บทนำ
“ทำดีแล้วไปเป็นเมียบำเรอของคุณน่ะเหรอ เหอะ.....ไม่มีทางหรอก ดีกับคุณ คุณก็ร้ายกับฉัน เพราะงั้นฉันจะทำอะไรก็ได้ที่ฉันทำแล้วสบายใจ”
“เดี๋ยวนะ ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจอะไรผิด เธอเป็นแค่นางบำเรอเท่านั้นวาเนสซ่า มันไม่ควรมีคำว่าเมียอยู่ในประโยคเพราะมันดูสูงส่งเกินไปสำหรับผู้หญิงอย่างเธอ”
เหมือนถูกเขาตบหน้าฉาดใหญ่ แสบๆ คันๆ และมันก็สร้างความอับอายให้ตัวเองมากเหลือเกิน วาเนสซ่าไม่อาจสบตาของแอเรียลได้อีก เธออับอายที่พูดออกไปอย่างนั้น และอับอายที่เขาให้ความสำคัญกับสถานะของเธอจนต้องรีบเข้ามาแก้ไขให้เธอเข้าใจอย่างถูกต้อง
เธอมันก็เป็นได้แค่ ‘นางบำเรอ’ เท่านั้นวาเนสซ่า!
“ถ้าเข้าใจสถานะของตัวเองดีแล้วเธอก็ควรทำหน้าที่ของเธอ”
“ฉันไม่.....” หญิงสาวทำท่าว่าเธอจะปฏิเสธเขา แอเรียลเอามือบับแก้มของเธอแรง เขามองเธออย่างดุดัน วาเนสซ่ารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไปทั่วทั้งเนื้อตัว
บท 1
วาเนสซ่ากำลังจะถูกพรากพรหมจารีที่หวงแหนเพราะหนี้ก้อนโตของบิดา คิดแล้วอดสูนัก แต่วาเนสซ่าไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจาก ‘จำใจ’ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่บิดาและเจ้าหนี้ต้องการ โดยไม่มีใครสามารถช่วยเหลือเธอได้
“ฉันยังไม่พร้อมจริงๆ นะคะ”
“เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอพร้อมเองไม่ต้องเป็นห่วง”
ได้ยินคำตอบจากคนตัวโตแล้วน้ำตาคลอเบ้า เธออึดอัดใจที่เขาพูดไม่รู้เรื่องและไม่มีความเห็นใจให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ วาเนสซ่าพยายามดันแผ่นอกกว้างผลักไสร่างหนาออกไปจากร่าง แอเรียลเห็นอย่างนั้นก็ไม่ยอม จับมือสองข้างของเธอรวบแล้วเอาพาดไว้เหนือศีรษะ เขาโน้มตัวลงมาแผ่นอกกว่างแกร่งเบียดเสียดกับทรวงอกนุ่มนิ่ม
“อย่าปฏิเสธฉันวาเนสซ่า”
“แต่ฉันไม่อยากมีอะไรกับคุณ”
“ทำไมล่ะ”
หากเธอบอกไปตรงๆ เขาจะโกรธแล้วลุกขึ้นมาบีบคอเธอหรือเปล่านะ วาเนสซ่าไม่อยากเสี่ยงกับความตายเลย เธอรู้ว่าเขาสามารถฆ่าคนได้ง่ายๆ โดยไม่มีความผิด วาเนสซ่าคิดได้ดังนั้นเธอก็หลบตาเขาแล้วเมินไปมองข้างเตียงแทนการมองหน้าหล่อเหลา
“ถามไม่ตอบ”
เมื่อเธอไม่ตอบแอเรียลก็เข้าใจว่าเธอยินยอมไม่ขัดขืน ลมหายใจอุ่นเป่ารินรนใบหน้างดงาม แอเรียลใช้ปลายจมูกโด่งสัมผัสผิวเนียนนุ่มของพ่วงแก้ม เขาสูดดม...กลิ่นกายของวาเนสซาหอมเย้ายวนใจมาก เขาชอบกลิ่นกายของเธอ
“คะ.....คุณ.....คุณจะทำมันจริงๆ เหรอ” ในที่สุดเธอก็พูดจนได้ เนื้อตัวที่สั่นพร่าบอกได้ว่าเธอหวาดกลัวต่อเขา
ทว่าไม่รู้ทำไมเขาถึงชอบและสนุกกับความหวาดกลัวของเธอ พร้อมกันนั้นยิ่งเธอแสดงความหวาดกลัวออกมา ร่างกายของเขามันก็ตื่นตัว เลือดสูบฉีดด้วยความแรงสูดและเดือดพล่านด้วยไฟราคะ
ชายหนุ่มเหยียดยิ้มมุมปากมองเธออย่างเจ้าเล่ห์ก่อนตอบ
“ฉันเป็นนักธุรกิจจริงจังกับทุกเรื่อง”
“ค่ะ”
“ยอมง่ายๆ ก็ดีฉันจะได้ไม่เปลืองแรง ถ้าเธอดื้อเธอจะได้รับผลตอบแทนความดื้ออย่างสาสม ฉันจะไม่ใช่แค่ให้คนมาเอายานอนหลับกรอกปากเธอ แต่ฉันจะให้เธอไปต้อนรับแขกของฉันด้วย”
ระ....ระ....ร้ายกาจ!!!!
หญิงสาวจุกกับคำพูดของแอเรียล เขามันคนร้ายกาจทำร้ายได้แม้กระทั้งผู้หญิง และเธอต้องยอมทำตามเขาเพื่อนที่เธอจะไม่ต้องไปรับแขกของเขา มันคือการรับแขกประเภทไหนเธอรู้ดี และวาเนสซ่าไม่ต้องการแบบนั้น เธอจึงต้องยอมฝืนทนอดกลั้นยอมตกเป็นผู้หญิงของแอเรียล
“อยากทำอะไรก็รีบทำสิ”
“หึ” ชายหนุ่มเย้ยหยันเธอด้วยการเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ และเขาก็ไม่รอช้าลงมือกับวาเนสซ่าในทันที!
แควกกกก!!!
ชุดเดรสตัวสวยดีไซน์อย่างหรูถูกมือหนาฉีกขาดไม่เป็นชิ้นดี วาเนสซ่าใจหายวาบ เธอไม่มีสิทธิ์ป้องกันตัวหรือหนี เมือแขนของเธอถูกเขาจับไว้แน่นและเรียวขาของเธอถูกกดทับด้วยร่างหนาทรงพลัง
ยังไงเธอก็ต้องตกเป็นของเขา!!!
“ซ่อนรูปอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย ฉันชอบนะเต็มไม้เต็มมือดี หากเธอทำตัวกับฉันดีๆ ฉันจะลดหย่อนหนีให้พ่อของเธอมากขึ้น”
“เลิกพล่ามได้แล้วอยากทำอะไรก็รีบทำ ฉันสะอิดสะเอียนกับผู้ชายอย่างคุณเต็มที”
แอเรียลกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาคมกริบสีฟ้าจ้องมองเธอมีแววของความขบขันอยู่ข้างในนั้น วาเนสซ่าสัมผัสได้ เธออยากด่าเขาและอยากทำร้ายเขาให้สาสม แต่เมื่อคิดดูดีๆ แล้วชีวิตของพ่อคือสิ่งที่เธอต้องรักษาเอาไว้ วาเนสซ่าปิดเปลือกตาลงแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึก เธอเรียกพลังกายและใจของตัวเองเธอต้องไม่กลัวที่จะต้องแลกตัวของเธอกับชีวิตของพ่อ
แอเรียลประกบริมฝีปากของเขากับริมฝีปากนุ่มหลังจากเห็นว่าหญิงสาวลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพื่อเผชิญหน้ากับเขา แอเรียลไม่รีรอ ฝ่ามือวางบนทรวงอกแล้วขย้ำหนักสลับเบาอย่างปลุกเร้า ขณะที่ริมฝีปากปล้นจูบจากหญิงสาวได้อย่างยอดเยี่ยม
เขาจะทำให้เธออ่อนระทวยใต้ร่างของเขาให้ได้!!!
ผิวพรรณของวาเนสซ่าขาวนวลเนียน นุ่มมือเวลาสัมผัส แอเรียลยกยิ้มมุมปากแสดงความพึงพอใจต่อผิวพรรณของวาเนสซ่า เขาสัมผัสเธอไม่เบามือนักแต่ก็ไม่แรงจนทำให้เธอเจ็บ แอเรียลชอบผู้หญิงมีผิวดีไม่จำเป็นว่าต้องขาวไปซะทุกคนและเขาก็ชอบผู้หญิงสวย วาเนสซ่ามีสองข้อนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงตกปากรับคำยอมฮาซาร์อย่างง่ายดาย
มันไม่มีอะไรเสียหายหรอกแอเรียลไม่ใช่คนโง่และมีแค่เขาที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้
“ไง....สิ้นฤทธิ์เนื้อตัวอ่อนระทวยเลยเหรอ”
แอเรียลจงใจกลั่นแกล้งเธอ ก็เขาเล่นเอาจริงแบบนี้จะไม่ให้เธอเนื้อตัวอ่อนระทวยได้ยังไง วาเนสซ่าเมินแอเรียลแม้ร่างกายของเธอจะแอ่นหยัดตอบสนองเขา แต่เธอก็ยังพยศไม่เลิกรา แอเรียลกระตุกยิ้มมุมปาก ไม่เคยเจอใครพยศได้เท่าเธอคนนี้เลย
ทว่าไม่เป็นไรหรอกนะเพราะเขามีวิธีปราบคนพยศ!
พรึ่บ!!!
มือหนากระชากบราเซียร์ออกจากเต้าทรวงของหญิงสาวทำให้วาเนสซ่าหันหน้ากลับมามองเขาอย่างทึ่งๆ และเธอก็ต้องทึ่งยิ่งกว่าจนหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อร่างหนากระทดตัวถอยหลัง จับเรียวขาเสลาอ้ากว้างก่อนที่เขาจะลงมือฉีกแพนตี้ตัวจิ๋วของเธอออกเป็นสองชิ้น
แควกกก!!!
“ว้ายยยยยย!!!”
“ร้องเสียงหลงเร้าใจจัง”
“คนบ้า! ถ่อย! เถื่อน! คนเฮงซวย!”
เธอสาดคำด่าใส่แอเรียลเป็นชุด นี่คือคำหยาบมากที่สุดในชีวิตของวาเนสซ่าแล้ว แต่แอเรียลไม่สะทกสะท้านอะไรเลย เขายังยิ้มตอบรับคำด่าของเธออีกด้วย
“ด่าได้ด่าไป”
“ด่าแน่คนไม่มีจิตสำนึกความเป็นคนดี”
“ไม่แยแส” แอเรียลไหวไหล่ขึ้นบอกแล้วเบ้ปากเล็กน้อย ท่าทางของเขากวนประสาทวาเนสซ่ามาก เธออยากทำร้ายเขาแต่ต้องคำนึงถึงชีวิตของพ่อและชีวิตของตัวเอง
บ้าบอสิ้นดี!!!
“ฉันเกลียดคุณที่สุดเลย”
“อย่าชวนคุยมากได้ไหมมันเสียเวลา”
“ก็ไม่ต้องทำสิ”
แอเรียลเหยียดยิ้ม แม่คุณพูดจาไร้สาระอีกแล้ว เขาจะไม่ทำได้ยังไงล่ะนอกจากจะประวิงเวลาใช้หนีแล้วเขายังลดหย่อนหนี้ให้อีกครึ่งพร้อมกันนั้นเขายังจ่ายเงินเพิ่มอีกตั้งเป็นล้าน แอเรียลไม่เสียเปรียบก็จริงเพราะเขาสามารถเรียกคือเงินทุกบาททุกสตางค์ของเขาได้ แต่การที่เขาทำแบบนี้ก็ถือว่าเขาสุดแสนจะเป็นพ่อพระใจกว้าง แล้วแบบนี้เขาก็ต้องได้รับค่าตอบแทนโดยไม่เสียเงินเปล่าประโยชน์
แอเรียลจับเรียวขาเสลาให้โอบรอบเอวของเขาแล้วเขาก็โถมตัวไปข้างหน้าเพื่อจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ วาเนสซ่ามีอาการขัดขืนแต่ไม่นานเขาก็สามารถทำให้เธอยินยอมเขา
“อื้อออออ”
ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปทั่วทุกพื้นที่บนร่างบอบบาง ไม่มีที่ไหนเป็นความลับสำหรับเขาแม้กระทั้งจุดซ่อนเร้นของเธอ แอเรียลก็หยอกล่อเธอด้วยฝ่ามือหนา ใช้นิ้วสะกิดเขี่ยจนเธอชุ่มฉ่ำ
“อ๊าส์!” เสียงครางของวาเนสซ่าดังขึ้นเมื่อแอเรียลให้อิสระแก่ริมฝีปากของเธอ
“อื้อ....อา.....อา....”
เธอยังคงครางไม่หยุดด้วยความเสียวซ่าน แอเรียลแตะต้องในจุดที่อ่อนไหวมากที่สุด เขาทำให้เธอสะบัดร้อนสะบัดหนาวราวกับคนเป็นไข้ หญิงสาวดวงตาพร่าเบลอ เธอตกหลุมพรางเสน่หาของเขาอย่างง่ายดายด้วยความไร้เดียงสา
ทว่า.....
แอเรียลไม่รู้เขาคิดว่าที่เธอทำมันคือการแสดงเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา ซึ่งมันก็ได้ผลระดับหนึ่ง แอเรียลสนใจที่เธอพยศใส่และสนใจเนื้อตัวสั่นเทิ้มของเธอยามที่เขาแตะต้อง มันเหมือนว่าเธอไร้เดียงสาและความไร้เดียงสานั่นก็ปลุกปั่นอารมณ์ของเขาได้ดีเยี่ยม
แอเรียลมีความต้องการเพิ่มมากยิ่งขึ้น นั่นจึงทำให้เขารีบร้อนแล้วผลักดันตัวเองเข้าไปสู่กายสาวอย่างรวดเร็ว
“กรี๊ดดด!!!”
“พระเจ้านี่เธอ....”
แอเรียลถึงกับอึ้งและตกใจมาก เขาไม่คิดว่าผู้หญิงอย่างวาเนสซ่าจะบริสุทธิ์ผุดผอง เสียงกรี๊ดร้องของเธอ และความคับแน่นของเธอ มันไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ ยิ่งช่วงเวลาที่เขาฝ่าเส้นเยื่อบริสุทธิ์เข้าไป มันคือสัมผัสเสี้ยววินาทีแต่เขากลับจดจำมันได้อย่างดี
ซึ่งเขาก็ไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิดและแอเรียลก็ไม่คิดจะปลอบโยนวาเนสซ่า ก็สมควรอยู่หรอกนะ ให้เจ็บบ้างก็ดีเธอจะได้เลิกพยศเขาสักที แอเรียลคิดแล้วก็เหยียดยิ้ม ก่อนที่เขาจะถาโถมจังหวะพิศวาสเผาไหม้เธออย่างบ้าคลั่ง ไร้ซึ่งความปราณี
ลำแขนกำยำถูกหญิงสาวกระทำชำเราระบายความเจ็บปวดที่แปรปรวน เธอเกาะเกี่ยวและจิกเล็บจนเขาได้รอยบาดแผลซึมเลือดสีแดง แอเรียลไม่ใยดีเขาสนใจเพียงแค่การถาโถมเข้าใส่กายสาวอย่างบ้าคลั่ง มันเหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลทำให้เขาอยากเข้าไปใกล้เธอโดยไม่คิดจะถอยกลับ
“อ๊า! ทะ...ทรมาน....”
เธอทรมานจริงๆ ความรู้สึกมันตีกันรวนจนมวนท้อง คล้ายมีคลื่นยักษ์หมุนอยู่ในท้องของเธอ เลือดลมก็สูบฉีดอย่างพลุ่งพล่าน ร่างการของเธอมีความร้อนระอุ เหงื่อแตกพรากหลั่งไหลจนเปียกชุ่มไปทั่วกายราวกับคนที่เพิ่งอาบน้ำมาหมาดๆ
“ได้โปรด”
มันทรมานมากเกินไป ความพยศของวาเนสซ่าหดหายไปชั่วขณะเมื่อเธอถูกเพลิงพิศวาสแผดเผากาย สิ่งที่เธอเปล่งออกไปไม่รู้ว่ามันได้โปรดให้เขาปล่อยหรือได้โปรดเข้ามาหาเธอมากขึ้นกันแน่
ความรู้สึกมันยุ่งเหยิงสิ้นดี !!!
“อยากให้ฉันปล่อยเธอเหรอ”
แอเรียลกระซิบถามชิดริมฝีปาก ขณะที่สะโพกรัวจังหวะโหมกระหนำสู่กายสาว หญิงสาวตาพร่า เธอรู้ว่าเธอควรจะทำยังไงกับเขาแต่มันทำไม่ได้
ตอนนี้เธอโอบกอดร่างหนาเอาไว้
มันบ้าบอมากและเธอไม่อาจปล่อยกายของเขาไปได้เลย
“อะ....อา....อา....อะ....อา....”
“ถามแล้วก็ครางแบบนี้หมายความว่ายังไงนะ”
หญิงสาวยังคงครางเช่นเดิม พอจะอ้าปากพูดแอเรียลก็จะดุดันกับเธอทำให้เธอเปล่งเสียงพูดไม่ได้กลับกลายเป็นว่าต้องครางสยิวแทนที่ หญิงสาวนึกบริภาษเขาอยู่ในใจ แอเรียลไม่เร้าหรือต่อ เขาเชยชมริมฝีปากอวบอิ่ม ลากไล้เป็นทางยาวผ่านลำคอและลาดไหล่บอบบาง พรมจูบไปทั่วทุกพื้นที่แถมยังกลั้นแกล้งเธอโดยการทิ้งร่องรอยจ้ำแดงเป็นดวงเอาไว้อีกด้วย
จานนั้นแอเรียลก็ลากริมฝีปากของตนต่ำลงไปหาทรวงอกอวบอิ่ม
“อ๊าส์!”
ริมฝีปากร้อนครอบครองยอดอกชูชัน เขาปั่นป่วนเธออย่างหนักหน่วงเหลือเกิน หญิงสาวถูกหลอมละลายจนเนื้อตัวอ่อนปวกเปียกไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป ไม่พอแค่นั้น เธอยังแอ่นอกให้เขาเชยชมเธออีกด้วย การกระทำก๋ากั่นช่างน่าตีซะจริง
จังหวะที่หนักหน่วงอยู่แล้วก็หนักหน่วงเพิ่มมากยิ่งขึ้น แอเรียลผลักดันเธอให้วิ่งไปพร้อมกับเขา แม้ปากของเขาจะทำงานแต่มันไม่มีผลต่อการลดหย่อนประสิทธิภาพของสะโพกหนา แอเรียลทำหน้าที่ได้ดีที่ทุกส่วนจริงๆ
“อะ...อา...กรี๊ดดดด!!!”
จนในที่สุดเขาก็พาเธอมาเยือนดินแดนแห่งความสุขได้สำเร็จ แอเรียลไม่มีอาการเหนื่อยหรือแม้แต่เสียงครางตอนเขาสุขสมก็ไม่เล็ดลอดออกมา
“ปะ....ปล่อยได้แล้ว”
“ตายจริงนี่ฉันเผลอปล่อยในไปเหรอเนี่ย เห็นที่พรุ่งนี้เธอต้องพบหมอซะแล้วล่ะ” แอเรียลลืมตัวเองแม้จะเตรียมเครื่องป้องกันมาอย่างดีแต่ก็หลงลืมจนได้
อาจเพราะเขาต้องการเอาชนะวาเนสซ่าจึงทำให้บุ่มบ่ามทำอะไรขาดความยับยั้งชั่งใจซะก่อน แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แอเรียลมีหมอที่ทำหน้าที่คุมกำเนิด เขามั่นใจว่าวาเนสซ่าจะไม่ตั้งครรภ์สายเลือดของเขาอย่างแน่นอน แอเรียลผิดพลาดแต่ก็มีแผนสำรองเพื่อรองรับความผิดพลาดของตนเอง
ชายหนุ่มไม่โอบกอดเธอเพื่อปลอบโยน เขาถอนกายออกและวาเนสซ่าก็ไม่ได้ต้องการการปลอบโยนหรืออ้อมกอดของเขา เธอคิดว่ามันจบลงแล้ว เขาได้ความสาวของเธอไปและได้ทำลายเธอย่อยยับ สมใจเขาแล้วแอเรียลคงกลับไปที่ห้องนอนของเขา ทว่ามันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด แอเรียลเพียงแค่เดินไปหยิบเอาเครื่องป้องกันมาจากกระเป๋ากางเกงของเขา ก่อนที่เขาจะสวมมันแล้วกระโดดขึ้นเตียงมาจัดการเธออีกครั้ง
“คุณ!!!”
“ทำตกใจไปได้”
“จะทำอะไรไร”
“พร้อมขนาดนี้ยังจะถาม”
“ฉันต้องการพักผ่อน”
“ฉันไม่ให้เธอพักผ่อนจนกว่าฉันจะพึงพอใจ”
“ไม่ได้นะ”
“ต้องได้สิทำไมจะไม่ได้ในเมื่อฉันอยากได้มันก็ต้องได้!” คนตัวโตพูดอย่างเอาแต่ใจ เขาเริ่มเกรี้ยวกราดกับเธอ เมื่อเธอทำท่าว่าจะขัดใจโดยการพูดแย้งเขา แอเรียลก็ประกบริมฝีปากของเขาเข้ากับริมฝีปากของเธอ
“อื้อ!!!” หญิงสาวดีดดิ้ดหนีเอาตัวรอดแต่ก็ไม่สำเร็จ ยิ่งเธอดิ้นเขยิ่งดุดัน จูบดุเดือดจนริมฝีปากของเธอแสบร้อนและชา แอเรียลร้ายกาจและไม่มีความปราณีให้แก่ผู้ที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขา
จนในที่สุดเธอก็ยินยอมให้เขาเชยชมเธอ
ร่างบางถูกจับพลิกคว่ำ แอเรียลใจท่าให้เธอคลานเข่าโดยมีเขาอยู่ข้างหลัง เขาพรมจูบแผ่นหลังขาวเนียน ฝ่ามือสอดมาใต้ร่างสาวแล้วคว้าเอาทรวงอกสองเต้าไปขย้ำเคล้นคลึงอย่างเมามัน เมื่อเขาแตะต้องพอใจก็ย้ายมือไปขย้ำบั้นท้ายกลมกลึงของเธอ ไม่พอยังเอาฝ่ามือฟาดอย่างหมั่นเขี้ยวอีกด้วย
เพียะ!!!!
“อะ....โอ๊ย!!!”
เพียะ!!!!
“เจ็บนะฉันเจ็บ”
“อ้อเหรอ”
เขาทำเสียงยียวนกวนประสาทเพื่อหยอกเย้าเธอ หญิงสาวอยากหันไปทางข้างหลังแล้วกราดคำด่าใส่เขายิ่งนัก แต่หากทำได้ง่ายโดยที่มันไม่มีผลกระทบถึงพ่อเธอคงทำไปแล้ว
พอทำไม่ได้เธอก็ต้องสงบปากสงบคำ!
“ยอมเร็วแบบนี้ไม่สนุกเลย”
“.....”
“ต้องโดนกระแทกหนักๆ สินะเธอถึงจะสู้ฉัน”
“.....”
“โอเคถือว่าตกลง”
แอเรียลพูดเองเออเอง เขาจับแกนกายลำยักษ์กดเข้าไปในร่องสวาทคับแน่น หญิงสาวขย้ำผ้าปูเตียงกัดริมฝีปากของตัวเอง เธอยังเล็กคับแคบเกินไป มีขนาดแตกต่างกับแอเรียลอย่างมาก หญิงสาวสูดลมหายใจ จะไม่แสดงความอ่อนแอให้เขาขำหรอกนะ
นางบำเรออย่างวาเนสซ่าไม่มีสิทธิ์ได้รับไออุ่นจากอ้อมกอดของแอเรียล และยิ่งสถานะของเธอที่เข้ามาเพราะหนี้สินแอเรียลไม่ได้ให้การดูแลเอาใจใส่ดีสักเท่าไร เมื่อเขาเสร็จกิจเขาก็จากไปโดยไม่บอกไม่กล่าว ปล่อยให้หญิงสาวนอนอ้างว้างโอบกอดตัวเองใต้ผ้าห่มผืนหนา
“ถ้าหมดหนี้หมดสินออกไปแล้วจะหนีไปให้ไกลที่สุดเลย”
วาเนสซ่าจะถือว่าบุญคุณได้รับการทดแทนแล้ว เธอเจ็บปวดและทรมาน บางคนอาจคิดแตกต่างจากวาเนสซ่า แอเรียลเป็นชายรูปโฉมงามและดูสง่าองอาจ สาวๆ ที่ไหนก็อย่างขึ้นเตียงเคียงคู่กับเขา แต่วาเนสซ่าแตกต่างเธอไม่ได้หลงใหลได้ปลื้มเขา เธอมีความคิดที่ว่าคนที่จะขโมยหัวใจของเธอไปได้นั่นคือคนดีและควรค่าแก่ร่างกายและหัวใจของเธอที่จะมอบให้
ทว่าแอเรียลคือจอมมารร้ายกาจเขาพรากทุกอย่างไปจากเธอ แต่กระนั้นจะโทษว่าเป็นความผิดของเขาฝ่ายเดียวไม่ได้ แอเรียลไม่จำเป็นต้องมีวาเนสซ่าในชีวิต เขามีสาวสวยให้เลือกขึ้นเตียงเป็นร้อยเป็นพันคน และหากพ่อของเธอไม่นำเธอมาเขาก็คงไม่คิดยุ่งกับเธออยู่แล้ว
วาเนสซ่ากอดตัวเองคิดแล้วน้ำตาก็ไหลพราก
วาเนสซ่าไม่ใช่คนแข็งแกร่งแต่เธอพยายามสร้างเปลือกห่อคุ้มกายเพื่อป้องกันอันตรายเท่านั้นเอง ซึ่งมันก็ช่วยได้เฉพาะบางเรื่องเท่านั้น วาเนสซ่าพบว่าเธอต้องมีสติ แค่เปลือกที่ห่อหุ้มกายต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนหากไม่มีสติมันก็อาจพังทลายย่อยยับได้อย่างง่ายได้ สติจะทำให้เธอแก้ไขปัญหาและเอาตัวรอดได้ดี
ทว่า......
เธอโชคร้ายที่ดันมาเจอกับคนอย่างแอเรียลนี่สิ
“เกลียดขี้หน้าเขาชะมัดเลย”
เธอเลือนกายลุกขึ้นนั่งแม้จะขยับตัวได้ลำบาก แต่เมื่อนึกถึงหน้าคนใจร้ายก็ทำให้เธอมีพลัง หญิงสาวคว้าเอาหมอนข้างกายมาแล้วก็จับขย้ำ ถึก และฟาดไปมาบนเตียง เธอทำราวกับว่าหมอนเป็นตัวแทนของแอเรียลอย่างไรอย่างนั้น จนเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูจากข้างนอกหญิงสาวจึงหยุดการกระทำก้าวร้าวของตน
“ขอประทานโทษนะคะ นายท่านเรียนเชิญคุณวาเนสซ่าที่ห้องอาหารค่ะ”
“เช้าแล้วเหรอ”
“สายแล้วค่ะ”
“ฉันจะนอนฉันไม่ไป”
“หากคุณไม่ไปดิฉันจะโดยลงหวายค่ะ”
“บ้าที่สุดเลย!”
วาเนสซ่าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทำไมคนรวยคนนี้ชอบวางอำนาจยิ่งนัก แม้แต่กับสาวใช้ที่คอยรองมือรองเท้าเขาก็ไม่เว้น ให้ตายเถอะ! เขาเป็นคนประเภทที่เธอเกลียดที่สุดเลย จะลงหวายคนใช้ทำราวกับว่าตัวเองอยู่ในสมัยโบราณที่ยังไม่เลิกทาส
ฮึ่ย!!!!
“ดิฉันช่วยนะคะ”
สาวใช้ทำท่าว่าจะเดินมาประคองวาเนสซ่าแต่ถูกวาเนสซ่ายกมือห้ามปรามไว้ก่อน เธอเป็นคนร่างกายแข็งแรงดีไม่ได้พิการก็แค่เจ็บตัวเพราะถูกกินจนไม่รู้วันเวลา วาเนสซ่าไม่ชอบให้ใครมาประคบประหงมเธอ เรื่องเล็กแค่นี้เธอดูแลตัวเองได้
“ไม่ต้อง เธอออกไปรอหน้าประตู เสร็จแล้วฉันจะเดินออกไป”
“แต่ว่านายท่าน......”
“เธอไม่พูดฉันไม่พูดเขาไม่รู้หรอก ถ้าเขารู้ฉันจะโดนลงหวายแทนเธอเอง แบบนี้เธอสบายใจไหม?”
“ก็ได้ค่ะ”
แล้วสาวใช้ก็จากไปอย่างง่ายดาย ส่วนวาเนสซ่าก็เดินประคองตัวเองอย่างทุลักทุเลมายังห้องน้ำ เธออาบน้ำไม่นานและแต่งตัวไม่นาน ใบหน้าสวยมีการเติมแต่งด้วยแป้งฝุ่นกลิ่นหอม บนริมฝีปากเคลือบด้วยลิปมันแวววาวเท่านั้น เธอไม่พิถีพิถันและอยากทำตัวโทรมให้แอเรียลเขี่ยเธอทิ้งเร็วๆ
“คิดว่าขาดใจตายคาเตียงไปแล้วซะอีก”
นั่นคือคำทักทายแรกเมื่อเขาเห็นหน้าของวาเนสซ่า หญิงสาวเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรงเพื่อระงับอารมณ์ตัวเองๆ ไม่ให้ใจร้อนพลั่งปากกราดด่าสวนกลับคนใจร้ายอย่างเขาไป วาเนสซ่าคิดแล้วเธอก็เชิดหน้าขึ้นสูง เธอยืนอยู่ตรงทางเข้าไม่ขยับเขยื้อนกายไปไหน เธอตั้งใจจะเอาคืนแอเรียลโดยการท่วงเวลาอาหารของเขา
“คิดดีแล้วเหรอที่ดื้อรั้นกับฉัน”
“เรื่องของฉัน”
“เรื่องของเธอก็เรื่องของฉันอย่าลืมสิว่าเธอมาที่นี่ในฐานะอะไรและฉันก็ถือได้ว่าเป็นผู้ปกครองของเธอนะวาเนสซ่า”
คำว่า ‘ผู้ปกครอง’ ของแอเรียลไม่ได้มีความหมายที่มันควรจะเป็นแต่มันหมายถึงการปกครองโดยที่เธอเป็นเบี้ยล่างและมีเขาเป็นผู้อยู่เหนืออำนาจจะสั่งให้เธอทำอะไรก็ย่อมได้
วาเนสซ่าคิดแล้วก็ยิ่งเกลียดชังน้ำหน้าแอเรียลมากขึ้นไปอีก
“ฉันรู้สถานะของตัวเองดี”
“รู้แต่ก็ชอบทำตัวมีปัญหากับฉันอยู่เรื่อย”
“คุณต้องการอะไรคุณแอเรียล”
“ต้องการให้เธอมานี่”
เขาเลื่อนเก้าอี้ที่เขานั่งเล็กน้อยพร้อมกับเอามือตบหน้าตักตัวเองเบาๆ บอกเป็นนัยว่าต้องการให้เธอเดินไปนั่งบนตักของเขา วาเนสซ่ามีท่าทีอึกอัก ในห้องอาหารไม่ได้มีแค่เธอกับเขาเท่านั้น สาวใช้สี่คนและบอดิการ์ดอีกสีคน ยืนคุ้มอยู่ด้วย เธอหน้าหนาไม่พอหรอกนะ
แอเรียลที่เดาความคิดของหญิงสาวออกจากท่าทางที่เธอแสดงออกมาเขาก็นึกสนุกอย่างแกล้งเธอ
“เร็วๆ สิหรือต้องให้ฉันเดินไปอุ้มเธอดีล่ะ”
“ฉันจะนั่งตรงนั้น”
“เธอไม่มีสิทธิ์ทำในสิ่งที่เธอต้องการวาเนสซ่า”
เขาใจร้ายกับเธอมากและขี้กลั่นแกล้งมากด้วยเช่นกัน วาเนสซ่ามองเข้าไปนัยน์ตาคู่คมทรงเสน่ห์และเต็มไปด้วยพลังอำนาจ เธอเห็นว่าตาของเขาเปล่งประกายความสนุกสนานที่ได้ต้อนเธอให้จนมุม
วาเนสซ่ากำมือแน่นก่อนที่เธอจะเดินกระทืบเท้าเข้าไปนั่งบนตักของเขา
“ว่าง่ายแต่แรกก็จบ”
บทล่าสุด
#24 บทที่ 24 จบบริบูรณ์
อัปเดตล่าสุด: 8/4/2026#23 บทที่ 23 เชื้อพ่อแรงมาก
อัปเดตล่าสุด: 8/4/2026#22 บทที่ 22 สวีทหวิวสองผัวเมีย
อัปเดตล่าสุด: 8/4/2026#21 บทที่ 21 รู้สึกผิด
อัปเดตล่าสุด: 8/4/2026#20 บทที่ 20 ความหึงเป็นเหตุ
อัปเดตล่าสุด: 8/4/2026#19 บทที่ 19 เด็กชายซามูเอล
อัปเดตล่าสุด: 8/4/2026#18 บทที่ 18 เข้าหอ
อัปเดตล่าสุด: 8/4/2026#17 บทที่ 17 งานแต่งงาน
อัปเดตล่าสุด: 8/4/2026#16 บทที่ 16 เมียงอน
อัปเดตล่าสุด: 8/4/2026#15 บทที่ 15 ตามใจเมีย
อัปเดตล่าสุด: 8/4/2026
คุณอาจชอบ 😍
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!













