บทนำ
บท 1
ขีดสีแดงสองขีดที่ขึ้นในที่ตรวจครรภ์นั่น เป็นสิ่งที่มนพัทธ์ระแวงมาตลอดในระยะนี้ เรื่องมันน้ำเน่าก็ตรงที่พ่อของเด็ก อีกไม่กี่วันเขาก็คงกำลังจะหมั้น และเธอก็เพิ่งเรียนจบได้ไม่ถึงเดือน และเน่ายิ่งกว่านั้นก็คือว่าที่คู่หมั้นของเขาเป็นพี่สาวของเธอ
แล้วเธอคือน้องสาว น้องสาวที่นอนกับว่าที่คู่หมั้นของพี่สาว!
มนพัทธ์ยืนแทบจะไม่ไหว เธอเซไปสองสามก้าวเลยทีเดียว และต้องใช้อ่างล้างหน้าเป็นที่จับยึด แม้ไม่มีอาการอะไรบ่งบอกว่าเธอแพ้ท้องแต่มันจะปิดบังได้นานแค่ไหน อีกหน่อยท้องเธอก็คงจะโตขึ้น อีกหน่อย... ก็คงต้องมีคนถามหาพ่อของเด็กคนนี้
เธอไม่ใช่คนดีถึงขนาดว่าจะยอมปิดปากเงียบไม่บอกใคร ถ้าหากว่าเขา... จะยอมรับว่าเด็กคนนี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไข
เธอเป็นเด็กสาวใจแตกตอนอายุยังไม่ถึงสิบแปดปีดีด้วยซ้ำ ยอมเพื่อความสะใจถึงขนาดแอบขึ้นไปอ่อยเขาถึงห้องนอน กะยั่วจนคุณหนูเคร่งศีลของบ้านนี้ให้ตบะแตกจะได้อัดคลิปไว้ คิดว่าเปลืองตัวนิดหน่อยแต่คงไม่เสียซิง เพราะตัวเองเรียนคาราเต้จนได้สายดำ ทะนงว่าปกป้องตัวเองได้จนลืมไปว่าเขาเป็นผู้ชาย เธอเป็นผู้หญิง แต่แผนล่มเพราะเขาไม่เล่นด้วย ก็เลยต้องแอบใส่ยานอนหลับเพื่อจะได้ไปโผล่บนเตียงของเขา แล้วก็ดันผิดแผนตรงที่ยาที่เธอได้มาไม่ได้ใช้ แล้วเธอก็ดันยั่วได้ดีเกิน เขาถึงตบะแตกยอมขึ้นเตียงกับเธอ
จากนั้นตลอดห้าปีที่ผ่านมา เธอใช้เรื่องนั้นข่มขู่เขา และครั้งสุดท้ายดันพลาด เมื่อพี่สาวเธอตั้งเป้าหมายจะไปเรียนต่อเมืองนอก แล้วสองคนนี้ก็จะไปด้วยกัน แน่นอน... น้ำมันใกล้ไฟขนาดนั้นขืนปล่อยไปก็ไม่เหลือ ดังนั้นเธอจึงขึ้นไปหาเขาที่ห้องอีกครั้งเพื่อขู่จะแฉและ... เรื่องมันไปจบที่เตียงได้ยังไงไม่รู้
แล้วสุดท้ายเธอก็ป่อง
หญิงสาวถอนหายใจอย่างปลงตก ยอมรับสภาพว่าที่ ‘อ่อย’ เขานั่นก็เพราะต้องการเอาชนะ นอกจากพ่อที่ทิ้งแม่กับเธอไปก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นลูกของเขา เธอเป็นแค่หลานแม่บ้านของบ้านหลังนี้ ยากจน ป้ารับมาเลี้ยงดู ได้คุณท่านของบ้านอุปการะส่งเสียเลี้ยงดูให้เล่าเรียน แล้วสุดท้าย... ตามสูตร เธอก็กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา
เธอก็แค่อยากเอาคืน อยากสะใจ แล้ว... เฮ้อ กรรมมันยิ่งกว่าติดจรวดเสียอีก
แล้วจะทำยังไงต่อไป ป้าเธอคงได้อกแตกตาย หน้าตาเธอไม่เท่าไหร่เพราะมันไม่มีอะไรให้คิดถึง แต่ป้าของเธอนี่สิ ใครจะมองยังไงก็คงมองเหมือนที่แล้วมา สุดท้ายมันก็เหมือนแม่ ร่านจนท้องไม่มีพ่อ แล้วป้าเธอจะเสียใจมากแค่ไหน ยิ่งปีนี้ป้าเธอป่วยออดๆ แอดๆ อายุก็เยอะ
มนพัทธ์ทรุดลงนั่งกับพื้นห้องน้ำ มือสองข้างยกขึ้นกุมขมับ
ต่อไปจะทำอย่างไรดี อยู่ต่อ หรือไป ยอมรับว่าแพ้แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่
หญิงสาวหลับตาลงทอดถอนใจ
“มู่ มู่ลูกอยู่ในนั้นหรือเปล่าลูก”
มนพัทธ์สะดุ้งสุดตัว และเหงื่อแตกซิก ด้วยมีชนักปักหลังทำให้ระแวงอยู่ตลอด หญิงสาวพรวดพราดลุกขึ้นยืนและหน้ามืดไปเล็กน้อย โชคดีที่คว้าอ่างล้างหน้าไว้ได้
“จ้ะ จ้ะป้าหม่อน มู่เข้าห้องน้ำมีอะไรจ๊ะ”
“คุณท่านเรียกแน่ะ รีบเข้านะลูกอย่าให้ท่านรอนาน”
“จ้ะ...จ้า” หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอ สีหน้าเธอที่สะท้อนในกระจกนั้นดูไม่จืดเลยทีเดียว ‘คุณท่าน’ เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ และช่วยส่งเสียให้เธอเรียนจนจบ แม้ระยะนี้เธอจะไม่ได้รับใช้ท่านเท่าไหร่นัก แต่มนพัทธ์ก็กลัวว่าท่านจะระแคะระคายอะไรเข้า
แล้วถ้าท่านรู้อะไรจะเกิด... ท่านเกลียดเธอ ฟาดเงินใส่หัวเธอแล้วไล่ไปไกลๆ หรือจะให้เขารับผิดชอบ
โอ๊ย! แค่คิดเบาะๆ ก็ดราม่าเต็มขั้นแล้ว!
“ตายแน่ๆ เลยมู่ทู่เอ๊ย!” มนพัทธ์แทบจะทึ้งผมตัวเอง “งานงอก งานงอกจริงๆ เลย!”
แม้จะบ่นแต่มนพัทธ์ก็ต้องรีบ เธอตั้งสติบอกตัวเองอย่าเพิ่งบ้าไปตอนนี้ เรียนผูกแล้วก็ต้องรู้จักเรียนแก้ หญิงสาวหายใจเข้าลึก และผ่อนออกมาช้าๆ บอกตัวเองท่องพุทธ-โธเข้าไว้จากนั้นก็เปิดประตูห้องน้ำออกไป และที่ห้องรับแขกเล็กๆ ของบ้าน เธอก็เจอเด็กสาวผิวขาวยืนยิ้มยิงฟันส่งมาให้
“อ้าวพี่มู่หน้าซี้ดซีด”
แอ้ม อายุน้อยกว่าเธอหลายปี หล่อนเป็นเด็กต่างจังหวัดมาทำงานเป็นคนใช้ที่บ้านหลังนี้ได้สองปีแล้ว
“ท้องเสียน่ะ สงสัยส้มตำปูแอ้มอะทำพิษ”
เด็กสาวหัวเราะคิก “โหย แอ้มเข้าห้องน้ำได้มะเนี่ยกลัวกลิ่น”
“อื้อ” อารมณ์นี้มนพัทธ์ไม่มีกะใจจะรื่นเริงอีกแล้ว “แล้วทำไมถึงได้มาเข้าห้องน้ำป้าเนี่ย”
บ้านหลังเล็กนี้ป้าเธอได้อภิสิทธิ์พักอยู่ตามลำพัง เมื่อมีเธอก็พ่วงเธอมาด้วย ขณะที่คนใช้คนอื่นถ้าไม่ไป-กลับก็จะพักที่เรือนเล็กอีกหลังที่แบ่งซอยเป็นห้องๆ แต่ก็ไม่ห่างกันนัก
“ห้องน้ำเสียชักโครกมันกดไม่ลง เหลือห้องน้ำห้องเดียวพี่นิดก็เข้า แอ้มเลยขอป้าหม่อนมาเข้านี่แหละ”
“อื้อ พี่ไปนะ คุณท่านเรียกเดี๋ยวนานท่านจะว่า”
“จ้า” แอ้มยิ้มและมองตามหลานคุณแม่บ้านที่เดินจากไป เธอผลักประตูห้องน้ำเข้าไป กดเปิดไฟและปิดประตูลง พอทำธุระเสร็จก็กะจะล้างมือแต่... ไอ้เจ้าเครื่องที่มีขีดสีแดงสองขีดทำให้ต้องชะงัก
คิ้วแอ้มขมวดแล้วขมวดอีก เธอหรี่ตามองหาในถังขยะและพบกล่อง ก่อนหยิบขึ้นมาอ่าน แอ้มหูตาแทบแหกหลังอ่านและพบว่า...
มันคือที่ตรวจครรภ์!
เด็กสาวผงะไป จากนั้นเธอก็คว้าหมับ มืออีกข้างเปิดประตู พอดันตัวออกมาได้แอ้มก็วิ่งหน้าตั้ง ด้วยความที่ได้รับฉายาฆ้องปากแตก แอ้มก็ตะโกนหน้าตาตื่นตั้งแต่ก้าวพ้นประตูบ้านหลังเล็ก
“ป้าหม่อน ป้าหม่อน ไอ้สองขีดนี่มันของป้าหม่อนม้าย-ย-ย-ย”
หม่อนไหมนั่งพับเพียบยกชายเสื้อขึ้นซับน้ำตา หล่อนตัวเตี้ยรูปร่างอวบตามวัย ผมเริ่มมีสีขาวแซมก็มัดรวบง่ายๆ ข้างๆ คือมนพัทธ์ที่ตีหน้าไม่ถูก หน้าคนเป็นหลานซีดยิ่งกว่ากระดาษขณะถือไอ้สองขีดที่แอ้มว่าไว้ในมือ บนโซฟาคือคุณท่าน และ... ตัวการทำให้เด็กเกิดมา ที่นั่งนิ่งตีหน้าเฉยเหมือนไม่รู้สึกรู้สา
คุณท่านชื่อพักตร์พิไลอายุมากกว่าป้าเธอที่ตอนนี้ห้าสิบสามไปสองสามปีแต่ยังสวยพริ้ง รูปร่างดีและแต่งตัวดี จนทำให้ดูเด็กลงไปกว่าห้าปี ส่วนเขาเป็น (ไอ้) คุณหมอขาวแต่ไม่ตี๋ ตาสองชั้น ดั้งโด่ง คิ้วเข้ม หน้าหล่อ ดูคล้ายหนุ่มญี่ปุ่น เขาชื่อสรัช นามสกุลตระกูลนี้ดังเปรี้ยงแถมยังเป็นตระกูลเก่าแก่ รชานนท์
พักตร์พิไล รชานนท์ สมรสกับคุณชายจตุรภัทร รชานนท์ ทั้งคู่มีบุตรด้วยกันหนึ่งคนคือ หม่อมหลวงสรัช รชานนท์ หรือคุณรัช รชานนท์
เขาอายุยี่สิบเก้าปีแล้ว เป็นคุณหมออยู่ในโรงพยาบาลของตระกูล แล้วก็มีแพลนจะหมั้นจะแต่งงานก่อนไปเรียนต่อเฉพาะทางที่อเมริกาพร้อมกับว่าที่ภรรยา ซึ่งก็คือ... พี่สาวเธอ
“ยังไงกันมู่ อธิบายหน่อยสิถึงไอ้ที่เธอถืออยู่นั่นน่ะ”
มนพัทธ์อยากหัวเราะ แล้วก็อยากร้องไห้... วันวินาศสำหรับเธอโดยแท้
“ก็” หญิงสาวยิ้มแหย “ที่ตรวจการตั้งครรภ์ค่ะคุณท่าน”
พัดในมือพักตร์พิไลสั่นไปหมด “ฉันรู้ย่ะ! แต่ที่ถามน่ะใครเป็นพ่อเด็ก!!”
“เอ่อ” หญิงสาวแทบไม่เหลียวมองตัวการ แต่เปลี่ยนมามองผู้เป็นป้าที่ร้องไห้หนักขึ้น แล้วสะดุ้งอีกรอบเพราะ...
“เอ้า! ยังไง แล้วนั่นแม่หม่อนจะร้องไห้ทำอะไรยะ กระซิกๆ อยู่นั่นฉันละรำคาญ หล่อนท้องหรือไงกัน!!”
แม่หม่อนยิ่งปล่อยโฮ มนพัทธ์ยิ่งกลืนน้ำลายลงคอลำบากกว่าเดิม เธออยากยกมือขึ้นเกาหัวแต่ติดสายตาเขียวๆ ของคุณท่านที่มองมา เด็กในอุปการะดีแตก... คุณท่านคงดีใจละ
“มู่!”
“ขา!!”
“ยังจะมาขาอีก ฉันถาม! ใครเป็นพ่อเด็ก!!”
เขายังนั่งทื่อเป็นตอไม้ไม่รู้ไม่ชี้ มนพัทธ์กัดฟันสูดลมหายใจเข้าลึก
“คะ--”
“อะไรแอ้มมาทำลับๆ ล่อๆ” เสียงดุๆ ของพักตร์พิไลทำให้ความกล้าของมนพัทธ์ปลิวหายวับ แอ้มรีบเดินเข้ามา พอถึงพื้นพรมก็ก้มลงคลานกระดุบกระดับอย่างที่หม่อนไหมค่อนว่าม้าดีดกะโหลก “เอาพูดไปมีอะไร” คุณท่านยกพัดขึ้นกระพืออย่างอารมณ์เสียขั้นสุด
แอ้มยิ้มแห้ง “เอ่อ พี่ภณมาหาพี่มู่ค่ะคุณท่าน”
ชั่ววินาที มนพัทธ์เห็นทางด่วนสำหรับเธอทันควัน
พักตร์พิไลโบกพัดไล่ “ไปบอกว่าพี่มู่ของเธอ--”
“ภณค่ะคุณท่าน พี่ภณเป็นพ่อของลูกมู่!”
คำประกาศนั่นไม่เพียงแต่หยุดเสียงร้องกระซิกของหม่อนไหม แต่ยังดึงความสนใจมาจากสรัชได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มมองมนพัทธ์แทบไม่กะพริบ ดวงตาสีสนิมนั่นถ้าไม่ได้คิดไปเองมนพัทธ์เห็นว่ามีกองไฟเล็กๆ ในนั้น แต่เชื่อเถอะ ร้อยทั้งร้อยเธอมองผิด อีตาหมอเลือดเย็นนี่ไม่เคยมีความรู้สึกอะไรทั้งนั้น!
“ถ้าจะโกหกก็ให้มันเนียนหน่อย เพื่อนเธอเป็นเกย์”
มนพัทธ์อยากแช่งชักหักกระดูกเขาเต็มแก่ นี่เธออุตส่าห์ไม่พาดพิงถึงเขาแล้วนะ!
“โถ คุณรัชคะ คุณรัชจะรู้อะไร คนดีๆ อย่างคุณรัชไม่รู้หรอกค่ะ ว่าเกย์ก็เป็นผู้ชาย!” เธอกัดฟันพูด ครั้นมองไปที่คุณท่านก็ทำหน้าตาน่าสงสาร “เรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะคุณท่าน พี่ภณน่ะต้องจำใจแอ๊บ... เอ่อ เกย์ค่ะ ไม่งั้นก็คงไม่ดังเหมือนทุกวันนี้ คุณท่านเคยได้ยินไหมคะ แมนแมนไม่ดัง อยากปังต้องเปิดตัว”
แอ้มสะกิดมนพัทธ์ “นั่นมันสโลแกนละครนี่พี่”
“เงียบไปเลย เรายังต้องสะสางกันอีกนะ!” แอ้มหุบปากสนิทหลังได้ยินเสียงกระซิบลอดไรฟัน
“เราคบกันนานแล้วค่ะ ตั้งแต่เรียนด้วยซ้ำ เราจริงใจต่อกันจริงๆ นะคะ นี่ที่พี่ภณมาก็เพื่อจะบอกเรื่องของเรานี่ละค่ะ”
พักตร์พิไลดูจะพอใจขึ้นมาแต่ไม่มาก ส่วนหม่อนไหมช้อนตาแดงๆ มองเจ้าของบ้าน
“เอาละๆ ไปคุยกันก่อน แล้วจะเอายังไงก็พาเข้ามาคุยกับฉันหน่อย นายภณนั่นจะรับผิดชอบอะไรยังไงก็จะได้พูดกันให้รู้เรื่อง ขืนช้าไปท้องโตขึ้นมามันจะเสียหน้ากันไปมากกว่านี้ นี่ละน้า ทำอะไรไม่คิด ทำไมไม่รู้จักป้องกัน โตกันจนเป็นพ่อเป็นแม่แล้ว...” พักตร์พิไลยังบ่นต่อแต่ก็โบกพัดไล่ มนพัทธ์รีบคลานถอยหลัง ก่อนลุกขึ้นยืนแล้วแทบจะวิ่งพรวดออกไปจากห้อง แอ้มจะตามไปแต่ถูกสรัชเรียกไว้ พอสั่งความเสร็จก็ลุกแล่นตามไปติดๆ คงเหลือแค่เจ้าของบ้าน ลูกชาย และคุณแม่บ้านเท่านั้น
สรัชมองตามคนท้องที่วิ่งแน่บเผ่นป่าราบออกไปแล้วได้แต่ทอดถอนใจ
“คุณแม่ครับ”
พักตร์พิไลเหลียวมองลูกชาย แต่ปากยังพูดต่อ
“แม่หม่อนหยุดร้องไห้เสียที ร้องไปไอ้ที่เสียไปแล้วก็ไม่ได้คืนมาหรอก”
“ก็ดูมันทำสิคะคุณท่าน เลี้ยงมันมาหวังไม่ให้ใครตราหน้าว่าร่าน ดูมันทำสิคะ”
“คุณแม่ครับ--”
“หยุด!” พักตร์พิไลชี้พัดไปทางลูกชาย แต่ตามองหม่อนไหม ปากก็พูด “แม่หม่อน ยายมู่ลี่ไม่ได้มีหลายผัว” เธอชี้พัดไปทางประตูห้องรับแขก “โน่นแน่ะเขาก็มารับผิดชอบ ยายมู่ก็บอกแล้วไงว่าคบกันมาหลายปี เด็กสมัยนี้มันก็แบบนี้แหละ จะให้อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนเหมือนสมัยก่อนได้ยังไงยะ อีกอย่างนะ ยายมู่ไม่ได้เป็นผ้าพับไว้ ตอนกลางคืนคิดว่าฉันไม่รู้หรือไง ว่ามันกลับบ้านตีหนึ่งเที่ยงคืนเพราะไปดิ้นเป็นลูกน้ำยุงลายอยู่ที่ผับ ฉันไม่เคยหวังหรอกว่ามันจะเก็บซิงไว้วันแต่งงาน แต่ที่ไอ้โมโหคือตอนทำน่ะรู้จักทำ แต่ทำไมไม่รู้จักป้องกัน ดีนะเรียนจบแล้ว ถ้ายังเรียนไม่จบต้องดร็อปเรียนมาเลี้ยงลูกอีก แล้วจะเอาอะไรกิน!”
หม่อนไหมชะงัก แต่ยังสะอื้นกระซิกใช้ชายเสื้อขึ้นซับน้ำตา พักตร์พิไลเห็นแล้วก็กลอกตา
“โอ๊ยลำไยจริงหล่อน!” จากนั้นก็หันมามองลูกชาย “เอ้าว่าไงคะลูก เรียกคุณแม่-คุณแม่อยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดมา หรือถ้าจะไปข้างนอกก็ไม่ต้องขออนุญาตแม่หรอก เราน่ะโตแล้วแม่ไม่ห่วง ส่วนเรื่องยายมู่เดี๋ยวแม่จัดการเองได้ นั่นเจ้าตัวคนรับผิดชอบเขาก็มาถึงที่แล้ว เรื่องแค่นี้สิวๆ เดี๋ยวแม่จัดการเอง”
สรัชยิ้มบางๆ เหมือนทุกที
“นายภณนั่นไม่ใช่พ่อเด็กหรอกครับ”
พักตร์พิไลเลิกคิ้วขึ้น
“มู่ลี่ท้องกับผมครับ”
สิ้นเสียงหม่อนไหมสูดลมหายใจเข้าและยกมือทาบอกนิ่งไป ตาเบิกโต พักตร์พิไลเรอเอิ้กและเป็นลมพับไปกับโซฟา สรัชถอนหายใจขณะร้องเรียกคนและเข้าไปปฐมพยาบาลมารดา แต่หม่อนไหมยังคงตัวแข็งเป็นหุ่น เขาจึงเอ่ยอีกรอบเพื่อเรียกสติอีกฝ่ายกลับมา
“คุณน้าครับ หายใจได้แล้ว”
บทล่าสุด
#141 บทที่ 141 26/4
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#140 บทที่ 140 26/3
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#139 บทที่ 139 26/2
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#138 บทที่ 138 26/1
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#137 บทที่ 137 25/5
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#136 บทที่ 136 25/4
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#135 บทที่ 135 25/3
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#134 บทที่ 134 25/2
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#133 บทที่ 133 25/1
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#132 บทที่ 132 24/5
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
สัญญารักประธานร้าย
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว













