บทที่ 10 ตอนที่ 9 อย่าหึงหวง
ตอนที่ 9 อย่าหึงหวง
นับตั้งแต่ที่ได้ยินเพื่อนปีศาจพูดประโยคนั้นออกมา เธอก็มั่นใจได้เลยทันทีว่าปีศาจเองก็หวั่นไหวกับเธอมากเหมือนกัน ไม่อย่างนั้น เขาคง..ไม่ตื่นมาแล้วรีบดึงเธอไปกอดก่อนจะหันมองคนรอบข้างแน่นอน แต่นั่นก็ยังไม่ชัดมากพอจนเมื่อชายชุดดำเดินมาจับแขนเธอเหมือนต้องการให้ออกจากห้องไป ทำให้ปีศาจลุกพรวดขึ้นมาดึงแขนเธอกลับ แล้วผลักชายคนนั้นจนกระเด็น การกระทำของเขาทำให้เธอมั่นใจมากว่าระหว่างเราเดินมาไกลเกินกว่าความสัมพันธ์ไม่มีชื่อเรียกแล้ว เพียงแค่เรา..ยังไม่มีโอกาสได้เปิดใจคุยกัน
หลายวันต่อมา..
ปีศาจรักษาตัวหายเกือบจะเป็นปกติร้อยเปอร์เซ็นต์ อยู่ ๆ ก็มีสายเรียกเข้าจากป๋าของเธอเรียกให้เขาไปสถานีตำรวจ
“นายยังไม่หายดี..” เสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังนอนหนุนแขนของปีศาจ พลางโอบกอดเขาไว้แน่น ทำให้ร่างสูงหันตะแคงข้างมากระชับกอดเอ่ย..
“แค่ไปเฉย ๆ มั้ง”
“ฉันกลัวป๋าให้นายไป..” เวนคืนที่อีก เธอกลัว เธอไม่อยากเห็นปีศาจปางตายอีกแล้ว เธอรู้นะว่าบาดแผลภายนอกรักษาได้ แต่มีแผลซ้ำ ๆ โดนบ่อย ๆ ก็ตายได้เหมือนกัน คงไม่มีคนโรคจิตที่ไหนอยากจะเจ็บตัวบ่อย ๆ หรอกใช่ไหม
“ก็ไป”
“ไม่เอา..” พูดพลางคว่ำปากบีบน้ำตามองปีศาจ ทำให้เขาหลุดหัวเราะ วางมือสัมผัสแก้มเธอแล้วลูบแผ่วเบา
“ไม่ได้เจ็บ ไม่ได้เป็นอะไร”
“ไม่จริง นายยังเจ็บอยู่ ยังไม่หายดี”
“งานก็คืองาน”
“ฉันกำลังคิดหาวิธีช่วยนายอยู่ รอฉันก่อนได้ไหม”
“เธอทำไม่ได้หรอก อย่าฝืนเลยเดี๋ยวพ่อเธอสงสัยเปล่า ๆ” แค่ลักกินขโมยกินตับลูกสาวตำรวจก็เสียวหัวจะหลุดออกจากบ่าจะตายห่า อย่าให้พ่อเธอรู้เลย เดี๋ยวมันจะเป็นเรื่องใหญ่ จากที่โดนกระทืบตอนเวนคืนที่ ต่อไปอาจจะโดนดักกระทืบเตือนหรือไม่ก็โดนลากไปคุมตัวซ้อมจนช้ำในตาย อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น อย่าฝืนจะดีกว่า
“เชื่อใจฉัน”
“ไม่” ใครมันจะกล้าเชื่อใจเธอวะ เธอแม่งทำให้เขาตกมาอยู่ในสภาพนี้นะ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกดีที่มีเธอคอยเป็นห่วงเป็นใยดูแลใส่ใจอยู่เคียงข้าง ความรู้สึกนี้น่าจะเริ่มตั้งแต่วันที่เธอซื้อข้าวซื้อน้ำให้กินมั้ง ก็..หน้าตาน่ารักดี ดูซน ๆ สรุปทั้งซนทั้งดื้อมึนมาก พูดจาไม่กลัวตาย ทั้งที่ตัวเท่าลูกหมา หึหึ..
สถานีตำรวจ Phu
ทางด้านคนที่ถูกเรียกตัว..
“ครับ” ปีศาจเดินเข้ามาทักทายแล้วย่อตัวนั่งลงตรงหน้าท่านสีหน้าราบเรียบ ไร้ซึ่งความรู้สึก ราวกับว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ทั้งเรื่องที่โดนแทง ทั้งเรื่องที่แอบเอาลูกสาวท่านไปนอนกก
“ผมเห็นช่วงนี้คุณเหนื่อย ๆ เลยอยากแนะนำผู้หญิงสักคนสองคนให้รู้จัก อาจจะไม่ได้รวยมาก แต่ก็คงทำให้คุณสุขสบายไปทั้งชาติ”
“ด้วยความยินดี” ปีศาจยิ้มตอบแทนการต่อปากต่อคำ เพราะดูจากสายตาที่ป๋าซัมมองเขาตอนนี้มันเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ไม่เหมือนสายตาที่เคยเอ็นดูแล้วคอยให้งานเหมือนแต่ก่อน หรือนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่..
วันไปไม่เคยบอกใครแต่ทำไมชาวบ้านถึงเตรียมอาวุธพร้อมตอบโต้ ทั้งมีดทั้งปืนมีหมด จนบางที..ก็เริ่มรู้สึกกลัวตายแล้วเหมือนกัน เกิดโดนลูกหลงตายห่าขึ้นมา ไอ้อสูรจะอยู่ยังไง? มันยังตั้งหลักไม่ได้ มันต้องใช้เงิน..
“อ้าว นั่นไง มาเลยพอดี”
“นั่งก่อนเลยครับ คุณเฉียว” จิงเหวยพูดพลางคลี่ยิ้มมองคนสองคน ก่อนจะทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อให้ โดยการปล่อยให้คนสองคนได้มีเวลานั่งทำความรู้จักกันสองต่อสอง
ในขณะที่จิงเหวยเดินออกจากห้องทำงาน ลูกสาวคนสวยก็มาถึงสถานีเลยพอดี เลยได้โอกาสบอกให้ลูกสาวเตรียมน้ำและของว่างไปรับแขกผู้ใหญ่ที่มาเยี่ยมเยียนถึงสถานีในวันนี้ โดยตัวเขาจะนั่งรอ มองดูการกระทำของคนสามคนผ่านกล้องวงจรปิดแทน ในใจได้แต่ภาวนาให้ลูกสาวอย่าเกิดอาการหึงหวงขึ้นมา เพราะถ้าเป็นแบบนั้น..สิ่งที่เขาสงสัยมาตลอดมันก็คงเป็นความจริง
ทุกครั้งที่ปีศาจไปเวนคืนที่ ซัมมักจะหายไป ติดต่อไม่ได้ บอกแค่ว่าอยากอยู่เงียบ ๆ ไอ้คำว่าเงียบ ๆ มันใช่การไปเยียวยาแผลกายแผลใจไอ้มาเฟียหนุ่มคนนั้นไหม? ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไรปีศาจนักหรอก จากที่ดูแล้วคงเป็นเด็กขยันทำงานหาเงิน งานสีเทา สีขาวรับทำหมดขอแค่ได้เงิน จนมารับใช้รัฐบาล..
แต่ผิดก็คือผิดไม่มีข้อละเว้นอะไรทั้งนั้น เมื่อไหร่ที่หมดผลประโยชน์ก็โดนเฉดหัวทิ้งเหมือนเดิม อาจจะเร็ว ๆ นี้ ไม่ก็อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ต้องมีข่าวใหญ่โตแน่นอน ในส่วนของประชาชนอาจจะคิดว่าตำรวจ รัฐบาลเป็นที่พึ่ง แต่หารู้ไม่..เบื้องหลังทั้งหมดมาจากเบื้องบนสั่งการทั้งนั้น ไอ้พวกมาเฟียกระจอกงอกง่อย เด็กอันธพาลพวกนี้ดันมาหลงกลเป็นเหยื่อ ‘ช่วยไม่ได้ โง่เอง’ แล้วจะมาหวังให้เขาช่วยมันเป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะตัวเขาก็ต้องรับฟังคำสั่ง รับแรงกดดันเหมือนกัน หรือถ้าขัดขืนฝืนไม่ทำ ทางภาครัฐคงเล่นไม่ให้เหลือแม้แต่ชื่อหรือเงาหัว เขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้น..
“ใครมาเหรอคะ” หลังจากที่หญิงสาวเตรียมน้ำและของว่างเสร็จก็เอ่ยถามผู้เป็นพ่อสีหน้ายิ้มแย้มเพราะยังไม่รู้ว่าภายในห้องทำงานนั้นมีอะไรรออยู่ เธอรู้แค่ว่า..ปีศาจมาก่อนแล้ว อาจจะมาถึงแล้ว
“ลูกสาวของคุณเฉาชิงน่ะ เห็นว่าอยากทำความรู้จักกับเฟยฮุ่ย”
“อ๋อค่ะ” แทบจะกัดฟันตอบ จำต้องรีบถือของว่างและน้ำเข้าไปในห้อง
“สวัสดีค่ะ” ซัมเมอร์เอ่ยทักทายคนสองคนที่นั่งอยู่ข้างกันไร้ซึ่งรอยยิ้ม พร้อมกับวางจานของว่างและน้ำชาให้ เธอพาตัวเองไปนั่งอีกมุมของห้องโดยไม่ได้เดินออกจากห้องอย่างที่ควร การกระทำของซัมเมอร์ทำให้ปีศาจก้มหน้ายิ้ม เพราะเขาเองก็ไม่เคยเห็นซัมในเวอร์ชันนี้เหมือนกัน ยิ่งสายตาเธอตอนมองผู้หญิงด้านข้างเขา ถ้าตบได้คงตบไปแล้ว..
“ออกไปเลยก็ได้นะคะ”
“ไม่ออกค่ะ!”
“??” คำตอบนั้นทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วมองลูกท่านผู้กำกับ
“หมายถึงว่า ขออนุญาตไม่ออกไปค่ะ เวลาคุณเฉียวต้องการอะไรจะได้รีบหยิบยกมาให้ค่ะ”
“อืม” ตอบเสียงไม่สบอารมณ์ หันกลับมาสบตาร่างสูงที่นั่งอยู่ด้านข้างยิ้ม ๆ ก่อนจะชวนคุยต่อ..
“เฟยฮุ่ย..คุณมาทำงานที่นี่นานแล้วเหรอ”
“ยังไม่นานเท่าไหร่” แต่ทำมาเกินสองปีเรียกนานไหม?
“คุณอยู่จังหวัดอื่นใช่ไหม ทำไมฉันไม่เคยเจอคุณเลย ทั้งที่ฉันก็มาที่นี่บ่อย”
“ไป ๆ มา ๆ ไม่ได้อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง ทำงานนี้เสร็จเดี๋ยวก็ไปรับงานอื่นต่อ ย้ายไปเรื่อย”
“มาทำงานกับฉันไหม ครอบครัวฉันทำธุรกิจอสังหาน่ะ อยากได้คนมาช่วยดูแล”
“ก็ดูน่าสนใจดีนะ” ปีศาจตอบยิ้ม ๆ ไม่วายเหลือบไปมองอีกคนที่อยู่มุมห้องจึงได้เห็นใบหน้าบึ้ง ๆ ของเธอที่เห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้
ซัมเมอร์เธอนั่งฟังกลอกตามองบนรอบแล้วรอบเล่า พลางคิดว่าลูกคนรวยเขาเสนอตัวกันแบบนี้เหรอ? เขาชอบผู้ชายแบบนี้เหรอ ไอ้ชอบน่ะชอบได้ แต่คนนี้เธอไม่สะดวกใจจะให้นะ เพราะแค่รอยยิ้มของปีศาจตอนนี้เธอก็หวงแล้ว หวงมาก ๆ อาจจะเป็นปกติก็ได้ในสิ่งที่เธอกำลังหวง เดิมทีแล้วปีศาจก็ไม่ใช่คนชอบยิ้มอะไร แต่ทำไมวันนี้เขาดู..
“ฮึ!” ฮึแบบไม่ได้ตั้งใจ ฮึแล้วต้องรีบเอามือตะครุบปากตัวเองเพราะลืมตัว
เธอคิดว่าคงไม่ได้การแล้วละ ถ้ายังฝืนนั่งอยู่ตรงนี้..คงต้องแยกย้ายก่อน ก่อนที่เธอ..จะทนไม่ไหว
และในขณะที่เธอกำลังจะย่องเบาออกจากห้องนั้น ป๋าก็ดันประตูเข้ามา อีกทั้งยังชวนให้ไปนั่งคุยกันสี่คน เธอที่ไม่อยากให้ป๋าเสียหน้าได้แต่นับหนึ่งถึงสิบในใจ ไม่รวมนับหมูหมาปลากาไก่อีกเป็นสิบเพื่อให้ตัวเองใจเย็นลง
“แลกวีแชตกันหรือยังครับ หรือเบอร์โทร เฟยฮุ่ยยังโสดนะ” จิงเหวยพูดพลางหันมองลูกสาวที่ถลึงตาจนแทบหลุดออกจากเบ้า ก่อนจะขมวดคิ้วมองทำเป็นไม่รู้ไม่เข้าใจความหมายทำให้ซัมค่อย ๆ คลี่ยิ้ม
