บทนำ
น้ำเสียงอ้อนวอนกึ่งขอร้องของมารดาที่พูดตอกย้ำคำเดิมๆ พร้อมกับร่างที่ยืนอยู่ข้างเตียงซึ่งเห็นชัดเจนก่อนหน้าค่อยๆ เลือนหายไปจากสายตา จนพิมพกานต์ต้องผุดลุกขึ้นนั่งพร้อมกับร้องเรียกเสียงหลง
“แม่!”
ข้างเตียงที่เมื่อครู่มีร่างอวบท้วมยืนอยู่บัดนี้หลงเหลือเพียงความว่างเปล่า ราวกับเรื่องเมื่อครู่คือความฝันหรือไม่เธอก็ตาฝาดไป หญิงสาวยกมือขึ้นขยี้ตาพลางบ่นพึมพำกับตัวเอง
หรือเมื่อกี้เธออาจจะฝันไป แต่ฝันอะไรจะเหมือนจริงถึงเพียงนี้
ครั้นเหลียวมองนาฬิกาหัวเตียง...เพิ่งจะตีห้าครึ่ง ซึ่งเป็นเวลาตื่นปกติของเธออยู่แล้ว ร่างสูงระหงในชุดเสื้อยืดตัวใหญ่จึงก้าวลงจากเตียง ไปยืนตรงตำแหน่งที่เมื่อครู่เห็นร่างของมารดายืนอยู่ วูบหนึ่งภาพที่เห็นพลันหวนกลับเข้ามาในความคิดคำนึงจนเธออดวิตกกังวลไม่ได้ แม้จะบอกกับตัวเองว่าตาฝาดหรือเป็นความฝันก็ตามที
ความรู้สึกแปลกๆ ระคนหวาดหวั่นบางอย่างแทรกเข้ามาในใจจนขนอ่อนที่แขนพากันลุกชัน ต้องรีบสลัดความรู้สึกดังกล่าวออกไปโดยเร็วก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำ ซึ่งน้ำเย็นๆ จากฝักบัวช่วยให้สมองของพิมพกานต์รู้สึกปลอดโปร่งขึ้น พลอยทำให้ลืมเรื่องที่กำลังวิตกกังวลไปได้ชั่วขณะ
บท 1
“น้องแพง น้องแพง”
เสียงอ่อนโยนคุ้นหูที่ได้ยินแว่วๆ ปลุกพิมพกานต์ที่กำลังหลับใหลอย่างเป็นสุขอยู่บนเตียงหนานุ่มปูด้วยผ้าลายดอกไม้สีหวานในห้องนอนที่เย็นฉ่ำด้วยแอร์คอนดิชัน ภายในคอนโดมิเนียมหรูหราย่านใจกลางเมือง ต้องพลันตกใจตื่นก่อนจะหยีตามองไปยังที่มาของเสียง แล้วดวงหน้าสะสวยที่ยังคงงัวเงียก็เผยรอยยิ้มกว้างด้วยความดีใจปะปนประหลาดใจ เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ในสายตาคือร่างอวบท้วมของนางพิมพ์พรผู้เป็นแม่ในชุดสีขาวสะอาด ซึ่งเป็นชุดที่เจ้าตัวมักจะแต่งถือศีลในวันพระ ยืนส่งยิ้มให้อยู่ข้างเตียง
“แม่...มาได้ยังไงจ๊ะ”
คนยังอยู่ในอาการครึ่งหลับครึ่งตื่นเอ่ยถาม แม้จะยังงุนงงว่าจู่ๆ มารดาที่ควรจะอยู่บ้านสวนที่จังหวัดจันทบุรี เหตุไฉนจึงมายืนอยู่ตรงข้างเตียงของตนเอง แต่อารามดีใจนั้นมีมากกว่า เพราะช่วงนี้เธอไม่ค่อยมีเวลากลับบ้านนัก
คนที่ยืนส่งยิ้มให้ไม่ตอบคำถาม แต่กลับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนแกมขอร้อง
“น้องแพง...กลับไปอยู่บ้านเรานะลูก กลับไปอยู่บ้าน...เรา”
“กลับบ้าน! แม่ก็รู้ว่าแพงต้องทำงานนี่จ๊ะ”
พิมพกานต์ตอบด้วยความรู้สึกงุนงงที่ทวีขึ้นเป็นลำดับ เพราะเท่าที่ผ่านมาไม่เคยเลยสักครั้งที่มารดาจะพูดกับเธอเช่นนี้ อีกฝ่ายรู้ดีว่าเธอกำลังสนุกและมีความสุขจากหน้าที่การงานที่กำลังไปได้สวยในตำแหน่งเลขานุการของประธานบริษัท แคปิตอล คูล โลจิสติกส์ จำกัด บริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านโลจิสติกส์อันดับใหญ่ต้นๆ ของประเทศ ที่เธอสอบเข้าทำงานได้เมื่อสองปีที่แล้ว
“กลับไปอยู่บ้านเรานะลูก กลับบ้าน...เรา”
น้ำเสียงอ้อนวอนกึ่งขอร้องของมารดาที่พูดตอกย้ำคำเดิมๆ พร้อมกับร่างที่ยืนอยู่ข้างเตียงซึ่งเห็นชัดเจนก่อนหน้าค่อยๆ เลือนหายไปจากสายตา จนพิมพกานต์ต้องผุดลุกขึ้นนั่งพร้อมกับร้องเรียกเสียงหลง
“แม่!”
ข้างเตียงที่เมื่อครู่มีร่างอวบท้วมยืนอยู่บัดนี้หลงเหลือเพียงความว่างเปล่า ราวกับเรื่องเมื่อครู่คือความฝันหรือไม่เธอก็ตาฝาดไป หญิงสาวยกมือขึ้นขยี้ตาพลางบ่นพึมพำกับตัวเอง
หรือเมื่อกี้เธออาจจะฝันไป แต่ฝันอะไรจะเหมือนจริงถึงเพียงนี้
ครั้นเหลียวมองนาฬิกาหัวเตียง...เพิ่งจะตีห้าครึ่ง ซึ่งเป็นเวลาตื่นปกติของเธออยู่แล้ว ร่างสูงระหงในชุดเสื้อยืดตัวใหญ่จึงก้าวลงจากเตียง ไปยืนตรงตำแหน่งที่เมื่อครู่เห็นร่างของมารดายืนอยู่ วูบหนึ่งภาพที่เห็นพลันหวนกลับเข้ามาในความคิดคำนึงจนเธออดวิตกกังวลไม่ได้ แม้จะบอกกับตัวเองว่าตาฝาดหรือเป็นความฝันก็ตามที
ความรู้สึกแปลกๆ ระคนหวาดหวั่นบางอย่างแทรกเข้ามาในใจจนขนอ่อนที่แขนพากันลุกชัน ต้องรีบสลัดความรู้สึกดังกล่าวออกไปโดยเร็วก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำ ซึ่งน้ำเย็นๆ จากฝักบัวช่วยให้สมองของพิมพกานต์รู้สึกปลอดโปร่งขึ้น พลอยทำให้ลืมเรื่องที่กำลังวิตกกังวลไปได้ชั่วขณะ
หลังแต่งกายเสร็จเรียบร้อย ร่างสูงสมส่วนในชุดกระโปรงสีขาวลายจุดดำแขนในตัวยาวเหนือเข่า อวดช่วงขาเรียวสวย ก็เดินไปทรุดนั่งลงบนสตูลหน้ากระจกเงาบานใหญ่ หยิบตลับแป้งราคาแพงมาแตะแต้มเบาๆ จนทั่วใบหน้า...นับเป็นความโชคดีอย่างยิ่งของหญิงสาวที่แม้จะเกิดเป็นลูกสาวชาวสวน แต่กลับมีผิวหน้าที่เนียนกระจ่างใสจนไม่ต้องใช้ครีมรองพื้นช่วยให้มากเรื่อง จากนั้นก็หยิบลิปสติกสีชมพูอ่อนมาวาดฉับที่ปากแล้วเม้มสองครั้งเป็นอันเสร็จสิ้น คิ้วเรียวทั้งคู่ที่เรียงตัวสวยอยู่แล้วไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เอาแปรงเล็กๆ ปัดๆ เป็นอันใช้ได้
พิมพกานต์ลุกขึ้นยืน พลางมองตัวเองในกระจกเงาที่กำลังสะท้อนภาพหญิงสาวร่างสูงเพรียวได้สัดส่วน ดวงหน้าเรียวรูปไข่มีเครื่องหน้ารับกันราวปั้นแต่ง ถูกล้อมกรอบด้วยผมยาวหยิกสลวยที่ไม่เคยผ่านการดัดแต่อย่างใด แต่เป็นผมที่หยิกตามธรรมชาติซึ่งใครต่อใครเห็นต่างก็ชื่นชมนักหนา ทว่าเจ้าตัวกลับไม่ชอบใจเท่าไหร่...เพราะเป็นสิ่งตอกย้ำให้นึกถึงเรื่องราวบางอย่างในอดีต
เมื่อนึกถึงตัวเองในวัยแรกรุ่น...รูปร่างผอมสูงมีผมหยิกจนจับตัวเป็นขอด ซ้ำฟันเหยินก็ผุดซ้อนขึ้นมาในมโนภาพ สมัยเรียนมัธยมปีที่สี่เธอขี้ริ้วขี้เหร่จริงๆ ถ้าไม่ตัดสินใจดัดฟันตั้งแต่ตอนนั้น หน้าตาคงไม่เป็นอย่างในปัจจุบันเป็นแน่แท้ แล้วภาพเหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นความทรงจำที่เธอไม่เคยลืมเลือนก็วาบเข้ามาราวกับสั่งได้ จนต้องรีบขับไล่ภาพดังกล่าวออกไปโดยเร็ว คว้ากระเป๋ายี่ห้อดังที่แขวนอยู่ขึ้นสะพายที่ไหล่ ก้าวเดินออกไปจากห้องนอนตรงไปยังห้องครัวแบบทันสมัยที่มีอุปกรณ์พร้อมสรรพแต่แทบไม่เคยได้ใช้งาน นอกจากกาน้ำร้อนสำหรับชงกาแฟและเครื่องปิ้งขนมปังเท่านั้น เพราะทั้งสองอย่างคืออาหารเช้าสำหรับเธอ ส่วนมื้อเย็นไม่ค่อยเน้นนักตามแบบฉบับหญิงสาวในยุคนี้ ที่มักจะเน้นรักษาหุ่นกันมากกว่าการรักษาสุขภาพ
พิมพกานต์เดินไปชงกาแฟแล้วหยิบขนมปังปิ้งที่ส่งกลิ่นหอมน่ากินใส่จานใบเล็ก แล้วถือไปนั่งยังมุมรับแขกที่มีโซฟานุ่มรูปมือสีแดงสดตัวเก๋ตั้งอยู่ หลังจากได้ดื่มกาแฟหอมกรุ่นเข้าไปอึกใหญ่ ความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าก็บังเกิดขึ้น หญิงสาวเกือบจะตัดสินใจหยิบสมาร์ตโฟนในกระเป๋าขึ้นมาแล้วกดโทร. ไปหามารดาที่บ้าน แต่ก็เปลี่ยนใจ คิดว่าถึงที่ทำงานแล้วค่อยโทร. ก็ได้
ตลอดระยะเวลาร่วมสองปีนับตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี กระทั่งโชคดีสอบเข้าทำงานที่บริษัทโลจิสติกส์แห่งนี้ได้ หญิงสาวกลับบ้านไปหามารดาแทบจะนับครั้งได้ เพราะทั้งงานรวมทั้งอะไรอีกหลายสิ่งหลายอย่างดึงเวลาของเธอไปจนหมด คงมีอีกฝ่ายเท่านั้นที่โทร. มาหาอย่างสม่ำเสมอ
ใจก็ได้แต่คิดว่าเดี๋ยวค่อยกลับ บ้านอยู่แค่นี้เอง เดี๋ยวค่อยโทร. หา...แต่ไม่เคยได้ทำเลยสักครั้ง แต่เธอตั้งใจไว้แล้วว่าวันหยุดยาวที่จะถึงนี้คงต้องกลับไปบ้านสักครั้ง
ดวงตาคู่สวยเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ครั้นเห็นว่าถึงเวลาควรเดินทางไปทำงานได้แล้ว เจ้าของร่างสูงเพรียวก็ผุดลุกขึ้น คว้ากุญแจรถที่แขวนอยู่ ออกจากห้องพักตรงไปยังลานจอดรถ แล้วพาเจ้ามินิคูเปอร์สีแดงสดแล่นตะบึงไปยังอาคารแคปิตอลเฮาส์บนถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่ ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
พิมพกานต์กดลิฟต์ขึ้นมายังชั้นเก้าซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท ทันทีที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ที่คุ้นเคยกันดีเห็นเธอ ก็บอกเธอด้วยสีหน้าตื่นๆ
“คุณแพงคะ มีผู้หญิงชื่อพรเพ็ญโทร. มาบอกให้โทร. กลับไปหาด่วนค่ะ”
“ให้แพงโทร. กลับด่วนหรือคะ” พิมพกานต์เอ่ยถามน้ำเสียงงงๆ
พรเพ็ญที่ถูกเอ่ยถึงเป็นน้องสาวของมารดาซึ่งเป็นน้าสาวของเธอ แต่หญิงสาวสงสัยว่าทำไมเจ้าตัวไม่โทร. เข้ามือถือ เหตุใดจึงโทร. เข้าบริษัท ทว่าความสงสัยดังกล่าวก็มีอันต้องพับเก็บไว้ก่อน เมื่อเหลือบเห็นชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีในชุดสูทหรูเรียบกริบสีดำเดินฉีกยิ้มกว้างเข้ามา มีลิลลี่สีชมพูช่อใหญ่อยู่ในอ้อมแขน
“สวัสดีครับ ผมแวะเอาดอกไม้สวยๆ มาให้คนสวยๆ อย่างคุณแพงครับ”
คนได้ดอกไม้ช่องามแต่เช้ายิ้มนิดๆ “ขอบคุณมากค่ะคุณนนท์ ไม่เห็นต้องลำบากซื้อมาเลยค่ะ”
“ไม่ลำบากหรอกครับ ผมไม่ชอบฝากใครเอามาส่งเหมือนคนอื่น อยากเอามาให้ด้วยตัวเองมากกว่า คุณแพงจะได้นึกถึงผมเป็นคนแรกแต่เช้าไงล่ะครับ”
นนทวัชร...นักธุรกิจหนุ่มด้านนำเข้ารถยนต์พูดพลางคลี่ยิ้มหวาน พร้อมส่งสายตาสื่อความหมายเป็นนัยๆ ไปให้สาวสวยตรงหน้าที่เขากำลังสนใจจากการพบกันในงานเลี้ยง ความสวยบวกกับท่าทางฉลาดเฉลียวของอีกฝ่ายเข้าตาผู้ชายอย่างเขาเข้าอย่างจัง เพราะผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งฉลาดนั้นหาได้ยากเต็มทีในสมัยนี้
คนที่ได้รับสายตาสื่อความนัยอย่างพิมพกานต์ชำเลืองมองหน้าคนพูดแล้วยิ้มหยันในใจ ผู้ชาย...เวลาอยากได้อะไรมักจะทุ่มเทเช่นนี้เสมอ ดอกไม้ราคาแพงหลากหลายชนิด รวมทั้งของขวัญเลอค่าต่างๆ ที่ชายหนุ่มผู้นี้สรรหามาให้ แม้จะรู้สึกปลื้มปริ่มตามประสาผู้หญิง ยามได้รับสิ่งของจากนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่กำลังมีชื่อเสียงอย่างนนทวัชร ทว่าใช่จะไม่รู้ว่าคงไม่ใช่เธอเพียงคนเดียวกระมังที่ได้รับ คาดว่าหญิงสาวคนอื่นก็คงได้รับเหมือนเธอด้วยเช่นกัน เพราะเดี๋ยวนี้ข่าวคราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าวลับเฉพาะหรือข่าววงในแค่ไหนก็ตาม ต่างขุดคุ้ยออกมาแฉให้รู้กันในแวดวงโซเซียลเน็ตเวิร์กแทบทั้งสิ้น
เหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งที่หญิงสาวยังไม่ตกลงปลงใจกับใครในตอนนี้ ทั้งที่มีชายหนุ่มมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาขายขนมจีบ ก็เพราะเธอมีบิดาเป็นคนเจ้าชู้ ที่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้แก่มารดาจนถึงขั้นต้องหย่าขาดจากกัน เธอยอมรับว่าเกลียดคนเจ้าชู้เป็นที่สุด
“แบบนี้คงมีสาวๆ นึกถึงหน้าคุณนนท์กันหลายคนแน่เลยค่ะ” พิมพกานต์แกล้งพูดแหย่
“สาวคนไหนคงไม่ทำให้ผมนึกถึงได้เท่ากับคุณพิมพกานต์หรอกครับ” นนทวัชรพูดหยอดกลับทันควัน “แต่ตอนนี้ผมคงต้องของตัวเข้าออฟฟิศก่อน ถ้าไม่ติดว่าจะต้องเข้าประชุมเรื่องงานสำคัญ คงจะต้องอยู่ต่อขอดื่มกาแฟกับคุณแพงแล้วละครับ”
“เชิญค่ะ”
หลังจากรอจนนนทวัชรผละไปแล้ว พิมพกานต์คิดจะเดินออกไปซื้อเค้กเจ้าอร่อยที่ร้านกาแฟชื่อดังซึ่งอยู่ชั้นล่างของตัวอาคารมากินเสียหน่อย เพราะขนมปังปิ้งที่กินมาจากคอนโดที่พักไม่อยู่ท้องสักเท่าไหร่ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเดิน เสียงเตือนของประชาสัมพันธ์สาวที่เคาน์เตอร์ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
บทล่าสุด
#139 บทที่ 139 139
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#138 บทที่ 138 138
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#137 บทที่ 137 137
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#136 บทที่ 136 136
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#135 บทที่ 135 135
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#134 บทที่ 134 134
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#133 บทที่ 133 133
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#132 บทที่ 132 132
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#131 บทที่ 131 131
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#130 บทที่ 130 130
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""













