บทที่ 1 1
“น้องแพง น้องแพง”
เสียงอ่อนโยนคุ้นหูที่ได้ยินแว่วๆ ปลุกพิมพกานต์ที่กำลังหลับใหลอย่างเป็นสุขอยู่บนเตียงหนานุ่มปูด้วยผ้าลายดอกไม้สีหวานในห้องนอนที่เย็นฉ่ำด้วยแอร์คอนดิชัน ภายในคอนโดมิเนียมหรูหราย่านใจกลางเมือง ต้องพลันตกใจตื่นก่อนจะหยีตามองไปยังที่มาของเสียง แล้วดวงหน้าสะสวยที่ยังคงงัวเงียก็เผยรอยยิ้มกว้างด้วยความดีใจปะปนประหลาดใจ เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ในสายตาคือร่างอวบท้วมของนางพิมพ์พรผู้เป็นแม่ในชุดสีขาวสะอาด ซึ่งเป็นชุดที่เจ้าตัวมักจะแต่งถือศีลในวันพระ ยืนส่งยิ้มให้อยู่ข้างเตียง
“แม่...มาได้ยังไงจ๊ะ”
คนยังอยู่ในอาการครึ่งหลับครึ่งตื่นเอ่ยถาม แม้จะยังงุนงงว่าจู่ๆ มารดาที่ควรจะอยู่บ้านสวนที่จังหวัดจันทบุรี เหตุไฉนจึงมายืนอยู่ตรงข้างเตียงของตนเอง แต่อารามดีใจนั้นมีมากกว่า เพราะช่วงนี้เธอไม่ค่อยมีเวลากลับบ้านนัก
คนที่ยืนส่งยิ้มให้ไม่ตอบคำถาม แต่กลับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนแกมขอร้อง
“น้องแพง...กลับไปอยู่บ้านเรานะลูก กลับไปอยู่บ้าน...เรา”
“กลับบ้าน! แม่ก็รู้ว่าแพงต้องทำงานนี่จ๊ะ”
พิมพกานต์ตอบด้วยความรู้สึกงุนงงที่ทวีขึ้นเป็นลำดับ เพราะเท่าที่ผ่านมาไม่เคยเลยสักครั้งที่มารดาจะพูดกับเธอเช่นนี้ อีกฝ่ายรู้ดีว่าเธอกำลังสนุกและมีความสุขจากหน้าที่การงานที่กำลังไปได้สวยในตำแหน่งเลขานุการของประธานบริษัท แคปิตอล คูล โลจิสติกส์ จำกัด บริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านโลจิสติกส์อันดับใหญ่ต้นๆ ของประเทศ ที่เธอสอบเข้าทำงานได้เมื่อสองปีที่แล้ว
“กลับไปอยู่บ้านเรานะลูก กลับบ้าน...เรา”
น้ำเสียงอ้อนวอนกึ่งขอร้องของมารดาที่พูดตอกย้ำคำเดิมๆ พร้อมกับร่างที่ยืนอยู่ข้างเตียงซึ่งเห็นชัดเจนก่อนหน้าค่อยๆ เลือนหายไปจากสายตา จนพิมพกานต์ต้องผุดลุกขึ้นนั่งพร้อมกับร้องเรียกเสียงหลง
“แม่!”
ข้างเตียงที่เมื่อครู่มีร่างอวบท้วมยืนอยู่บัดนี้หลงเหลือเพียงความว่างเปล่า ราวกับเรื่องเมื่อครู่คือความฝันหรือไม่เธอก็ตาฝาดไป หญิงสาวยกมือขึ้นขยี้ตาพลางบ่นพึมพำกับตัวเอง
หรือเมื่อกี้เธออาจจะฝันไป แต่ฝันอะไรจะเหมือนจริงถึงเพียงนี้
ครั้นเหลียวมองนาฬิกาหัวเตียง...เพิ่งจะตีห้าครึ่ง ซึ่งเป็นเวลาตื่นปกติของเธออยู่แล้ว ร่างสูงระหงในชุดเสื้อยืดตัวใหญ่จึงก้าวลงจากเตียง ไปยืนตรงตำแหน่งที่เมื่อครู่เห็นร่างของมารดายืนอยู่ วูบหนึ่งภาพที่เห็นพลันหวนกลับเข้ามาในความคิดคำนึงจนเธออดวิตกกังวลไม่ได้ แม้จะบอกกับตัวเองว่าตาฝาดหรือเป็นความฝันก็ตามที
ความรู้สึกแปลกๆ ระคนหวาดหวั่นบางอย่างแทรกเข้ามาในใจจนขนอ่อนที่แขนพากันลุกชัน ต้องรีบสลัดความรู้สึกดังกล่าวออกไปโดยเร็วก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำ ซึ่งน้ำเย็นๆ จากฝักบัวช่วยให้สมองของพิมพกานต์รู้สึกปลอดโปร่งขึ้น พลอยทำให้ลืมเรื่องที่กำลังวิตกกังวลไปได้ชั่วขณะ
หลังแต่งกายเสร็จเรียบร้อย ร่างสูงสมส่วนในชุดกระโปรงสีขาวลายจุดดำแขนในตัวยาวเหนือเข่า อวดช่วงขาเรียวสวย ก็เดินไปทรุดนั่งลงบนสตูลหน้ากระจกเงาบานใหญ่ หยิบตลับแป้งราคาแพงมาแตะแต้มเบาๆ จนทั่วใบหน้า...นับเป็นความโชคดีอย่างยิ่งของหญิงสาวที่แม้จะเกิดเป็นลูกสาวชาวสวน แต่กลับมีผิวหน้าที่เนียนกระจ่างใสจนไม่ต้องใช้ครีมรองพื้นช่วยให้มากเรื่อง จากนั้นก็หยิบลิปสติกสีชมพูอ่อนมาวาดฉับที่ปากแล้วเม้มสองครั้งเป็นอันเสร็จสิ้น คิ้วเรียวทั้งคู่ที่เรียงตัวสวยอยู่แล้วไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เอาแปรงเล็กๆ ปัดๆ เป็นอันใช้ได้
พิมพกานต์ลุกขึ้นยืน พลางมองตัวเองในกระจกเงาที่กำลังสะท้อนภาพหญิงสาวร่างสูงเพรียวได้สัดส่วน ดวงหน้าเรียวรูปไข่มีเครื่องหน้ารับกันราวปั้นแต่ง ถูกล้อมกรอบด้วยผมยาวหยิกสลวยที่ไม่เคยผ่านการดัดแต่อย่างใด แต่เป็นผมที่หยิกตามธรรมชาติซึ่งใครต่อใครเห็นต่างก็ชื่นชมนักหนา ทว่าเจ้าตัวกลับไม่ชอบใจเท่าไหร่...เพราะเป็นสิ่งตอกย้ำให้นึกถึงเรื่องราวบางอย่างในอดีต
เมื่อนึกถึงตัวเองในวัยแรกรุ่น...รูปร่างผอมสูงมีผมหยิกจนจับตัวเป็นขอด ซ้ำฟันเหยินก็ผุดซ้อนขึ้นมาในมโนภาพ สมัยเรียนมัธยมปีที่สี่เธอขี้ริ้วขี้เหร่จริงๆ ถ้าไม่ตัดสินใจดัดฟันตั้งแต่ตอนนั้น หน้าตาคงไม่เป็นอย่างในปัจจุบันเป็นแน่แท้ แล้วภาพเหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นความทรงจำที่เธอไม่เคยลืมเลือนก็วาบเข้ามาราวกับสั่งได้ จนต้องรีบขับไล่ภาพดังกล่าวออกไปโดยเร็ว คว้ากระเป๋ายี่ห้อดังที่แขวนอยู่ขึ้นสะพายที่ไหล่ ก้าวเดินออกไปจากห้องนอนตรงไปยังห้องครัวแบบทันสมัยที่มีอุปกรณ์พร้อมสรรพแต่แทบไม่เคยได้ใช้งาน นอกจากกาน้ำร้อนสำหรับชงกาแฟและเครื่องปิ้งขนมปังเท่านั้น เพราะทั้งสองอย่างคืออาหารเช้าสำหรับเธอ ส่วนมื้อเย็นไม่ค่อยเน้นนักตามแบบฉบับหญิงสาวในยุคนี้ ที่มักจะเน้นรักษาหุ่นกันมากกว่าการรักษาสุขภาพ
พิมพกานต์เดินไปชงกาแฟแล้วหยิบขนมปังปิ้งที่ส่งกลิ่นหอมน่ากินใส่จานใบเล็ก แล้วถือไปนั่งยังมุมรับแขกที่มีโซฟานุ่มรูปมือสีแดงสดตัวเก๋ตั้งอยู่ หลังจากได้ดื่มกาแฟหอมกรุ่นเข้าไปอึกใหญ่ ความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าก็บังเกิดขึ้น หญิงสาวเกือบจะตัดสินใจหยิบสมาร์ตโฟนในกระเป๋าขึ้นมาแล้วกดโทร. ไปหามารดาที่บ้าน แต่ก็เปลี่ยนใจ คิดว่าถึงที่ทำงานแล้วค่อยโทร. ก็ได้
ตลอดระยะเวลาร่วมสองปีนับตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี กระทั่งโชคดีสอบเข้าทำงานที่บริษัทโลจิสติกส์แห่งนี้ได้ หญิงสาวกลับบ้านไปหามารดาแทบจะนับครั้งได้ เพราะทั้งงานรวมทั้งอะไรอีกหลายสิ่งหลายอย่างดึงเวลาของเธอไปจนหมด คงมีอีกฝ่ายเท่านั้นที่โทร. มาหาอย่างสม่ำเสมอ
ใจก็ได้แต่คิดว่าเดี๋ยวค่อยกลับ บ้านอยู่แค่นี้เอง เดี๋ยวค่อยโทร. หา...แต่ไม่เคยได้ทำเลยสักครั้ง แต่เธอตั้งใจไว้แล้วว่าวันหยุดยาวที่จะถึงนี้คงต้องกลับไปบ้านสักครั้ง
ดวงตาคู่สวยเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ครั้นเห็นว่าถึงเวลาควรเดินทางไปทำงานได้แล้ว เจ้าของร่างสูงเพรียวก็ผุดลุกขึ้น คว้ากุญแจรถที่แขวนอยู่ ออกจากห้องพักตรงไปยังลานจอดรถ แล้วพาเจ้ามินิคูเปอร์สีแดงสดแล่นตะบึงไปยังอาคารแคปิตอลเฮาส์บนถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่ ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
พิมพกานต์กดลิฟต์ขึ้นมายังชั้นเก้าซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท ทันทีที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ที่คุ้นเคยกันดีเห็นเธอ ก็บอกเธอด้วยสีหน้าตื่นๆ
“คุณแพงคะ มีผู้หญิงชื่อพรเพ็ญโทร. มาบอกให้โทร. กลับไปหาด่วนค่ะ”
“ให้แพงโทร. กลับด่วนหรือคะ” พิมพกานต์เอ่ยถามน้ำเสียงงงๆ
พรเพ็ญที่ถูกเอ่ยถึงเป็นน้องสาวของมารดาซึ่งเป็นน้าสาวของเธอ แต่หญิงสาวสงสัยว่าทำไมเจ้าตัวไม่โทร. เข้ามือถือ เหตุใดจึงโทร. เข้าบริษัท ทว่าความสงสัยดังกล่าวก็มีอันต้องพับเก็บไว้ก่อน เมื่อเหลือบเห็นชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีในชุดสูทหรูเรียบกริบสีดำเดินฉีกยิ้มกว้างเข้ามา มีลิลลี่สีชมพูช่อใหญ่อยู่ในอ้อมแขน
“สวัสดีครับ ผมแวะเอาดอกไม้สวยๆ มาให้คนสวยๆ อย่างคุณแพงครับ”
คนได้ดอกไม้ช่องามแต่เช้ายิ้มนิดๆ “ขอบคุณมากค่ะคุณนนท์ ไม่เห็นต้องลำบากซื้อมาเลยค่ะ”
“ไม่ลำบากหรอกครับ ผมไม่ชอบฝากใครเอามาส่งเหมือนคนอื่น อยากเอามาให้ด้วยตัวเองมากกว่า คุณแพงจะได้นึกถึงผมเป็นคนแรกแต่เช้าไงล่ะครับ”
นนทวัชร...นักธุรกิจหนุ่มด้านนำเข้ารถยนต์พูดพลางคลี่ยิ้มหวาน พร้อมส่งสายตาสื่อความหมายเป็นนัยๆ ไปให้สาวสวยตรงหน้าที่เขากำลังสนใจจากการพบกันในงานเลี้ยง ความสวยบวกกับท่าทางฉลาดเฉลียวของอีกฝ่ายเข้าตาผู้ชายอย่างเขาเข้าอย่างจัง เพราะผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งฉลาดนั้นหาได้ยากเต็มทีในสมัยนี้
คนที่ได้รับสายตาสื่อความนัยอย่างพิมพกานต์ชำเลืองมองหน้าคนพูดแล้วยิ้มหยันในใจ ผู้ชาย...เวลาอยากได้อะไรมักจะทุ่มเทเช่นนี้เสมอ ดอกไม้ราคาแพงหลากหลายชนิด รวมทั้งของขวัญเลอค่าต่างๆ ที่ชายหนุ่มผู้นี้สรรหามาให้ แม้จะรู้สึกปลื้มปริ่มตามประสาผู้หญิง ยามได้รับสิ่งของจากนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่กำลังมีชื่อเสียงอย่างนนทวัชร ทว่าใช่จะไม่รู้ว่าคงไม่ใช่เธอเพียงคนเดียวกระมังที่ได้รับ คาดว่าหญิงสาวคนอื่นก็คงได้รับเหมือนเธอด้วยเช่นกัน เพราะเดี๋ยวนี้ข่าวคราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าวลับเฉพาะหรือข่าววงในแค่ไหนก็ตาม ต่างขุดคุ้ยออกมาแฉให้รู้กันในแวดวงโซเซียลเน็ตเวิร์กแทบทั้งสิ้น
เหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งที่หญิงสาวยังไม่ตกลงปลงใจกับใครในตอนนี้ ทั้งที่มีชายหนุ่มมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาขายขนมจีบ ก็เพราะเธอมีบิดาเป็นคนเจ้าชู้ ที่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้แก่มารดาจนถึงขั้นต้องหย่าขาดจากกัน เธอยอมรับว่าเกลียดคนเจ้าชู้เป็นที่สุด
“แบบนี้คงมีสาวๆ นึกถึงหน้าคุณนนท์กันหลายคนแน่เลยค่ะ” พิมพกานต์แกล้งพูดแหย่
“สาวคนไหนคงไม่ทำให้ผมนึกถึงได้เท่ากับคุณพิมพกานต์หรอกครับ” นนทวัชรพูดหยอดกลับทันควัน “แต่ตอนนี้ผมคงต้องของตัวเข้าออฟฟิศก่อน ถ้าไม่ติดว่าจะต้องเข้าประชุมเรื่องงานสำคัญ คงจะต้องอยู่ต่อขอดื่มกาแฟกับคุณแพงแล้วละครับ”
“เชิญค่ะ”
หลังจากรอจนนนทวัชรผละไปแล้ว พิมพกานต์คิดจะเดินออกไปซื้อเค้กเจ้าอร่อยที่ร้านกาแฟชื่อดังซึ่งอยู่ชั้นล่างของตัวอาคารมากินเสียหน่อย เพราะขนมปังปิ้งที่กินมาจากคอนโดที่พักไม่อยู่ท้องสักเท่าไหร่ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเดิน เสียงเตือนของประชาสัมพันธ์สาวที่เคาน์เตอร์ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
