บทนำ
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
บท 1
[คิริน]
"โอ๊ย! เจ็บ! เช็ดเบาๆ หน่อยสิวะ ป้าวิภา"
ผมสบถลั่นห้อง สะบัดแขนหนีไอ้ผ้าขนหนูสากๆ ที่ป้าแกลงน้ำหนักถูไถลงมาบนเนื้อผมราวกับกำลังขัดพื้น กล้ามเนื้อท่อนบนที่ยังพอมีความรู้สึกเกร็งสั่นสะท้าน ผมกัดฟันแน่น ข่มความปวดร้าวที่แล่นริ้วขึ้นมาตามเส้นประสาท มันเจ็บกาย แต่มันไม่เท่ากับความสมเพชตัวเองที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ
"ก็คุณคิรินเกร็งตัวต้านแรงทำไมล่ะคะ!" ยายป้าวิภากระแทกเสียงตอบทันควัน แกโยนผ้าขนหนูเปียกชุ่มแหมะลงบนอกผมอย่างจงใจ น้ำเย็นเฉียบซึมทะลุเสื้อยืดที่เพิ่งเปลี่ยนไปได้ครึ่งตัวจนเปียกเป็นวงกว้าง "ฉันพลิกตัวทีก็เกร็งที ขืนดื้อแบบนี้เมื่อไหร่จะเช็ดเสร็จฮะ!"
ผมขบกรามแน่นจนปวดร้าวไปทั้งขมับ เลือดในกายเดือดพล่าน "ฉันไม่ได้เกร็ง ท่อนล่างฉันมันขยับไม่ได้โว้ย! เธอเป็นคนดูแลประสาอะไร ถึงไม่รู้วิธีขยับตัวคนป่วย จับกระชากเอาๆ แบบนี้กะจะให้กระดูกหักรึไง!"
"อ๋อ... นี่ถึงขนาดสอนวิธีทำงานให้ฉันเลยเหรอคะ" ผู้ช่วยพยาบาลวัยกลางคนยกแขนกอดอก พ่นลมหายใจพรืดใหญ่ใส่หน้าผม "งั้นก็เชิญนอนแช่น้ำไปแบบนี้แหละค่ะ! ทำนั่นก็เจ็บ ทำนี่ก็ไม่ถูกใจ เรื่องมากนักก็ลุกขึ้นมาเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเองเลยสิคะ!"
คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางอกผมซ้ำๆ
ลุกขึ้นมาทำเองเหรอ ถ้าผมทำได้ ถ้าขาทั้งสองข้างของผมมันยังก้าวเดินได้เหมือนก่อน ผมจะยอมทนนอนเป็นผัก ให้ผู้หญิงแปลกหน้ามาจิกหัวด่าอยู่บนเตียงนี้ทำไม! ผมกำผ้าปูเตียงแน่น ริมฝีปากสั่นระริก
"หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ"
"ทำไมคะ รับความจริงไม่ได้เหรอ!" ไม่พูดเปล่า ยายป้ากระชากเสื้อยืดตัวใหม่สวมพรวดลงมาทางหัวผม ออกแรงดึงรั้งจนตะเข็บคอเสื้อขูดผิวเป็นรอยแดงๆ ผมพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่ไอ้ท่อนล่างที่ตายด้านมันทำให้ผมสู้แรงคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ไม่ได้เลยซักนิด
"โอ๊ย! ปล่อย! บอกให้ปล่อยไงวะ!" ผมรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี ปัดมือหยาบกระด้างนั้นออกสุดแรง "ออกไปเลยนะ! ต่อไปนี้ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก ฉันจะให้ขิมเปลี่ยนคน!"
"นึกว่าฉันอยากอยู่ดูนักรึไงคะ วันๆ เอาแต่อาละวาด ปาข้าวของ ทำตัวงี่เง่าเรียกร้องความสนใจ สภาพแบบเนี้ย ใครเขาจะอยากมาทน! ถามจริงเถอะ ถ้าไม่ได้เห็นแก่เงินเดือนแพงหูฉี่ ฉันเก็บกระเป๋าเผ่นไปตั้งแต่วันแรกแล้วค่ะ!"
"งั้นก็ไสหัวไปซะ! ไป!" ผมตะเบ็งเสียงลั่น คว้าแก้วน้ำพลาสติกบนโต๊ะข้างเตียงเขวี้ยงสุดแรง แก้วลอยเฉียดหัววิภาไปกระแทกผนัง น้ำกระจายเลอะเทอะเต็มพื้นห้อง แต่นั่นแหละคือทั้งหมดที่ผมทำได้ ทำได้แค่นี้จริงๆ
"ไปแน่ค่ะ! แล้วรอดูเลยนะ ว่าจะมีใครหน้าไหนทนคนพิการนิสัยเสียแบบคุณได้อีก!"
"พอได้แล้วค่ะ ป้าวิภา"
เสียงเย็นเฉียบของ 'ขิม' ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตู ผมชะงัก หันไปมองน้องสาวแท้ๆ ของตัวเองที่ยืนหน้าตึงสนิทอยู่ในชุดสูททำงาน ขิมแผ่รังสีความกดดันจนยายป้าวิภาถึงกับก้าวถอยหลัง
"คะ คุณขิม คือ คือคุณคิรินเขาอาละวาด"
"ฉันได้ยินทุกอย่างค่ะ" ขิมตัดบทเสียงเรียบ สายตากวาดมองเสื้อผ้าหลุดลุ่ยของผม สลับกับแอ่งน้ำบนพื้น "ทางเราจ้างคุณมาในฐานะผู้เชี่ยวชาญนะคะ จ่ายค่าจ้างแพงกว่าเรตมาตรฐานโรงพยาบาลเอกชนตั้งสามเท่า เพราะเราคาดหวังความเป็นมืออาชีพ"
"แต่คุณคิรินด่าฉันก่อนนะคะคุณขิม! ฉันก็คนนะ"
"หน้าที่ของคุณคือดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยค่ะ" ขิมก้าวฉับๆ เข้ามาขวางหน้าเตียง บังตัวผมไว้มิดราวกับจะปกป้อง "ไม่ใช่มาด่าทอซ้ำเติมข้อบกพร่องของเขา พฤติกรรมของคุณเมื่อกี้ ไม่สะท้อนความเป็นมืออาชีพเลยสักนิด ไม่เหมาะจะเป็นคนดูแลใครทั้งนั้น"
วิภาหน้าถอดสี "คือฉัน คุณขิมคะ ฉันขอโทษ..."
"ไปเก็บของเถอะค่ะ เราคงร่วมงานกันต่อไม่ได้แล้ว" ขิมไล่ตะเพิดด้วยคำพูดเชือดเฉือน "ค่าจ้างของเดือนนี้ฉันจะโอนให้เต็มจำนวน ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาที่คุณมา ทนคนของฉัน ก็แล้วกัน"
"แต่ในสัญญาจ้างมันต้องบอกล่วงหน้า"
"ถ้าคุณจะอ้างเรื่องสัญญา ฉันก็จะขอดูกล้องวงจรปิดในห้องนี้ย้อนหลังทั้งหมดค่ะ" ขิมจ้องตาไม่กะพริบ "แล้วเรามาดูกัน ว่าคุณทำหน้าที่ตามสัญญาได้ครบถ้วน หรือมีข้อหาทำร้ายร่างกายผู้ป่วยพ่วงมาด้วย จะเอาแบบนั้นไหมคะ"
คำขู่นั้นทำเอาคนดูแลวัยกลางคนอ้าปากค้าง ก่อนจะเม้มปากสนิท แกสะบัดหน้า เดินกระแทกส้นเท้าตึงตังออกจากห้องไปทันที ไม่ลืมที่จะดึงประตูปิดตามหลังดังลั่น
ปัง!
สิ้นเสียงกระแทกประตู ห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจแรงๆ ของผมเอง ผมเบือนหน้าหนีขิม มองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่อยากให้น้องสาวเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชของตัวเอง
"พี่คิน" ขิมเรียกเบาๆ พลางทรุดตัวนั่งลงบนขอบเตียง มือเล็กๆ เอื้อมมาบีบไหล่ผมที่กำลังสั่นน้อยๆ
"พี่มันงี่เง่าจริงๆ ใช่มั้ยขิม" ผมหลุดเสียงแหบพร่า สั่นเครือจนแทบควบคุมไม่ได้
"ไม่เลย พี่คินไม่ได้งี่เง่า พี่แค่เจ็บ ขิมรู้ว่าพี่กำลังโกรธ โกรธที่ร่างกายมันไม่เป็นดั่งใจ"
"แต่มันพูดถูกทุกอย่าง" ผมแค่นหัวเราะขื่นๆ ในลำคอ น้ำตาแทบจะเอ่อล้นแต่มันจุกอยู่ข้างใน "มันบอกว่าพี่เป็นคนพิการนิสัยเสีย โคตรจริงเลยว่ะขิม พี่มันเป็นแค่ตัวภาระชัดๆ ทำอะไรเองก็ไม่ได้ อาละวาดไปวันๆ"
"หยุดพูดคำนี้เลยนะ ขิมไม่ชอบ" ขิมดุเบาๆ ก่อนจะดึงผ้าขนหนูชื้นแฉะออกจากอกผม โยนทิ้งลงตะกร้า แล้วหยิบผ้าขนหนูผืนใหม่มาซับน้ำที่เลอะเทอะให้อย่างระมัดระวัง "ป้าวิภาก็แค่คนทำงานหยาบๆ ที่ไม่มีจรรยาบรรณ เราแค่ยังไม่เจอคนที่ใช่ต่างหาก"
ขิมวางผ้าลงแล้วโผเข้ากอดผมไว้ทั้งตัว เธอซบหน้าลงกับไหล่ของผม กอดแน่นเสียจนผมรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากร่างเล็กๆ นั่น ไม่กี่วินาทีต่อมา ความเปียกชื้นก็ซึมผ่านเสื้อตรงหัวไหล่ ขิมกำลังร้องไห้
"สำหรับคนอื่นพี่อาจจะเป็นยังไงขิมไม่สน แต่สำหรับขิม... พี่คินคือพี่ชายที่ดีที่สุด ขิมรักพี่นะ" เธอพึมพำเสียงสั่น ก่อนจะผละออกมาใช้มือนุ่มๆ ประคองหน้าผมไว้แล้วจมูกโด่งรั้นนั่นก็กดลงที่ข้างแก้มผมฟอดใหญ่เหมือนตอนที่เรายังเป็นเด็ก
"พี่ไม่ใช่ภาระ อย่าดูถูกตัวเองให้ขิมเสียใจได้มั้ย" เธอกดริมฝีปากลงบนหน้าผากผมค้างไว้นานแสนนาน น้ำตาของเธอหยดลงบนแก้มผม เม็ดแล้วเม็ดเล่าจนมันผสมปนเปไปกับน้ำตาของผมที่กลั้นไว้ไม่ไม่อยู่
ในห้องที่เคยเต็มไปด้วยเสียงตวาดเมื่อครู่ ตอนนี้เหลือเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ ของเราสองพี่น้อง ผมซบหน้าลงกับผมหอมๆ ของน้องสาว ขิมคือเหตุผลเดียวที่ทำให้คนพิการที่น่าสมเพชอย่างผมยังอยากจะมีลมหายใจต่อในวันพรุ่งนี้
"ใครมันจะทนคนแบบพี่ได้ ขิมลองนับดูสิ สองเดือนมานี้เราเปลี่ยนคนดูแลไปกี่คนแล้ว สี่คน ทุกคนทนสภาพพี่ไม่ได้สักคน"
"ต้องมีสิคะ คราวนี้ขิมคัดเลือกเองกับมือเลยค่ะ โปรไฟล์ดีมาก เป็นพยาบาลจบใหม่ ไฟแรง เห็นว่าสู้งานสุดๆ เลย"
"จบใหม่ เด็กเมื่อวานซืนเนี่ยนะ จะมารู้วิธีดูแลอะไร เดี๋ยวก็มาจับพี่พลิกตัวแรงๆ จนเนื้อถลอกเหมือนยายป้าเมื่อกี้ หรือไม่ก็มานั่งไถมือถือเล่นตอนพี่หลับ"
"อย่าเพิ่งตั้งป้อมอคติสิคะพี่คิน ในใบเธอบอกว่ามีความอดทนสูงปรี๊ด เป็นเด็กลุยๆ ขิมดูแล้ว น่าจะรับมือพี่ได้สบาย"
"รับมือพี่ พูดซะพี่เป็นตัวประหลาด"
"ก็ตัวประหลาดจริงๆ นี่คะ อาละวาดเก่งเบอร์นี้" ขิมหยอกกลับเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะขยับคอเสื้อผมให้เข้าที่เข้าทาง "เอาเป็นว่า น้องเขาจะมาเริ่มงานพรุ่งนี้เช้าเลย พี่คินลองเปิดใจดูหน่อยนะคะ ถือว่าทำเพื่อขิมนะ"
ผมหลับตาลงช้าๆ ความเหนื่อยล้าเกาะกุมไปถึงกระดูก ผมไม่อยากเถียงขิมอีกแล้ว น้องสาวคนเดียวที่ต้องวิ่งวุ่นดูแลงานบริษัทยังต้องมาตามล้างตามเช็ดอารมณ์บูดบึ้งของผมอีก ผมทำตัวเป็นภาระเธอมากพอแล้ว
"อืม... จะใครก็ช่างเถอะ ถ้าทนไม่ได้ เดี๋ยวก็คงเก็บกระเป๋าหนีไปเองเหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละ"
"แต่คราวนี้ขิมมีลางสังหรณ์นะคะ ว่าน้องคนนี้จะไม่หนี" ขิมลูบผมผมเบาๆ "พี่คินนั่นแหละ... เตรียมตัวรับมือเธอไว้ให้ดีก็แล้วกัน"
ผมไม่ได้ตอบโต้ ทำเพียงแค่ทอดสายตามองเพดานสีขาว ปล่อยให้ความมืดมิดในใจค่อยๆ กลืนกินตัวตนอย่างช้าๆ
ใครจะมาเข้าใจ ไม่มีใครหน้าไหนบนโลกนี้เข้าใจหรอก ว่าการถูกขังตายอยู่ในร่างกายที่ท่อนล่างไร้ความรู้สึก มันทรมานและน่าสมเพชแค่ไหน
พรุ่งนี้งั้นเหรอ ก็แค่พยาบาลจบใหม่ที่หวังจะมากอบโกยเงินเดือนสูงๆ อีกคนนั่นแหละ
ผมเหยียดยิ้มในใจ... ได้ อยากลองดีก็เข้ามาเลย ผมจะทำให้เด็กนั่นรู้ซึ้งเอง ว่าการก้าวเท้าเข้ามารั
บมือกับคนพิการนิสัยเสียอย่างผม... มันจะเป็นยังไง
บทล่าสุด
#112 บทที่ 112 จากใจนักเขียน
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#111 บทที่ 111 ส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#110 บทที่ 110 ตอนพิเศษ 4
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#109 บทที่ 109 ตอนพิเศษ 3/2
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#108 บทที่ 108 ตอนพิเศษ 3
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#107 บทที่ 107 ตอนพิเศษ 2/3
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#106 บทที่ 106 ตอนพิเศษ 2/2
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#105 บทที่ 105 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#104 บทที่ 104 ตอนพิเศษ 1/2
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#103 บทที่ 103 ตอนพิเศษ1
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
รักไม่หลอก
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า













