บทที่ 7 ตอนที่ 6 ถ้าไม่อยากสลบใต้ร่าง
ตอนที่ 6 ถ้าไม่อยากสลบใต้ร่าง
เธอมาดักรอนั่งรอยืนรออยู่นานด้วยความร้อนรนใจ เนื่องจากเบอร์ที่ปีศาจให้ป๋าไว้ไม่สามารถติดต่อได้ เลยยิ่งรู้สึกเป็นห่วง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้ยินบรรดาลุง ๆ พูดว่าวันนี้จะมีการใช้ความรุนแรง เธอกลัว กลัวว่าเขาจะ..
“ปีศาจ!” ทันทีที่เห็นเขาเดินมากับเพื่อนเธอก็รีบตะโกนเรียก กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาทันที เลยทำให้เพื่อนปีศาจที่ยืนข้าง ๆ เดินขึ้นมาดักหน้า จนต้องชะงักฝีเท้าแทบหัวทิ่ม..
“มาทำไม”
“หลบไป”
“มาหาปีศาจ?”
“หลบไปสิ!” ซัมเมอร์ขึ้นเสียงถลึงตาใส่เพื่อนปีศาจ ทำให้เขายอมหลีกทางให้แต่ก็ไม่วายยื่นมือมาบังเธอที่กำลังจะก้าวเท้าไปหาปีศาจ
“กลับไป ยัยลูกตำรวจ” ฟงพูดเสียงราบเรียบ คว้าไหล่สองข้างของหญิงสาวให้เดินเลี่ยงไปอีกทางแทนที่จะดันเธอไปส่งให้เพื่อนรัก
“ปล่อยฉันนะ!” ทั้งดิ้นทั้งปัดมือเพื่อนปีศาจออก แต่ก็ไม่สามารถทำได้จนปีศาจเดินเข้ามาปราม
“พอ ๆ”
“ถ้ามึงคุยกับยัยนี่กูบอกเมียมึงแน่ไอ้ปีศาจ” ฟงกระตุกยิ้มมุมปากพูดพลางหรี่ตามองยัยลูกตำรวจด้านข้าง ก่อนจะเดินผิวปากตรงไปยังลิฟต์สบายใจเฉิบ
“นายมี..เหรอ” ถามสีหน้าคาดหวังมองเขาที่กำลังใช้ลิ้นแตะแผลมุมปาก
“เธอมาหาเพื่อนเหรอ เจอหรือยัง”
“ไม่ ฉันมาหานาย”
“หาฉัน?” ขมวดคิ้วถาม ชี้มาที่ตัวเอง
“ฉันได้ยินว่าวันนี้ต้องใช้ความรุนแรง เลยกลัวว่านาย..”
“ไม่ได้เป็นอะไร”
“เป็นสิ นี่ฉันซื้อกล่องปฐมพยาบาลมาด้วยนะ เราขึ้นไปทำแผลกันไหม”
“กลับไปเถอะ มาทำไม”
“ก็พ่อฉันเป็นคนให้นายทำงานนี้ ฉันก็ต้องรับผิดชอบสิ”
“ฉันไม่ได้เจ็บหนักมากขนาดนั้น แต่ถ้าอยากช่วยก็ได้นะ..เธอช่วยได้ดีเลย”
“อะไร”
“ช่วยขึ้นไปผ่อนคลายให้ฉันที เ.งี่ยน” พูดหน้าตายมองตาซัมที่ค่อย ๆ โตขึ้น
“คนมีเมียแล้วพูดแบบนี้ได้ด้วยเหรอ”
“เชื่อไอ้ฟงก็เป็นควายแล้ว เธออยากเป็นควายไหมล่ะ?” ถามพอเป็นพิธี แต่มือคว้าข้อมือเธอไว้แล้ว อีกมือก็เอื้อมไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล ไหน ๆ ก็อุตส่าห์วิ่งมาหาถึงที่ คงต้องรื้อฟื้นความหลังกันหน่อยแล้ว
“นายไม่มีหรอก ปากแบบนี้ใครจะทนได้”
“เออ ไม่ได้ขอให้ใครทน”
“เอออะไร อือสิ” หญิงสาวพูดแล้วก็ก้าวขาเร็ว ๆ มายืนดักหน้า ทำให้ปีศาจต้องหยุดเดิน เขาเอียงคอไปมามองเธอก่อนจะอุ้มพาดบ่าเหมือนอย่างคราวก่อน เข้าไปในลิฟต์
“จะให้พูดเหมือนเดิมก็ต้องทำเหมือนเดิมนะ” เอ่ยบอกเธอนัย ๆ กระทั่งเดินมาหยุดอยู่หน้าห้อง ซัมเมอร์ก็ดิ้นจะลงยืน จนเข้ามาอยู่ในห้อง..
“ปากนายมีแผล ไม่รู้มีแผลที่ส่วนอื่นอีกหรือเปล่า ไอ้ตรงมือ..เลือดนายหรือเลือดคนอื่น”
“ฉันไม่มีถุง เธอลงไปซื้อได้ไหม?”
“ปีศาจ นายมีแผลที่หลังด้วยนะ”
“เดี๋ยวหยิบเงินให้”
“นี่! ฟังกันบ้างสิ ฉันพูดอยู่นะ” คราวนี้เธอโวยวายเสียงดัง ทำให้ปีศาจที่กำลังหยิบเงินเงยหน้าขึ้นสบตา เดินขมวดคิ้วมายังที่ที่เธอยืน
“ร้องไห้ทำเพื่อ? อ่อนแอ” ว่าให้เธอแล้วหันไปหยิบทิชชูมาช่วยเช็ดหยดน้ำตา ก่อนจะดันท้ายทอยเธอมาซบอก ทันทีที่ใบหน้าเปื้อนน้ำตาซบอก แขนเรียวก็ตวัดโอบกอดเอวสอบแน่น
“จ..เจ็บ เจ็บไหม” ถามเสียงสั่นทั้งน้ำตา
“หยุดร้อง ใครสอนให้ร้องไห้อ่อนแอ วันก่อนยังเห็นยิ้มหน้าบาน อะไรของเธอ”
“ฉันไม่มีถุง ไม่ลงไปซื้อ แล้วก็ไม่เคยมีกับใคร”
“…”
“ช่วงที่ห่างกันนายไปมีกับคนอื่นมาใช่ไหม”
“ถามอะไรวะ?”
“ฉันไม่เคยมีใคร รอแค่นาย แต่นายก็ไม่มา ถ้าฉันไม่มาหาเราก็ไม่ได้คุยกัน”
“คุยกันไม่รู้เรื่องหรอกมั้ง ไปนั่งสงบสติอารมณ์ก่อนไหมเธออะ”
“อือ” หญิงสาวพยักหน้าตอบทั้งน้ำตา คลายกอดร่างสูงแล้วเดินไปย่อตัวนั่งที่โซฟา ไม่วายชี้ไปที่กล่องปฐมพยาบาลแล้วตบที่ว่างด้านข้างเรียกเขาให้มานั่งข้างกัน
ปีศาจถึงกับขมวดคิ้วมอง ยอมทำตามแต่โดยดีด้วยที่ไม่อยากเห็นเธอมานั่งร้องไห้อยู่ตรงหน้า แค่ได้เจอได้คุยสำหรับเขาก็ดีมากแล้ว อีกอย่างไม่อยากต้องรู้สึกเหมือนอย่างเมื่อสองปีก่อน โคตรไม่ชอบความรู้สึกตอนโดนเธอเมิน ไม่พูดไม่จา ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม คิดแล้วก็ไม่มีคำตอบให้ตัวเอง ได้แต่ช่างแม่ง..ปล่อยมันไป พอได้กลับมาเจอกันอีกครั้งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังรู้สึกอยู่ อาจจะไม่มากเท่าวันนั้นแต่ก็พอจะทำให้เจ็บจี๊ดได้เหมือนกัน
กลายเป็นว่าเขาเงียบเธอเงียบนั่งทำแผลให้เงียบ ๆ พร้อมหยดน้ำสีใสที่หยดเผาะเป็นระยะ
“ร้องไห้ทำไมวะ ถ้าวันหลังมาแล้วมานั่งร้องไห้แบบนี้ไม่ต้องมานะ” เห็นแล้วมันหงุดหงิดคันหัวใจบอกไม่ถูก แค่ทำให้เธอยิ้มหัวเราะไม่ได้ก็แย่มากพอแล้ว นี่ยังทำให้เธอร้องไห้อีก มันใช้ได้เหรอ?
“นายเป็นแผลเต็มไปหมดเลย..” เธอพูดแล้วเช็ดหยดน้ำตา แสร้งมองไปทางอื่นพลางบอกตัวเองให้หยุดร้อง..อย่าร้อง
“แผลบนตัวฉันไม่ใช่บนตัวเธอ”
“ใช่..”
“ร้องไห้เหมือนโดนเองเลยนะ”
“ถึงฉันไม่โดนแต่ฉันก็รู้ว่านายเจ็บ”
“ฉันไม่เคยพูด”
“เลือดออกคือคำตอบ”
“เว่อร์” ส่ายหน้าว่าให้เธอที่คว้ามือเขาไปวางบนหน้าขาเพื่อเช็ดคราบเลือด ก่อนจะแกล้งสะบัดมือทำเธอขมวดคิ้วเงยหน้าสบตา
“ฉันทำแผลอยู่!” ว่าให้ปีศาจเสียงไม่พอใจ
“ไม่ได้ขอ”
“ไม่ต้องขอ ฉันจะทำ”
“ไม่เจอกันนาน เธอดูเอาแต่ใจขึ้นเยอะเลยนะ”
“ส่วนนายก็ปากหมาเหมือนเดิม”
“หึ” ถึงกับหลุดหัวเราะทันทีที่ได้ยินเธอตอบ
สิบห้านาทีต่อมา
เขานั่งมองเธอที่ทยอยล้างอุปกรณ์และเก็บเศษซากสำลีทิ้งยิ้ม ๆ ก่อนจะต้องหุบยิ้มทันทีที่เห็นว่าเธอเงยหน้าขึ้นมาขมวดคิ้วมอง เลยทำให้เราสองคนต่างก็เขม่นตาใส่กัน จบด้วยการที่เธอยื่นยาหลากสีมาให้ ถามว่ากินไหม ไม่..ไม่กินแน่นอน กลัวตาย
“กินยาแก้ปวด แก้อักเสบ”
“ไหนถุงยา?” ถามหาถุงยาด้วยความไม่ไว้ใจ จนเธอหันหลังเอื้อมมือไปคว้าถุงยาเล็ก ๆ มาวางให้บนมือ และขณะที่กำลังจะเปิดดูเธอก็ยื้อแย่งกลับไป
“เอามานี่!” ร่างเล็กขมวดคิ้วพูด
“เอามา!” ตอบแล้วกระชากกลับ จนถุงขาด แผงยาหล่นกระจายบนโซฟา ตาคมไม่ได้เหลียวมองแผงยาอื่นเลยนอกจากกล่องยาเล็ก ๆ ที่เหมือน..ยาคุมฉุกเฉิน
และดูเหมือนว่าใจเราจะตรงกัน เขาคว้าเธอก็คว้า แต่เสียใจด้วย..ความไวเป็นของปีศาจ
“คือ?” หยิบกล่องยาขึ้นมาเพ่งดู ก่อนจะถามให้แน่ใจว่ามันคือยาอะไรทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ
“อือ” ร่างเล็กตอบรับในลำคอแสร้งเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ทำให้คนด้านข้างเอ่ยขึ้น
“มาหาฉัน เตรียมยาคุมฉุกเฉินมา แต่ไม่เตรียมถุงยาง”
“…” เขามันคนโรคจิต!
“อายุก็เท่ากัน เธอหลอกฉัน”
“เปล่า” แย้งขึ้นก่อนจะต้องขยับถอยหลังหนีเพราะเขาที่อยู่ ๆ ก็พุ่งพรวดเข้ามาใกล้ ใกล้จน..แทบจะขึ้นคร่อม
“ฉันเห็นวันเดือนปีเกิดเธอแล้ว จะโกหกอะไรอีก”
“เปล่า ไม่ได้ตั้งใจจะหลอก ว..วันนั้นฉันแค่กลัว..”
“เหตุผลฟังไม่ขึ้น”
“จริง ๆ นะ วันนั้นพอฉันบอกป๋า ป๋าก็พาฉันไปโรงพยาบาลเลย ลองคิดดูสิ..ถ้านายทำ นายก็ไม่รอดเหมือนกัน”
“เหรอ?” ที่เธอพูดก็มีเหตุผล ฟังขึ้นกว่าคำว่ากลัวหน่อยหนึ่ง แต่จะให้ปักใจเชื่อเต็มร้อยไม่ได้หรอก เธอเป็นลูกตำรวจคงต้องมีไหวพริบบ้างแหละ นี่ยังไม่รวมที่เธอเคยพูดว่าต้องเรียนตำรวจอีกนะ หึ..ยาวเลยทีนี้
“ทำแผลเสร็จแล้ว รีบกลับไปเถอะ ฉันไม่อยากรังแกเธอ”
“ทำไม?” ทำไมต้องไล่..ทำไมถึงไม่อยากให้เธออยู่ด้วยหรือเขากลัวใครจะมาเห็น
“อย่ามัวแต่ตั้งคำถามถ้าไม่อยากนอนสลบใต้ร่างฉันอีก”
“…”
“ถือว่าฉันเตือนเธอแล้วนะ”
“…”
“ฉันจะให้เวลาเธอเก็บของ แล้วถ้าฉันอาบน้ำเสร็จแล้วเดินออกมาเจอเธอนั่งอยู่ตรงนี้ เธอโดนข่มขืนแน่ซัมเมอร์” ไม่พูดเปล่าเชยปลายคางเรียวให้เงยหน้าขึ้นแล้วบดขยี้ริมฝีปากสวยของเธอเป็นการมัดจำ
“ที่พูดเข้าใจไหม?”
“ฉันรอล้างแผลทายาให้นายนะ”
“หึ..ฉันถือว่าเธอเลือกแล้วนะซัม” ปีศาจพูดอย่างไม่หวังว่าออกมาแล้วจะเจอเธอนั่งอยู่ที่เดิม เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ จะมาว่าเขาข่มขืนฝืนใจคงไม่ได้ เธอเล่นมาหาถึงที่ไหนจะยังนั่งรอ ‘คิดดีไม่ได้เลย’ แต่ถ้าได้รื้อฟื้นความหลังจริง ๆ ก็..คุ้ม!
ร่างเล็กที่บอกจะอยู่รอล้างแผลทายาให้มองตามแผ่นหลังกว้างของเจ้าของห้องจนลับสายตา เมื่อมั่นใจแล้วว่าเขาเข้าไปอาบน้ำแล้วจริง ๆ เธอก็รีบลุกขึ้นเดินสำรวจภายในห้องราวกับคนอยากรู้อยากเห็น ทว่ามันกลับไม่มีอะไรที่บ่งบอกตัวตนของผู้ชายคนนี้เลย แค่ภาพถ่าย..ก็ไม่มี และในขณะที่เธอมัวแต่เดินดูรอบ ๆ อยู่นั้น เสียงปีศาจก็ดังขึ้น..
“ทำอะไร?” ยืนผูกปมเชือกชุดคลุมอาบน้ำถามซัมเมอร์ที่เดินดูแล้วเดินดูอีก วนไปวนมาไม่กลับมานั่งที่เดิมสักทีอย่างไม่เข้าใจ ทันทีที่เธอได้ยินเสียง รอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นราวกับว่าเพิ่งทำอะไรผิดมา จำต้องยืนกอดอกมอง
“เปล่า ฉันก็แค่..เดินหาห้องน้ำน่ะ”
“ซ้ายมือของเธอคือห้องน้ำ”
“อ..อ้าวเหรอ เห็นประตูปิดไว้เลยไม่กล้าเปิด” เธอโกหก โกหกคำโต เธอไม่ได้ปวดฉี่หรือต้องการจะเข้าห้องน้ำเลยสักนิด แต่กำลังเดินสำรวจห้องเขาอยู่ต่างหาก
“ถ้าเธอจะจุ้นจ้านวุ่นวายขนาดนี้ วันหลังไม่ต้องขึ้นมา”
“ฉันยังไม่ได้ทำ..อะไรเลยนะ” พึมพำตอบเสียงเบาด้วยที่ไม่คิดว่าจะโดนเจ้าของห้องดุ ทั้งที่เธอแค่เดินดูเท่านั้น ไม่ได้หยิบจับหรือยกย้ายอะไรของเขาเลย
“ไม่มีมารยาท” ว่าให้เสียงราบเรียบสบตาไม่กะพริบ ก่อนจะเดินไปคว้าข้อมือเธอให้มานั่งที่เดิม
“รีบล้างแผลทายา จะได้ทำอย่างอื่นต่อ”
“อือ” พยักหน้าตอบ หันไปคว้ากล่องปฐมพยาบาลขึ้นมาเปิดแล้วทำเหมือนเดิม เหมือนอย่างก่อนหน้านี้ที่นั่งล้างแผลให้ ทว่าครั้งนี้รอบแผลมันดูเหมือนจะแดงมากกว่าเดิม เธอเลยช้อนตาขึ้นมองเจ้าของบาดแผลแล้วเอ่ย
“แผลมันจะอักเสบนะ”
“ล้าง ๆ ทา ๆ ไปเถอะ เดี๋ยวก็หาย” ตอบเหมือนไม่ใส่ใจ ทั้งที่สายตาจ้องมองคนตรงหน้าอยู่ทุกการกระทำ จนเมื่อแล้วเสร็จ มือข้างที่ไม่ได้มีแผลก็คลายปมเชือกชุดคลุมอาบน้ำออกโชว์ซิกซ์แพ็กหน้าท้องจนถึงช่วงล่างที่กำลังขยายใหญ่ แน่นอนว่าคนตรงหน้าที่ล้างแผลให้เมื่อครู่จะต้องเห็นเต็ม ๆ สองตา แต่เห็นแล้วยังไง..เงยหน้าไหม ก็ไม่ แถมยังมองจนเขารู้สึกประหม่า
“อย่ามองอย่างเดียว ทำอะไรสักอย่าง”
“จะให้ทำอะไร..” พยายามเสมองไปทางอื่นเพื่อไม่ให้สายตาโฟกัสที่ของแข็งสีชมพูตรงหน้า ทำให้เจ้าของห้องโยนโทรศัพท์มาบนหน้าขา ด้วยความที่กลัวของของเขาจะหล่นแตกเลยรีบคว้าเอาไว้ เลยได้เห็น..ภาพเคลื่อนไหวที่กำลัง..
“ดู แล้วก็ทำตาม” เอียงคอมองออกคำสั่งเสียงแข็ง
“มัน..” จะสกปรกไหม..
“เลิกถาม เลิกพล่าม ไม่ทำก็กลับไป”
“ป..ปีศาจ” เอ่ยเสียงแผ่วเบาเงยหน้าสบตาเจ้าของห้องเชื่องช้า ก่อนจะค่อย ๆ ขยับลำตัวลงไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าขาเขาแทนที่จะนั่งบนโซฟาเหมือนเดิม ปีศาจเลยเอื้อมมือมาลูบศีรษะเอ่ย..
“พูดกันง่าย ๆ ค่อยน่าคุยหน่อย”
“อือ” เธอตอบเขาเพียงเท่านั้นแล้วเบนสายตาไปมองโทรศัพท์ในมือที่มีภาพเคลื่อนไหวอย่างกลัว ๆ จนปีศาจคว้ามือไปวางทาบทับความใหญ่โต เธอจึงได้ละสายตาจากหน้าจอไปสบตาเขา..
“กำแล้วชักแบบนี้” พูดแล้วจัดแจงท่าให้เธอขยับถนัดมือ
“ฉันจะพยายามนะ..”
“เธอทำได้อยู่แล้ว ฉันยังทำเธอได้เลย”
ประโยคที่ปีศาจเอ่ยทำให้เธอไม่คิดลังเล ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้แลบลิ้นออกมาตวัดเลียหัวหยักสีชมพูไร้ซึ่งความรังเกียจ ก่อนจะพยายามใช้ปากครอบความใหญ่โต แต่ก็ยังไม่ทันจะได้ผงกศีรษะหรือเลียซ้ำอีกครั้งเจ้าของห้องก็สอดมือเข้ามาใต้ราวนม อุ้มเธอขึ้นมานั่งบนหน้าขาสบตาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วร่างเธอก็ลอยขึ้นในอ้อมแขนเขา ตรงเข้าไปยังห้องที่เขาเข้าไปอาบน้ำก่อนหน้านี้
ทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสเตียงนอน ปีศาจก็ถลกเสื้อเธอขึ้น รั้งชุดชั้นในลงมากองใต้ราวนม แล้วใช้ปากครอบเม็ดเล็กโดยทั้งดูดทั้งดึงจนเธอต้องผละมือที่ขยำผ้าปูที่นอนขึ้นมาประคองใบหน้าหล่อแทน
“จ..เจ็บ เจ็บ” ร้องบอกเขาที่ทำรุนแรง ทว่ามันไม่ได้ช่วยให้เจ้าของห้องเบาแรงลงเลย กลับกันเขาดันตัวเองลุกขึ้นแล้วรีบปลดกระดุมกางเกงขาสั้นของเธอ ก่อนจะถอดแล้วเหวี่ยงไปด้านหลัง
“ไม่ถอดนะ”
“หือ..” เลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ คำว่าไม่ถอดของเขาคืออะไร กระทั่งเห็นปีศาจป้ายน้ำลายจากโพรงปากไปลูบวนที่ใจกลางความเป็นสาว เธอก็รู้ความหมายของคำว่าไม่ถอดทันที..
ปึก!
“อึก..” เขาก็ยังเป็นเขา ยังทำเหมือนเดิม รุนแรงเหมือนเดิม..เหมือนเมื่อสองปีที่แล้ว
“ขยับหน่อย” พูดแล้วสอดมือเข้าไปดันขาให้แยกออกกว้างขึ้นจะได้สะดวกต่อการสอดใส่และกระแทก โดยที่เธอก็ยอมทำตามอย่างว่าง่ายทำให้แก่นกายค่อย ๆ หายเข้าไปในร่องรักของเธอ เมื่อเข้าไปได้เกินครึ่งเขาก็ขยับถอดออกแล้วสอดใส่เข้าไปใหม่เพื่อให้ร่องรักได้ปรับตัว ครั้นจะไม่ทำเลยก็กลัวเธอเจ็บจนตัวสั่น เดี๋ยวจะพานถลอกกันทั้งสองคนเลยจำเป็นต้องทะนุถนอมหน่อย
“บ..เบา เบานะ” เธอพูดเสียงสั่นเอื้อมมือไปดันเอวสอบที่กำลังขยับเข้าออกเชื่องช้า
“เบา ๆ เมื่อไหร่จะแตก ฉันรีบ!” ปีศาจตอบเสียงดัง ขยับดันตัวตนให้เข้าไปสุดความยาว ก่อนจะสับสะโพกซอยเข้าออกรัว ๆ ซ้ำ ๆ จนคนใต้ร่างตัวสั่นคลอน ผละมือที่ดันเอวออกไปขยำผ้าปูที่นอน เมื่อเห็นแบบนั้น เขาไม่ได้รู้สึกเห็นใจหรือสงสารเลยแม้แต่นิดน้อย เพราะอารมณ์ตอนนี้มันพลุ่งพล่านเกินกว่าจะกู่กลับได้แล้ว
เวลานี้เขาทำได้เพียงขยับเข้าออกในตัวเธออย่างที่ร่างกายต้องการ ทั้งที่รู้สึกเจ็บ ปวดระบมร้าวไปทั้งตัว แต่เรื่องอย่างว่ากลับไม่ใช่อุปสรรค เพียงแค่เธอกำแล้วยอมใช้ปากให้สติเขาก็แทบขาดผึง ไม่ต้ององต้องอมมันแล้ว ‘เอากันเถอะ!’ จะได้เสียวเสร็จจบทีเดียว
ร่างสูงใช้เวลากระแทกกระทั้นหญิงสาวใต้ร่างไม่นานมากนักน้ำขาวขุ่นที่อัดแน่นก็พวยพุ่งกระฉูดเข้าไปในร่องรักจนอุ่นไปทั่วทั้งหัว..
“ซี้ดดด!” เขาเชิดหน้าครางขยับเข้าออกอีกสามสี่ครั้งก่อนจะล้มตัวลงนอนด้านข้างเธอ พลางขยับตัวดึงชุดคลุมที่เกะกะโยนทิ้งไม่ไยดี ต่างจากหญิงสาวข้างกายที่เริ่มขยับตัวนอนคุดคู้เพราะความจุก
ห้านาทีต่อมา
เธอรู้สึกดีขึ้นบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ เพราะความเหนอะหนะจากช่วงล่างที่เขาทิ้งเอาไว้ ทำให้เธอต้องขยับตัวลุกขึ้นนั่งประคองช่วงท้องของตัวเองอย่างสั่น ๆ ก่อนจะจำใจฝืนลุกขึ้นไปล้างเนื้อล้างตัวในห้องน้ำ ไม่วายถือกะละมังและผ้าสะอาดออกมาเช็ดทำความสะอาดให้คนบนเตียง แต่สายตาดันไปสะดุดเข้ากับคราบเลือดแถวที่เธอนอนเสียมากกว่า..
“ล..เลือด เลือดออก” มือเขาเลือดออก มือข้างที่เธอล้างแผลทายาให้ตอนนี้มันมีเลือดออก!
ด้วยความเป็นห่วงเธอเลยรีบเดินออกไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาวางบนเตียงนอน เปิดไฟในห้องให้สว่างมากกว่าเดิมเพื่อที่จะได้ล้างแผล เช็ดทำความสะอาดให้เขา และทันทีที่เธอสัมผัสตัวปีศาจ..
“กลับไป!”
“นายตัวร้อน เลือดออกด้วย แผลมันอักเสบแล้ว”
“รีบกลับไป” ปีศาจลืมตาพร่ามัวขึ้นมองหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าหยิบสำลีอยู่บนเตียงนิ่ง พลางคิดว่าเธอไม่ควรจะได้เห็นความน่าสมเพชของเขาตอนนี้ แล้วตัวเขาเองก็ไม่ได้อยากจะเป็นภาระของใคร ไม่อยากให้ใครต้องมารู้สึกสงสาร ยิ่งเป็นเธอยิ่งไม่ควร
“กลับบ้านไป!” เป็นอีกครั้งที่ขึ้นเสียงไล่ แต่ซัมกลับส่ายหน้าเดินไปเปิดไฟภายในห้องให้สว่างจ้าจนแทบครบทุกดวง
“นายช้ำ..ไปหมดทั้งตัวเลยเหรอปีศาจ”
“…”
“นายเจ็บ ใช่ไหม”
“ไม่ได้เจ็บ!”
“เจ็บสิ เจ็บ..” หญิงสาวปิดปากสะอื้นไห้จนตัวสั่นเมื่อได้เห็นร่องรอยบนลำตัวของคนตรงหน้าชัด ๆ ก่อนจะทำใจเย็นนั่งทำแผลทายาให้ปีศาจ จบด้วยการเช็ดตัว หายาให้เขากินเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดในคืนนี้..
เธอทำโดยที่ไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์นี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ไม่มีชื่อเรียก..
