บทที่ 2 2
“คุณแพงอย่าลืมโทร. กลับที่บ้านด้วยนะคะ”
คำพูดดังกล่าวเปลี่ยนความตั้งใจของหญิงสาวในทันที เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าเรื่องด่วนที่ว่านั้นคืออะไร เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงหยิบสมาร์ตโฟนจากในกระเป๋าขึ้นมา แล้วถึงรู้สาเหตุว่าทำไมผู้เป็นน้าสาวถึงโทร. เข้าบริษัทแทนที่จะโทร. เข้ามือถือเธอโดยตรง เพราะหน้าจอที่ว่างเปล่าบ่งบอกให้รู้ว่าแบตเตอรี่หมดนั่นเอง
หญิงสาวรีบเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่อยู่หน้าห้องของผู้เป็นเจ้านาย ชาร์จสมาร์ตโฟนก่อนจะเปิดโทรศัพท์ สิ่งที่ปรากฏชัดแก่สายตาคือเบอร์ที่ไม่ได้รับสายเป็นสิบๆ สายจากผู้เป็นน้าสาว ทำให้ต้องรีบกดกลับไปหาทันที และดูเหมือนว่าคนในสายจะเฝ้ารออยู่เพราะกดรับทันทีที่สัญญาณดังขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียว
“น้องแพง”
“น้าเพ็ญ ให้แพงโทร. กลับด่วนมีเรื่องอะไรหรือจ๊ะ” หลานสาวเอ่ยถามน้ำเสียงร้อนรน
คนในสายหยุดไปชั่วเสี้ยววินาที ตามมาด้วยคำพูดน้ำเสียงสั่นๆ
“พี่พิมพ์ไม่สบายมากจ้ะ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลประจำจังหวัด น้าโทร. เข้ามือถือไม่ติด โทร. เข้าบ้านไม่มีคนรับสาย เลยตัดสินใจโทร. เข้าบริษัท”
“ไม่สบายมาก!” พิมพกานต์อุทานน้ำเสียงตกใจ หวนนึกถึงความฝันตอนเช้าตรู่ขึ้นมาในทันใด “แล้วแม่เป็นอะไรไปหรือจ๊ะ”
“ท้องเสียจ้ะ น้องแพงรีบกลับมาได้ไหม นั่งเครื่องมาลงที่สนามบินตราด เดี๋ยวน้าขับรถไปรับเอง”
เมื่อได้ฟังอาการของมารดาว่าแค่ท้องเสีย หญิงสาวก็เบาใจลงว่าคงไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างที่นึกกังวล ทว่ายังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้พูดอะไรกับคนในสายอีก เสียงอินเตอร์คอมบนก็ดังกังวานขึ้นมาเสียก่อน
“คุณแพง เข้ามาหาผมในห้องหน่อยครับ”
หญิงสาวละล้าละลังขึ้นมาทันที
“ว่าไงน้องแพง”
น้ำเสียงร้อนรนของผู้เป็นน้าทำให้พิมพกานต์ต้องตอบออกไปก่อนว่า “เดี๋ยวแพงขอเข้าไปหาเจ้านายก่อนนะจ๊ะน้าเพ็ญ”
พูดจบพิมพกานต์ก็กดวางสาย แล้วคว้าสมุดโน้ตเดินเข้าไปในห้องของเจ้านายในทันที
“ว่าไงคุณแพง ได้ข่าวว่ามีหนุ่มเอาดอกไม้มาให้แต่เช้าเลยหรือครับ”
เจ้าของบริษัทซึ่งเป็นชายวัยกลางคนพูดกระเซ้ายิ้มๆ พลางมองเลขาฯ ที่ทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้า แล้วอดไม่ได้ที่จะนึกชมเชยอีกฝ่ายอยู่ในใจ นอกจากความสวยที่โดดเด่นเป็นเอกแล้ว ความสามารถเรื่องงานบวกความเฉลียวฉลาดที่มักจะหาได้ยากยิ่งในตัวผู้หญิงสวยสมัยนี้ เพราะผู้หญิงสวยส่วนใหญ่มักจะมันสมองน้อย แต่คงต้องยกเว้นเลขาฯ ส่วนตัวของเขาผู้นี้
“คาดว่าจะเอามาให้แพงเช้ากว่าคนอื่นมั้งคะบอส” เลขานุการคนสวยพูดยิ้มๆ ซึ่งได้รับเสียงหัวเราะดังลั่นอย่างชอบอกชอบใจจากคนเป็นเจ้านาย
“เจ้าของดอกไม้คงต้องหนาวหน่อยนะ ที่ริมาขายขนมจีบเลขาฯ ผม”
คนเป็นเลขาฯ ยกริมฝีปากขึ้นยิ้มนิดหนึ่ง “ว่าแต่บอสมีอะไรเรียกใช้แพงแต่เช้าคะ”
“ผมจะต้องบินไปสวิตเซอร์แลนด์ด่วนเย็นนี้ คุณไปจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินให้ผมด้วย แล้วที่สำคัญ คุณก็ต้องเดินทางไปกับผม”
คำพูดของเจ้านายทำให้พิมพกานต์อุทานออกมาน้ำเสียงตื่นเต้น “สวิตเซอร์แลนด์หรือคะ!”
สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศในฝันที่หญิงสาวอยากไปมากที่สุด ทว่าที่ยังไม่ได้ไปไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน ปัญหาอยู่ที่ว่ายังหาเวลาและโอกาสไม่ได้นั่นเอง แม้บริษัทจะจัดทำวีซาและมีแผนจะส่งเธอไปดูงานที่นั่นหลายต่อหลายครั้ง แต่แผนที่ว่ามีอันถูกยกเลิกทุกครั้ง เวลานี้ทั้งสองอย่างนั้นเดินทางมาหาตัวเธอแล้ว ซึ่งเธอคิดว่าถ้าไม่ได้ไปคงเสียดายแย่
“ใช่ คุณกลับไปเตรียมตัวได้เลย”
“ค่ะบอส”
พิมพกานต์รับคำด้วยความยินดี เดินกลับไปยังโต๊ะทำงานแล้วยกหูโทรศัพท์ขึ้น เพื่อจะจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินให้ผู้เป็นเจ้านาย ทว่าสมาร์ตโฟนที่เธอชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้พลันสว่างวาบขึ้น เป็นสัญญาณให้รู้ว่ามีคนโทร. เข้ามา หญิงสาวจึงวางโทรศัพท์ที่ถืออยู่ลงแล้วเอื้อมมือไปคว้ามากดรับสาย ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปน้ำเสียงร้อนรนของผู้เป็นน้าสาวก็ดังขึ้นมาทันที
“น้องแพง ตกลงว่าไง เรื่องกลับบ้าน”
คนถูกถามลังเลขึ้นมาในทันใด แล้วก็ตัดสินพูดออกไป “พอดีแพงต้องเดินทางไปต่างประเทศกับเจ้านายด่วนจ้ะน้าเพ็ญ”
คนในสายเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดว่า “ตอนนี้พี่พิมพ์ยังถ่ายไม่หยุด หมอกำลังรอดูอาการอย่างใกล้ชิด บอกว่าอาจอยู่ในภาวะติดเชื้ออะไรสักอย่าง และถ้าติดเชื้อที่ว่านั่นจริง ต้องย้ายเข้าห้องไอซียู แล้วตอนนี้ไข้ก็ขึ้นสูงมาก เพ้อถึงแต่น้องแพง นั่น...หมอเรียกแล้ว น้าคงต้องวางหูก่อนนะ”
พิมพกานต์มองสมาร์ตโฟนในมือด้วยจิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวนัก ความคิดสองอย่างกำลังตีกันให้วุ่นวายจนต้องยกมือขึ้นนวดขมับ ตอนนี้เธอกำลังชั่งใจว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี ระหว่างเดินทางไปประเทศในฝันของเธออย่างสวิตเซอร์แลนด์กับเจ้านาย กับกลับไปดูมารดาที่นอนป่วยที่โรงพยาบาล
แล้วภาพเหตุการณ์เมื่อตอนเช้าพลันวาบเข้ามาในห้วงความคิด บวกกับคำพูดของผู้เป็นน้าก่อนวางสาย ที่ว่ามารดาของเธออาจอยู่ในขั้นภาวะติดเชื้อ และถ้าติดเชื้อจริงก็ต้องเข้าห้องไอซียูซึ่งหมายถึงห้องผู้ป่วยหนัก
‘แล้วไข้ก็ขึ้นสูงมาก เพ้อถึงแต่น้องแพง’
คำพูดสุดท้ายของผู้เป็นน้าทำให้พิมพกานต์ตัดสินใจได้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป
สวิตเซอร์แลนด์ไปเมื่อไหร่ก็ได้!
เมื่อคิดได้ดังนั้น หญิงสาวจึงเดินเข้าไปในห้องของผู้เป็นเจ้านายผู้กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่
“บอสคะ”
“ว่าไงคุณแพง มีอะไรหรือเปล่า หน้าตาดูไม่ดีเลย” คนเป็นเจ้านายเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นสีหน้าฉายแวววิตกกังวลของเลขาฯ สาว
“แพงคงไปสวิตเซอร์แลนด์กับบอสไม่ได้แล้วค่ะ”
“อ้าว ทำไมล่ะคุณแพง”
“แม่ของแพงนอนป่วยอยู่โรงพยาบาล แพงจะเข้ามาขออนุญาตลากลับบ้านไปดูแม่ค่ะบอส”
หญิงสาวบอกเล่าถึงสาเหตุออกไป ซึ่งคนเป็นเจ้านายก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“อ้อ ไม่เป็นไร ถ้างั้นตอนนี้คุณกลับไปได้เลย ส่วนเรื่องตั๋วเครื่องบินเดี๋ยวผมให้คุณสุภาวัลย์จัดการให้แทนแล้วกัน”
สุภาวัลย์เป็นผู้ช่วยของพิมพกานต์ หญิงสาวได้ฟังก็รู้สึกสบายใจขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นแพงคงต้องขอตัวกลับเลยนะคะ”
“ขอให้คุณแม่หายป่วยไวๆ นะครับคุณแพง สวิตเซอร์แลนด์ไปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่แม่น่ะเราคงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว”
“ขอบคุณค่ะบอส”
เมื่อกลับมายังโต๊ะทำงานเพื่อเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน เสียงสมาร์ตโฟนก็ดังขึ้นทันทีราวกับรู้ และผู้ที่โทร. มาไม่พ้นเป็นน้าสาวที่เอ่ยถามทันทีที่เธอกดรับสาย
“ตกลงน้องแพงจะกลับบ้านหรือจะไปสวิตเซอร์แลนด์”
หางเสียงของผู้เป็นน้าคล้ายเจือแววน้อยอกน้อยใจ ทำให้พิมพกานต์ต้องรีบบอกออกไป “เดี๋ยวแพงถึงสนามบินแล้วจะโทร. บอกน้าเพ็ญนะจ๊ะ”
