บทที่ 8 นางบำเรอท้อง

“วันนี้วาเนสซ่าจะออกไปข้างนอกกับผมนะครับหม่ามี้”

แอเรียลต้องแจ้งให้มารดาทราบเหมือนเป็นธรรมเนียมไปแล้ว เขาไม่อาจทำตามใจตัวเองได้ในเรื่องวาเนสซ่าหากมารดายังปักหลักอยู่ที่นี่และตั้งท่าจะยึดครองตัววาเนสซ่าแต่เพียงผู้เดียว

“จะพาน้องออกไปเที่ยวใช่ไหมจ๊ะ หม่ามี้เห็นด้วยนะ วาเนสซ่าอยู่แต่ในคฤหาสน์คงเบื่อแย่” ครองขวัญพูดเองเออเอง ทางด้านแอเรียลจึงใช้โอกาสจากคำพูดของมารดาเอามาใช้ต่อ

“ใช่ครับ....พอดีชุดของวาเนสซ่าเก่ามากแล้ว ผมก็เลยจะพาเธอไปเปิดหูเปิดตาข้างนอก และช็อปปิ้งครับ”

“หม่ามี้ไปไหมคะ”

วาเนสซ่าเสียมารยาทเมื่อแอเรียลพูดจบเธอก็พูดต่อ เธอมองไปยังครองขวัญเหมือนต้องการความช่วยเหลือ แต่ครองขวัญทำท่าไม่เห็น ยกแก้วชาขึ้นจิบก่อนจะยิ้มบางเบา แล้วตอบ

“ตามสบายเถอะจ๊ะหม่ามี้แก่แล้วไม่ค่อยชอบการเดินห้างสักเท่าไหร่”

“ไปกับฉันสองคนจะเป็นไรไปเราไม่ได้หวานด้วยกันมานานแล้วนะวาเนสซ่า” แอเรียลทำเสียงเหมือนกำลังเสียดายช่วงเวลาที่เขาและเธอไม่ได้ใกล้ชิดกัน

ครองขวัญรู้ครองขวัญเห็นทุกอย่างเธอรับรู้แม้กระทั้งความทรมานของลูกสาวและวันนี้เธอก็ใจดีให้แอเรียลและวาเนสซ่าได้มีเวลาอยู่ใกล้ชิดกัน เมื่อคืนคงยังไม่พอ ตอนเช้าถึงกับมาขอตัวพาไปข้างนอกด้วยกันอีก

“เป็นแฟนกันก็ต้องมีช่วงเวลาได้อยู่ด้วยกันบ้าง วันนี้หม่ามี้จะอยู่กับสาวใช้และเดินชมสวน หนุ่มสาวออกไปข้างนอกบ้านก็ดูแลกันดีๆ และเที่ยวกันให้สนุกนะจ๊ะ”

ครองขวัญพูดแบไม่มีช่องว่างให้ใครแทรก จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นพร้อมกับเรียกสาวใช้มาประคองเธอจากนั้นก็ขอตัวเดินออกไปทำธุระของเธอตามที่ได้บอกกับสองหนุ่มสาวเอาไว้

“เราจะไปช็อปปิ้งกันก่อนจากนั้นก็จะไปหาหมอเพื่อคุมกำเนิด” แอเรียลกระซิบบอก แขนกำยำโอบรีดรอบเอวบางคอดแล้วพาเดินออกข้างนอกไปขึ้นรถ

วาเนสซ่าไม่มีเวลาได้เตรียมตัวเพราะแอเรียลรีบมาก

และเมื่อมาถึงห้างสรรพสินค้าที่แอเรียลสั่งปิดเพื่อความเป็นส่วนตัวเป็นการชั่วคราว เขากำลังบอกเธอทางอ้อมหรือเปล่านะว่า เขาคือคนที่มีอำนาจมากและเอาแต่ใจมาก อยากได้อะไรต้องได้ดั่งใจ

ส่วนหญิงสาวคือนางทาสและนางบำเรอที่ต้องยอมเออออกับเขามีเสียงไม่ได้

“เธออยากได้ชุดไหนก็เลือกเอา แต่ขอชุดนอนและชุดชั้นในแบบเซ็กซี่เพราะฉันชอบ”

“ฉันไม่ต้องการค่ะ”

“แต่ฉันต้องการให้เธอต้องการมัน”

“คุณแอเรียลคะชุดที่มีในตู้มันเยอะแล้วนะคะ”

“โอเค เธอกำลังเรียกร้องความสนใจจากฉันเพื่อให้ฉันเลือกให้สินะแม่นางบำเรอ”

“.........” หญิงสาวไม่ตอบ ไม่ใช่ว่ายอมรับคำพูดของเขา แต่เธอตระหนักได้ว่าขืนตอบไปเขาก็พูดจาตอบกลับมาในรูปแบบเดิม ดังนั้นเธอจึงต้องเงียบเบือนหน้าหนีเขาซะ

“กล้าดีมาก”

แอเรียลพูดแค่นั้น ก่อนที่เขาจะหันไปเลือกชุดให้เธอ เป็นชุดแบบเรียบร้อยสำหรับสวมใส่อยู่บ้านและใส่ออกไปข้างนอกได้ แอรียลใช้เวลาไม่นานเขาก็พาเธอออกจากร้านเสื้อผ้าแล้วก็มาเข้าร้านชุดนอนชุดชั้นในวาบหวิว

ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวๆ

อย่าว่าแต่เรื่องเซ้นท์การเลือกชุดไปรเวทเลยแม้แต่ชุดนอนและชุดชั้นในเขายังมีเซ้นท์เลือกที่ดี และเซ้นท์ดังกล่าวมีแรงความหื่นเป็นตัวขับเคลื่อนซะด้วยสิ

วาเนสซ่าอยากกลั้นใจตายมันซะตรงนี้ สายตาของพนักงานสาวที่เมียงมองมาที่เธอ แม้จะเป็นสายตาชื่นชมปนอิจฉา แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีเลย เธอกลับรู้สึกอับอายมาก แถมยังมีบอดี้การ์ดนับสิบคนเดิมตรมเป็นพรวน แบบนี้เขาก็รู้กันทั่วน่ะสิว่าเธอต้องเป็นคนสวมใส่ชุดบ้าๆ นั่น

โอ๊ย!! ใจจะวาย!!

“จะอายจะเขินก็เรื่องของเธอฉันบอกแล้วว่าให้เธอเลือกเองช่วยไม่ได้”

ใบหน้างดงามตราตรึงใจก้มลงตาหลุบต่ำมองปลายเท้าของตัวเอง จากนั้นเธอก็เดินตามหลังแอเรียลออกไปจากห้างสรรพสินค้า รถยนต์มุ่งตรงไปยังโรพยาบาลเอกชนชั้นนำเป็นสถานที่ที่เป็นความตั้งใจอันดับต้นๆ ของเขาเลยก็ว่าได้

“สวัสดีค่ะฉันหมอเวก้าค่ะเป็นหมอประจำตระกูลฝ่ายคุมกำเนิดยินดีที่ได้รับใช้คุณผู้หญิงนะคะ”

“รีบพาเธอไปตรวจเดี๋ยวไม่ทันการณ์”

แอเรียลแทรกเสียงขึ้น น้ำเสียงของเขาห้วนและดุดัน คุณหมอสาวยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น ก่อนจะพาหญิงสาวงามเดินมายังห้องตรวจ

เวก้าได้สอบถามรายละเอียดด้านร่างกายของวาเนสซ่าอย่างละเอียด และเพื่อความชัวร์ก็ใช้เครื่องมือทางการแพยท์ที่ทันสมัยตรวจมากถึงสามรอบด้วยกัน สำหรับตระกูลอินเซนดิโอจะใช้เครื่องมือแพทย์อย่างฟุ่มเฟือยกี่ครั้งก็ได้ แม้แต่ปวดหากต้องการหายภายในหนึ่งวันหมอประจำตระกูลที่มีถึงสิบคนก็ต้องสันหาตัวยามารักษา

ทว่าหากเกิดการตั้งครรภ์จากคู่นอนของใครคนใดคนหนึ่งในตระกูลต่อให้หมอเก่งกาจแค่ไหนก็ไม่อาจมากรักษาให้หายจากการตั้งครรภ์ได้ นอกจากการทำแท้ง ทว่าหากเรื่องถึงหูมาดามใหญ่แห่งอินเซนดิโอทำแบบนั้นแม้แต่ลูกก็อาจถูกตัดขาดจากกองมรดก

“ตรวจอีกนานไหมคะกว่าจะได้คุมกำเนิด” วาเนสซ่าถาม เธอรู้สึกใจหวิวๆ อย่างไรชอบกล ทางด้านหมอเวก้าใบหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ก็ยิ้มได้ไม่สุด

“คุมกำเนิดไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวหมอขอตัวไปหานายท่านก่อนนะคะต้องปรึกษาเพราะเรื่องใหญ่มาก” ว่าแล้วหมอเวก้าก็เดินออกไปข้างนอก

“เป็นยังไงบ้างเวก้า”

“ไม่สามารถคุมกำเนิดได้ค่ะและดิฉันต้องถามความเห็นจากนายท่าน”

“อะไรคือไม่สามารถคุมกำเนิดได้เวก้า”

“คุณผู้หญิงที่เวก้าตรวจเธอตั้งครรภ์ได้สามสัปดาห์แล้วค่ะ”

“ห๊ะ!!!”

แอเรียลเบิกตาโพลง ตกใจมากถึงมากที่สุด แต่เขาไม่แปลกใจที่วาเนสซ่าท้องเพราะแอเรียลชอบทำสดและหลั่งเข้าไปในร่างกายของเธอ

เรื่องมันช้าเพราะสามแฝดพาตัวเธอไปและต่อมามารดาของเขาก็ปรากฏตัว แอเรียลไม่ลืมแต่เขาไม่รู้ว่าจะพูดกับมารดายังไง สองสาวต่างวัยเล่นเดินตัวติดกันซะขนาดนั้น

บ้าเอ๊ยเป็นพ่อคนแล้วเหรอวะ?

“นายท่านต้องการให้ดิฉันทำแทงให้หรือเปล่าคะ”

“ถามบ้าอะไรแบบนั้นเธออยากให้หม่ามี้ฆ่าฉันหรือไง บ้าเอ๊ย!!!” แอเรียลเดินเข้าไปในห้องตรวจอย่างรวดเร็ว ครองขวัญหันมามองเขาอย่างงงๆ จากนั้นร่างของเธอก็ลอยหวืดไปอยู่ในวงแขนของเขา

“โทษใครไม่ได้นอกจากโทษตัวเองเธอคงต้องเป็นเมียฉัน” ขณะที่เขาพูดหญิงสาวก็ยังมีอาการงงอยู่ อะไรของเขากันนะ อยู่ห้างสรรพสินค่าเรียกเธอว่านางบำเรอพอมาโรงพยาบาลกลับได้เป็นเมียซ้อย่างนั้น ผู้ชายคนนี้ประหลาดหรือเขาเป็นไบโพล่า อารมณ์แปรปรวนเหลือเกิน

“ผมต้องจัดงานแต่งแบบเร่งด่วนครับ”

แอเรียลมาถึงคฤหาสน์ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาบอกสิ่งที่เขาจะทำให้มารดาได้ทราบ ครองขวัญไม่แปลกใจแต่เธอแสดงออกโดยการทำหน้างงครุ่นคิดถึงสาเหตุ ทำไมลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอยากแต่งงานกับนางบำเรอ? แม้ฉากหน้าจะแสดงออกว่าเป็นคนรักกัน แต่ก็ไม่อาจโกหกครองขวัญได้ เพียงแต่เธอเลือกที่จะเงียบทำตัวเป็นคลื่นใต้น้ำ

ทว่าข่าวที่แอเรียลบอกมาเมื่อสักครู่ก็สร้างความพึงพอใจให้ครองขวัญอยู่ไม่น้อยทีเดียว

“วาเนสซ่าท้องครับ”

“ดีใจด้วยนะจ๊ะ”

“อะไรนะคะ?”

วาเนสซ่ายังไม่รู้ตัวเลยว่าท้อง หมอเวก้าไม่ได้บอกอะไรเธอแต่บอกกับแอเรียลแล้วเขาก็พาเธอกลับทันทีโดยไม่คิดจะอธิบาย และวาเนสซ่าก็เพิ่งมารู้ เธอกำลังตั้งครรภ์เชื้อสายของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่

วาเนสซ่าเบิกตากว้างปากอ้าค้างเธอตกใจมาก

“อ้าววาเนสซ่ายังไม่รู้เหรอจ๊ะ”

“มะ...ไม่คะ.....ก็คุณ....”

ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ตอบแอเรียลก็แทรกเสียงตอบเอง “ผมรีบครับเลยพาเธอกลับบ้านตั้งใจว่าจะบอกพร้อมกับหม่ามี้”

“อย่างนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องงานแต่งนะ หม่ามี้จะจัดงานให้เอง อยากได้แบบไหนก็บอกหม่ามี้”

วาเนสซ่าไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิด แอเรียลไม่รักเธอจะแต่งงานและอยู่ด้วยกันได้ยังไง เขาคิดอะไรของเขาอยู่นะ ลืมไปแล้วหรือยังไงว่าเธอกับเขาคบกันหลอกๆ เท่านั้น สถานะที่แท้จริงเธอมันก็เป็นแค่ “นางบำเรอ”

ใบหน้าขาวไร้สีสันซีดเผือก

ครองขวัญมองเห็นปฏิกิริยาดังกล่าวแต่เลือกที่จะเงียบ เห็นที่ว่าเธอคงต้องยื่นมือเข้ามาช่วยกระชับความสัมพันธ์หนุ่มสาวให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ครองขวัญกลัวใจแอเรียลเหลือเกิน แม้จะเป็นสุภาพบุรุษและมีความอ่อนโยน ทว่าสิ่งที่มีกลับมีให้เฉพาะคนที่แอเรียลเรียกว่าเป็นครอบครัวเท่านั้น แต่หากวาเนสซ่าชนะใจแอเรียลทำให้แอเรียลหลงรักหัวปักหัวปำ และทุกอย่างมันก็จะลงตัว

“ขอบคุณหม่ามี้นะครับ และผมต้องขอตัววาเนสซ่าก่อน เธอเดินห้างกับผมหลายชั่วโมงคงเหนื่อย ผมขอพาเธอไปพักผ่อนนะครับ”

“ตามสบายจ๊ะ เวลาอาหารค่ำหกโมงเย็นนะจ๊ะ”

“ครับ”

แอเรียลเข้ามาประคองร่างบางให้เดินไปด้วยกัน เขาไม่ได้พาเธอมานอนพักผ่อนซะทีเดียว แอเรียลมีความนัยแอบแฝง นั่นคือเหตุผลจริงๆ ของเขาที่ต้องขอตัวเธอกับมารดา

และเรื่องที่เขาจะพูดต่อไปนี้เป็นความลับระหว่างเขาและเธอ

“อย่าเพิ่งดีใจไปวาเนสซ่า เราแต่งงานกันก็ใช่เธอจะใรสิทธิ์ในตัวฉัน ทรัพย์สมบัติ หรือแม้แต่ลูก”

คล้ายกับว่าเธอถูกเขาเอาน้ำกรดสาดหน้า ทั้งแสบทั้งคันและร้อนไปหมดราวกับหน้าเธอไหม้ไปแล้ว แอเรียลไม่เคยใจดีกับเธอจริงๆ สักที เขาทำดีหวังผลเสมอ ท่อนแขนของเขาที่โอบรอบเอวคอดอย่างทะนุถนอมเมื่อครู่ผละออกไป หญิงสาวรู้สึกหนาวแปลกๆ และเธอก็พูดอะไรไม่ออก เพราะจุกในลำคอเหมือนมีก้อนสะอึก

ผู้หญิงต่อให้เข้มแข็งยังไงหรือต่อให้พยศร้ายมากแค่ไหนสุดท้ายแล้วพวกเธอก็สามารถกลายเป็นคนอ่อนแอได้เพราะเรื่องของผู้ชายที่เธอทอดกายให้ ไม่ว่าจะบังคับหรือเต็มใจก็ตาม

“ถึงกับอึ้งไปเลยสินะฉันรู้ทันความคิดของเธออยู่หรอก”

“....”

“ในฐานะที่เธอเป็นแม่ของลูก ฉันก็จะไม่ใจร้ายใจดำ หนี้สิ้นของฮาซาร์จะถูกยกเลิกแต่ฉันต้องทำสัญญากับพ่อของเธอ เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่มาก้าวก่ายชีวิตของฉันและลูก รวมถึงทรัพย์สมบัติ ส่วนเธอ.....เราจะแต่งงานกันใช้ชีวิตอย่างปกติ แต่เราต้องหย่าขาดกัน ฉันใจดีให้เวลาเธอได้อยู่กับลูก 1 ปีหลังคลอด และเธอต้องหาทางหย่าขาดกับฉัน เพื่อที่ฉันจะไม่เสียประโยชน์เธอต้องเซ็นเอกสารนี่ซะ เราต้องทำสัญญากัน”

แอเรียลร่ายยาวพร้อมกับเดินไปเอาเอกสารสำคัญมาให้เธอเซ็น วาเนสซ่าไม่รู้ว่าเขาเตรียมมันตั้งแต่ตอนไหน แต่คนอย่างแอเรียลสามารถทำได้แม้ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที หญิงสาวอ่านเอกสาร เธอตกเป็นรองเขาโดยไม่ต้องสงสัย ไร้สิทธิ์ทุกอย่าง แอเรียลไม่มีเธออยู่ในแผนการในชีวิตของเขา

จะบอกว่าเขาใจดีก็ไม่ใช่ แต่แอเรียใจร้ายมาก เขาต้องการฆ่าเธอทั้งเป็นชัดๆ หัวอกคนเป็นแม่ที่รักและผูกพันกับลูกตัวเองเป็นเวลาเก้าเดือนและต้องอยู่กับลูกอีกหนึ่งปีเต็ม แต่วันหนึ่งตองมาแยกจากกัน ไม่มีสิทธิ์พบหน้ากันไม่ว่าจะกรณีใดทั้งสิ้น แค่คิดถึงวันนั้นเธอก็เจ็บปวดเหลือเกิน

หมามันยังรักลูกและมนุษย์ล่ะเขาคิดว่าเธอไร้หัวจิตหัวใจหรืออย่างไรกัน?

ทว่าต่อให้เธอไม่ยอมเขาก็สามารถหาวิธีการมาบีบบังคับให้เธอยินยอมจนได้ วาเนสซ่าขอบตาร้อนผ่าว เธอน้อยเนื้อต่ำใจกับชีวิตทรหดของตัวเอง ก่อนที่เธอจะเปล่งเสียงถามเขาไปว่า “ฉันต้องโกหกหม่ามี้เหรอคะ แล้วหากหม่ามี้จับได้ล่ะฉันต้องทำยังไง”

“ก็ไม่เชิงว่าต้องโกหกซะทีเดียวหรอกนะ แต่เมื่อถึงวันนั้นหม่ามี้จะเข้าใจว่า เรารักกันไม่มากพอจึงไปกันไม่ได้ ฉันจะให้สิทธิ์เธอเป็นฝ่ายขอหย่ากับฉันก่อน แบบนี้โอเคไหม?”

เธอไม่โอเคกับข้อเสนอเห็นแก่ตัวของเขาทั้งนั้น!!!

วาเนสซ่าตะโกนตอบเขาในใจ หญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเอง กลั้นใจอย่างสุดชีวิตที่จะไม่แสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น เธอต้องแข็งแกร่งกว่านี้วาเนสซ่า ทุกปัญหาย่อมมีทางออก บอกตัวเองแบบนั้น พยายามคิดในแง่บวก แต่เมื่อเธอเงยหน้าสบตาคมกริบของเขาที่ดุดันและเย็นชา มันก็ทำให้เธอรู้สึกหนาวเหน็บกับความจริง

เขาไม่มีร่องรอยอาลัยอาวรณ์ต่อเธอไม่ว่าจะในสถานะไหนก็ตาม

ตุบ! ตุบ! ตุบ! เสียงหัวใจของเธอเต้นตุบๆ ช้าๆ แต่ทุกจังหวะแสนหนักหน่วงราวกับมีคนเอาหอกแหลมคมมาปักใส่กลางใจครั้งแล้วครั้งเล่า วาเนสซ่าสูดลมหายใจ เธอหลุบตาลงทำทีเป็นสนใจเอกสารในมือ

‘คุณแม่ขาหนูจะทำยังไงดี? ปัญหาและความเจ็บปวด ทำไมมันต้องถาโถมเข้ามาในเวลาเดียวกัน’

เธอตั้งคำถามกับมารดาของเธอที่ล่วงลับไปแล้ว แต่มันก็ไร้ซึ้งคำตอบ ท่านคงไปสู่ภพภูมิที่สงบสุขไร้สิ่งก่อกวนใจ วาเนสซ่านิ่งเงียบอยู่แบบนั้น เธอพยายามใจความคิด และพยายามพาตัวเองออกจากกับความเจ็บปวด

และไม่นานเสียงทุ้มก็ดึงเธอออกจากภวังค์

“ฉันมีธุระสำคัญต้องไปทำ ฉันจะให้เวลาเธอคิดและทำใจหนึ่งคืน พรุ่งนี้เธอต้องเซ็นเอกสารให้ฉันนะ เพราะคืนนี้ฉันจะออกไปติดต่อกับพ่อของเธอ อ้อ.....ฝากเอาไว้อีกเรื่อง อย่าทำตัวมีปัญหาไม่อย่างนั้นฮาซาร์พ่อของเธอเดือดร้อนแน่”

“วาเนสซ่าท้องอย่างนั้นเหรอ”

น้ำเสียงของฮาซาร์แช่มชื่นมากกว่าครั้งไหนๆ ดวงตาเปล่งประกายเมื่อได้ยินข่าวใหม่ที่มาจากปากแอเรียลโดยตรง ฮาซาร์คาดหวังในตัวของวาเนสซ่าเอาไว้สูง ลูกสาวของเขาสวยราวกับนางฟ้านางสวรรค์ แม้แต่แอเรียลก็ยังหลงใหลจนพลาดพลั้งท้อง

“ผมจะแต่งงานกับเธอ”

“ดีเลย”

“แต่อย่าคิดว่าเธอจะมีสิทธิ์ในตัวของผมหรือทรัพย์สมบัติ เราแต่งงานกันและทำสัญญากันเรียบร้อยก่อนแต่ง ผมกับเธอจะหย่าขาดจากกันหลังจากที่เธอคลอดลูกและอยู่เลี้ยงลูกในเวลา1ปี”

“ดะ....ได้ไง....ทำไมคุณถึงเป็นคนใจอำมหิตแบบนี้”

“ก่อนจะว่าผมก้มดูตัวเองก่อนนะ” แอเรียลพยายามอย่างมากที่สุดที่จะไม่แสดงความเกรี้ยวกราดใส่ฮาซาร์

“แต่งงานกันแล้วทำไมต้องเลิก ยังไงวาเนสซ่าก็เป็นแม่ของลูก เธอต้องได้ไม่มากก็น้อย”

“ผมทำได้เพียงแค่ยกหนี้ให้คุณเท่านั้นฮาซาร์”

“ไม่คุ้ม”

“นั่นมันก็เรื่องของคุณเพราะหากคุณเรื่องมากผมจะปลิดชีวิตของคุณทิ้งซะ จากนั้นก็จะเอาลูกสาวของคุณไปขาย แบบนี้ดีไหมฮาซาร์”

“เธอท้องอยู่นะ”

“อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่มีความแน่นอนบนโลกใบนี้”

“ผมต้องการเงินเพิ่มได้หรือเปล่า”

การพนันมันเข้าเส้นเลือดแล้วล่ะ ทุกลมหายใจเข้าออกของฮาซาร์มีแต่เงินและการเล่นพนัน ฮาซาร์เล่นทั้งบ่อนใต้ดินและบนดิน โดยมีเงินทุนมาจากการกู้ยืมจากแอเรียลนั่นเอง

ซึ่งมันไม่เคยพอเมื่อเงินหมดฮาซาร์ก็จะเริ่มสร้างหนี้สินใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ

แม้แอเรียลจะจ่ายให้ฮาซาร์เป็นร้อยล้านพันล้านมันก็ไม่มีทางพอหรอกหากฮาซาร์ไม่ปรับปรุงตัวเองให้เป็นคนดี ไม่ใช่ว่าฮาซาร์จะต้องหักดิบตัวเองไม่เล่นการพนันเลย เพียงแต่มันต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม เล่นเอาพอสนุกได้เสี่ยงโชค ไม่ใช่เล่นเอาเป็นเอาตายแล้วขายลูกสาวกินโดยไร้ซึ่งมนุษยธรรม แต่ก็ช่างเถอะเขาเป็นเจ้าหนี้ไม่ใช่คุณครูที่ต้องมาสั่งสอนฮาซาร์ให้กลับตัวกลับใจ

“ที่ผมให้ไปก็เยอะมากพอแล้ว และคุณคงยังไม่รู้ว่า ลูกสาวของคุณทำให้ผมต้องเสียเงินมากกว่าสามร้อยล้านเหรียญ”

“แต่ผมติดขัดเรื่องเงินจริงๆ นะคุณแอเรียล ขอเถอะนะ สักห้าสิบล้านหรือร้อยล้านก็ได้”

แอเรียลแสะยิ้มมุมปาก ช่างน่าสมเพช คิดเอาได้แต่ลูกสาวเป็นตายยังไงไม่สนใจ ก็ดีนะเพราะเขาเองก็ไม่ใช่คนเห็นอกเห็นใจใครอยู่แล้ว ฮาซาร์ขอเงินกับเขาราวกับขอเงินห้าสิบกับหนึ่งร้อยเหรียญ ใช้เงินมากจนไม่เห็นคุณค่าของเงิน เขาไม่มีทางเอาคนแบบนี้มาเป็นพ่อตาหรอก แค่ระยะเวลาที่ต้องแต่งงานก่อนหย่าขาด2ปี มันก็ทำให้แอเรียลกระอักกระอวนใจแทบจะอาเจียน

แต่การกำจัดฮาซาร์ออกจากชีวิตมันก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ

แอเรียลมองฮาซาร์นิ่งล้วใช้ความคิด.......

“ได้หรือเปล่า”

“อืม....แต่มีข้อแม้นะผมจะจ่ายให้คุณห้าร้อยล้านเหรียญแลกกับการที่คุณต้องเลิกยุ่งกับครอบครัวของผมทุกกรณี และคุณไม่มีสิทธิ์ในตัวของวาเนสซ่า ไม่ว่าตอนนี้ที่ผมกับเธอเป็นผัวเมียกันหรือว่าหลังเราหย่ากัน ยังไงเธอก็คือแม่ของลูก ผมคงอับอายขายหน้าแน่หากคุณขายลูกสาวกินในฐานะของโสเภณี”

“ผมตกลง”

“คุณอยากเขียนจดหมายถึงลูกสาวของคุณหรือเปล่าฮาซาร์”

“ไม่มีความจำเป็นแค่เซ็นสัญญาทุกอย่างก็จบ”

“อิกอร์เตรียมเอกสารและเช็คมาให้คุณฮาซาร์เขาหน่อย”

“ครับนายท่าน”

รอไม่นานอิกอร์ก็กลับมาพร้อมเอกสารและเช็คเงินสด แอเรียลระบุจำนวนเงินลงในเช็ค เขาร่ำรวยมากเงินแค่ห้าร้อยล้านเหรียญสหรัฐจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แม้มันจะเกินความจำเป็น แต่เพื่อชีวิตที่สงบสุขมากขึ้นเขาก็ยินดีจ่าย ระหว่างที่แอเรียลเซ็นเช็ค ฮาซาร์ลงลายลักษณ์อักษรในกระดาษโดยไม่อ่านรายละเอียดใดๆ ทั้งสิ้น

แอเรียลยิ้มมุมปากก่อนจะยื่นเช็คไปให้ฮาซาร์

“หวังว่าคุณจะรักษาสัญญานะ”

“แน่นอนอยู่แล้ว” ฮาซาร์เอาเช็คมาไว้ในมือก็อบอุ่นใจ ก่อนจะขอตัวลาไปเล่นพนันต่อ

“นายท่านจะกลับคฤหาสน์หรือว่าเพนท์เฮ้าส์ครับ”

“แน่นอนว่าฉันต้องกลับคฤหาสน์เพราะแนไม่อยากฟังหม่ามี้บ่น หลังแต่งงานคงสบายหู ปาป๊าคงมาตามง้อหม่ามี้แล้วพากลับ” แอเรียลคิดแบบนั้นจึงตอบอิกอร์ไปแบบนั้น

ทว่าทางด้านบอดี้การ์ดคนสนิทที่เติบโตมาด้วยกันอย่างอิกอร์กลับคิดต่าง หากแอเรียลสนิกกับกราเซียโน่เป็นหลานสุดที่รัก สามแฝดก็สามารถสนิทกับครองขวัญและเป็นหลานรักได้เหมือนกัน หากแอเรียลฟ้องกราเซียโน่ได้ สามแฝดก็ฟ้องครองขวัญได้เหมือนกัน

และไอ้ความสอดรู้สอดเห็นของสามแฝดไม่ปราณีใครอยู่แล้ว แม้คนในคฤหาสน์แม้จะจงรักภักดีต่อแอเรียลมากแค่ไหนก็ตาม หากครองขวัญเอ่ยปากสอบถามอะไรนิดหน่อย ความลับทั้งหมดก็คายออกมาอย่างง่ายดาย

อิกอร์อยากเตือนเจ้านายแต่ไม่มีโอกาสสักทีเนื่องจากแอเรียลเอาเวลาทำแต่งานและคลุกอยู่แต่กับนางบำเรอที่เพิ่งขยับสถานะมาเป็น ‘คุณผู้หญิงของมาเฟียเถื่อน’ แต่เอาล่ะ! อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดและการที่อิกอร์เงียบไม่พูดมันอาจจะเป็นเรื่องดีในอนาคตก็ได้นะ

“สำหรับฮาซาร์แล้วเขามองเธอเป็นเพียงวัตถุบริหารเงินของเขาเท่านั้นวาเนสซ่า เธอควรจะขอบคุณฉันนะที่ฉันชวนกันพ่อเลวๆ และเห็นแก่ตัวแบบนั้นออกจากชีวิตของเธอ”

ก่อนนอนก็เจ็บช้ำเช้าตืนขึ้นมาก็เจ็บช้ำหนักกว่าเก่า ทั้งบิดาและแอเรียลต่างก็ใจร้ายกับเธอมากเหลือเกิน ในขณะที่เธอตั้งครรภ์อ่อนๆ เธอควรที่จะรู้สึกถึงความสุขและความว่างเปล่าจากปัญหาหรือเปล่านะ ทว่าตรงกันข้าม ช่างเป็นคนที่น่าเวทนาเหลือเกิน

วาเนสซ่ามองสัญญาที่บิดาของเธอลงลายลักษณ์อักษรชัดเจน นี่คือชีวิตจริงไม่ใช่บทละคร วาเนสซ่ามีความรักและความเคารพในฐานะลูกสาวให้แก่ฮาซาร์ ทว่าเมื่อฮาซาร์ลงลายลักษณ์อักษรว่าจะตัดขาดกับเธอไปพร้อมๆ กับเงินก้อนโตที่สำคัญกว่า วาเนสซ่าต้องทำใจยอมรับ และเธอก็ไม่อาจทำตัวเป็นเครื่องมือให้ฮาซาร์ขูดรีดเอาเงินจากใครได้อีกแล้ว

ในเรื่องแย่ก็มีเรื่องดีแฝงอยู่แต่มันก็เป็นเพียงแค่1%เท่านั้น

และเธอก็ควรขอบคุณเขาสินะ.....?

“ขอบคุณนะคะ”

“ฉันจะเพิ่มข้อสัญญาอีกหนึ่งข้อที่เธอต้องปฏิบัติตาม”

“ค่ะ”

“เธอห้ามขายตัวให้ใครเด็ดขาดแม้เราจะหย่าขาดกันไปแล้วก็ตาม”

อะ....อะไรกัน! นี่เขาเห็นเธอเป็นคนสิ้นคิดแบบนั้นเชียวเหรอ? วาเนสซ่าเจ็บหน่วงในอกข้างซ้าย ความคิดของแอเรียลช่างร้ายกาจ เขาไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษกับเธอ แม้แต่ความอ่อนโยนและความใจดีมันก็เป็นเพียงเรื่องลวงโลกเท่านั้น ทว่าหากเป็นคนในครอบครัวแอเรียลปฏิบัติตรงกันข้ามกับเธอทุกอย่าง

จริงสินะ....ก็เธอมันไม่สำคัญ!!!

“เข้าใจหรือเปล่าที่พูด”

“เข้าใจค่ะและฉันจะไม่มีวันทำแบบนั้น”

“ก็ดี คืนนี้เธอต้องนอนกับฉันนะ ฉันบอกหม่ามี้ว่าต้องการดูแลเธออย่างใกล้ชิด เราจะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กันในคืนนี้”

“ค่ะ”

น้ำเสียงแผ่วเบาขานรับ แอเรียลพูดจบเขาก็เดินออกไปข้างนอก ทิ้งให้เธออยู่คนเดียวอีกครั้ง ขณะนั้นหญิงสาวครุ่นคิดหาทางออก

หากทิ้งเขายังพอทนแต่ถ้าให้ทิ้งลูกเธอทำใจไม่ได้จริงๆ

“หากเราต้องการลูกเมื่อเราหนีไม่ได้เราก็ต้องอยู่”

“แต่เราจะอยู่ยังไงล่ะเมื่อเขาผลักไสเราซะขนาดนี้”

“โอ๊ยปวดหัวจัง”

หญิงสาวเอามือคลึงขมับไปมา สมองของเธอตั้งแต่เมื่อวานจนถึงเช้าวันนี้ก็ไม่ได้หยุดคิดเลย แต่มันก็คิดไม่ออกเลยจริงๆ แอเรียลร้ายกาจ เขาพูดจริงทำจริง เธอผู้หญิงตัวคนเดียวต่อกรอะไรกับเขาไม่ได้เลย แม้แต่การปราบพยศเธอเขาก็ทำมันมาแล้วจนเธออ่อนแอปวกเปียกจนถึงทุกวันนี้

วาเนสซ่าเคยเป็นคนเข้มแข็งและแก้ปัญหาได้เร็ว ทว่ายิ่งใกล้ชิดกับแอเรียล เพราะว่าเขามีนิสัยที่จัดได้ว่าเลวร้ายมาก ความพยศและความแข็งแกร่งของวาเนสซ่าจึงอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ ยากจะก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง

“บ้าจริง”

วาเนสซ่ารู้สึกสิ้นหวัง เธอใช้มือสองมือปิดหน้าตัวเองแล้วไว้ จู่ๆ ก็รู้สึกอยากร้องไห้แล้วน้ำตามันก็หลั่งไหลพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย ไหล่บอบบางสั่นไหวกับแรงสะอื้นไห้ของเธอ

เธอรู้ว่าหากเธอยังอ่อนแออยู่แบบนี้มันมีแต่ผลเสียตามมา ทว่าปัญหาที่เธอกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้มันหนักหน่วงมาก จนเธอไม่อาจยิ้มรับกับปัญหานี้ได้ วาเนสซ่าจึงทำได้แค่เพียงระบายความรู้สึกของเธอผ่านน้ำตาจำนวนมาก ก่อนที่เธอจะผล็อยหลับไปในที่สุด

“คนท้องจะมีอารมณ์แปรปรวนและอ่อนไหวง่ายมาก แอเรียลเป็นสุภาพบุรุษมากพอที่หม่ามี้จะเชื่อใจว่าลูกจะไม่รังแกหนูวาสเนสซ่า”

ครองขวัญต้องแจ้งเรื่องนี้ให้แอเรียลทราบ หลังจากเมื่อวานในมื้ออาหารค่ำ เธอเห็นว่าวาเนสซ่ามีสีหน้าไม่สู้ดีนักหลังจากขึ้นไปพักผ่อนบนห้องพร้อมกับแอเรียล แน่นอนว่ามันคงต้องมีอะไรที่มากกว่านั้นอย่างแน่นอน ด้านร่างกายครองขวัญไม่เป็นห่วง แต่ด้านจิตใจของวาเนสซ่านี่สิน่าเป็นห่วง เธอไม่ร่าเริงอย่างที่ควรจะร่าเริง

“ผมจะไปทำแบบนั้นทำไมกันล่ะครับเธอกำลังท้องลูกของผมอยู่นะครับ”

“ลูกของแอเรียลกับวาเนสซ่าต่างหาก แอเรียลควรใช่คำว่าเรานะจ๊ะ”

“ครับหม่ามี้”

“แอเรียลรู้ไหมว่าผู้หญิงเวลากำลังท้องหากเธอมีอาการเศร้าและคิดมากมันจะส่งผลต่อครรภ์จนอาจทำให้แท้งได้ หม่ามี้เห็นหนูวาเนสซ่าสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก เหมือนมีเรื่องหนักใจและเรื่องเศร้า”

“เธอคงช็อคเรื่องท้องอยู่ครับ”

“คนรักกันเมื่อท้องมันควรเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่ใช่เหรอจ๊ะ” ครองขวัญพูดดักทุกทาง แอเรียลเม้มริมฝีปากเบาๆ ก่อนจะคลียิ้มแล้วตอบ

“นั่นสิน่ะครับ สงสัยเธอต้องการการเอาใจจากผมมากขึ้นแน่เลยครับ ผมไม่ค่อยมีเวลาให้เธอสักเท่าไหร่”

“จ๊ะ....เพราะฉะนั้นหม่ามี้เห็นสมควรว่าลูกต้องทำหน้าที่สามีและพ่อของลูกให้ดีเยี่ยมมากขึ้นนะจ๊ะ”

“ขอบคุณที่ชี้แนะครับผมจะนำไปปฏิบัตินะครับ จริงสิ....ผมมีธุระต้องออกไปข้างนอกสักหน่อย ขอตัวก่อนนะครับหม่ามี้” แอเรียลกล่าวขอตัว จากนั้นก็ลุกไปสวมกอดมารดาและก็เดินออกไป

ครองขวัญรู้ว่าแอเรียลพยายามหลีกเลี่ยงบทสนทนากับเธอที่หากไม่รีบแยกตัวออกบทสนทนาไม่มีวันจบง่ายๆ อย่างแน่นอน ครองขวัญมองตามหลังลูกชายแล้วก็ลอบถอนหายใจ

หากแอเรียลเดินตามรอยของราฟาเอลแล้วเกิดวาเนสซ่าใจแข็งยิ่งกว่าครองขวัญล่ะก็ ครองขวัญไม่อยากคิดสภาพเลยว่าหลานของเธอในวันที่ขาดแม่ไปตลอดกาลจะเจ็บปวดกับปมด้อยนี้มากสักแค่ไหน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป