บทที่ 5 ชีวิตฉันเป็นของคุณ

อลิชารู้สึกถึงสายตานั้น เธออยากจะยกแขนขึ้นกอดอกเพื่อปกปิดร่างกาย แต่ความจำเป็นมันค้ำคอจนเธอต้องยืนนิ่ง ยอมให้สายตาคู่นั้นล่วงเกิน

"เพราะน้องชายฉันไม่ผิด!"

เธอโพล่งออกมา น้ำตาแห่งความอัดอั้นเริ่มคลอหน่วย

"เขาเป็นแค่เด็ก... เขาไม่รู้เรื่องเกมสกปรกพวกนี้"

"ความบริสุทธิ์ไม่ใช่ตั๋วแลกอิสรภาพครับอลิชา" ยศภัทรสวนกลับทันควัน "หลักฐาน มัดตัว พยาน แวดล้อม... ในทางกฎหมาย น้องชายคุณคือผู้ค้ายา และโทษคือประหารชีวิต"

เขาลุกขึ้นยืน แล้วเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขาทำให้อลิชาหายใจไม่ทั่วท้อง

"ฉันมีเงินเก็บอยู่บ้าง..." เธอมองหน้าเขาอย่างมีความหวังลมๆ แล้งๆ "อาจจะไม่มากเท่าที่คุณเคยได้ แต่ฉันจะผ่อนให้ทุกเดือน หรือคุณอยากได้ที่ดินบ้านแม่ฉัน..."

"พอเถอะ"

ยศภัทรหยุดยืนตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ดูถูกที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยิน

"เงินเดือนนักสังคมสงเคราะห์ของคุณทั้งปี ยังซื้อไวน์ในตู้ผมไม่ได้สักขวด... คุณคิดว่า 'ทนายยักษ์' มีค่าตัวเท่าไหร่?"

อลิชาหน้าชา ความจริงที่เขาพูดตอกย้ำความจนตรอกของเธอจนหมดทางสู้

"แล้วคุณต้องการอะไร?" เธอถามเสียงแผ่ว "คุณยอมให้ฉันเข้ามา แปลว่าคุณมีข้อเสนอ"

ยศภัทรไม่ตอบในทันที นัยน์ตาสีนิลหลุบต่ำลง ไล่สายตามองหญิงสาวในสภาพเปียกปอนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ร่างบางที่กำลังสั่นเทาตรงหน้าช่างแตกต่างจากผู้หญิงอวดดีที่กล้าชี้หน้าด่าเขาว่า 'ทนายโจร' ที่หน้าศาลอย่างสิ้นเชิง มุมปากหยักกระตุกยิ้มร้ายเมื่อนึกถึงคำพูดพวกนั้น

ความรู้สึกอยากเอาชนะและอยากกลั่นแกล้งพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก เขาอยากจะรู้เหลือเกินว่าเพื่อแลกกับชีวิตน้องชายแล้ว เธอจะกล้าเอา 'ศักดิ์ศรี' ที่หวงแหนนักหนามาวางแทบเท้าปีศาจอย่างเขาหรือไม่

ชายหนุ่มขยับก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด ใกล้จนกลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ของเขาล้อมกรอบเธอเอาไว้

มือหนายกขึ้นแตะที่ปลายคางมนที่เย็นเฉียบ แล้วเชยขึ้นช้าๆ บังคับให้เธอสบตากับความดำมืดในดวงตาเขา เพื่อหยิบยื่นข้อเสนออัปยศที่เขามั่นใจว่าคนเย่อหยิ่งอย่างเธอคงไม่มีวันกล้าแลก

"ข้อเสนอของผมง่ายนิดเดียว..." เขาโน้มหน้าลงมากระซิบชิดริมฝีปากสั่นระริก "มาเป็น 'ผู้หญิงของผม' สิ    อลิชา... แลกกับชีวิตน้องชายคุณ"

"ผมไม่ต้องการเงินของคุณ..." เขากระซิบเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มที่เปียกชื้นของเธอ "สิ่งที่ผมต้องการ คือเวลาของคุณ"

นิ้วหัวแม่มือของเขาบดคลึงริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ ก่อนจะกดเน้นจนเธอรู้สึกเจ็บ

"ตั้งแต่วินาทีที่ผมรับทำคดี จนกว่าน้องชายคุณจะพ้นคุก... คุณต้องเป็นของผม"

อลิชาเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อเหมือนถูกสาป "คุณหมายความว่า..."

"ทิ้งอุดมการณ์สวยหรูของคุณไว้นอกประตู" เสียงของเขาเข้มขึ้น ดุดันและทรงอำนาจ "เมื่ออยู่ในห้องนี้ คุณไม่ใช่คุณอลิชา นักสังคมสงเคราะห์ผู้ผดุงความยุติธรรม... แต่คุณคือผู้หญิงของผม ที่ต้องทำทุกอย่างตามที่ผมสั่ง โดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ"

"คุณมันทุเรศ!" อลิชาปัดมือเขาออกอย่างแรง ถอยหลังหนีด้วยความขยะแขยง "ฉันไม่มีวันขายตัวให้คนอย่างคุณ!"

ยศภัทรไม่โกรธ เขาเพียงแค่ยักไหล่แล้วล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกง

"ก็แล้วแต่... ประตูไม่ได้ล็อค เชิญกลับไปได้เลยครับ" เขาพยักหน้าไปทางประตู "แต่จำไว้ว่า ทันทีที่คุณก้าวออกไป... เตรียมจองวัดให้น้องชายคุณได้เลย เพราะไม่มีทนายคนไหนในประเทศนี้กล้างัดข้อกับเจ้าของพื้นที่ที่คุณก็รู้ว่าใคร"

อลิชายืนนิ่ง งันไปกับคำขู่ที่เป็นความจริงที่สุด เธอหันหลังกลับ เดินตรงไปที่ประตูด้วยขาที่สั่นเทา มือเรียวเอื้อมไปจับลูกบิดที่เย็นเฉียบ

ภาพของ 'พริกป่น' ที่ร้องไห้โฮหลังลูกกรงผุดขึ้นมาในหัว... พี่แป้ง ช่วยผมด้วย

มือที่จับลูกบิดสั่นระริก เธอหมุนมัน เปิดประตูออกไปเจอกับความมืดและสายฝนที่ยังคงโหมกระหน่ำเหมือนโลกกำลังร้องไห้ให้กับชะตากรรมของเธอ

อลิชาก้าวออกไป... แล้วหยุด เสียงฝนกลบเสียงสะอื้นของเธอจนหมดสิ้น เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมิด ไม่มีดาวสักดวง ไม่มีพระเจ้าองค์ไหนมองลงมาเห็นความเจ็บปวดนี้

มีเพียงปีศาจข้างหลังเท่านั้นที่ยื่นมือมาฉุดน้องชายเธอขึ้นจากนรก... โดยแลกกับวิญญาณและร่างกายของเธอ

หนึ่งนาทีผ่านไป... สองนาที... ประตูบานเดิมเปิดออกอีกครั้ง

ยศภัทรยังคงยืนอยู่ที่เดิม จิบไวน์ด้วยท่าทีสงบ ราวกับรู้อยู่แล้วว่าลูกไก่อย่างเธอจะหนีไปไหนไม่พ้น

อลิชาเดินกลับเข้ามา ร่างกายเปียกปอนยิ่งกว่าเดิม แต่แววตาเปลี่ยนไป มันแห้งผากและแตกสลาย เธอเดินมาหยุดตรงหน้าเขา แล้วค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเม็ดแรกของตัวเองออกด้วยมือที่สั่นเทิ้ม

"ตกลง..." เสียงเธอแหบพร่า แทบจะไม่ใช่เสียงของตัวเอง "ช่วยน้องชายฉัน... แล้วชีวิตของฉันจะเป็นของคุณ"

"ดี..."

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยรับคำสั้นๆ พร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงพอใจ... รอยยิ้มของนายพรานที่เห็นเหยื่อเดินเข้ากรงขังด้วยตัวเอง แก้วบรั่นดีในมือถูกวางลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังกริ๊ก เบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในความเงียบงันของห้องชุดสุดหรู

ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ เงาทะมึนของเขาทาบทับลงบนร่างเล็กที่เปียกปอนจนมิด อลิชายืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อกลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาโชยมาปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นของอันตรายที่เธอควรจะวิ่งหนี แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตอกตรึงไว้ด้วยพันธสัญญาที่เพิ่งเอ่ยออกไป

มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือบางที่กำลังสั่นเทาขณะพยายามแกะกระดุมเม็ดที่สองออก เขาหยุดการกระทำนั้นไว้ด้วยการกำรอบข้อมือเธอหลวมๆ แต่มั่นคง

"ไม่ต้องรีบ..." เขากระตุกข้อมือเธอเพียงเบาๆ แต่แรงมหาศาลนั้นกลับดึงร่างบางให้ถลาเข้าหาตัวจนอกอิ่มปะทะเข้ากับแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป