บทนำ
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
บท 1
[คิริน]
"โอ๊ย! เจ็บ! เช็ดเบาๆ หน่อยสิวะ ป้าวิภา"
ผมสบถลั่นห้อง สะบัดแขนหนีไอ้ผ้าขนหนูสากๆ ที่ป้าแกลงน้ำหนักถูไถลงมาบนเนื้อผมราวกับกำลังขัดพื้น กล้ามเนื้อท่อนบนที่ยังพอมีความรู้สึกเกร็งสั่นสะท้าน ผมกัดฟันแน่น ข่มความปวดร้าวที่แล่นริ้วขึ้นมาตามเส้นประสาท มันเจ็บกาย แต่มันไม่เท่ากับความสมเพชตัวเองที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ
"ก็คุณคิรินเกร็งตัวต้านแรงทำไมล่ะคะ!" ยายป้าวิภากระแทกเสียงตอบทันควัน แกโยนผ้าขนหนูเปียกชุ่มแหมะลงบนอกผมอย่างจงใจ น้ำเย็นเฉียบซึมทะลุเสื้อยืดที่เพิ่งเปลี่ยนไปได้ครึ่งตัวจนเปียกเป็นวงกว้าง "ฉันพลิกตัวทีก็เกร็งที ขืนดื้อแบบนี้เมื่อไหร่จะเช็ดเสร็จฮะ!"
ผมขบกรามแน่นจนปวดร้าวไปทั้งขมับ เลือดในกายเดือดพล่าน "ฉันไม่ได้เกร็ง ท่อนล่างฉันมันขยับไม่ได้โว้ย! เธอเป็นคนดูแลประสาอะไร ถึงไม่รู้วิธีขยับตัวคนป่วย จับกระชากเอาๆ แบบนี้กะจะให้กระดูกหักรึไง!"
"อ๋อ... นี่ถึงขนาดสอนวิธีทำงานให้ฉันเลยเหรอคะ" ผู้ช่วยพยาบาลวัยกลางคนยกแขนกอดอก พ่นลมหายใจพรืดใหญ่ใส่หน้าผม "งั้นก็เชิญนอนแช่น้ำไปแบบนี้แหละค่ะ! ทำนั่นก็เจ็บ ทำนี่ก็ไม่ถูกใจ เรื่องมากนักก็ลุกขึ้นมาเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเองเลยสิคะ!"
คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางอกผมซ้ำๆ
ลุกขึ้นมาทำเองเหรอ ถ้าผมทำได้ ถ้าขาทั้งสองข้างของผมมันยังก้าวเดินได้เหมือนก่อน ผมจะยอมทนนอนเป็นผัก ให้ผู้หญิงแปลกหน้ามาจิกหัวด่าอยู่บนเตียงนี้ทำไม! ผมกำผ้าปูเตียงแน่น ริมฝีปากสั่นระริก
"หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ"
"ทำไมคะ รับความจริงไม่ได้เหรอ!" ไม่พูดเปล่า ยายป้ากระชากเสื้อยืดตัวใหม่สวมพรวดลงมาทางหัวผม ออกแรงดึงรั้งจนตะเข็บคอเสื้อขูดผิวเป็นรอยแดงๆ ผมพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่ไอ้ท่อนล่างที่ตายด้านมันทำให้ผมสู้แรงคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ไม่ได้เลยซักนิด
"โอ๊ย! ปล่อย! บอกให้ปล่อยไงวะ!" ผมรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี ปัดมือหยาบกระด้างนั้นออกสุดแรง "ออกไปเลยนะ! ต่อไปนี้ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก ฉันจะให้ขิมเปลี่ยนคน!"
"นึกว่าฉันอยากอยู่ดูนักรึไงคะ วันๆ เอาแต่อาละวาด ปาข้าวของ ทำตัวงี่เง่าเรียกร้องความสนใจ สภาพแบบเนี้ย ใครเขาจะอยากมาทน! ถามจริงเถอะ ถ้าไม่ได้เห็นแก่เงินเดือนแพงหูฉี่ ฉันเก็บกระเป๋าเผ่นไปตั้งแต่วันแรกแล้วค่ะ!"
"งั้นก็ไสหัวไปซะ! ไป!" ผมตะเบ็งเสียงลั่น คว้าแก้วน้ำพลาสติกบนโต๊ะข้างเตียงเขวี้ยงสุดแรง แก้วลอยเฉียดหัววิภาไปกระแทกผนัง น้ำกระจายเลอะเทอะเต็มพื้นห้อง แต่นั่นแหละคือทั้งหมดที่ผมทำได้ ทำได้แค่นี้จริงๆ
"ไปแน่ค่ะ! แล้วรอดูเลยนะ ว่าจะมีใครหน้าไหนทนคนพิการนิสัยเสียแบบคุณได้อีก!"
"พอได้แล้วค่ะ ป้าวิภา"
เสียงเย็นเฉียบของ 'ขิม' ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตู ผมชะงัก หันไปมองน้องสาวแท้ๆ ของตัวเองที่ยืนหน้าตึงสนิทอยู่ในชุดสูททำงาน ขิมแผ่รังสีความกดดันจนยายป้าวิภาถึงกับก้าวถอยหลัง
"คะ คุณขิม คือ คือคุณคิรินเขาอาละวาด"
"ฉันได้ยินทุกอย่างค่ะ" ขิมตัดบทเสียงเรียบ สายตากวาดมองเสื้อผ้าหลุดลุ่ยของผม สลับกับแอ่งน้ำบนพื้น "ทางเราจ้างคุณมาในฐานะผู้เชี่ยวชาญนะคะ จ่ายค่าจ้างแพงกว่าเรตมาตรฐานโรงพยาบาลเอกชนตั้งสามเท่า เพราะเราคาดหวังความเป็นมืออาชีพ"
"แต่คุณคิรินด่าฉันก่อนนะคะคุณขิม! ฉันก็คนนะ"
"หน้าที่ของคุณคือดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยค่ะ" ขิมก้าวฉับๆ เข้ามาขวางหน้าเตียง บังตัวผมไว้มิดราวกับจะปกป้อง "ไม่ใช่มาด่าทอซ้ำเติมข้อบกพร่องของเขา พฤติกรรมของคุณเมื่อกี้ ไม่สะท้อนความเป็นมืออาชีพเลยสักนิด ไม่เหมาะจะเป็นคนดูแลใครทั้งนั้น"
วิภาหน้าถอดสี "คือฉัน คุณขิมคะ ฉันขอโทษ..."
"ไปเก็บของเถอะค่ะ เราคงร่วมงานกันต่อไม่ได้แล้ว" ขิมไล่ตะเพิดด้วยคำพูดเชือดเฉือน "ค่าจ้างของเดือนนี้ฉันจะโอนให้เต็มจำนวน ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาที่คุณมา ทนคนของฉัน ก็แล้วกัน"
"แต่ในสัญญาจ้างมันต้องบอกล่วงหน้า"
"ถ้าคุณจะอ้างเรื่องสัญญา ฉันก็จะขอดูกล้องวงจรปิดในห้องนี้ย้อนหลังทั้งหมดค่ะ" ขิมจ้องตาไม่กะพริบ "แล้วเรามาดูกัน ว่าคุณทำหน้าที่ตามสัญญาได้ครบถ้วน หรือมีข้อหาทำร้ายร่างกายผู้ป่วยพ่วงมาด้วย จะเอาแบบนั้นไหมคะ"
คำขู่นั้นทำเอาคนดูแลวัยกลางคนอ้าปากค้าง ก่อนจะเม้มปากสนิท แกสะบัดหน้า เดินกระแทกส้นเท้าตึงตังออกจากห้องไปทันที ไม่ลืมที่จะดึงประตูปิดตามหลังดังลั่น
ปัง!
สิ้นเสียงกระแทกประตู ห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจแรงๆ ของผมเอง ผมเบือนหน้าหนีขิม มองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่อยากให้น้องสาวเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชของตัวเอง
"พี่คิน" ขิมเรียกเบาๆ พลางทรุดตัวนั่งลงบนขอบเตียง มือเล็กๆ เอื้อมมาบีบไหล่ผมที่กำลังสั่นน้อยๆ
"พี่มันงี่เง่าจริงๆ ใช่มั้ยขิม" ผมหลุดเสียงแหบพร่า สั่นเครือจนแทบควบคุมไม่ได้
"ไม่เลย พี่คินไม่ได้งี่เง่า พี่แค่เจ็บ ขิมรู้ว่าพี่กำลังโกรธ โกรธที่ร่างกายมันไม่เป็นดั่งใจ"
"แต่มันพูดถูกทุกอย่าง" ผมแค่นหัวเราะขื่นๆ ในลำคอ น้ำตาแทบจะเอ่อล้นแต่มันจุกอยู่ข้างใน "มันบอกว่าพี่เป็นคนพิการนิสัยเสีย โคตรจริงเลยว่ะขิม พี่มันเป็นแค่ตัวภาระชัดๆ ทำอะไรเองก็ไม่ได้ อาละวาดไปวันๆ"
"หยุดพูดคำนี้เลยนะ ขิมไม่ชอบ" ขิมดุเบาๆ ก่อนจะดึงผ้าขนหนูชื้นแฉะออกจากอกผม โยนทิ้งลงตะกร้า แล้วหยิบผ้าขนหนูผืนใหม่มาซับน้ำที่เลอะเทอะให้อย่างระมัดระวัง "ป้าวิภาก็แค่คนทำงานหยาบๆ ที่ไม่มีจรรยาบรรณ เราแค่ยังไม่เจอคนที่ใช่ต่างหาก"
ขิมวางผ้าลงแล้วโผเข้ากอดผมไว้ทั้งตัว เธอซบหน้าลงกับไหล่ของผม กอดแน่นเสียจนผมรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากร่างเล็กๆ นั่น ไม่กี่วินาทีต่อมา ความเปียกชื้นก็ซึมผ่านเสื้อตรงหัวไหล่ ขิมกำลังร้องไห้
"สำหรับคนอื่นพี่อาจจะเป็นยังไงขิมไม่สน แต่สำหรับขิม... พี่คินคือพี่ชายที่ดีที่สุด ขิมรักพี่นะ" เธอพึมพำเสียงสั่น ก่อนจะผละออกมาใช้มือนุ่มๆ ประคองหน้าผมไว้แล้วจมูกโด่งรั้นนั่นก็กดลงที่ข้างแก้มผมฟอดใหญ่เหมือนตอนที่เรายังเป็นเด็ก
"พี่ไม่ใช่ภาระ อย่าดูถูกตัวเองให้ขิมเสียใจได้มั้ย" เธอกดริมฝีปากลงบนหน้าผากผมค้างไว้นานแสนนาน น้ำตาของเธอหยดลงบนแก้มผม เม็ดแล้วเม็ดเล่าจนมันผสมปนเปไปกับน้ำตาของผมที่กลั้นไว้ไม่ไม่อยู่
ในห้องที่เคยเต็มไปด้วยเสียงตวาดเมื่อครู่ ตอนนี้เหลือเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ ของเราสองพี่น้อง ผมซบหน้าลงกับผมหอมๆ ของน้องสาว ขิมคือเหตุผลเดียวที่ทำให้คนพิการที่น่าสมเพชอย่างผมยังอยากจะมีลมหายใจต่อในวันพรุ่งนี้
"ใครมันจะทนคนแบบพี่ได้ ขิมลองนับดูสิ สองเดือนมานี้เราเปลี่ยนคนดูแลไปกี่คนแล้ว สี่คน ทุกคนทนสภาพพี่ไม่ได้สักคน"
"ต้องมีสิคะ คราวนี้ขิมคัดเลือกเองกับมือเลยค่ะ โปรไฟล์ดีมาก เป็นพยาบาลจบใหม่ ไฟแรง เห็นว่าสู้งานสุดๆ เลย"
"จบใหม่ เด็กเมื่อวานซืนเนี่ยนะ จะมารู้วิธีดูแลอะไร เดี๋ยวก็มาจับพี่พลิกตัวแรงๆ จนเนื้อถลอกเหมือนยายป้าเมื่อกี้ หรือไม่ก็มานั่งไถมือถือเล่นตอนพี่หลับ"
"อย่าเพิ่งตั้งป้อมอคติสิคะพี่คิน ในใบเธอบอกว่ามีความอดทนสูงปรี๊ด เป็นเด็กลุยๆ ขิมดูแล้ว น่าจะรับมือพี่ได้สบาย"
"รับมือพี่ พูดซะพี่เป็นตัวประหลาด"
"ก็ตัวประหลาดจริงๆ นี่คะ อาละวาดเก่งเบอร์นี้" ขิมหยอกกลับเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะขยับคอเสื้อผมให้เข้าที่เข้าทาง "เอาเป็นว่า น้องเขาจะมาเริ่มงานพรุ่งนี้เช้าเลย พี่คินลองเปิดใจดูหน่อยนะคะ ถือว่าทำเพื่อขิมนะ"
ผมหลับตาลงช้าๆ ความเหนื่อยล้าเกาะกุมไปถึงกระดูก ผมไม่อยากเถียงขิมอีกแล้ว น้องสาวคนเดียวที่ต้องวิ่งวุ่นดูแลงานบริษัทยังต้องมาตามล้างตามเช็ดอารมณ์บูดบึ้งของผมอีก ผมทำตัวเป็นภาระเธอมากพอแล้ว
"อืม... จะใครก็ช่างเถอะ ถ้าทนไม่ได้ เดี๋ยวก็คงเก็บกระเป๋าหนีไปเองเหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละ"
"แต่คราวนี้ขิมมีลางสังหรณ์นะคะ ว่าน้องคนนี้จะไม่หนี" ขิมลูบผมผมเบาๆ "พี่คินนั่นแหละ... เตรียมตัวรับมือเธอไว้ให้ดีก็แล้วกัน"
ผมไม่ได้ตอบโต้ ทำเพียงแค่ทอดสายตามองเพดานสีขาว ปล่อยให้ความมืดมิดในใจค่อยๆ กลืนกินตัวตนอย่างช้าๆ
ใครจะมาเข้าใจ ไม่มีใครหน้าไหนบนโลกนี้เข้าใจหรอก ว่าการถูกขังตายอยู่ในร่างกายที่ท่อนล่างไร้ความรู้สึก มันทรมานและน่าสมเพชแค่ไหน
พรุ่งนี้งั้นเหรอ ก็แค่พยาบาลจบใหม่ที่หวังจะมากอบโกยเงินเดือนสูงๆ อีกคนนั่นแหละ
ผมเหยียดยิ้มในใจ... ได้ อยากลองดีก็เข้ามาเลย ผมจะทำให้เด็กนั่นรู้ซึ้งเอง ว่าการก้าวเท้าเข้ามารั
บมือกับคนพิการนิสัยเสียอย่างผม... มันจะเป็นยังไง
บทล่าสุด
#112 บทที่ 112 จากใจนักเขียน
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#111 บทที่ 111 ส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#110 บทที่ 110 ตอนพิเศษ 4
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#109 บทที่ 109 ตอนพิเศษ 3/2
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#108 บทที่ 108 ตอนพิเศษ 3
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#107 บทที่ 107 ตอนพิเศษ 2/3
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#106 บทที่ 106 ตอนพิเศษ 2/2
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#105 บทที่ 105 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#104 บทที่ 104 ตอนพิเศษ 1/2
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026#103 บทที่ 103 ตอนพิเศษ1
อัปเดตล่าสุด: 6/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
พ่ายใจรัก
คนถูกว่าจูบไม่เป็นสับปะรดน้ำตาไหลพรั่งพรูด้วยความเจ็บใจ จนเผลอเงื้อมือเรียวขึ้นอีกครั้งอย่างลืมตัว
“ถึงคุณอยากจะตบผม แต่ผมคงไม่นึกอยากจะจูบคุณอีกหรอกครับคุณบุษบามินตรา”
“คุณ...มันเป็นพวกรังแกผู้หญิง”
“แล้วคุณคิดว่าหน้าผมมีไว้ให้ตบเล่นๆ หรือไงครับ คุณตบผมได้ผมก็จูบคุณได้เหมือนกัน และรู้เอาไว้เถอะ ว่าคุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมจูบแล้วไม่ได้เกิดอารมณ์พิศวาสอะไรขึ้นมาเลยสักนิด” เทวินทร์ตอกกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือนพอกัน แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าที่พูดออกไปไม่ได้เป็นความจริง
เจ้าของดวงหน้างดงามจ้องหน้าเขาอย่างขุ่นเคืองใจ น้ำตาพานหยุดไหลเอาดื้อๆ นึกอยากจะตะกุยหน้าขาวๆ นั่นให้เป็นรอยนัก
ผู้ชายอะไรปากเสียแถมยังหลงตัวเอง!
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
ไม่มีเมีย..ก็ไม่มีชีวิต
เสียงของเขาเย็นชาและบาดหู “คุณเป็นภรรยาของผม มีหน้าที่ตอบสนองความต้องการทางร่างกายของผมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
“สงครามเย็นของเรายังไม่จบนะ!” การขัดขืนของฉันไร้ประโยชน์ เขาได้สอดใส่เข้ามาในร่างกายของฉันแล้ว
มืออันเย็นเฉียบของเขาลูบไล้หน้าอกของฉัน ชีวิตแต่งงานห้าปี กับการมีเซ็กส์นับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เขารู้ดีว่าจะปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการของฉันได้อย่างไร
ในจังหวะที่ร่างกายของฉันสั่นระริกและกำลังจะแตะขอบสวรรค์ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน เขาหยุดการกระทำทันที เอามือปิดปากฉันไว้ แล้วกดรับสาย
ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “ที่รักคะ ฉันอยู่ที่นี่แล้วนะ”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ












