บทที่ 12 12
12
“คนไหนคือนางเอกที่แกพูดถึง แต่งตัวคล้ายกันจนฉันแทบแยกไม่ออก”
กรองขวัญกลอกตาขึ้นมองเพดานแล้วมองเพื่อนอย่างระอา ก่อนจะชี้มือไปยังคนที่ถูกเอ่ยถึง
“ก็ยายน้ำผึ้ง ลัลริน ผู้หญิงตัวผอมๆ ที่นุ่งโจงกระเบนสีคล้ายกับแก ยืนอยู่ใกล้ๆ เจ้าบ่าวเจ้าสาวนั่นไงเล่า”
รสิกามองไปยังหญิงสาวร่างผอมบางหน้าตาสะสวยที่กำลังถ่ายรูปร่วมกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว ชุดที่เธอคนนั้นสวมใส่คล้ายกับเธออย่างที่เพื่อนบอกจริงๆ วูบหนึ่งเธอเห็นร่างสูงคุ้นตายืนอยู่ แต่เมื่อมองกลับไปอีกครั้งก็ไม่เห็นเสียแล้ว จนต้องยกมือขยี้ตา
“อ๋อ...ฉันจำได้แล้ว นางเอกคนนี้พี่ชายแกเคยควงอยู่ไม่ใช่หรือ”
แม้จะไม่ใช่คนที่สนใจหรือติดตามข่าวคราวของดาราคนไหนเป็นพิเศษ แต่ชื่อของนางเอกคนดังกล่าวก็มีเข้าหูมาให้ได้ยินอยู่เสมอ
“ใช่ เมื่อก่อนพี่กันต์เคยควงยายน้ำผึ้งออกงานอยู่พักใหญ่ แต่ท้ายสุดก็มาแต่งงานกับนางร้ายอย่างพี่เมย์เฉยเลย” กรองขวัญพูดน้ำเสียงขึ้นจมูก จนคนฟังจับน้ำเสียงได้ว่าคนพูดไม่ได้ชื่นชอบคนที่ถูกเอ่ยถึงนัก
“ฟังจากน้ำเสียงแกดูเหมือนไม่ค่อยชอบเจ้าหล่อนนักนะ”
“จะว่าไม่ชอบก็ไม่เชิงนะ ฉันบอกความรู้สึกไม่ถูก ความจริงยายน้ำผึ้งก็เล่นละครมาหลายเรื่องแล้วนะ แต่เพิ่งมาดังเปรี้ยงปร้างก็ตอนเล่นเป็นนางเอกเรื่องม่านรักเงามารยานี่แหละ ไม่รู้ว่าตัวจริงกับในละครเหมือนกันหรือเปล่า...”
กรองขวัญพูดยังไม่ทันจบประโยคก็ถูกผู้เป็นเพื่อนขัดขึ้นเสียก่อน
“พี่กันต์กวักมือเรียกแกอยู่โน่นแน่ะ คงจะให้แกไปถ่ายรูปด้วยละมั้ง”
“อืม ถ้าอย่างนั้นเรารีบไปกันเถอะ”
รสิกาส่ายหน้าปฏิเสธ
“แกเป็นญาติควรเข้าไปตอนนี้น่ะถูกแล้ว ฉันขอไปห้องน้ำก่อนแล้วจะตามไป” พูดจบก็ผละจากผู้เป็นเพื่อนเดินตรงไปยังห้องน้ำทันที
เจ้าของร่างสูงค่อนข้างท้วมเดินตรงเข้าไปยังจุดที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวยืนอยู่และก็ถูกต่อว่าทันทีที่ไปถึง
“ยายขวัญ ทำไมถึงเพิ่งจะโผล่มา แกนี่ทำตัวประหนึ่งแขกเลยนะ แทนที่จะมาช่วยพี่รับแขก เมื่อกี้คุณอาทั้งสองก็ถามหาแกอยู่” คุณอาทั้งสองที่พูดถึงคือบิดามารดาของกรองขวัญและเป็นอาแท้ๆ ของเจ้าบ่าว
“พี่กันต์” คนเป็นน้องเรียกพี่ชายเสียงสูงพร้อมกับยกมือเท้าเอว “ขวัญก็บอกแล้วไงว่างานนี้เรื่องรับแขกยกหน้าที่ให้ฝ่ายพี่เมย์เป็นคนจัดการ ขวัญจะขอส่อง...”
คนพูดพูดยังไม่ทันจบประโยคนัยน์ตาโตก็เบิกขึ้นด้วยความยินดี เมื่อเหลือบไปเห็นชายหนุ่มรูปงามสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ พี่ชาย ด้วยหนึ่งในนั้นคือคนที่เธอกำลังตกอยู่ในอาการที่เรียกว่าคลั่งไคล้
“พี่ภาม”
เจ้าของชื่อยังไม่ทันได้ทักตอบ กันตภพก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นมายิ้มๆ เสียก่อน
“แกจำเพื่อนพี่ได้ด้วยหรือยายขวัญ”
คำถามดังกล่าวสร้างความสงสัยให้กรองขวัญจนคิ้วทั้งคู่มุ่นเข้าหากัน
“จำ? พี่กันต์พูดแบบนี้หมายความว่าขวัญเคยรู้จักพี่ภามมาก่อนหรือคะ”
คนเป็นพี่ชายอมยิ้มในหน้า
“แกลองทบทวนความจำไปพลางๆ ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปถ่ายรูปกับแขกก่อน” พูดจบก็ควงแขนเจ้าสาวเดินไปถ่ายรูปกับแขก ลัลรินที่ยืนอยู่ในที่นั้นด้วยรีบตามไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
“อ้าว พี่กันต์อยู่พูดกันให้รู้เรื่องก่อนสิ ว้า...เล่นมาทิ้งท้ายกันแบบนี้ใครจะไปนึกออกเล่า”
คนถูกบอกให้ทบทวนความจำยกมือเกาหัว ตกลงเธอรู้จักกับภีมวัจน์มาก่อนแน่หรือ รู้จักตั้งแต่เมื่อไรกัน เหตุใดทำไมนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก
“หมูอ้วน จำพวกพี่สองคนไม่ได้จริงๆ หรือ”
กรวิชย์ที่ยืนมองอยู่ถามน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ทำเอาคนถูกเรียกว่าหมูอ้วนหันขวับไปมองด้วยสายตาขุ่นเขียวปนโกรธ ถ้าไม่เกรงใจว่าอยู่ในงานแต่งงานคงร้องกรี๊ดออกมาแล้ว กล้าดีอย่างไรมาเรียกเธอด้วยถ้อยคำบาดความรู้สึกเช่นนี้จึงตวาดแว้ดออกไป
“ฉันไม่ได้ชื่อหมูอ้วน!”
แทนที่ชายหนุ่มจะสะดุ้งสะเทือนกับเสียงเขากลับหัวเราะออกมาเสียงดัง
“อะไรกันจำฉายาตัวเองไม่ได้เสียแล้ว” พูดพลางส่ายหน้าไปมาอย่างยั่วเย้า “เรานี่อ้วนตั้งแต่เด็กตอนนี้ก็ยังอ้วนอยู่เหมือนเดิมเลยนะ”
คำพูดบาดหูที่ได้ยินเรียกอาการโกรธเกรี้ยวให้เกิดกับกรองขวัญในทันใด แล้วฉับพลันภาพเหตุการณ์สมัยเมื่อเธอเพิ่งแรกรุ่นก็ผุดขึ้นมาในสมองราวกับสั่งได้ เพราะคนที่เรียกเธอเช่นนี้มีเพียงคนเดียว ถึงแม้หน้าตาของคนเรียกจะเปลี่ยนไปจนเธอจำแทบไม่ได้ก็ตาม
“ไอ้พี่วิชญ์!”
ทว่าขณะกำลังจะอาละวาด ภีมวัจน์ที่ยืนเงียบอยู่นานก็เอ่ยทักขึ้น หวังทำลายบรรยากาศที่กำลังขุ่นมัวให้คลี่คลายลง
“สวัสดีครับน้องขวัญ จำพี่ได้หรือยังครับ”
คนกำลังโกรธรีบข่มอาการลงแล้วหันไปจ้องดวงหน้าหล่อเหลาของคนถามด้วยสายตาเพ่งพิศไม่นานก็จำได้ ซึ่งคนที่ทำให้นึกออกก็คือคนที่เรียกเธอว่าหมูอ้วนนั่นเอง
“ค่ะ ขวัญจำได้แล้ว แต่พี่ภามไม่เห็นเหมือนตอนโน้นเลยนะคะ”
ตอนโน้นที่เธอพูดถึงคือเมื่อครั้งที่ตัวเองยังอายุเพียงแค่สิบสามปี วันนั้นเธอแวะมาหาคนเป็นพี่ที่บ้านซึ่งอยู่บริเวณเดียวกัน และได้พบภีมวัจน์กับกรวิชญ์เป็นครั้งแรกและก็เป็นครั้งสุดท้าย เพราะหลังจากนั้นไม่นานทั้งสามคนก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอจะจำทั้งสองคนไม่ได้
“จำแต่พี่ภามได้แล้วพี่วิชญ์ล่ะจำได้หรือเปล่า” หนุ่มอารมณ์ดีแหย่ต่อ
“ใครจะจำคนปากหมา เอ๊ยปากมอมอย่างพี่วิชญ์ไม่ได้ล่ะคะ”
สาวร่างท้วมสวนกลับทันควัน ทำให้ภีมวัจน์ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาอย่างขบขันเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน แต่ก่อนที่จะมีการโต้เถียงกันเกิดขึ้น เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เดินหน้าตาเลิ่กลั่กเข้ามาเสียก่อน
“ยายขวัญ แกช่วยขึ้นไปเป็นพิธีกรบนเวทีให้พี่หน่อยสิ รถของคุณต้นหอมเกิดอุบัติเหตุต้องรอประกัน มาไม่ทันแน่นอน นี่ก็ใกล้เวลาที่พี่จะต้องขึ้นเวทีแล้ว”
ต้นหอมที่กันตภพพูดถึงคือพิธีกรรายการทีวีชื่อดัง ซึ่งอาสามาทำหน้าที่บนเวทีให้คู่บ่าวสาว เพราะความสนิทสนมกันเป็นการส่วนตัว
