บทที่ 4 มากกว่าพี่น้อง

มีน

“วันนี้มาก่อนเขาเลยนะมึง” เสียงของซานตี้หรือซานเพื่อนชายใจหญิงของฉันทักขึ้นทันทีที่เจอหน้า

“ไม่อยากเจอคนที่ห้อง” ฉันตอบกลับมันออกไปตามตรง และใช่ว่ามันก็รู้เรื่องของฉันกับพี่เจ้าคุณดี รวมถึงยัยณิชาอะไรนั่นอีกด้วย เพราะฉันกับพวกมันคบกันตั้งแต่มัธยมแล้วมมีอะไรเลยพูดคุยกันตลอด

“ทะเลาะกับพี่คุณสุดหล่อของกูเหรอ” แล้วเสียงของครีมก็ดังแทรกขึ้นมาถามพร้อมกับตัวของมันที่ตามมาหลังเสียง

“ไม่ได้ทะเลาะ” ฉันตอบกลับตามที่เป็นเมื่อคืน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจะเรียกว่าไม่คุยเลยน่าจะดีกว่า

“เรื่องเป็นยังไง เล่าสิคะ!” แล้วซานก็ถามออกมาพร้อมกับตั้งท่ารอฟัง(เผือก)อย่างตั้งใจทันที ไม่ค่อยอยากรู้เรื่องของฉันเลยจริง ๆ

“จะอะไรอีกล่ะ ก็เมื่อวานนะ...” แล้วฉันก็จัดการเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยความอึดอัดออกมาให้เพื่อนสองคนของฉันฟังในทันทีเหมือนหาที่ระบาย แต่พวกมันก็ชอบไม่น้อยเหมือนกัน

“คนที่ผิดยัยแอ๊บนั่นเลย!” หลังจากฟังจบซานก็พูดออกมาทันทีอย่างมั่นใจไม่น้อยว่าเป็นความตั้งใจของยัยณิชาที่ทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้

“เออ! ฉันว่ายัยนั่นต้องแกล้งแกแน่ ๆ ทำให้พี่คุณผิดนัดกับแกอะไรแบบนี้อ่ะ ฉันไม่ชอบหน้าเลย ทำเป็นคนแสนดี เรียบร้อย” แล้วครีมก็เสริมขึ้นอีกคนอย่างเห็นดีเห็นงามด้วย

พวกมันไม่ชอบหน้ายัยณิชาอะไรนั่นหรอก มันบอกเหมือนแอ๊บ คนอะไรจะเรียบร้อยและแสนดีได้ขนาดนี้ ไม่รู้จักโกรธไม่มีปากเสียงอะไรเลย มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะฉันชอบแอบหาเรื่องยัยณิชาบ่อย ๆ แต่นางก็ไม่เคยแสดงความโกรธออกมา และไม่เคยฟ้องพี่เจ้าคุณด้วย(ถ้าฟ้องพี่เจ้าคุณคงจะดุฉันไปแล้ว) แต่ฉันก็บอกไม่ถูกนะ บางทีก็คิดว่ายัยนั่นแอ๊บ แต่บางทีสายตาของเธอก็เหมือนจริงใจ

ฉันเองก็เดาไม่ออกเหมือนกัน

“แบบนี้ต้องเอาให้เข็ด! จะได้ไม่กล้ามาทำแบบนี้อีก!” แล้วซานก็เสนอออกมาอย่างเห็นด้วยกับสิ่งที่ฉันทำตอนนี้ และไม่ค่อยพอใจเหมือนกันที่พี่เจ้าคุณผิดนัดผิดคำพูดกับฉันบ่อยมาก

“เอาใครให้เข็ด พอเลยนะพวกมึงอ่ะ วัน ๆ คิดแต่จะแกล้งคนอื่นหรือไง” แล้วเสียงเข้มเดียวประจำกลุ่มก็ดังขึ้นดักพวกฉันไว้ ก่อนร่างสูงที่หน้าตาหล่อเหลาจนสาว ๆ อยากมาร่วมกลุ่มกับพวกฉันจะทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ฉัน นั่นก็คือ ไวน์ เพื่อนชายหัวใจชายคนเดียวในกลุ่มของเรานั่นเอง

“เกลียด!” แล้วครีมก็หันไปแขวะให้ไวน์ทันทีที่ชอบขัดแผนการชั่วร้ายของพวกฉันตลอด

“พวกกูไม่ได้อยากแกล้งใครสักหน่อย ถ้ามันไม่มาแกล้งอีมีนก่อน!” ซานพูดออกไปอย่างไม่ให้ตัวเองผิดได้ทันทีด้วยการปกป้องเพื่อน

“ใครแกล้งใคร ไม่เห็นจะมี” ไวน์ตอบกลับซานออกไปอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

“ก็มาสายขนาดนี้ จะไปรู้อะไรล่ะ!” ครีมแขวะให้ไวน์อีกครั้ง สองคนนี้น่ะคู่กัดกันเลย

“ก็ยัยจอมแอ๊บนั่นน่ะสิ แกล้งทำให้พี่คุณผิดนัดกับอีมีนจนมันต้องนั่งรอพี่คุณตั้งเกือบสองชั่วโมงทั้งที่เมื่อวานมันอุตส่าห์ไม่ไปกินชาบูกับพวกเรา”

ซานรีบบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ไวน์ฟังอย่างออกรสออกชาติ เรื่องเล่าแบบเดียวกับฉันแต่กลับดูร้ายแรงกว่าตอนฉันเล่าเหมือนเรื่องของตัวเองเสียอีก นั่นเลยทำให้ไวน์หันมาหาฉันทันที

“เขาทำอะไรมึง” ไวน์ถามออกมาด้วยสายตาที่เป็นห่วงเป็นใยไม่น้อย เพราะที่ผ่านมาเวลาฉันมีอะไรก็ชอบเล่าให้เพื่อนฟังหมด

แล้วยัยเพื่อนสองตัวนี้มันก็ค่อนข้างจะมองโลกในแงร้ายก่อนเสมอจนกลายเป็นว่าตอนนี้ยัยณิชาเป็นเหมือนนางร้ายในคราบคนดี พลอยให้ไวน์มองยัยนั่นว่าเป็นคนไม่ดีไปด้วยได้ง่าย ๆ และตั้งใจแกล้งทำให้ฉันต้องอารมณ์ไม่ดีไปด้วยแบบนี้

“ก็เรื่องเดิม ๆ นั่นแหละ” ฉันถอนหายใจตอบกลับไวน์ออกไปอย่างเบื่อหน่ายกับเรื่องพวกนี้จนบางครั้งก็ไม่อยากรับรู้อะไรแล้วเหมือนกัน

ซึ่งแน่นอนว่าไวน์ก็ต้องเข้าใจอยู่แล้วเพราะเรื่องเดิม ๆ ที่เกี่ยวกับพี่เจ้าคุณและยัยณิชา ก็คือการผิดนัด ผิดสัญญา และการเลยเวลานัดที่แสนจะไม่น่าให้อภัยเรื่อยมา

มันอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย เพราะปกติพี่เจ้าคุณเป็นคนรักษาคำพูดมาก แล้วหากไม่มีอะไรจำเป็นเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็น้อยมากที่เขาจะเลทนัดกับฉัน ต่างจากตอนนี้ที่เขาทำมันบ่อยมากจนเหมือนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ทำเหมือนกับว่าเขาเป็นคนนิสัยพูดอย่างทำอย่างไม่รักษาคำพูดของตัวเองไปแล้ว

“พอรู้ว่าเป็นเรื่องอีมีนนี่ไม่ว่าเลยนะ” แล้วครีมก็แขวะให้ไวน์อีกครั้งอย่างหมั่นไส้ หรือถ้าพูดให้ถูก เพื่อนในกลุ่มนี้ ไวน์โอ๋ฉันที่สุดนั่นแหละ

“พูดมากว่ะ” ไวน์ว่าให้ครีมออกไป ครีมเลยเบะปากให้อย่างหมั่นไส้อีกครั้ง

“แล้วยังไง สรุปมึงยังไม่ดีกับพี่คุณ?” ซานถามออกมาอีกครั้งกับความคิดของฉัน

“ไม่ เมื่อคืนกูหนีเข้าห้อง พอตอนเช้าก็รีบออกมานี่แหละ” ฉันตอบกลับไปตามความเป็นจริง เพราะเมื่อคืนหลังจากพี่เจ้าคุณมาเคาะรอบแรกแล้วเงียบไป หลังจากนั้นเกือบชั่วโมงเขาก็มาเคาะอีกครั้ง แต่ฉันก็ยังไม่เปิดให้เหมือนเดิม แล้วเขาก็เงียบหายไปเกือบครึ่งชั่วโมงถึงได้เคาะอีกครั้ง และฉันก็เลือกจะไม่เปิดเหมือนเดิม

หลังจากนั้นก็เงียบหายไปเลย พอตอนเช้าฉันก็รีบตื่นรีบออกมาก่อนเวลาเพื่อไม่ต้องเจอหน้าเขา และจนตอนนี้ก็ยังไม่ได้เจอกับพี่เจ้าคุณเลย ส่วนโทรศัพท์ฉันก็เลือกจะปิดเครื่องหนี

ฉันไม่ได้ชอบหนีปัญหาแบบนี้เลยสักนิด แต่ครั้งนี้ฉันโกรธจริง ๆ เพราะมันหลายครั้งแล้ว และฉันก็มักจะใจอ่อนให้เขาง่าย ๆ ตลอดเวลาที่เขาเข้ามาง้อ มันคงเลยทำให้เขาไม่เห็นความสำคัญของการรักษาสัญญากับฉันไปแล้วมั้ง และนั่นแหละฉันก็จะทำให้เขาเห็น ว่าครั้งนี้ฉันจะไม่ง่ายอีกต่อไป

“เออดี แต่กูว่ามีวิธีทำให้พี่คุณดิ้นกว่านี้” แล้วซานก็พูดขึ้นอย่างไม่น่าไว้ใจมากไปด้วยแผนการ

“ยังไง” ฉันถามกลับไปด้วยความอยากรู้และสนใจไม่น้อย และตอนนี้ไม่ว่าอะไรฉันก็จะทำ ทำประชดพี่เจ้าคุณทุกอย่างให้เขากลับมารักและสนใจฉันเหมือนเดิม

“นี่มันเป็นน้องพี่เจ้าคุณไหม ไม่ใช่เมียสักหน่อย” แล้วไวน์ก็พูดขึ้นอย่างไม่เห็นด้วยตั้งแต่ยังไม่พูดแผน

แต่ทำไมคำพูดของไวน์มันกลับกระตุกหัวใจฉันแบบนี้ได้วะ

“เมียงั้นเหรอ” ฉันครางทวนคำพูดของไวน์ออกไปกับสิ่งที่ไม่เคยคิดไม่เคยสนใจพร้อมกับใจกระตุกขึ้นแปลก ๆ กับคำนี้

“แต่จะว่าไปอาการของมึงก็ไม่เหมือนน้องสาวเลยนะ” แล้วครีมก็ทักขึ้นอีกคน

ซึ่งมันไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่เพื่อนฉันพูดแบบนี้ พวกมันรู้ว่าฉันกับพี่เจ้าคุณไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกัน ตอนแรกที่รู้จักกัน พวกมันยังคิดว่าฉันกับพี่เจ้าคุณเป็นแฟนกันด้วยซ้ำ แต่ฉันบอกไปว่าเป็นพี่น้องกันจริง

“เออ กูถามจริง มึงเคยคิดกับพี่เจ้าคุณมากกว่าพี่น้องไหม” แล้วซานก็ถามออกมาด้วยความสงสัยอีกครั้ง และนี่ก็คงไม่ใช่ครั้งแรกอีกนั่นแหละที่ได้ยินคำถามนี้

“คิดมากกว่าพี่น้องเหรอ” ฉันทวนคำถามนั้นออกมากับตัวเองพร้อมกับใช้ความคิดกับหัวที่จะว่าว่างเปล่าก็ไม่ใช่ ยุ่งเหยิงก็ไม่เชิง

แล้วมันต้องเป็นแบบไหนถึงจะรู้ว่ามากกว่าพี่น้องกันได้ ที่ผ่านมาฉันก็รักพี่เจ้าคุณตั้งแต่จำความได้ ส่วนพี่เจ้าคุณก็รักฉันไม่ต่างกัน และมันก็แบบนั้นมาตลอด จนฉันอยากให้เขารักและสนใจฉันคนเดียวเหมือนตอนเด็ก ๆ และเป็นแบบนั้นต่อไปไม่มีอะไรเปลี่ยน

มันคิดและรู้สึกแบบนี้มาตลอดจนมันแยกไม่ออกเลยว่ารักแบบไหนเป็นยังไง

“เออ แบบคนรักกันอ่ะ คือถ้าบอกว่ามึงรักพี่เจ้าคุณมากกว่าพี่กูก็เชื่ออ่ะ” ครีมถามขึ้นก่อนจะพูดสิ่งที่มันคิด

แต่ฉันก็ตอบไม่ได้เหมือนกันเพราะฉันไม่เคยมีแฟน ไม่เคยคิดสนใจผู้ชายที่ไหนมาก่อน ฉันก็ไม่รู้ว่าคนรักกันต้องรู้สึกหรือคิดยังไง ต่างกับที่ฉันรู้สึกกับพี่เจ้าคุณยังไง

“กูไม่รู้อ่ะ ไม่รู้ว่ามันต้องเป็นแบบไหนถึงจะเรียกว่าคนรักกัน” ฉันตอบกลับไปตามตรงอย่างคนไม่รู้จริง ๆ เพราะที่ผ่านมาฉันก็เข้าใจว่ารักพี่เจ้าคุณแบบพี่น้อง และความหวงมันก็ต้องมีอยู่แล้วไหม เพราะฉันเคยเป็นคนที่เขาให้ความสำคัญที่สุดและรักที่สุด พอมาเป็นแบบนี้ฉันก็ต้องไม่ชอบและไม่พอใจสิ

มันคุ้นชินจนไม่รู้จะแยกยังไง เป็นปกติจนไม่เคยสงสัยอะไรด้วยหากไม่ใช่เพื่อนพูด

“ง่าย ๆ นะ มึงชอบเวลาที่พี่คุณอยู่กับผู้หญิงคนอื่น สนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่นไหม” ครีมถามขึ้นทีละคำถาม

“ก็ต้องไม่สิ พวกมึงก็เห็นว่าที่ผ่านมากูไล่ตะเพิดผู้หญิงพวกนั้นออกหมด” ฉันก็ตอบกลับไปในสิ่งที่พวกมันเองก็รู้เห็นมาตลอด

ก็ตั้งแต่เด็กจนถึงมัธยมที่ฉันเรียนโรงเรียนเดียวกับพี่เจ้าคุณ ฉันก็กัดกันผู้หญิงทุกคนออกจากพี่เจ้าคุณจนหมด จนพี่เจ้าคุณไม่เคยคบใคร แต่พอเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยฉันยังไม่ได้ตามมา ก็เลยเปิดโอกาสให้ผู้หญิงพวกนั้นมีโอกาส และพี่เจ้าคุณก็ได้มีแฟน

แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ทำตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วไง เด็กในวัยที่ยังไม่รู้จักความรักหนุ่มสาวด้วยซ้ำ พอโตมายังจะทำมันก็เลยไม่ได้แปลกหรือเปลี่ยนความคิดอะไรได้ ไม่ใช่เหรอ?

“นั่นแหละที่กูคิด ว่าจริง ๆ แล้วมึงอาจไม่ได้หวงพี่เจ้าคุณในฐานะพี่ชาย แต่กำลังหึงพี่เจ้าคุณ เพราะยังไงมึงก็ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันกับเขา มันเลยทำให้มีความรู้สึกนั้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป