บทที่ 12 คืนดีกันแต่อย่าเอาเมียผมไป

แอเรียลกลับจากโรงพยาบาลตั้งใจว่าจะมาสูดกลิ่นหอมจากชุดนอนของวาเนสซ่าสักหน่อย ทว่าเมื่อมาถึงเขากลับพบว่าชุดนอนที่อยู่บนเตียงข้างหมอนนั่นมันหายไปอย่างไร้ร่องรอย แอเรียลเดินหาทั่วห้องแต่ก็ไม่พบ เขาจึงโทรสอบถามกับฝ่ายซักรีดของคฤหาสน์

“ชุดนอนบนเตียงไปไหนใครเอาไป”

“ชุดทุกชุดที่ค้างซักเอาไว้ถูกนำมาซักรีดและเก็บเข้าที่หมดแล้วค่ะ”

“บ้าเอ๊ย! ทำไมไม่ถามก่อนหา!” แอเรียลหัวเสียอย่างนัก หากอารมณ์ดีก็บ้าแล้ว ชุดนอนทั้งชุดมันคือลมหายใจใหม่ของเขาเลยนะ แล้วคืนนี้เขาจะนอนได้ยังไงล่ะ?

“ขอประทานโทษค่ะดิฉันเห็นว่าชุดใช้แล้วเลยคิดว่านำไปซักได้”

แอเรียลรับฟังแล้วก็กดตัดสายไป เขาเดินวนไปวนมาในห้องนอน กำลังคิดหาทางออกให้ตัวเอง และก็มีหนึ่งความคิดที่ดีที่สุดแต่เขาต้องละทิ้งศักดิ์ศรีโดยการไปงอนง้อวาเนสซ่าอย่างที่สามีควรทำ

แต่แอเรียลจะทำแบบนั้นได้ยังไง?

แต่ถ้าไม่ทำก็ต้องนอนเดียวดายและต้องอาเจียนอย่างหนักหน่วง!

“เอาว่ะ.....นิดๆ หน่อยๆ ไม่เป็นไรหรอกมั้ง” ตัดสิ้นใจได้แล้วก็เดินออกจากห้องด้วยความเร็ว เขาเดินลงไปข้างล่างและตามหามารดาและวาเนสซ่า

ทว่าไม่พบ!

“หม่ามี้กับวาเนสซ่าไปไหน?”

“กลับแล้วค่ะ”

สาวใช้ที่เดินเข้ามาพอดีตอบ เธอก้มหน้าก้มตาตอบเพราะเกรงกลัวต่อน้ำเสียงและสายตาที่ดุดันของผู้เป็นนาย ตอนนี้กำลังมีอารมณ์โทสะอย่างแรงกล้า และเมื่อแอเรียลได้ยินคำตอบนี้เขาก็รู้ทันทีว่ามารดาของเขาหอบเอาวาเนสซ่าไปด้วย

มีแต่เรื่องให้น่าปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน!!!

“เธอไปได้”

“ค่ะนายท่าน”

สาวใช้ที่ยืนตัวเกร็งหายใจโล่งอกเมื่อเจ้านายสั่งให้เธอไปได้ และเธอก็เร่งรีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินอย่างสุดกำลัง ขณะที่แอเรียลเดินแยกไปอีกทาง เพื่อไปหาโทรศัพท์ เขาจดจำเบอร์บ้านของบิดาและมารดาได้เป็นอย่างดี แอเรียลติดต่อไปและก็มีเสียงตอบรับกลับมาโดยไม่ปล่อยให้เขารอนาน

“มาดามคาร่าพูดจ๊ะ” เสียงคนรับสายหวานฉ่ำไม่ใช่ใครอื่นมาดามคาร่าก็คือมารดาของเขาหรือที่รู้จักกันนามว่าครองขวัญนั่นเอง

“หม่ามี้กลับทำไมไม่บอกผมก่อนครับ”

“ตายจริงแอเรียลหม่ามี้ดีใจจนลืมเลยจ๊ะขอโทษด้วยนะลูก หม่ามี้เห็นว่าแอเรียลยุ่งๆ อยู่เลยไม่ได้แจ้ง”

ไม่ได้แจ้งหรือจงใจไม่แจ้งกันแน่ แอเรียลทราบดีว่ามารดามีนิสัยยังไง เพียงแต่อาจจะยังเคืองเรื่องที่เขาไปรังแกลูกสะใภ้สุดที่รักอยู่ นั่นจึงทำให้ครองขวัญเมินเฉยและนึกอยากทำอะไรก็ทำปุบปับ และมันก็สร้างความเดือนร้อนให้แก่คนเป็นลูกอย่างมาก แอเรียลกระวนกระวายจะเป็นบ้าตายอยู่แล้วเพียงแค่รู้ว่าวาเนสซ่าไม่อยู่คฤหาสน์ในขณะที่เขากำลังจะมาพูดคุยกับเธอให้เข้าใจ ไม่สิ! เขาตั้งใจลดศักดิ์ศรีลงมาเพื่อง้อเธอทว่าเธอกลับถูกพาตัวไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่โตอาณาจักรอินเซนดิโอ

“ผมไม่ได้ยุ่งครับผมแค่นัดกับหมอเอาไว้แล้วไปตรวจสุขภาพตามนัดเท่านั้น”

“แอเรียลป่วยเหรอจ๊ะ”

“ครับผมป่วย”

หากเป็นเมื่อก่อนแม้จะป่วยแอเรียลก็จะตอบว่าเขาสบายดี แต่ที่เขาตอบตามความเป็นจริงเพราะคิดว่ามันจะสามารถเรียกคะแนนความสงสารจากมารดาได้ไม่มากก็น้อย และก็หวังอีกว่ามารดาจะแจ้งเรื่องนี้ให้วาเนสซ่าทราบ เธอคงพอจะเห็นใจเขาบ้างไม่มากก็น้อยล่ะนะ แอเรียลคิดแต่สิ่งดีๆ โดยไม่คำนึงถึงการกระทำตัวเองว่ามันน่าให้ความเห็นใจหรือเปล่า

“ป่วยก็ดูแลสุขภาพดีๆ นะแอเรียล” ครองขวัญตอบกลับมาแค่นั้น แอเรียลรับรู้ถึงความสิ้นหวัง ในทันทีทุกอย่างมันผิดขาดไปหมดเลย

“หม่ามี้ดีกับปาป๊าแล้วเหรอครับไหนบอกว่าโกรธกันไงครับ ไม่เห็นปาป๊าจะมาง้อหม่ามี้กลับไปที่คฤหาสน์ได้ยังไงครับ”

“หม่ามี้ดีกับปาป๊าแล้วจ๊ะแอเรียล เราดีกันทางโทรศัพท์ หม่ามี้เพิ่งคิดได้ว่าหม่ามี้แก่แล้วและอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่ากับคนรักดังนั้นหม่ามี้จึงกลับมา โดยมีคนของปาป๊าขับรถมารับจ๊ะ ตอนนี้หม่ามี้แฮปปี้และปาป๊าก็แฮปปี้จ๊ะ”

“หม่ามี้ดีกับปาป๊าแต่หม่ามี้จะเอาเมียของผมไปด้วยไม่ได้นะครับ”

ไม่ไหว....และเขาต้องพูดมันออกไป เขาทนไม่ได้หรอกนะที่ต้องนอนคนเดียวและต้องอาเจียนเวียนศีรษะเพราะนึกถึงแต่ใบหน้าของหญิงสาวและนึกถึงกลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอ มันดูเสียหน้าที่เขากลืนน้ำลายตัวเอง แต่ถ้าไม่พูดครองขวัญก็จะไม่รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรตอนนี้

“ทำไมจะเอามาด้วยไม่ได้ล่ะจ๊ะก็แอเรียลชอบรังแกหนูวาเนสซ่าหม่ามี้ก็เลยเอามาด้วย มาเที่ยวเปิดหูเปิดตา อยู่ที่นี่ก็ดีนะ หนูวาเนสซ่าบอกว่าอยากอยู่นานๆ ชอบบรรยากาศของอาณาจักรอินเซนดิโอมาก”

“แต่ผม.......”

“ไม่มีแต่ทั้งนั้นจ๊ะ แอเรียลตั้งใจทำงานเถอะนะจ๊ะเรื่องวาเนสซ่าหม่ามี้และปาป๊าจะดูแลให้เป็นอย่างดี อ้อจริงสิ! พอดีเลยที่รีญานัดสามแฝดมาที่คฤหาสน์ด้วย วาเนสซ่ามีเพื่อนเยอะคงมีความสุขมากแน่ๆ บ้ายนะจ๊ะดูแลสุขภาพด้วย”

ติ๊ด!!!

สายถูกตัดไปแล้ว แอเรียลยังพูดไม่จบและยังไม่ได้กล่าวคำลาอะไรเลยด้วยซ้ำ ครองขวัญรัวคำพูดมาเร็วมาก รีบพูดรีบตัดสายแต่แอเรียลจับใจความได้ชัดแจ๋วไอ้ประโยคที่ว่ามารีญาน้องสาวของเขานัดสามแฝดจอมป่วนมายังคฤหาสน์

“บ้าเอ๊ย! อยู่รอที่นี่ก็โง่แล้วล่ะเรื่องอะไรจะปล่อยให้เธออยู่ใกล้ไอ้แฝดนรกนั่น”

เมื่อคิดได้ดังนั้นแอเรียลกดโทรศัพท์หาอิกอร์ทันที จากนั้นเขาก็สั่งให้สาวใช้ขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าพับใส่กระเป๋าเดินทาง แอเรียลรออยู่ข้างล่าง ทุกอย่างถูกจัดเตรียมการให้เสร็จอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงแค่สิบนาทีเท่านั้น แอเรียลไม่ต้องการความพิถีพิถัน ที่เขาต้องการคือการเดินทางที่รวดเร็วไปยังอาณาจักรใหญ่โตของอินเซนดิโอต่างหาก

“เอกสารพร้อมใช่ไหมอิกอร์”

“พร้อมเรียบร้อยครับ”

“โอเค ฉันคงต้องอยู่ที่นั่นสักระยะรอจนกว่าวาเนสซ่าเที่ยวจนพอใจ”

“ครับนายท่าน”

แอเรียลไม่คิดบังคับให้เธอกลับ เธอมีมารดาของเขาให้ความเกื้อหนุนอยู่และคาดว่าบิดาของเขาเองก็ต้องเกื้อหนุนเธอเช่นเดียวกัน มีมารีญาและสามแฝดนรกเพิ่มมาอีก แอเรียลตัวคนเดียวเขาก็ต้องเออออห่อหมกตามอกตามใจหญิงสาว

“ยิ้มมีความสุขอะไรเหรอที่รัก”

ราฟาเอลถามภรรยาคนสวยที่เดินยิ้มหวานเข้ามาในห้องนั่งเล่นซึ่งมีเขาและลูกสาวมารีญาและลูกสะใภ้อย่างวาเนสซ่านั่งดูรายกายทีวีอยู่ด้วยกัน

“คุณต้องไม่เชื่อคาร่าแน่เลยค่ะและหากพูดไปทั้งรีญาและหนูวาเนสซ่าต้องมีอาการเดียวกันกับปาป๊าอย่างแน่นอน”

“อยากรู้ค่ะหม่ามี้”

มารีญาบอก เธอเป็นผู้หญิงที่ชอบเรื่องเซอร์ไพรส์มาก และจากดูสีหน้าท่าทางของมารดาก็เดาได้ว่าเรื่องที่มารดาจะพูดต่อไปนี้มันต้องเซอร์ไพรส์สุดๆ มารีญาทนรอต่อความอยากรู้ไม่ไหวแล้ว

ขณะที่ทางด้านราฟาเอลและวาเนสซ่าก็เงียบรอให้ครองขวัญพูดต่อ

“แอเรียลโทรมาจ๊ะและตอนนี้แอเรียลกำลังจะเป็ยบ้าเพราะหม่ามี้พาตัวหนูวาเนสซ่ามาที่นี่ และสายของหม่ามี้ก็ยังรายงานอีกว่า แอเรียลเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าพร้อมกับขนงานเพื่อมาพักที่นี่ เป็นยังไงจ๊ะเซอร์ไพรส์ไหม”

“พี่แอเรียลไม่เคยต้องรีบร้อนมากขนาดนี้ เซอร์ไพรส์มากเลยค่ะ” มารีญาไม่ได้พูดเกินจริงแต่มันคือเรื่องจริง

“ผมก็เซอร์ไพรส์แต่คงลำบากหนูวาเนสซ่าแล้วล่ะ”

ราฟาเอลพยักเพยินหน้าของเขาให้ภรรยาและลูกสาวไปมองลูกสะใภ้ที่ตอนนี้นั่งนิ่งตัวแข็งแล้ว

ครองขวัญที่เห็นก็รีบเดินเข้าไปปลอบ

“ไม่ต้องกลัวนะลูกอยู่ที่นี่แอเรียลไม่กล้ารังแกหนูแน่นอน”

“หนูเชื่อหม่ามี้ค่ะแต่ถ้ามีโอกาสเขาคงไม่ปล่อยหนูไว้แน่เลยค่ะ”

“ตอนนี้มีแต่โอกาสรักเท่านั้นล่ะหนูวาเนสซ่า”

ราฟาเอลพูดขึ้นบ้าง เขาเป็นผู้ชายที่รู้แจ้งทางความรักแล้ว ดังนั้นจึงมองการกระทำของลูกชายออก และราฟาเองก็มีสายไปทั่ว แอเรียลทำอะไรที่ไหนไม่พ้นสายตาของเขาหรอกหากเขาอยากรู้เขาต้องได้รู้ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของวาเนสซ่าและบิดาของเธอ ราฟาเอลรับรู้ทุกอย่างทั้งสงสารและเห็นใจ วาเนสซ่าไม่ได้เป็นที่ต้องการของใครเลย โชคดีที่มาเจอครอบครัวของเขาแต่โชคร้ายที่ลูกชายของเขานั้นดันใจแข็งไม่ยอมรับใจตัวเองจึงได้ทำเรื่องบ้าๆ ขึ้น

“โอกาสรักเหรอคะ?”

“ใช่ แอเรียลนะหลงหนูเข้าแล้วล่ะ เหมือนปาป๊าสมัยยังหนุ่มและหล่อเหลามาก ปาป๊าทำร้ายหม่ามี้สารพัดสุดท้ายพอหม่ามี้ไม่อยู่ปาป๊าก็จะเป็นจะตายมันน่าสมเพชมากเลยล่ะที่ทำเรื่องแย่ๆ กับคนที่ตัวเองรัก”

วาเนสซ่ามองสบตาครองขวัญเพื่อถามความคิดเห็นในเรื่องนี้และครองขวัญก็พยักหน้าเบาๆ ก่อนตอบ

“ใช่จ๊ะหม่ามี้ยืนยันได้เลย”

“รีญาช่วยยืนยันอีกคนค่ะ พี่แอเรียลต้องหลงรักพี่สะใภ้แน่นอนค่ะ รีญากล้าเอาหัวเป็นประกัน”

“พวกผมเองก็เอาหัวตัวเอเป็นประกันด้วยครับพี่สะใภ้คนสวยของพวกเรา”

สามแฝดปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเรียกวาเนสซ่าว่าพี่สะใภ้ วาเนสซ่าอายุน้อยกว่าทั้งสามแฝดและมารีญาเธอรู้สึกขัดเขินนิดหน่อย การปรากฏตัวของสามแฝดสร้างรอยยิ้มให้ครอบครัวอินเซนดิโอ จอมป่วนมาถึงแล้วแอเรียลมาเห็นคงร้อนเป็นฟืนเป็นไฟนั่งไม่ติดเก้าอี้อย่างแน่นอน

“กว่าจะมาได้นะ”

“อ้อนๆ ครับคุณป้าคนสวย คุณลุงคนหล่อ และเพื่อนสาวสุดสวยและใจดี” สามแฝดพูดพร้อมเพรียงกันด้วยประโยคเดียวกันเหมือนว่าพวกเขาทำการซักซ้อมมาเพื่อพูดประโยคนี้ จังหวะและน้ำเสียงโทนเดียวกัน

เป็นแฝดที่เหมือนกันมากจริงๆ

“ปากหวานกันจริงๆ นะสามแฝดเนี่ย”

“ไม่หวานไม่ได้ครับกลัวโดเตะจากตำแหน่งหลานที่น่ารักที่สุดในโลก”

“เฮ้ออออออ”ราฟาเอลทำเสียงถอนหายใจออกมาอย่างแรงและดัง นั่นจึงสร้างเสียหัวเราะให้แก่ทุกคน แม้แต่วาเนสซ่าเองหลังจากที่สามแฝดปรากฏตัวเธอก็สามารถมีอารมณ์รื่นเริงร่วมด้วยอย่างง่ายดาย

ทว่าไม่นานอารมณ์รื่นเริงของวาเนสซ่าก็ต้องดับไปเมื่อแอเรียลปรากฏตัวขึ้นพร้อมใบหน้าบึ้งตึง

เขามาที่นี่จริงๆ

“อ้าวแอเรียลมาเร็วเหลือเกินนะลูก”

“ที่นี่อยู่ห่างจากคฤหาสน์ของผมเพียงแค่5กิโลเท่านั้นนะครับ” แอเรียลตอบคำถามมารดา แต่สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องคู่สนทนาแต่กลับหันไปทำตาขวางใส่สามแฝดแห่งบ้านอันคาเซอร์ที่เสนอหน้ามาที่นี่โดยเจ้าของคฤหาสน์ดูจะดีอกดีใจกับการมาและต้อนรับกันด้วยรอยยิ้มมีสุข

เหอะ.....น่าหมั่นไส้ชะมัด!!!

“พี่แอเรียลต้องคิดถึงพวกผมแน่ๆ เลยครับถึงรีบมาแบบนี้”

นับล้านพูดขึ้นแต่คำพูดของเขาแอเรียลและทุกคนรู้ว่ามันมีความนัยแฝง และมันคือการประชดประชันทางอ้อมดีๆ นี่เอง

แอเรียลเอาลิ้นดันกระพุ่งแก้ม เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก บอกตัวเองว่าเย็นเข้าไว้น้องมันแค่ยั่วโมโห พอคิดได้อย่างนั้นแอเรียลก็กลับมาเป็นปกติ เขาปรายตามองวาเนสซ่าเพียงเล็กน้อย ให้ใจได้ชุ่มช่ำ และความรู้สึกร้อนวูบวาบก็เกิดขึ้น แอเรียลก้มหน้าหลบซ่อนอาการบางอย่าง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นแล้วกระแอมเบาๆ

“อะ...ฮึ่ม!”

“อะไรติดคอเหรอครับก้างหรืออะไร” นับหมื่นเอียงคอทำหน้าอินโนเซ้นท์ถาม

“ไม่ยุ่งสักเรื่องจะเป็นไรนับหมื่น”

“ยุ่งก็เป็นคนหล่อ ไม่ยุ่งก็ยังเป็นคนหล่ออ่ะครับ”

“เหอะ” แอเรียลหัวเราะเย้ยหยันในลำคอ จากนั้นก็พาตัวเองมานั่งเบียดโซฟาตัวเดียวกันกับวาเนสซ่า มันก็จะเบียดๆ หน่อยแต่เขารู้สึกอบอุ่นดี

“แอเรียลไปนั่งเบียดน้องแบบนั้นได้ยังไงจ๊ะ”

“ผมเป็นคนชอบเบียดครับหม่ามี้”

ทำหน้าอึนๆ มึนๆ ตอบ ขณะที่คนถูกแอเรียลนั่งเบียดเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องแล้ว เธอเมินหน้าหนีเขา ยังโกรธเรื่องไข่เจียวอยู่ ประหนึ่งว่ามันเป็นปัญหาระดับชาติเลยก็ว่าได้

“ผมจะนอนห้องเดียวกับวาเนสซ่านะครับเพราะผมต้องดูแลเธอกับลูกและผมไม่ไว้ใจคนแถวนี้”

แอเรียลเน้นคำว่าคนแถวนี้แล้วตวัดตามองไปที่สามแฝดเรียงรายบุคคลแต่สามแฝดก็ไหวไหล่ให้อย่างไม่แยแส ไม่กลัวเพราะมีคนคุ้มกะลาหัวอยู่ถึงสามคนด้วยกัน

“อยากนอนกับพี่สะใภ้ถามพี่สะใภ้หรือเปล่าคะว่าอยากนอนด้วยหรือเปล่า บางทีพี่สะใภ้อาจจะอยากนอนสบายๆ คนเดียวก็ได้นะคะ” มารีญาพูดขึ้นบ้างตั้งใจลองเชิงพี่ชาย

“แน่นอนว่าวาเนสซ่าต้องอยากนอนกับพี่อยู่แล้ว เรามีเรื่องผิดใจกันเล็กน้อย คืนนี้เราจะปรับความเข้าใจกัน”

ใบหน้าของหญิงสาวเมื่อได้ยินคำว่าปรีบความเข้าใจกันใบหน้าของเธอก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ และเธอก็สังเกตเห็นว่าทุกคนในห้องอมยิ้มกันอยู่ อ่า.....นั่นยิ่งทำให้ใบหน้าของเธอเพิ่มระดับความแดงมากขึ้นไปอีก รุกลามจนถึงลำคอขาว แอเรียลเห็นอาการดังกล่าวก็ยักคิ้วหลิ่วตาให้วาเนสซ่า

หญิงสาวทำตาขึงใส่เขาอย่างกล้าหาญแล้วก็เชิดหน้าสูงสะบัดหนีพร้อมกับพูดตอกกลับไปว่า “ฉันอยากนอนกับลูกแค่สองคน คนอื่นไม่เกี่ยว”

“ฉันเป็นคนอื่นที่ไหนฉันเป็นผัวเธอนะ”

“แอเรียลจ๊ะไม่สุภาพเลยนะ”

ครองขวัญปราบลูกชายทำให้แอเรียลต้องสำรวม ในขณะที่สามแฝดทำหน้าทำตาเยาะเย้ยแล้วกลั้นขำสุดชีวิต แหง่ล่ะหากให้สามแฝดเล่นงานเขาตรงๆ ก็คงไม่กล้า เหอะ....พวกเก่งตอนผู้ใหญ่อยู่ กระจอก!!!

“ขอโทษครับหม่ามี้พอดีลืมตัวครับ”

“หนูวาเนสซ่าเป็นภรรยาและเป็นแม่ของทายาทอินเซนดิโอคนต่อไป ลูกจะมาพูดจาไม่ไพเราะเหมือนพ่อค้าตามตลาดนัดไม่ได้นะ”

“ผมมันคนเถื่อน” พยายามหาข้ออ้างมาสนับสนุนการกระทำของตัวเองสุดฤทธิ์

“แอเรียลเป็นผู้ชายน่ารักและอบอุ่น เมื่อก่อนเป็นยังไงปัจจุบันก็เป็นแบบนั้น หากแอเรียลไม่เลือกปฏิบัติ”

“ครับ”

ชายหนุ่มขานรับ จากนั้นบทสนทนาก็เปลี่ยนหัวข้อไป ซึ่งแอเรียลก็ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าคืนนี้เขาจะนอนที่ไหน ทว่าเมื่อเขามาถึงเขาก็ได้ให้สาวใช้ยกกระเป๋าไปยังห้องของวาเนสซ่าแล้ว ความเป็นไปได้สูงที่เขาจะได้นอนร่วมห้องร่วมเตียงกับเธอและลูก

‘วาเนสซ่าคงไม่ใจกล้าโยนข้าวโยนของเราออกจากห้องหรอกมั้ง.....?’

ณ ห้องอาหาร

แอเรียลนั่งมองความเป็นไปเป็นมาบนโต๊ะอาหาร ใครๆ ก็เอาอกเอาใจวาเนสซ่า

เขาไม่ได้อิจฉาหรอกนะเพียงแต่มองแล้วไม่สบอารมณ์ บิดา มารดา มารีญา เอาอกเอาใจวาเนสซ่าแอเรียลยังพอมนได้และยินดีมากด้วย แต่ไอ้สามแฝดนรกนั่นน่ะสิ ไอ้พวกน้องกบฏนั่นมันจะเอาอกเอาใจและประจบสอพอเกินหน้าเกินตา มันมากเกินไป มากจนทำให้เขากลืนข้าวไม่ลง แต่ก็ต้องจำใจฝืน เพราะหากเขาไม่แตะต้องอะไรเลย เขาก็จะไม่มีเรี่ยวมีแรงรับมือกับสามแฝดนรกนั่น

“วางท่าฉุนเฉียว ตาขวางด้วยโทสะ ไม่เหมือนตอนอยากมีน้องน้อยวิงวอนไปทั่วทั้งเหนือใต้” จู่ๆ นับล้านพี่ใหญ่สุดของแฝดสามก็พูดขึ้นมา เรียกสายตาทุกคนให้หันไปมองแอเรียลเป็นตาเดียว

“พี่จะเป็นอะไรล่ะพี่ก็เป็นพี่ของพวกนายนั่นแหละ”

“แต่แววตาที่มองพวกผมประหนึ่งมองศัตรูตัวฉกาจเลยนะครับ”

“พูดบ้าอะไรไร้สาระ”

“หวงเมีย หึงเมีย อยากใกล้เมีย อยากดูแลเมีย แต่ไม่แสดงออกจะมาโทษพวกผมไม่ได้น้า พวกผมสามแฝดเรารักงานบริการและงานประจบ” นับแสนช่วยเสริมพี่ชายคนโตและนับล้านก็เป็นแรงสนับสนุนต่อท้ายว่า

“ถ้าไม่รักไม่ชอบจะหึงจะหวงไม่ได้นะเนี่ย”

แอเรียลถูกสามแฝดก่อกวนที่ห้องนั่งเล่นไม่พอยังต้องมาถูกก่อกวนยังห้องอาหารอีก และก็ต้องลำบากแอเรียลต้องขยายความเข้าใจให้สามแฝดเข้าใจมากยิ่งขึ้น ว่าเขาน่ะจะรู้สึกยังไงกับเมียตัวเองมันก็ล้วนไม่ผิด!!!

"เป็นผัวเป็นเมียไม่รักไม่หึงไม่หวงเมียตัวเองจะไปรักไปหึงไปหวงหมาแมวที่ไหนไอ้แฝด พี่ชักมีน้ำโหแล้วนะ!!" ท้ายประโยคไม่ลืมที่จะข่มขู่

ทว่าความจริงที่ออกมาจากปากของแอเรียลทำให้ห้องอาหารเกิดความเงียบ ทุกคนล้วนชะงักช้อนที่ตักอาหารเข้าปากอย่างพร้อมเพรียงกัน และหนึ่งในนั้นอย่างวาเนสซ่ามีอาการเหวอสุดขีด เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาบนโต๊ะอาหาร

นี่เขาหึงหวงจนไม่อาจปกปิดความรู้สึกของตัวเองได้เชียวเหรอ?

“เข้าใจไหมพวกสามแฝด ถ้าไม่เข้าใจพี่จะได้ลงหวายพวกนาย”

“อะ....เอ่อ....ถ้าจะพูดแบบนี้ก็เข้าใจแล้วก็ได้ครับ เนอะๆ นับแสน นับล้าน พวกเราเข้าใจใช่ไหม” นับล้านบอกแล้วหันไปถามความเห็นด้วยกับน้องอีกสองคน

“ครับพี่ล้าน”

“ผมก็ด้วยครับเห็นด้วยมาก”

“ดี อย่างนั้นก็จบแล้วไม่ต้องมาวอแวกับเมียฉัน ฉันมีแรงพอที่จะดูแลเธอกับลูก” แอเรียลบอกจากนั้นเขาก็เริ่มทำหน้าที่เอาอกเอาใจเธอโดยการตักอาหารให้

ทว่าคนโดยเอาใจกลับรู้สึกหลอนเธอไม่ชินกับแอเรียลเวอร์ชั่นนี้เลย!!!

หญิงสาวยังไม่ปักใจเชื่อกลัวว่าแอเรียลจะหลอกให้เธอหลงใจเต้นแรงและดีใจเก้อ ที่อย่างน้อยเขาก็รักเป็นและหึงหวงเป็น ทว่ากรกระทำของเขาก่อนหน้านั้นมันก็ทำร้ายหัวจิตหัวใจเธอเหลือเกิน จะยอมญาติดีกับเขาง่ายๆ มันก็ไม่ใช่เธอ วาเนสซ่ายังไม่อยากญาติดีกับแอเรียลตอนนี้

และเมื่อทานมื้อค่ำเสร็จวาเนสซ่าก็เริ่มทำการต่อต้านพ่อของลูกในทันที

“อะไรวะเนี่ย”

แอเรียลยืนมองกองเสื้อผ้า และกระเป๋าเดินทางของเขาที่กองเอาไว้หน้าห้องนอน วาเนสซ่าขอตัวขึ้นห้องนอนเมื่อเธอทานอาหารเสร็จ ในขณะที่แอเรียลต้องอยู่คุยกับบิดา มารดาและน้องทั้งสี่คน

และเมื่อคุยเสร็จก็พากันเดินขึ้นชั้นบนพร้อมกันและก็ได้เห็นกองเสื้อผ้าและกระเป๋าหน้าห้องนอนพร้อมเพรียงกัน

“เอาน่านี่ถือว่าโชคดีแล้วนะที่ไม่โดนค้อนน่ะ” ราฟาเอลตบบ่าให้กำลังใจลูกชาย

“ผมต้องตายแน่เลยครับ เพราะผมป่วย” แอเรียลหันไปพูดอาการป่วยของเขาให้ทุกคนฟัง

“ป่วย จริงสิแอเรียลบอกหม่ามี้ว่าป่วย ตกลงป่วยเป็นอะไรเหรอจ๊ะ”

“หมอเวก้าบอกว่าผมแพ้ท้องแทนเมีย”

จากที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะ จะหาเหตุผลอะไรมาอ้างการกระทำของตัวเองได้อีก ที่อ้างไปก็อ้างเยอะจนไม่อาจนำเหตุผลเก่าๆ มาใช้ได้แล้ว เพราะฉะนั้นแอเรียลก็ต้องแจ้งให้ทุกคนได้ทราบ เขามีอาการแพ้ท้องแทนเมีย นั่นเพราะเขามีความรู้สึกพิเศษกับเธอมากเกินกว่าคู่รักธรรมดาเขามีกัน

ปัดโธ่!!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป