าเขารู้ว่ามู่แอบถ่ายคงบอกคุณท่านไปละ แต่นี่ก็เงียบ เฮ้อ! มู่จะทำยังไงดีขุ่นแม้! จะลองยั่วอีกไหม แต่ว่าจะใส่ยานอนหลับในอะไรดี โกโก้น่ะพออ้างได้แต่ครั้งแรกแหละ แต่ถ้าอ้างโกโก้อีก จับได้พอดี!’
ความขุ่นข้องหมองหมางในใจสรัชค่อยเบาลง สิ่งหนึ่งที่เข้ามาแทนที่คือความดีใจ ชื่อสลิลฉัตรทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่ามนพัทธ์อาจจะทำไปเพราะความรู้สึกบางอย่าง
‘ไม่ใช่อิจฉาแต่... มู่ไม่อยากให้เขากับคุณสลิลฉัตรเป็นแฟนกัน ขุ่นแม่ก็รู้ทำไมมู่ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น’
หัวใจสรัชมันพองๆ ขึ้นมานิดๆ
‘มู่จะทำยังไงดี คุณรัชถึงจะไม่เป็นแฟนกับคุณสลิลฉัตรอะขุ่นแม้ ช่วยคิดที!’
นั่นแหละ สรัชจึงช่วยให้มนพัทธ์เข้าหาเขาได้สะดวกเป็นครั้งสอง และแน่นอนให้เธอได้ผูกมัดเขาไว้อย่างที่ตั้งใจ ถึงแม้ว่ามนพัทธ์จะยังเข้าใจมา
เสมอว่าเขากับสลิลฉัตรเป็นแฟนกันก็ตามที
และสิ่งสำคัญอีกเรื่องก็คือ... ขนาดรักเขา ไม่อยากให้เขารักคนอื่น เธอก็ยังไม่รู้ตัวเลย! เพราะอย่างนี้ไงเขาถึงได้ไม่สะทกสะท้านเวลาได้ยินจากปากเธอว่าไม่รักเขา มนพัทธ์แค่ไม่รู้ตัว และไม่ใช่ปัญหา เขาจะทำให้เธอยอมรับว่ารักเขาให้จงได้!
หลายปีมานี้แม้สรัชอยากจะแตะต้องมนพัทธ์มากแค่ไหนแต่ก็ต้องห้ามใจไว้ อยากออกนอกลู่นอกทางแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ พอนึกถึงหน้าเฮี้ยวๆ กับท่าทางเอาเรื่องของเธอลูกชายเขาก็ฝ่อ สุดท้ายก็ต้องอาศัยมือตัวเองเป็นที่พึ่ง เขาอดทนรอ รอเพื่อให้เธอเรียนจบและ... วันนั้นก็มาถึง แน่นอนรอมานานขนาดนี้ จะให้เขาทำเฉยอีกน่ะหรือไม่มีทาง!
เขาน่ะรู้ใจตัวเองดี แต่มนพัทธ์ล่ะเมื่อไหร่จะรู้ใจตัวเองเสียที!
สรัชคิดแล้วก็อ่อนใจนิดๆ ชายหนุ่มมองนาฬิกาที่ข้อมือ ตอนนี้สายมากแล้วและมนพัทธ์จะต้องตื่นมารับประทานอาหารเช้าเสียที คุณหมอหนุ่มตั้งใจจะปลุกแต่ก็ชะงัก เขายิ้มมุมปากเมื่อนึกถึงวิธีปลุกที่คิดได้ปุบปับ
ปลุกแบบธรรมดาไม่เร้าใจ ต้องปลุกแบบนี้
คุณหมอหนุ่มแตะริมฝีปากตนเข้ากับริมฝีปากอิ่ม และเล็มเชื่องช้าเหมือนกำลังลิ้มรสขนมหวาน มนพัทธ์ครางหือพยายามเบือนหน้าหนีแต่ชายหนุ่มประคองดวงหน้าเรียวไว้ จูบนั้นเริ่มจากแผ่วเบาและรุกเร้ามากขึ้นทีละนิด มือใหญ่ล่ำสันดึงผ้าห่มผืนใหญ่ที่คลุมร่างเล็กบอบบางออก และอุ้งมืออุ่นก็วางทับลงบนเอวคอด ชายหนุ่มดูดดึงริมฝีปากบางเย้ายวนช้าๆ ขบกัดนิดๆ อย่างนึกสนุกขณะที่มือเลื่อนผ่านใต้เสื้อยืดตัวใหญ่ขึ้นไปถึงอกอิ่มใต้บรา แรงขยับของฝ่ามือทำให้คนหลับรู้สึกตัว มนพัทธ์ลืมตามองและตื่นตกใจกับใบหน้าคมคายที่ลอยห่างแค่เส้นด้ายกั้น
สรัชยิ้มละมุนแตะจูบแผ่วเบาและพลิกตัวคร่อมร่างเล็กไว้กันดิ้นหนี
“คุณ อื๊อ!” มือเรียวดันอกเขาไว้ แต่เธอหนีจูบเขาไม่พ้น หนีการสำรวจของฝ่ามือเขาไม่พ้น
“มู่จ๋า” สรัชกระซิบเสียงหวาน จากเล่นๆ ตอนนี้เริ่มร้าวไปครึ่งตัว มนพัทธ์หน้าแดงก่ำและเขาก็อดใจไม่ไหวมอบจูบให้เธออีกหน ริมฝีปากบางเย้ายวนแย้มรับจูบจากเขา เรียวลิ้นสากระคายจึงบุกจู่โจมเพื่อค้นหาน้ำหวาน มนพัทธ์ตอบโต้จูบนี้คล้ายว่าเธอลืมตัว จากจูบเล่นๆ นั้นจึงร้อนแรงขึ้นไปอีก มือเธอเลื่อนลูบผ่านอกเขาลงไปยังหน้าท้อง แม้จะหลงกับความหวานที่ได้รับแต่ประสบการณ์เมื่อวานยังหลอกหลอน สรัชตะครุบมือน้อยนั่นให้ขึ้นมาโอบรอบลำคอ มนพัทธ์ชะงักไปนิดๆ และคุณหมอหนุ่มก็ยิ้มมุมปากก่อนตะโบมจูบชุดใหญ่!
ฮั่นแน่ะ! อย่าคิดว่าเขารู้ไม่ทัน คนอย่างเขาไม่เคยโดนซ้ำสอง!!
เขาจูบ และจูบ จูบจนคิดว่าเธอหมดฤทธิ์
มนพัทธ์เบียดตัวเข้าหาเขา ดวงตาฉ่ำหวานที่ปรือมองสุดแสนจะเซ็กซี่ มือเรียวที่ลูบไล้ทั่วบ่ากว้างโอบกอดลำคอหนาไว้มั่นและหลังจากนั้น...
เข่าเธอก็ถองเข้าเต็มรักที่เดิม
!
