บทที่ 7 ลูบหัวไว้สำหรับเด็ก

"แบบบ้านโครงการนี้ ผมว่าเราปรับพื้นที่ส่วนกลางให้กว้างขึ้นอีกนิดดีไหมขิม"

ภัทรลากปลายดินสอไม้ไปตามเส้นขอบของพิมพ์เขียวบนโต๊ะทำงานตัวกว้าง แต่ทิศทางของดวงตากลับทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใส เขาพลิกดินสอไปมาในมือ สายตาว่างเปล่าไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวเลขสเกลตรงหน้าแม้แต่น้อย

ขิมกระแทกปากกาลงบนโต๊ะไม้ เสียงดังกึกเรียกให้คนเหม่อลอยสะดุ้งตัวเบาๆ เธอหรี่ตามองใบหน้าคมคายของแฟนหนุ่ม คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความจับผิด

"เป็นอะไรไปคะภัทร ตั้งแต่นั่งลงตรงนี้ วันนี้คุณดูเหม่อลอยแปลกๆ นะ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ บอกขิมมาได้เลยนะ"

"เปล่าครับ ไม่มีอะไรสักหน่อย" ภัทรละล่ำละลักตอบ ส่ายหน้าปฏิเสธ เขารีบก้มหน้ามองแบบแปลนบ้านทำทีเป็นสนใจ ทว่าเพียงแค่อึดใจเดียว เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ก็ดังลอดออกมาจากริมฝีปากหยักพร้อมกับไหล่กว้างที่ลู่ตกลง

ขิมทนดูไม่ได้ เธอขยับเก้าอี้ ลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะทำงานตัวใหญ่ไปหาแฟนหนุ่ม ท่อนแขนเรียวสอดเข้าโอบกอดรอบคอคนรักจากด้านหลัง โน้มใบหน้าลงไปใกล้ชิด

"คุณถอนหายใจเป็นรอบที่สิบแล้วนะคะภัทร" ขิมกระซิบข้างหูเขา น้ำเสียงอ่อนลงเต็มไปด้วยความห่วงใย "บอกขิมมาเถอะค่ะ งานก่อสร้างมีปัญหา หรือว่า เป็นเรื่องของยัยมะลิคะ"

ภัทรเม้มริมฝีปากแน่น นิ้วมือเคาะลงบนโต๊ะอย่างคนคิดไม่ตก

"ผมแค่รู้สึกสงสารพี่คินน่ะขิม ผมไม่คิดเลยว่าพี่คินจะต้องมาเจอคนแบบคุณแพรวพูดจาเหยียบย่ำซ้ำเติมเอาตอนที่ร่างกายเขากำลังลำบากแบบนี้"

ขิมชะงักร่างกายนิ่งงัน แขนที่โอบกอดคลายออกเล็กน้อย เธอเบิกตากว้าง ทวนคำพูดของเขาด้วยความไม่เข้าใจ

"แพรวเหรอคะ แพรวมาซ้ำเติมอะไรพี่คินคะภัทร เมื่อวานตอนสายๆ แพรวโทรศัพท์มาบอกขิมว่าแค่แวะมาเอาของที่ลืมทิ้งไว้แป๊บเดียวเองนะคะ แพรวไม่ได้พูดถึงพี่คิรินเลยด้วยซ้ำ"

"ก็เรื่องนั้นแหละครับ" ภัทรหันเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอ แววตาของเขาจริงจัง "มะลิเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อวานคุณแพรวพูดจาแย่มาก เธอว่าพี่คิรินว่าเป็นภาระของครอบครัว แถมยังแสดงท่าทางรังเกียจถุงฉี่ของพี่คินอย่างออกนอกหน้า มะลิกลัวขิมจะเครียดก็เลยไม่กล้าปริปากบอกใคร แต่ผมดูจากสภาพแล้ว พี่คินน่าจะซึมไปเยอะเลยนะขิม"

ขิมรู้สึกเหมือนโดนสาดด้วยน้ำเย็น ใบหน้าของเธอชาหนึบ หัวใจบีบรัดอย่างรุนแรง ความรู้สึกผิดต่อพี่ชายปะทุขึ้นมาพร้อมกับความโกรธ เธอคบกับแพรวมานาน ไม่คิดว่าเพื่อนรักจะกล้าทำเรื่องต่ำทรามแบบนี้ในบ้านของเธอเอง

"แพรวทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ" เสียงของขิมสั่นพร่า

เธอไม่รอฟังคำอธิบายใดๆ เพิ่มเติม ขิมผละตัวออกจากภัทร พุ่งตรงไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนมุมโต๊ะ นิ้วเรียวกดสไลด์หน้าจอเข้าแอปพลิเคชันดูกล้องวงจรปิดของบ้านด้วยความรวดเร็ว เธอเลื่อนแถบเวลาถอยหลังกลับไปยังช่วงสายของเมื่อวาน กะเวลาให้ตรงกับช่วงที่พี่ชายมักจะนั่งรถเข็นออกมาสูดอากาศที่ห้องรับแขก

"ขิมกำลังดูอะไรครับ" ภัทรลุกขึ้นยืน ชะโงกหน้าเข้ามาดูจอโทรศัพท์ในมือเธอ

"ขิมจะขอดูให้เห็นกับตาค่ะ" ขิมตอบเสียงแข็ง สายตาจดจ้องหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็กๆ ไม่กะพริบ

ภาพในจอแสดงให้เห็นแพรวยืนอยู่กลางโถงบ้าน ริมฝีปากของแพรวขยับรัวเร็วเหมือนกำลังพ่นคำพูดร้ายกาจ แม้จะไม่ได้ยินเสียงจากกล้องมุมนี้ แต่สีหน้าเหยียดหยามและท่าทางจีบปากจีบคอนั้นชัดเจนจนไม่ต้องจินตนาการ ขิมกัดฟันเมื่อเห็นเพื่อนรักยกมือขึ้นมาปิดจมูกพร้อมกับเบือนหน้าหนี ทำท่าทีเหมือนได้กลิ่นเหม็นเน่าตอนที่สายตาตวัดมองไปที่ถุงปัสสาวะใต้รถเข็นของคิริน

และภาพที่กรีดหัวใจขิมจนแหว่งวิ่น คือภาพพี่ชายสายเลือดเดียวกันกำลังก้มหน้าต่ำลงเรื่อยๆ ไหล่กว้างที่เคยผึ่งผายของคิรินสั่นเทาอย่างน่าสงสาร ท่าทางของเขาเหมือนคนพ่ายแพ้และหมดสิ้นความหวังทุกอย่างในชีวิต

ขิมกำโทรศัพท์แน่น น้ำตารื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว

แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ร่างเล็กของมะลิก็วิ่งพรวดเข้ามา

"นั่นมะลินี่" ภัทรชี้ไปที่หน้าจอ

ขิมมองตามพยาบาลสาวร่างเล็กที่ก้าวออกมายืนกางแขนบังหน้าพี่ชายของเธอเอาไว้ ท่าทางของมะลิในจอดูไม่ได้ก้าวร้าวหรือหยาบคาย แต่มันเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและมั่นคง ขิมเห็นมะลิขยับปากพูดประโยคยาวเหยียด ร่ายรัวจนแพรวถึงกับหน้าถอดสีซีดเผือด เพื่อนรักของเธอก้าวถอยหลังหนีไปหลายก้าว ก่อนจะสะบัดหน้าเชิดใส่แล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากบ้านด้วยท่าทางหัวฟัดหัวเหวี่ยง

ในหน้าจอกล้องวงจรปิด มะลิหันกลับไปหาคิริน มะลิค่อยๆ เอื้อมมือไปกุมมือหนาของพี่ชายเธอเอาไว้ ก่อนจะเข็นรถพาเขาออกไปทางระเบียงรับลมอย่างใจเย็นและทะนุถนอม

"มะลิ ขอบใจเธอมากนะที่ออกหน้าปกป้องพี่ชายของฉัน"

ขิมใช้นิ้วปาดน้ำตาทิ้ง กดปิดแอปพลิเคชันอย่างรวดเร็ว เธอหันขวับกลับมาหาภัทร ดวงตาที่เคยมีน้ำตาคลอเบ้าแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและดุดัน

"ขิมจะไปจัดการเรื่องนี้เองค่ะ แพรวไม่ใช่เพื่อนของขิมอีกต่อไปแล้ว คนที่จิตใจคับแคบ กล้าเหยียบย่ำคนป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แบบพี่คิริน ขิมคบเป็นเพื่อนต่อไปไม่ได้จริงๆ ค่ะ"

ภัทรพยักหน้ารับช้าๆ วางมือลงบนบ่าของขิมเพื่อเรียกสติ "ขิมใจเย็นๆ ก่อนนะครับ เรื่องคุณแพรว น้องมะลิเขาจัดการตอกกลับไปรอบนึงแล้ว แต่อย่างน้อยตอนนี้ขิมก็ได้รู้ความจริงแล้วนะ ว่าน้องมะลิเขาตั้งใจทำงานและพร้อมจะปกป้องดูแลพี่ชายขิมจริงๆ"

ขิมพ่นลมหายใจระบายความอึดอัดออกมาแรงๆ ความโกรธแค้นที่มีต่อแพรวเริ่มหลอมละลายกลายเป็นความประทับใจในตัวเด็กสาวพยาบาลคนใหม่ จากที่เคยตั้งแง่และแอบหงุดหงิดสงสัยว่าทำไมภัทรถึงดูสนิทสนมและเอ็นดูมะลิออกหน้าออกตา

"คุณพูดถูกค่ะภัทร มะลิไม่ใช่แค่พยาบาลจ้างรายเดือนแล้วล่ะ ยัยเด็กคนนั้นคือพยาบาลนางฟ้าประจำบ้านนี้จริงๆ"

ขิมระบายยิ้มบางๆ ออกมา ก่อนจะชะงักงันเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ใบหน้าสวยเฉี่ยวหันไปค้อนขวับใส่แฟนหนุ่มทันที

"แต่มีเรื่องนึงที่ขิมยังติดใจอยู่นะคะภัทร" ขิมหรี่ตาลง จับผิดคนตรงหน้า

ภัทรทำหน้าเหวอ ถอยหลังไปครึ่งก้าว "เรื่องอะไรครับขิม ผมทำอะไรผิดอีก"

"ก็เรื่องที่คุณเอามือไปลูบหัวยัยมะลิเมื่อกี้ยังไงล่ะคะ" ขิมยกแขนขึ้นกอดอก หน้ามุ่ยลงทันตาเห็น "เราคบกันมาตั้งนาน ภัทรไม่เคยเอามือมาลูบหัวขิมด้วยสายตาแบบนั้นบ้างเลยนะคะ ทำไมกับมะลิถึงต้องทำท่าทางอ่อนโยนขนาดนั้นด้วยล่ะคะ พี่น้องข้างบ้านเขาลูบหัวกันบ่อยขนาดนี้เลยเหรอ"

ภัทรหลุดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำออกมาจากลำคอเมื่อเห็นท่าทางแง่งอนแบบเด็กๆ ของนักธุรกิจสาวผู้เก่งกาจและเด็ดขาด เขาเดินสืบเท้าเข้ามาชิดตัวขิม ท่อนแขนแข็งแรงสอดเข้าโอบรัดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ดึงรั้งให้ร่างของเธอเข้ามาแนบชิดกับอกกว้าง

"โธ่ ขิมครับ ก็นั่นคือน้องสาวจริงๆ นี่นา" ภัทรใช้นิ้วชี้เชยคางแฟนสาวให้เงยขึ้นมาสบตากับเขา "ผมเห็นมะลิมาตั้งแต่เขายังเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยกวิ่งน้ำมูกไหลย้อยอยู่เลยนะครับ จะให้คิดเป็นอื่นได้ยังไง"

"แล้วทำไมทีกับขิม คุณไม่เห็นเคยลูบหัวปลอบใจแบบนั้นบ้างล่ะคะ"

"ที่ผมไม่ลูบหัวขิม ก็เพราะผมอยากจะทำอย่างอื่นที่มันมากกว่าการลูบหัวยังไงล่ะครับ"

"ทำอะไรคะ"

ขิมยังพูดไม่ทันจบประโยคดี ภัทรก็โน้มใบหน้าลงมาปิดทับริมฝีปากของเธอด้วยจูบที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยความโหยหา

เรียวลิ้นร้อนชื้นแทรกซึมเข้าไปในโพรงปากหวาน หยอกเย้าเกี่ยวพันจนขิมตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ฝ่ามือหนาที่เคยโอบเอวเลื่อนสูงขึ้นมาขยำกอบกุมหน้าอกอิ่มภายใต้เสื้อสูททำงานตัวสวย เขาออกแรงบีบเค้นอย่างหนักมือด้วยความหมั่นไส้ระคนต้องการสื่อสารถึงความเป็นเจ้าของร่างกายนี้

"อื้อ ภัทรขา" ขิมครางเครือในลำคอ พยายามยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างให้ถอยห่าง แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับเหือดหายไปกับรสจูบที่แสนเอาแต่ใจ

"เลิกงอนนะครับคนเก่งของผม" ภัทรผละริมฝีปากออกมากระซิบชิดกลีบปากที่เริ่มเจ่อช้ำ

"การลูบหัวน่ะ มันเอาไว้ใช้ปลอบใจสำหรับเด็กประถมเท่านั้นแหละครับ แต่สำหรับผู้หญิงของผมคนนี้ ผมต้องดูแลด้วยวิธีที่พิเศษกว่านั้นเยอะครับ"

พูดจบภัทรก็จงใจขยับฝ่ามือบีบเค้นเต้าอวบของเธออีกครั้งอย่างจาบจ้วงจนขิมใบหน้าร้อนผ่าว แดงซ่านไปถึงใบหู ความขุ่นมัวหึงหวงเมื่อครู่ปลิวหายวับไปกับอากาศ เหลือทิ้งไว้เพียงแรงอารมณ์วาบหวามที่พุ่งสูงขึ้นตามสัมผัสของชายหนุ่ม

"คนบ้า หื่นไม่เลือกเวลาเลยนะ ไปคุยงานของตัวเองต่อให้เสร็จเดี๋ยวนี้เลยนะคะ" ขิมบ่นอุบอิบเสียงสั่น ซบใบหน้าที่แดงจัดลงกับแผงอกล่ำสันของเขาเพื่อซ่อนความเขินอาย

"ครับๆ รับทราบครับเจ้านาย ผมจะไปทำงานเดี๋ยวนี้แหละ เดี๋ยวคุยรายละเอียดงานเสร็จ เราออกไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันนะครับ แล้วพอกลับมาถึง ผมจะขออนุญาตดูแลคุณแบบพิเศษต่อที่ห้องนอนของคุณด้วย ดีไหมครับขิม"

ภัทรขยิบตาหลิ่วให้เธอหนึ่งทีด้วยความเจ้าเล่ห์ ก่อนจะยอมปล่อยแขนจากเอวบางแล้วเดินกลับไปทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตามเดิม ทิ้งให้ขิมยืนขาแข็ง หน้าแดงจัดอยู่กลางห้องทำงานเพียงลำพัง

"ตั้งใจทำงานไปเลยนะภัทร ขิมจะไปชงกาแฟมาให้"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป