บทที่ 5 1/4
ดกทง! ภณอุทานในใจ ผู้ชายของยายมู่ลี่มันร้าย!
“คำพูดสวยหรูบางทีอาจถูกมองว่าไม่จริงใจ แต่สำหรับพี่ภณมันตรงกันข้ามค่ะคุณรัช พี่ภณเป็นผู้ชายที่ดีที่ผู้หญิงอยากจะฝากอนาคตด้วย เราจริงจังในความสัมพันธ์ไม่ใช่” เธอยิ้มเสแสร้ง “ฉาบฉวย” จิกคุณหนูของบ้านแล้วมนพัทธ์ก็หันไปยิ้มแฉ่งกับผู้ใหญ่ “จริงไหมคะคุณท่าน ป้าจ๋า มู่เลือกคนไม่ผิดใช่ไหม”
“ใช่เธอเลือกคนไม่ผิดหรอกมู่” แต่เป็นสรัชที่พยักหน้าเห็นด้วย มนพัทธ์เสียวสันหลังวาบ เพราะท่าทีแบบนี้ของเขาเหมือนกำลังจะเชือดใครเล่น “สำหรับแม่ เอ่อ หรือพ่อทูนหัวของเด็กนะ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกที่คุณภณจะเป็นพ่อของเด็ก เพราะฉันเพิ่งบอกคุณแม่ไปว่าเธอท้องกับฉัน”
ภณตาเหลือกอยากจะยกมือขึ้นทาบอกแต่ก็กลัวหลุดแอ็บ
มนพัทธ์หุบยิ้มทันควัน ตาจ้องเขม็งไปยังคู่กรณี เอ่อ พ่อของลูก
“ฉัน--” เธอสูดหายใจแรงพยายามตั้งสติ “ไม่ปฏิเสธหรอกค่ะว่าเคยมีอะไรกับคุณ”
“โอ๊ย! คุณพระคุณเจ้า!!” หม่อนไหมเรอเอิ้กเป็นลม คราวนี้เป็นพักตร์พิไลที่ต้องปฐมพยาบาล แต่สรัชกับมนพัทธ์ยังจ้องตากันไม่กะพริบ
“แต่เด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของคุณ ฉันเป็นแม่ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็ก”
“แต่ฉันรู้นะว่าทำยังไงเด็กถึงได้เกิดมา”
มนพัทธ์แทบกรี๊ด พักตร์พิไลตาเบิกค้างเพราะไม่เคยได้ยินลูกพูดแบบนี้มาก่อน
“เอาละ ฉันจะไม่ทะเลาะกับเธอ แต่ฉันยืนยันฉันเป็นพ่อของเด็กในท้อง และฉันจะไม่ยอมให้ใครมาสมอ้างว่าเป็นพ่อของลูกฉัน”
สรัชเปิดคลิปวีดีโอที่แอ้มไปแอบอัดมาและเขาตีขลุม ด้วยการไม่เปิดเสียง
“ฉันไม่อยากพูดนะว่าในคลิป เธอกับคุณภณคุยอะไรกันบ้าง แต่คุณแม่และน้าหม่อนรู้แล้ว ทีนี้เธอยังจะบอกอีกไหมว่าคุณภณเป็นพ่อเด็ก”
มนพัทธ์กับภณหันมองหน้ากันในทันที และแอ้มที่แอบอยู่หน้าประตูห้องรับแขกก็สะดุ้งโหยง เมื่อเห็นสายตาพิฆาตของมนพัทธ์ตรงดิ่งมายังเธอที่แอบฟังอยู่หลังประตู จนต้องหลบวูบไม่มอง
“ว่ายังไงมู่ คุณแม่ให้เราตกลงกันให้เรียบร้อย เธอจะว่ายังไง”
“ฉันยังยืนยันค่ะว่าคุณรัชไม่ใช่พ่อเด็ก!” มนพัทธ์ยืนกรานกระต่ายขาเดียว มือกำหมัดแน่น “แล้วก็นะคุณรัช คุณกำลังจะหมั้นมาพูดแบบนี้ได้ยังไง ส่วนเด็กคนนี้ขนาดฉันเองยังไม่แน่ใจว่าใครเป็นพ่อ คุณเอาอะไรมามั่นใจว่าเขาเป็นลูกคุณ เพราะอย่างนั้นอย่าเสียเวลาเลยค่ะ ตัวคุณรัชน่ะอีกไม่กี่วันก็จะหมั้นแล้วจากนั้นก็จะไปเรียนต่อ ตัวฉันก็อยู่กับพี่ภณที่ฉันมั่นใจว่าจะเป็นสามีที่ดีได้ เห็นไหมคะ วินวินกันทั้งคู่”
พักตร์พิไลขมวดคิ้วเหลียวมองสรัชที่ผ่อนลมหายใจ เขาส่ายหน้าน้อยๆ กับมารดา
“แล้วเธอจะเอายังไง ฉันนอนกับเธอฉันก็ต้องรับผิดชอบ แล้วจู่ๆ เกิดเด็กขึ้นมาเธอจะโยนไปให้คนอื่น”
“เอ๊ะ! ก็บอกว่าไม่ใช่ไง ไม่ได้นอนกับคุณรัชคนเดียวซะหน่อยนี่!!”
ความโมโหทำให้มนพัทธ์เถียงขาดใจ เธอหันไปมองพักตร์พิไลและยกมือขึ้นไหว้
“ขอโทษค่ะคุณท่านมู่ไม่ได้ตั้งใจจะเสียงดัง”
สรัชถอนหายใจ “อย่าดื้อได้ไหมมู่ นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ ชีวิตคนทั้งคน”
“คุณรัชก็อย่าหัวแข็งนักได้ไหมคะ ฉันบอกว่าไม่ใช่ แล้วคุณจะบังคับให้ใช่ไปได้อะไร”
“ฉันก็จะแต่งงานรับผิดชอบเธอกับลูกไง”
คำตอบทำมนพัทธ์สตั้นไป กระทั่งภณ พักตร์พิไล รวมถึงแอ้มก็เช่นกัน
“คุณ” มนพัทธ์สะบัดศีรษะสองสามครั้ง สีหน้าเธอยิ่งแย่ลง จริงอยู่เคยคิดอยากแย่งเขามาทำให้พี่สาวต่างพ่อเธอเสียใจ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว เธอคิดว่าถ้าเธอแย่งเขามาได้สำเร็จ พี่สาวเธออาจจะดีใจมากกว่าที่หนีจากอีตาจอมเฮี้ยบนี่พ้น เพราะการอยู่ใกล้ชิดเขามาหลายปี ทำให้มนพัทธ์รู้ว่าเขาเป็นคนที่น่าหนีให้ไกลที่สุดถ้าทำได้ “สมองกระทบกระเทือนไหม แบบตกบันได ถึงคุณรัชจะเป็นหมอแต่ฉันว่าไปให้หมอที่เก่งกว่าตรวจก็ดีนะคะ”
สรัชยกมือกอดอกและถอนหายใจพลางเบือนหน้าหนี
“และมู่ก็ยืนยันคุณรัชไม่ใช่พ่อของลูกมู่ค่ะคุณท่าน” หญิงสาวรีบหาตัวช่วย “นี่ค่ะ พ่อเด็กนั่งทื่อเป็นตอไม้อยู่นี่ค่ะ เราตกลงกันแล้วว่ามู่จะไปอยู่กับพี่ภณ พอคลอดค่อยจัดงานแต่งงานกัน”
“เอ่อ” พักตร์พิไลปล่อยหม่อนไหมให้เป็นลมไป เพราะตอนนี้เธอชักอยากเป็นลมไปอีกรอบ
“คุณท่านคะอนุญาตนะคะ”
“คุณแม่ครับ อย่าไปฟังครับ”
“คุณท่าน”
“คุณแม่”
“คุณ/คุณ”
“โอ๊ย! หยุด หยุดทั้งสองคนนั่นแหละ จะอะไรกันหนักกันหนาฉันปวดหัว!!” พักตร์พิไลอุทานอย่างหมดความอดทน “ไหน คุณภณเล่ามาสิได้กันอีท่าไหนถึงป่อง”
ภณยิ้มแห้ง จะบอกว่าท่าไหนก็ไม่รู้เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่พอเห็นสายตาเขียวๆ ของมนพัทธ์ ภณก็รีบบอก “เอ่อ ก็ธรรมดานี่ล่ะครับไม่ได้พิสดารอะไรมากมาย ก็มีท่า--”
“ฉันไม่ได้อยากรู้ว่าทำท่าไหน ฉันหมายถึงเรื่องมันไปยังไงมายังไงเธอสองคนถึงไปจบที่เตียง!”
จากโมโห สรัชก็ถึงกับหลุดยิ้ม เขายกมือขึ้นจับคางและส่ายหน้าน้อยๆ
“คือ--คือ แบบว่าคือ--” ภณคิดถึงละครที่รับเล่นก่อนหน้านี้ทันควัน “ก็วันนั้นฝนตกครับ แล้วเราก็ดื่มกันมาพอสมควร บรรยากาศก็เป็นใจ มึนๆ กันก็เลย”
“จำได้ว่าสองเดือนแล้วที่ฝนในกรุงเทพฯ ไม่ตกนะ”
