บทที่ 3 ตอนที่ 2 ช่วยให้เธอมีฉันเป็นผัวแค่คนเดียว Nc++
ตอนที่ 2 ช่วยให้เธอมีฉันเป็นผัวแค่คนเดียว Nc++
ประโยคที่เฟยฮุ่ยพูดว่าให้เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นครางชื่อเขาแทนจะดีกว่า ดูเหมือนว่า..เขาจะพูดจริงทำจริง เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะเธอจำป่าที่เขาขับรถพาเธอมาครั้งที่แล้วได้น่ะสิ ที่เดียวกันเป๊ะเลย จอดรถก็ที่เดิม คงกลัวเธอจำไม่ได้ใช่ไหม?
“ที่นี่มีอะไรเหรอ?” แสร้งถามเหมือนไม่รู้ ทั้งที่ในใจหวาดหวั่นกลัวคำตอบคนด้านข้างอยู่ไม่น้อย
“ปีศาจ”
“มีปีศาจ?”
“อือ อยากเห็นไหม”
“หน้าตาน่ากลัวหรือเปล่า ถ้าน่ากลัวฉันไม่กล้าดูหรอก”
“ไม่รู้สิ เธอช่วยดูแล้วให้คำตอบฉันที” ไม่พูดเปล่า คว้าชายเสื้อถลกขึ้นจนสามารถถอดเสื้อออกทางศีรษะได้ แล้วจึงขยับหันหลังให้ร่างเล็กดูว่าปีศาจที่ว่านั้นมันน่ากลัว..หรือเปล่า
“นายสักเหรอ..สวยนะ” เธอพูดแล้ววางหน้ามือสัมผัสปีศาจที่มีมีดเฉือนอยู่กลางใบหน้าพร้อมกับไฟด้านข้างที่คล้ายว่ากำลังแผดเผา
“ไม่น่ากลัวเหรอ?” ถามด้วยความสงสัย
“ไม่ ฉันดูแล้วรู้สึก..สงสารยังไงก็ไม่รู้” เพราะมันเหมือนว่าปีศาจตนนี้กำลังพยายามประกอบใบหน้ากลับคืนมาทั้งที่มีดซามูไรฟาดฟันใบหน้าจนมันแยกออกจากกันแล้ว แถมยังเสียบคาไว้ ไหนจะเปลวไฟร้อนที่กำลังแผดเผา คงจะเจ็บปวดทรมานน่าดู..
“รู้สึกแบบนั้น?”
“อือ แต่ก็เป็นแค่ความรู้สึกของฉันแหละมั้ง แล้วนายล่ะ? สักรูปนี้มีความหมายไหม”
“แล้วแต่จะคิด”
“คือตัวตนของนายเหรอ..เฟยฮุ่ย”
“…”
“นายเป็นปีศาจเหรอ”
“ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องตอบเธอ”
“อย่าใจร้ายใจดำใส่กันหน่อยเลย คุยกันดี ๆ ไม่ได้หรือไง”
“…”
“ฉันว่าที่นายสักรูปนี้คงเป็นตัวตนของนายนั่นแหละ” ไม่ใช่ก็ไม่รู้แล้ว เธอเดาได้เท่านี้จริง ๆ
“ดูเธอเป็นคนขี้สงสัย ถามมาก พูดมากนะ”
“ฉันจะคุยกับคนที่อยากคุยด้วยเท่านั้นแหละ แล้วถ้าคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ไม่ใช่นาย ฉันก็คงนั่งเงียบไม่พูดไม่จา”
“ก็ลองเงียบปากดูบ้างสักห้านาที น้ำลายคงไม่บูดหรอก”
“นายนี่เป็นผู้ชายที่ปากจัดมากเลยนะ ไม่เจอกันตั้งสองปี กัดฉันซะเจ็บเลย” พูดคล้ายน้อยใจที่เอะอะอะไรก็โดนเหน็บตลอด เริ่มไม่เข้าใจแล้วว่าเขาเป็นผู้ชายประเภทไหนกันแน่ ที่แน่ ๆ ไม่ใช่ประเภทดีแน่นอน ร่างสูงที่ได้ยินไหวไหล่ไม่สะทกสะท้าน พลันคิดว่าถ้าคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เธอ เขาก็คงถีบลงจากรถไปแล้วเหมือนกัน
“วันนี้ฉันเอานะ”
“เอาอะไร”
“?” อะไรวะเนี่ย คุยเรื่องเดียวกันอยู่ไหม หรืออ่อนต่อโลกจนไม่เข้าใจอะไรเลย
“หมายถึง เอาอะไร นายต้องการอะไร”
“ร่างกายของเธอ”
“อือ..” ลากเสียงอือยาวในลำคอ
“เมื่อสองปีก่อนเธอบอกว่าอายุสิบหกฉันเลยไม่ทำ แต่ตอนนี้สิบแปดแล้ว เธอคงไม่ปฏิเสธฉันอีกใช่ไหม?” ถามสีหน้าน้ำเสียงจริงจัง ทำคนฟังพยักหน้าตอบเชื่องช้า
“ฉันช่วย ช่วยให้เธอมีฉันเป็นผัวแค่คนเดียว ไม่ได้ช่วยให้เธอไปมีผัวคนอื่น” ถ้าไม่โง่มากเกินไปเธอคงจะเข้าใจความหมายที่เขาพูดอยู่บ้างว่ามันหมายความว่าอะไร และเขาคาดหวังกับเธอมากขนาดไหน บนโลกนี้ไม่มีหรอกที่ช่วยแล้วจะไม่หวังผล ใครต่างก็หวังกันทั้งนั้น ขนาดเขายังหวังจะได้ร่างกายของเธอตอบแทนเลย
“เข้าใจแล้ว”
“เข้าใจแล้วก็ข้ามมา”
“ข้ามมา..” เอียงคอมองเฟยฮุ่ยที่บอกให้เธอข้ามไปนั่งบนตักเขา ทั้งที่..มันแคบขนาดนี้นี่นะ แต่ก็ยังไม่ทันจะได้แสดงความคิดเห็นอะไร เขาก็ขยับปรับเบาะจนมันกว้างพอที่คนสองคนจะนั่งด้วยกันได้
“หรือจะให้ฉันข้ามไปหาเธอ แต่บอกเลยนะ ถ้าฉันขึ้น..เธอแหกแน่”
“ม..ไม่ ไม่ต้อง ฉันข้ามไปเอง” เธอพูดแล้วก็ดึงชุดกระโปรงที่สวมอยู่ขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะขยับเอี้ยวลำตัวช่วงบนและล่าง ย้ายไปนั่งบนตักเฟยฮุ่ย ไม่วายโอบรอบลำคอเขาไว้ด้วยที่กลัวว่าเขาจะก้มหน้าลงไปมองของรักของหวงใต้กระโปรง..
“ถอดได้หรือเปล่า ถอดยากไหม”
“หือ”
“กางเกงใน”
“…” เธอไม่รู้จะต้องตอบเขายังไง เลยทำได้เพียงขยับลำตัวตามมือใหญ่ที่กำลังช่วยถอดเนื้อผ้าชั้นดีออกให้ โดยที่ไม่รู้เลยว่าเขาก็แอบปลดกระดุมกางเกงรั้งแท่งรักร้อนของตัวเองออกมาแล้วเหมือนกัน
“เคยหรือยัง?”
“ฮึ”
“ถ้าเธอหลวม ฉันต้องทำยังไง ตอนนี้ฉันไม่มีถุงยาง” พูดขณะที่มือเริ่มลูบไล้เรือนร่างของลี่ถิง กระทั่งมาหยุดอยู่ใต้ราวนม..
“ตอบมา” บีบขยำหน้าอกอวบพร้อมกับบังคับให้ตอบคำถาม
“ฉันยังไม่เคยมีแฟน คนที่ต้องกลัวเป็นฉันมากกว่า”
“งั้นก็ดีใจด้วย ฉันก็ไม่เคยมีใครเหมือนกัน”
“…” ไม่เชื่อ เธอไม่เชื่อ ทั้งหน้าตาสายตาท่าทางแพรวพราวขนาดนี้ บอกเป็นเสือผู้หญิงยังดูน่าเชื่อเสียมากกว่า
“บริสุทธิ์ใจ ยืนยันได้จากสายตาว่ามันไม่เคยผ่านร่างกายของใคร แค่เธอกล้าก้มหน้าลงไปดู” จะได้เห็นความอมชมพูของชายโสดทันที ถ้าไม่โง่มากจนดูไม่ออก..น่ะนะ
ลี่ถิงรวบรวมความกล้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงไปดูอย่างที่เขาท้าทาย ทันทีที่เห็นเธอไม่รู้ว่าควรจะต้องตกใจกับอะไรก่อนดี ระหว่างขนาด..กับสีของความเป็นชายของเฟยฮุ่ย
“ไง..เชื่อหรือเปล่า?” ยกยิ้มมุมปากถามคนบนตักที่ตกใจอ้าปากหวอ แล้วจึงเชยปลายคางเธอให้เงยหน้าขึ้นสบตากัน ใช้เสียงกึ่งไม่พอใจว่าให้เธอที่มองค้างนานจนเขาเริ่มรู้สึกอาย
“พอแล้วมั้ง มองอย่างกับไม่เคยเห็น”
“เกือบเท่าแขนฉันเลยนะ” เธอพูดตาปริบ ๆ ยกข้อมือตัวเองขึ้นดูสลับกับก้มหน้าลงไปมองความใหญ่โตของเฟยฮุ่ยอีกครั้ง ทำเจ้าของท่อนลำดันลิ้นสากติดกระพุ้งแก้มหัวเราะในลำคอ
“ขนาดเท่าไหร่ก็เข้าได้ ลองดูไหม?”
“ฮึ กลัว..” ลี่ถิงไม่ลังเลที่จะปฏิเสธ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็พยายามดูหนังรักและทำใจมาบ้างแล้ว แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะเจอของใหญ่ขนาดนี้ คำตอบของเธอทำเจ้าของรถขมวดคิ้ว รั้งเสื้อคลุมที่เธอสวมอยู่ออก
“กลัวก็เรื่องของเธอ ฉันแข็งจะตายอยู่แล้ว”
“…” มันมีวิธีอื่นให้ทำไหมล่ะ ที่ไม่ใช่การสอดใส่มีอะไรกันน่ะ ทีแรกก็ไม่ได้หวาดกลัวมากขนาดนี้หรอก พอเห็นปุ๊บ..รู้สึกอึดอัดเหมือนจะขาดใจตายให้ได้ตรงนี้เลยพูดตรง ๆ
ชายหนุ่มที่เฝ้ารอเวลานี้มานานถึงสองปีไม่รีรอที่จะรีบเล้าโลมคนบนตัก ด้วยการรั้งชุดชั้นในลงไปกองใต้ราวนมเพื่อให้ตัวเขาสะดวกต่อการใช้ปากดูดดึง ทันทีที่ลิ้นอุ่นตวัดเลียผ่านเม็ดเล็กนั้น ลี่ถิงก็ตัวสั่นระริกงอตัวเหมือนจะขยับหนี อีกทั้งยังใช้มือประคองใบหน้าเขาให้เงยหน้าสบตากัน
“ต้องเอา” เขาพูดให้เธอรู้ตัว เพราะท้ายที่สุดแล้ว..เธอก็ไม่มีทางที่จะหนีรอดพ้นน้ำมือปีศาจร้ายอย่างเขาแน่นอน
“จ..เจ็บไหม”
“ไม่รู้ ยังไม่เคย”
“…” คำตอบไม่อ่อนโยนเลยสักนิด
“ลองพร้อมกัน ถ้าเจ็บก็เจ็บเหมือนกัน”
“อ..อือ” จะไม่ตอบอะไรเลยก็คงไม่ได้ แล้วจะให้เปิดประตูรถกระโดดหนีก็ไม่ได้ สภาพตอนนี้..เสื้อผ้าหลุดลุ่ย คงไม่ปลอดภัยแน่นอน ถ้าต้องลงจากรถ แต่อยู่บนรถก็..รู้สึกไม่ปลอดภัยเหมือนกัน T-T
“ขยับนั่งทับขาตัวเองดี ๆ” เจ้าของรถออกคำสั่งเสียงราบเรียบซึ่งคนบนตักก็ยอมทำตามแต่โดยดี เลยทำให้เขาพอจะสอดมือเข้าไปลูบไล้ของรักของหวงของเธอได้ ก่อนจะกำท่อนลำของตัวเองขยับถูไถกับของของเธอ จนได้ยินเหมือนเสียงเฉอะแฉะที่เคยได้ยินอยู่บ่อยครั้งเวลาดูหนังโป๊
“ไม่ต้องเกร็ง จะได้ไม่เจ็บ” เอ่ยปลอบแล้วโน้มใบหน้าลงไปคลอเคลียหน้าอกอวบทั้งสองข้างสลับกันไปมา พลางคิดว่าเด็กสมัยนี้โตเร็วมาก อายุแค่สิบแปดนมยังใหญ่ขนาดนี้ ถ้าโตกว่านี้จะใหญ่ขนาดไหน? แต่จะเล็กจะใหญ่เอาไว้ก่อน ตอนนี้ขอสนใจช่วงล่างก่อน..
ลี่ถิงที่ไม่รู้ว่ามันจะเจ็บมากขนาดไหนจึงค่อย ๆ ขยับทิ้งน้ำหนักตัวลงทาบทับดุ้นเนื้อขนาดใหญ่ของคนตรงหน้าอย่างที่เขาโอบกอดออกแรงกดเธอให้ทิ้งน้ำหนักตัวลง ความรู้สึกแรกหลังจากที่สิ่งแปลกปลอมกำลังจะเข้าไปคือเจ็บ เจ็บมาก ๆ เจ็บเหมือนมันกำลังจะฉีกขาด แล้วก็เจ็บมากจนแทบอยากหยุดหายใจในตอนที่เจ้าของรถขยับเอวสวนขึ้น..
ปึก!
“ซี้ดดด! แม่งเข้ายากฉิบหาย” เฟยฮุ่ยซี้ดปากดังแล้วสบถคำหยาบคายออกมาโดยไม่สนว่าร่างเล็กบนตักจะรู้สึกอย่างไร กระทั่งน้ำสีใสหยดกระทบลงบนท่อนแขน เขาจึงได้เงยหน้าขึ้นมองร่างเล็กที่นั่งตัวสั่นเทิ้มเม้มปากแน่นจนห้อเลือด
“เจ็บใช่ไหม?” ถามเธอที่หายใจติดขัดแทบไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อจูบที่ปากของเธอ จนปากที่เม้มเข้าหากันค่อย ๆ คลายออก เปลี่ยนเป็นสั่นเครือพร้อมน้ำสีใสที่หยดเผาะนับครั้งไม่ถ้วน
“ฮึก..” เธอเจ็บ เจ็บจนไม่รู้จะต้องเปรียบเทียบความเจ็บนี้กับอะไร เพราะตั้งแต่เกิดมาจนตอนนี้ที่อายุยี่สิบปี เธอยังไม่เคยรู้สึกเจ็บเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ แบบวันนี้เลย และยิ่งเฟยฮุ่ยแสดงท่าทีทรมานเธอก็ยิ่งเจ็บ นั่นเป็นเพราะเขากำลังยัดเยียดความใหญ่โตของตัวเองเข้ามาในตัวเธอ ทั้งที่ดูจากสายตาแล้ว..ของเรามันไม่น่าจะเข้ากันได้
ปึก! ปึก!
เป็นเพียงเสี้ยววินาทีที่เขาขยับสวนขึ้นถึงสองครั้งติด ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น ฝืนนั่งเกร็งแบบนี้ไม่ไหวอีกแล้ว เธอจึงได้โถมลำตัวไปทาบทับเขาแล้วซบใบหน้าไปกับลำคอขาว สะอึกสะอื้นร่ำไห้ปานจะขาดใจ
“เธอเจ็บแค่ไม่กี่ครั้งหรอก เชื่อฉัน” พูดแล้วประคองใบหน้าลี่ถิงขึ้นมาสบตา กดจูบหน้าผากชื้นเหงื่อเธอแผ่วเบา แล้วจึงไล่จูบจุ๊บลงมายังริมฝีปากสวยที่เริ่มบวมจากการร้องไห้
“ไหนบอกจะไม่ร้อง ฉันก็เจ็บนะ”
“ฮึก..” ยิ่งเขาพูดเธอก็ยิ่งอ่อนแอ ทั้งที่ไม่อยากจะร้องไห้มีน้ำตาให้เขาเห็น
“โคตรทรมาน ขยับก็ไม่ได้”
“…” อย่าขยับให้เจ็บไปมากกว่านี้อีกเลย แค่นี้เธอก็จะไม่ไหวแล้ว
“กอดฉันแน่น ๆ สภาพนี้คงไม่ไหว” หมายถึงเธอน่ะไม่ไหว ไม่ไหวจะขย่มแน่นอน เล่นร้องไห้สะอึกสะอื้นตัวโยนขนาดนี้ รู้แบบนี้ดันเธอลงมานอนอ้าขาให้เขาทำเองยังดีเสียกว่า ระดับความเจ็บอาจจะเท่า ๆ กัน แต่ก็คงไม่ต้องเสียเวลาเสียวมากขนาดนี้
ในตอนที่กำลังขยับให้ลี่ถิงนั่งเอนหลังบนเบาะรถแทนเขา ช่วงล่างของสองเราก็หลุดออกจากกันเผยให้เห็นเลือดบริสุทธิ์ของเธอที่เปื้อนติดหัวปีศาจร้ายออกมา อีกทั้งยังได้เห็นความสวยงามที่แดงเถือกซึมเลือด ทว่าเขากลับไม่ได้รู้สึกสงสารเธอเลยแม้แต่น้อย เพราะในหัวตอนนี้มีแต่คำว่าเอา เอาให้แตก เอาให้เสร็จ! เลยเป็นเหตุที่เขาไม่ได้โอ๋หรือกอดปลอบ เมื่อขยับลุกขึ้นเปลี่ยนท่าได้ก็พยายามจะสอดใส่เข้าไปในตัวเธอเลยทันที
ตอนนี้เธออาจจะเจ็บจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่เขาเชื่อว่าถ้าเรา..ได้กันบ่อย ๆ เธอจะชินและสนุกกับมันเอง เหมือนอย่างเขาที่กำลังโถมแรงกระแทกกระทั้นพยายามจะทำให้น้ำแรกที่ไม่ได้ใช้มือช่วยออกมาให้ได้
ปึก ปึก ปึก! เสียงเนื้อกระทบกันดังรัวพอ ๆ กับรถที่สั่นคลอน กระทั่งเป็นเขาที่ไม่สามารถอดทนรอนได้อีกต่อไป
“ซ..ซี้ดดด ซี้ดด อ่า ~ อืม..” จังหวะที่เผลอส่งเสียงครางเสียวเป็นตอนที่ซบใบหน้าไปกับลำคอขาวของลี่ถิง ซึ่งเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธเพียงแค่เอียงคอให้เขาสามารถซบไซ้ได้สะดวกขึ้นเท่านั้น
ขณะที่ความเ.งี่ยนครอบงำอะไรก็ทำได้ทั้งนั้น ทำได้ทุกอย่างจนลืมไปว่าบนรถไม่มีอะไรที่พอจะอำนวยความสะดวกได้เลย ขนาดจะเอากันเขายังไม่มีเวลาไปเตรียมตัวซื้อถุงยางเลยด้วยซ้ำ ให้หันมองหาทิชชูหรือทิชชูเปียกบนรถคงหมดสิทธิ์! ครั้นจะเอื้อมมือไปหยิบกางเกงในเธอมาเช็ดก็คงดูไม่ดี สรุป..เสื้อกูนี่แหละ เสื้อที่เธอซื้อให้ ที่ใส่มานั่นแหละ จบ! รถไม่เลอะ คนไม่เลอะ ก็แค่เย็นหน่อย ๆ หึหึ
โดยปกติแล้วเขาไม่รู้ว่าผู้ชายส่วนใหญ่จะเช็ดทำความสะอาดแค่ของตัวเองหรือเช็ดของผู้หญิงให้ด้วย แต่ที่แน่ ๆ เห็นสภาพช่วงล่างลี่ถิงแล้วรู้ได้เลยว่าเธอต้องจับไข้แน่นอน ขนาดว่าเขาทำเวลาเร่งให้จบเร็ว ๆ ไม่ลีลายืดเยื้อ สภาพเธอยังขนาดนี้ ถ้าโดนซ้ำ..คงต้องคลานกลับบ้านเลยละมั้งน่ะ
ยี่สิบนาทีต่อมา
เธอที่เจ็บจนภาพตัดค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเชื่องช้า พลางคิดว่านี่เป็นความจริงหรือความฝัน กระทั่งเสียงเปิดประตูรถดังขึ้นเธอก็ได้รู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เพราะคนที่อยู่ข้างกันตอนนี้เป็นเขา เฟยฮุ่ย..
“หลับหรือสลบ”
“ภาพตัด”
“สลบ” เจ้าของรถพูดยิ้ม ๆ วางมือลงบนหน้าขาขาวลูบไล้ไปยังของรักของหวงใต้กระโปรง ก่อนจะเอ่ย..
“ฉันว่างอีกสองวัน ไปนอนด้วยกันไหม?” คำตอบของลี่ถิงคือการส่ายหน้า ซึ่งมันก็ถูกแล้วกับการที่เธอปฏิเสธกัน เลยกลายเป็นเขาที่โคตรไม่เข้าใจตัวเองตอนนี้เลยว่ากำลังคาดหวังอะไรจากผู้หญิงคนนี้ แล้วช่วงสองปีที่ผ่านมาทำไมต้องเฝ้ารอ เฝ้าคอยรอให้มีวันนี้ ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเธอก็ได้ ไหนจะอุตส่าห์ไปหาเรื่องคนอื่นล่อให้ตำรวจมาจับตัวเองอีก ‘ทำไปเพื่ออะไร? โคตรไม่เข้าใจ’
“ฉันคงเดินไม่ไหว แต่ป๋าไม่อยู่นะ นายมานอนห้องฉันแทนได้ไหม กลัวหรือเปล่า”
“…”
“เฟยฮุ่ย..มานอนห้องฉันไหม” ถามเขาที่เหม่อลอย พยายามโบกไม้โบกมือก็แล้วไม่สามารถเรียกสติปีศาจร้ายตนนี้ได้เลย เธอจำต้อง..หยิกสีข้างเพื่อเรียกสติ ทันทีที่หยิกปุ๊บเสียง โอ๊ย! ก็ดังปั๊บ
“อะไรของเธอวะ!” เฟยฮุ่ยที่เผลอคิดทบทวนตัวเองหันมาว่าให้ร่างเล็กเสียงดัง ทว่าเธอกลับกอดอกถอนหายใจแล้วชี้ที่หูเหมือนต้องการให้ฟัง..
“ไปนอนบ้านฉันไหม ป๋าไม่อยู่”
“ไม่”
“?” ขมวดคิ้วเอียงคอสงสัยว่าทำไม เพราะอะไรถึงไม่ไป?
“เธอจะให้ฉันเข้าไปกินนอนบ้านตำรวจ ทั้งที่ฉันเพิ่งเจาะไข่แดงลูกสาวตำรวจนี่นะ ตลก”
“ไม่มีใครสนใจเราหรอก”
“ไม่ เดี๋ยวฉันโทรไปจองโรงแรม ส่วนเธอ มาด้วย”
“ก็บอกว่าคงเดินไม่ไหว..ไง” ตอบกลับทันควันและทันทีที่คิดได้ก็คง..ไม่ทันแล้ว
“เลิกซะนะ นิสัยชวนคนแปลกหน้าเข้าบ้าน”
“จะให้พูดอีกกี่ครั้ง ถ้าไม่ใช่นาย ฉันก็ไม่ชวน”
“ฉันที่เธอว่าก็คือคนแปลกหน้า เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น”
“…” นี่เขาคิดแบบนั้นเหรอ..
