บทที่ 7 7

7

รสิกายังไม่ทันได้พูดตอบโต้อะไรออกมาอีก คุณรสรินก็พูดโพล่งขึ้นมาเสียก่อนด้วยสีหน้ายิ้มๆ 

“โรสรู้หรือเปล่าว่าทำไมหน้าตาของลูกถึงไม่เหมือนพ่อกับแม่”

“จู่ๆ ทำไมแม่ถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะคะ” รสิกาถามพลางมองหน้ามารดา เพราะมีหลายคนเคยสงสัยเรื่องนี้เหมือนกัน แต่เธอไม่เคยสนใจซักถามเพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร คนเราหน้าตาไม่เหมือนพ่อเหมือนแม่มีถมไป

“นั่นสิคะ ทำไมยายโรสหน้าไม่เหมือนคุณพ่อกับคุณแม่ หนูจะถามหลายครั้งแล้วแต่ไม่กล้า”

กรองขวัญพูดอ้อมแอ้ม เพราะเธอเองก็สงสัยเรื่องนี้มานานแล้ว แต่ไม่กล้าเอ่ยถามกลัวจะเป็นการเสียมารยาท

“ตกลงโรสเป็นเด็กถูกขอมาเลี้ยงหรือเก็บได้จากถังขยะคะแม่” คนถามยิ้มระรื่นไม่ได้ตีสีหน้าเศร้าสลดไปกับคำถามของตัวเองแต่อย่างใด

“ขวัญคิดว่ายายโรสต้องถูกเก็บมาจากถังขยะแน่ๆ เลยค่ะคุณแม่” กรองขวัญออกความเห็นน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

“โรสหน้าไม่เหมือนพ่อเหมือนแม่ก็จริง แต่เหมือนคุณยายทวดจ้ะ” คุณรสรินเฉลยความนัย

“คุณยายทวด!” รสิกาอุทานเสียงสูง หุบยิ้มในฉับพลัน “แม่ไม่เห็นเคยเล่าเรื่องนี้ให้โรสฟังเลย แล้วคุณยายทวดที่ว่าหมายถึงของแม่หรือของโรสคะ”

“ของแม่จ้ะ แล้วที่แม่ไม่เคยเล่าให้โรสฟังเพราะเรื่องมันเยอะ เดี๋ยววันหน้าจะเล่าให้ฟัง”

คนเป็นแม่บอกด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปนิดหนึ่งก่อนจะรีบเกลื่อนให้เป็นปกติ แต่ก็ไม่พ้นการจับสังเกตของรสิกาแต่ก็เก็บความอยากรู้เอาไว้ เพราะมีเรื่องอื่นสำคัญกว่า

“เรื่องวันหน้าวันหลังนั่นเอาไว้ก่อนก็ได้ค่ะ ถ้าเป็นคุณยายทวดของแม่อย่างนี้แม่ก็เกิดไม่ทันสิคะ โรสอยากรู้จังว่าจะเหมือนมากขนาดไหน แล้วแม่ยังมีรูปอยู่หรือเปล่า”

น้ำเสียงกระตือรือร้นของบุตรสาวเรียกรอยยิ้มจากคนเป็นแม่ “ไม่แน่ใจว่ามีหรือเปล่า เอาไว้ว่างๆ แม่จะลองหาให้”

“หรือยายโรสจะเป็นคุณยายทวดของคุณแม่กลับชาติมาเกิดจริงๆ คะ” กรองขวัญที่ฟังสองแม่ลูกคุยกันพูดโพล่งขึ้น แต่ก็ทำให้คุณรสรินนึกอะไรขึ้นมาได้

“หนูขวัญพูดทำให้แม่เพิ่งนึกออกว่าคุณยายทวดน่ะ มีชื่อเดียวกับนางเอกนิยายที่พูดถึงกันอยู่เมื่อกี้แหละจ้ะ”

“นางเอกนิยาย! แม่หมายความว่าคุณยายทวดของแม่ชื่อการะเกดหรือคะ” รสิกาถามเสียงสูง

“ใช่จ้ะ”

คำตอบของมารดาทำให้คนเป็นบุตรสาวถึงกับเบิกตาโตราวกับไข่ห่าน เพราะที่เธอยกเอาชื่อนางเอกนิยายเรื่องที่เพิ่งอ่านจบมาพูด เพื่อแกล้งล้อเพื่อนเล่นเท่านั้น ไม่นึกเลยว่านอกจากเรื่องที่เพิ่งรับรู้ว่าตัวเองมีใบหน้าเหมือนคุณยายทวดของมารดาแล้ว แม้แต่ชื่อของท่านก็ยังบังเอิญไปเหมือนกับนางเอกนิยายเรื่องนั้นอีกต่างหาก

นี่ตกลงเธอจะหนีนิยายเรื่องนี้ไม่พ้นเชียวหรือ!

ช่างเป็นความบังเอิญที่ไม่นึกว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองเลยจริงๆ

“ขวัญก็ไม่นึกเหมือนกันนะคะ ว่าชื่อการะเกดที่พูดกันเล่นๆ กับยายโรสเมื่อกี้ จะบังเอิญกลายเป็นชื่อคุณยายทวดของคุณแม่จริงๆ”

“แม่เองก็เกือบลืมไปแล้วว่าคุณยายทวดชื่อการะเกด”

“การะเกด ชื่อเพราะจัง อย่างกับชื่อดอกไม้” กรองขวัญรำพันออกมา

“ใช่จ้ะหนูขวัญ การะเกดเป็นชื่อดอกไม้ชนิดหนึ่ง สีเหลือง มักจะขึ้นตามที่ชื้นๆ ริมน้ำ” คุณรสรินอธิบายให้ฟัง

“ตามที่ฉันอ่านหนังสือมานะยายขวัญ ชื่อของคนสมัยก่อนส่วนใหญ่เอามาจากชื่อของดอกไม้ และที่บังเอิญไปเหมือนชื่อของนางเอกนิยายฉันว่าคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะนิยายที่ฉันพูดถึงเป็นนิยายย้อนยุค แต่ฉันไม่แน่ใจว่าเคยอ่านจากในหนังสืออะไรสักอย่าง ชื่อการะเกดความจริงเป็นชื่อของผู้ชายนะไม่ใช่ผู้หญิง” คนรอบรู้เรื่องราวสมัยอดีตบอกเพื่อน “แต่คนที่มีชื่อหลายพยางค์ส่วนใหญ่เป็นพวกผู้ลากมากดี แสดงว่าคุณยายทวดของแม่ต้องเป็นลูกสาวเจ้าพระยาสิคะ” รสิกาถามมารดาด้วยสีหน้ายิ้มๆ ไม่ได้คิดจริงจังแต่อย่างใด

“ใช่จ้ะ คุณยายทวดเป็นลูกสาวเจ้าพระยา”

“หา! ลูกเจ้าพระยา”

คนฟังอุทานเสียงสูงอย่างนึกไม่ถึงและกำลังจะหลุดคำถามออกไปอีก ทว่าถูกผู้เป็นเพื่อนพูดขัดขึ้นเสียก่อน

“ฉันว่าแกเลิกเป็นมนุษย์เจ้าปัญหาก่อนเถอะยายโรส ลืมไปหรือเปล่าว่าผมของแกยังไม่ได้ทำเลยนะ”

“แม่เห็นด้วยกับหนูขวัญนะโรส แต่งชุดไทยแต่ปล่อยผมยาวแบบนี้มันดูไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่” คุณรสรินบอก “เดี๋ยวแม่เกล้ามวยให้เอาไหม”

รสิกาส่ายหน้าหวือทันที

“เท่าที่โรสรู้มา ผู้หญิงในสมัยรัชกาลที่หกโดยเฉพาะตอนปลาย มักไม่ค่อยนิยมเกล้าผมมวยกันแล้วค่ะ ยิ่งถ้าเป็นสาวชาววังนิยมปล่อยผมยาว ใช้ผ้าคาดหน้าผากตามแบบพระวรกัญญาไงคะ นอกจากนั้นยังเปลี่ยนจากนุ่งโจงกระเบนมาสวมซิ่นเลยเข่า แล้วสวมเสื้อยาวคลุมสะโพกอย่างพวกแหม่มแทนเสื้อกรุยกราย”

เป็นเพราะความชอบในองค์พระวรกัญญาเป็นการส่วนตัว บวกกับจินตนาการว่าตัวเองไปโลดแล่นเป็นนางเอกในหนังสือนิยาย ทำให้รสิกาพูดถึงเรื่องดังกล่าวได้อย่างคล่องปาก

“จริงสิ...แม่ก็ลืมไป” คนเป็นแม่พยักหน้าแล้วก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “โรสรอแม่อยู่ตรงนี้ก่อนนะอย่าเพิ่งไป”

พูดจบคุณรสรินก็เดินแกมวิ่งเข้าไปในบ้าน ทำเอาคนเป็นบุตรสาวมองตามด้วยความสงสัย ส่วนกรองขวัญนั้นมองผู้เป็นเพื่อนอย่างทึ่งๆ ระคนแปลกใจ

“นอกจากแกจะหน้าตาสวยไม่ค่อยเหมือนใครแล้วยังเป็นกูรูเรื่องราวในอดีตอีกนะ พูดยังกับเคยเป็นสาวชาววังมาก่อนอย่างนั้นแหละ”

คนถูกยกให้เป็นกูรูเรื่องราวในอดีตอึ้งนิดหน่อย แต่เพราะความเป็นคนหัวไวจึงเสพูดเรื่องอื่นกลบเกลื่อน

“ตกลงแกชมฉันหรือที่ว่าสวยไม่เหมือนใคร”

“แล้วแกคิดว่าฉันชมหรือเปล่าล่ะ” กรองขวัญพูดพลางจ้องหน้าผู้เป็นเพื่อนเขม็ง ราวกับไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งๆ ที่เจอกันแทบทุกวัน

เพื่อนของเธอคนนี้ถ้าเรียกว่าสวยคงไม่เหมาะสมเท่ากับคำว่างาม เพราะมีดวงหน้ารูปไข่ประกอบด้วยดวงตาดำใหญ่ภายใต้แพขนตางอน รับกับคิ้วเรียวที่เรียงเส้นสวยจดหางตา จมูกโด่งสวยปลายเชิดนิดหน่อยบ่งบอกว่าเป็นคนมีนิสัยไม่ยอมคน ริมฝีปากรูปกระจับสีระเรื่ออย่างคนสุขภาพดี แทบไม่ต้องใช้ลิปสติกแตะแต้ม ผิวพรรณเหลืองลออที่เจ้าตัวมักจะชอบบ่นว่าตัวเองคล้ายเป็นโรคดีซ่าน ทั้งที่หลายคนต้องการผิวสีเช่นนี้

“สวยไม่เหมือนใครของแกดูเหมือนฉันจะกลายเป็นตัวประหลาดนะ” คนพูดพูดยิ้มๆ แต่คนฟังรีบพยักพเยิดทันที

“ใช่ ใช่ ตัวแกน่ะเหมาะกับคำว่าสวยประหลาดนั่นแหละ ฉันเคยได้ยินลูกค้าบอกแบบนี้เหมือนกัน...”

กรองขวัญยังพูดไม่จบคุณรสรินก็เดินแกมวิ่งกลับมาเสียก่อน พร้อมด้วยของในมือที่รสิกาเห็นแล้วถึงกับอุทานเสียงดัง “สวยจัง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป