บทที่ 8 สองโลกสองตัวตน

แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านม่านทึบแสงเข้ามาแยงตา ปลุกให้ อลิชา ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันแสนสั้น

หญิงสาวขยับตัวเพียงเล็กน้อย แต่ความเจ็บร้าวก็แล่นปราดไปทั่วร่างราวกับถูกรถท่อนซุงทับ โดยเฉพาะช่วงล่างที่ระบมจนแทบขยับขาไม่ได้ ความรู้สึกปวดหนึบที่กลางกายย้ำเตือนให้รู้ว่า เรื่องราวเมื่อคืนไม่ใช่ฝันร้าย... แต่มันคือความจริงที่โหดร้ายที่สุดในชีวิต

ที่นอนข้างกายว่างเปล่า... ความเย็นชืดบนผ้าปูที่นอนบอกให้รู้ว่าเจ้าของเตียงลุกไปนานแล้ว

อลิชาพยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ผ้าห่มนวมสีเทาเลื่อนหลุดจากอก เผยให้เห็นรอยจูบสีแดงช้ำเป็นจ้ำๆ ทั่วเนินอกและหน้าท้อง ร่องรอยที่ 'ยักษ์' ตนนั้นฝากเอาไว้เพื่อประกาศความเป็นเจ้าของอย่างป่าเถื่อน

"ตื่นแล้วเหรอ"

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมห้อง ทำให้อลิชาสะดุ้งเฮือก รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังร่างกายตามสัญชาตญาณ

ยศภัทร ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เขากลับมาอยู่ในคราบของทนายความผู้ทรงเกียรติอีกครั้ง ชุดสูทสีน้ำเงินเข้มสั่งตัดเข้ารูปส่งเสริมให้ร่างสูงใหญ่ดูภูมิฐานและน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคายโกนหนวดเคราเกลี้ยงเกลา ผมเซ็ตเป็นทรงเรียบกริบ

ดูไม่ออกเลยว่า... ภายใต้หน้ากากสุภาพบุรุษนั่น คือสัตว์ร้ายที่ขย้ำเธอจนแหลกเหลวเมื่อคืน

"บนหัวเตียงมียาแก้ปวด กับยาคุมฉุกเฉิน..." เขาพูดโดยไม่หันมามอง มือยังคงจัดเนกไทให้เข้าที่ "กินซะ ผมยังไม่อยากมีภาระเพิ่มตอนนี้"

คำพูดที่ไร้เยื่อใยทำให้อลิชาหน้าชา เธอหันไปมองเม็ดยาสองเม็ดที่วางอยู่คู่กับแก้วน้ำ ความขมปร่าแล่นขึ้นมาที่คอ เธอหยิบมันขึ้นมา กลืนลงคอไปอย่างว่าง่าย... ไม่ใช่เพราะเชื่อฟัง แต่เพราะเธอก็ไม่อยากให้มีเลือดเนื้อเชื้อไขของคนใจร้ายอย่างเขามาเกิดในท้องเหมือนกัน

"เรื่องของน้องชายฉัน..." อลิชาถามเสียงแหบแห้ง "คุณจะเริ่มงานเมื่อไหร่?"

ยศภัทรหันมาสบตาเธอ แววตาเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจ "ผมส่งทีมทนายไปยื่นเรื่องขอคัดค้านการฝากขังแล้วตั้งแต่แปดโมงเช้า... แต่ก่อนจะคุยเรื่องนั้น เรามีเรื่องต้องตกลงกันใหม่"

เขาเดินเข้ามาหยุดที่ปลายเตียง มองสภาพยับเยินของเธอด้วยสายตาพิจารณา

"สัญญาที่เราคุยกันว่าอาทิตย์ละสามวัน... ผมขอยกเลิก"

หัวใจของอลิชาหล่นวูบ "คะ? คุณหมายความว่า..."

"ผมไม่ชอบการรอคอย และผมไม่ชอบให้ของของผมอยู่ไกลสายตา" ยศภัทรออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด "วันนี้หลังเลิกงาน กลับไปเก็บเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว แล้ว ย้ายมาอยู่ที่นี่ ซะ"

"ย...ย้ายเหรอคะ?" อลิชาเบิกตากว้าง "แต่ฉันต้องดูแลบ้าน ฉันต้อง..."

"บ้านหลังนั้นไม่มีใครอยู่แล้ว น้องชายคุณอยู่ในคุก ส่วนคุณ... ตอนนี้เป็นสิทธิ์ของผม" เขาตัดบทอย่างเผด็จการ "ผมเสียค่าจ้างราคาแพงแลกกับชีวิตน้องชายคุณ ผมต้องการความคุ้มค่า... ผมต้องการให้คุณพร้อมเสมอ ไม่ว่าผมจะอยาก 'เอา' ตอนไหน กลางวัน หรือกลางคืน คุณต้องอยู่ตรงนี้... บนเตียงของผม"

คำพูดหยาบคายที่หลุดออกมาจากใบหน้าหล่อเหลานั้นทำให้อลิชาหน้าชาจนพูดไม่ออก

"นี่คีย์การ์ดสำรอง" ยศภัทรโยนบัตรสีดำลงบนที่นอน "เย็นนี้ผมหวังว่าจะกลับมาเห็นคุณรออยู่ในห้อง... ไม่ใช่ต้องให้ผมตามไปลากตัวมา เข้าใจไหม?"

อลิชาเม้มปากแน่น พยักหน้าเบาๆ ทั้งน้ำตา "ค่ะ... เข้าใจแล้วค่ะ"

ยศภัทรโน้มตัวลงมาใกล้ อลิชาเผลอเกร็งตัวถอยหนี แต่เขาเพียงแค่เอามือยันที่นอนไว้ แล้วกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุก

"แต่งตัวให้มิดชิดหน่อยนะวันนี้... รอยที่คอคุณ มันชัดมาก"

พูดจบเขาก็ผละออก ยืดตัวขึ้นยืน แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้อลิชานั่งกำผ้าห่มแน่น น้ำตาแห่งความอัปยศร่วงเผาะลงบนตัก

09:30 น. มูลนิธิคุ้มครองเด็กและสตรี

"ยายแป้ง!"

เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับร่างของ 'มีน' หรือ มีนา เพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานที่พุ่งปรี่เข้ามาหาทันทีที่อลิชาผลักประตูเข้ามาในออฟฟิศ สีหน้าของมีนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและร้อนใจ

"ทำไมเพิ่งมา! แล้วนี่หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลย ไม่สบายหรือเปล่า?"

อลิชาสะดุ้งเล็กน้อย เธอต้องรีบปั้นหน้ายิ้มทั้งที่ข้างในพังยับเยิน วันนี้เธอเลือกใส่เสื้อเชิ้ตคอปกตั้งสูงแขนยาว และผูกผ้าพันคอทับอีกชั้นเพื่อปกปิดรอยรักสีกุหลาบที่ยศภัทรจงใจทำไว้ในจุดที่สังเกตได้ง่าย ใบหน้าหวานที่ซีดเซียวถูกกลบเกลื่อนด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะเพื่อปิดรอยคล้ำใต้ตา

"ฉัน... ปวดหัวนิดหน่อยจ้ะมีน เมื่อคืนนอนน้อย" เธอโกหกคำโต

มีนจับแขนเพื่อนสนิทแน่น แววตาเต็มไปด้วยความตัดพ้อและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด

"ไม่ต้องมาโกหกเลย พี่ดนัยเพิ่งมาเล่าเรื่องไอ้ป่นให้ฉันฟังเมื่อเช้านี้... แป้ง! เรื่องใหญ่ขนาดนี้น้องชายโดนจับเข้าคุก ทำไมแกถึงไม่โทรบอกฉันเลยฮะ! ยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่ไหมเนี่ย?"

อลิชาเม้มปาก รู้สึกผิดที่ต้องปิดบังความจริงอันดำมืดไว้

"มันเกิดเรื่องกะทันหันน่ะมีน... แล้วดึกมากแล้วด้วย ฉันไม่อยากให้แกต้องมาตกใจและทุกข์ใจไปกับฉัน แค่เคสผู้หญิงโดนทำร้ายที่แกต้องรับผิดชอบดูแลทุกวันมันก็หนักหนาและเครียดพอแล้ว ฉันไม่อยากเอาเรื่องปวดหัวไปเพิ่มให้แกอีก"

"แต่เราเป็นเพื่อนกันนะเว้ย!"

มีนเถียงกลับเสียงสั่น

"มีอะไรก็ต้องช่วยกันสิ แล้วนี่เรื่องถึงไหนแล้ว? พี่ดนัยบอกว่าแกไปประกันตัวป่น... แกไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ ทนายล่ะ หาได้หรือยัง? ให้ฉันช่วยหาให้เอาไหม?"

"เรื่องคดี... มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะจ้ะ"

อลิชารีบตัดบท มือเย็นเฉียบกำกระเป๋าสะพายแน่นเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป