บทนำ
มากจนถึงจุดที่ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ มากจนไม่เหลือคำว่าพี่น้องที่บริสุทธิ์ใจต่อกันได้อีกต่อไป...
บท 1
มีน
ฉันเดินเข้ามาในบ้านด้วยอารมณ์ที่ดีเป็นพิเศษเพราะวันนี้มีข่าวดีจะบอกกับคนสำคัญของฉันที่บ้านให้รับรู้ แล้วพอยิ่งเข้าบ้านมาเห็นรถของคนสำคัญของฉันจอดอยู่แล้วด้วย มันยิ่งทำให้ฉันดีใจมากกว่าเดิมไปอีกที่จะได้บอกเขาต่อหน้า ไม่ต้องโทรไปบอกหรือส่งข้อความไปบอก
“น้องมาพอดีเลย มานั่งนี่มาลูก” เสียงของแม่กานต์เรียกฉันขึ้นอย่างเอ็นดูหลังจากเห็นฉันเดินเข้ามาในบ้าน ฉันเลยรีบวิ่งไปหาคนที่กำลังนั่งแล้วหันมาส่งยิ้มให้ฉันอย่างไม่รอช้า
“พี่คุณ” ฉันทิ้งตัวลงนั่งก่อนจะกอดกระแซะที่ต้นแขนแกร่งของพี่เจ้าคุณด้วยความคิดถึงเป็นที่สุด
“โตเป็นสาวแล้ว ทำตัวเหมือนเด็ก ๆ ไปได้นะเรา” พี่เจ้าคุณพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเอ็นดูพร้อมมือหนายกขึ้นมาลูบหัวฉันเบา ๆ
“ก็เด็กสำหรับพี่คุณกับคุณแม่ไม่ใช่เหรอคะ” ฉันออดอ้อนทั้งสองคนออกไปอย่งน่ารักแบบที่ชอบทำ และก็ได้รับรอยจากทั้งสองกลับมาเช่นเดิม
“ทำไมวันนี้ถึงบ้านเย็นจังเรา” พี่เจ้าคุณถามออกมาอย่างแปลกใจและจับผิดเพราะปกติฉันกลับบ้านเร็วกว่านี้ แม้ตอนนี้เขาจะย้ายไปอยู่คอนโดและฉันอยู่บ้าน แต่เขายังมีตารางเรียนของฉันอยู่ตลอด และคอยให้ฉันส่งข้อความรายงานตลอดว่าถึงบ้านหรือยัง
และที่ฉันกลับบ้านเย็นนั่นก็เพราะแวะไปกินนมกับเพื่อน ๆ มาก่อน ฉันขยับตัวนั่งตรงกว่าเดิมก่อนจะฉีกยิ้มออกไปให้ทั้งสองคนอีกครั้งจนไม่ได้สนใจใครอีกคนไปเลย
“อะไร ยิ้มจนจะถึงหูแล้ว” คุณแม่พูดออกมาหยอก ๆ กับท่าทางของฉันที่มันดีดกว่าปกติ
“มีนมีข่าวดีจะบอกทั้งสองคนค่ะ” เมื่อถึงเวลาฉันก็เริ่มเกริ่นออกไปด้วยความตื่นเต้นและรอยยิ้มประดับใบหน้าเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เพราะอยากจะบอกเหลือเกินว่าการสอบครั้งนี้ฉันทำคะแนนได้สูงที่สุดของห้องด้วยแหละ
“พี่ก็มีข่าวดีจะบอกมีนเหมือนกันนะ” แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้บอกข่าวดีของตัวเองออกมา แล้วพี่เจ้าคุณก็พูดออกมาอย่างตื่นเนเหมือนกับฉันจนทำให้เกิดความสงสัยทันที
“งั้นพี่คุณบอกข่าวดีของพี่คุณก่อนเลยค่ะ” ฉันบอกด้วยความตื่นเต้นอยากรู้เรื่องของเขาก่อน เพราะฉันคิดว่าข่าวของฉันต้องดีกว่าของพี่เจ้าคุณแน่ ๆ เพราะฉะนั้นฉันจะยอมบอกเขาทีหลัง
“เอาแบบนั้นเหรอ?” คิ้วเข้มของพี่เจ้าคุณเลิกขึ้นถามออกมาเพื่อความมั่นใจ
“อือหึ๊!” ฉันพยักหน้ารับงึก ๆ อย่างเร็วเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากพี่เจ้าคุณได้มากขึ้น
“นี่ณิชา แฟนของพี่เอง” แล้วพี่เจ้าคุณก็พูดขึ้นแนะนำใครอีกคนที่ฉันเห็นตั้งแต่แรกแต่ไม่ได้สนใจให้ฉันได้รู้จัก พร้อมกับสถานะที่ฉันไม่ได้เตรียมตัว และเกิดความรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที
และอย่าบอกนะ...ว่านี่คือข่าวดีของเขา
“.....” ฉันหุบยิ้มลงทันทีที่ได้ยินสิ่งที่พี่เจ้าคุณพูดออกมาอย่างอัตโนมัติ พร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้ฉันไม่พอใจ
“ณิชา นี่มีนน้องสาวสุดที่รักของคุณเอง” เสียงของพี่เจ้าคุณพูดด้วยความรักบอกผู้หญิงที่ชื่อณิชาแนะนำฉันกลับไปบ้างไม่ต่างกัน
“สวัสดีจ้ะน้องมีน” แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ทักทายฉันขึ้นด้วยรอยยิ้มเป็นกันเองเหมือนพยายามอยากตีสนิทและทำความรู้จักฉันให้ได้
“....” ฉันหันไปมองหน้าเธอนิ่ง ๆ อย่างพิจารณาสายตาของเธอ และยอมรับเลยว่าเธอเป็นคนที่หน้าตาสะสวยคนหนึ่งเลย แต่ถึงอย่างนั้นก็น้อยกว่าฉันอยู่พอสมควรเช่นกัน
แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับฉัน เพราะเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับฉันในตอนนี้ก็คือ พี่เจ้าคุณ ฉันหันกลับมามองหน้าพี่เจ้าคุณอีกครั้งด้วยใบหน้าบึ้งตึงแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด มองเขาอย่างไม่มีอารมณ์จะพูดข่าวดีอะไรออกมาอีกแล้ว ก่อนจะลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งหนีพี่เจ้าคุณขึ้นชั้นสองไปทันที
“อ้าวมีน!” เสียงของพี่เจ้าคุณกับคุณแม่เรียกฉันขึ้นดังขึ้นจากด้านหลัง แต่ฉันไม่สนใจจะหันกลับไปหาทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย มุ่งหน้าตรงเข้าห้องตัวเองไปทันทีและไม่ลืมล๊อกประตูห้องไว้ พร้อมกับทิ้งตัวนอนคว่ำหน้าไปที่เตียงกว้างด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ที่ไม่มีความสุขและไม่พอใจกับอะไรบางอย่าง และต้นเหตุก็มาจากพี่เจ้าคุณนั่นเอง
“หมดกันข่าวดีที่จะบอก ฮึก!!” ฉันบ่นกับตัวเองเสียงสั่นพร้อมร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่อย่างไม่เข้าใจว่าน้ำตามาจากไหน และอ่อนแอขนาดนี้ได้ยังไง แต่ก็น่าจะมาจากความโกรธ ความไม่พอใจนั่นแหละ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงประตูหน้าห้องนอนของฉันดังขึ้น และแน่นอนว่าถ้าไม่ใช่คุณแม่ก็ต้องเป็นพี่เจ้าคุณสองคนนี้เท่านั้น แต่ฉันไม่เปิดให้หรอก ตอนนี้ฉันไม่อยากเจอใครและไม่พร้อมเจอใครด้วย ไม่ว่าหน้าห้องของฉันจะเป็นใครฉันก็ไม่เปิดให้
แกร็ก! แต่ถึงฉันไม่เปิดก็ไม่ได้หมายความว่าคนข้างนอกจะเปิดเข้ามาไม่ได้ หลังจากเสียงเคาะเงียบไปสักพักแล้วไม่นานเสียงประตูก็เปิดขึ้นแทน ทำให้ฉันดีดตัวลุกขึ้นและเห็นว่าเป็นพี่เจ้าคุณที่เป็นคนไขมันเข้ามา ซึ่งเขาก็มักจะทำแบบนี้ตลอด ทำทุกครั้งที่ฉันโกรธเขาแล้วหนีมาขังตัวเองไว้ในห้องนอนแบบนี้
หรือพูดให้ถูกกุญแจสำรองห้องฉันแทบจะอยู่ติดตัวพี่เจ้าคุณตลอดเวลา
“เป็นอะไร หื้ม?” น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนอย่างวันวานดังขึ้นถามฉันพร้อมกับร่างสูงที่เดินเข้ามาหาฉันก่อนจะทิ้งตัวนั่งข้าง ๆ แล้วยกมือขึ้นลูบหัว
“.....” ฉันสะบัดหน้าหนีไม่อยากให้เขาจับหัวและไม่อยากตอบกลับเขาไป ตอนนี้ไม่อยากเจอหน้าเขาเลยสักนิด ไม่อยากคุยกับเขาด้วยสักคำ
“พี่ถามว่าคนสวยของพี่เป็นอะไรคะ” แต่พี่เจ้าคุณยังคงไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่าย ๆ ขยับหน้าเข้ามาถามฉันอย่างอ่อนโยนหยอกล้อเหมือนกับที่ชอบทำเพื่อให้ฉันโวยวายหรือหลุดขำออกมา
แต่ไม่ต้องมาทำเสียงนุ่มเสียงหวานแบบนี้หรอก ยังไงฉันก็ไม่หลงกลไม่หายงอนง่าย ๆ เด็ดขาด
“.....” ฉันยังคงเงียบและหันหน้าหนีพี่เจ้าคุณเหมือนเดิมด้วยความรู้สึกหลากหลาย แต่ไม่นานพี่เจ้าคุณก็เชยคางฉันให้หันไปสบตากับเขา แต่ฉันก็เลือกจะหลับตาหนีหน้าเขาอย่างไม่ยอมและไม่อยากมอง
“ถ้าไม่ลืมตาจะโดนทำโทษนะ” เสียงข่มขู่ดังขึ้นอย่างไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่ และไม่ต้องมาขู่หรอก คิดว่าฉันจะกลัวเขาหรือไง
“....” ฉันเลือกจะเงียบและหลับตาไว้เหมือนเดิม เพราะครั้งนี้ฉันโกรธเขามากจริง ๆ โกรธจนไม่อยากพูดอะไรด้วยเลยสักนิด
“โอเค สงสัยเด็กดื้อจะอยากโดนลงโทษจริง ๆ” เสียงของพี่เจ้าคุณดังขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ทันทีเมื่อเห็นฉันยังต่อต้านเขา
แต่ฉันก็ยังคงหลับตานิ่งเพื่อไม่ให้ลืมตาไปมองหน้าเขา แต่คนอย่างเขามักจะดักฉันได้ทุกทางอย่างรู้ทันมาตลอด
“โอ้ยพี่เจ้าคุณ! มีนเจ็บนะ!” แล้วฉันก็ร้องขึ้นพร้อมกับจับแก้มตัวเองหลังจากถูกฟันคมกัดเข้ามาที่แก้มของฉันอย่างหมั่นเขี้ยวไม่แรงแต่ก็ไม่เบา
และนี่ก็คือวิธีลงโทษของเขาเสมอนั่นเอง เขาทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว จนถึงตอนนี้สำหรับเขาฉันก็ยังคงเหมือนเด็กน้อยในวันวานไม่เปลี่ยน
“ก็มีนดื้อเอง” พี่เจ้าคุณพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มพอใจอย่างไม่รู้สึกผิดที่ทำให้ฉันลืมตามามองเขาได้สำเร็จ
ไม่สิ ลืมตามาจิกค้อนสายตาใส่เขาได้อย่างไม่พอใจต่างหาก
“มีนไม่อยากคุยกับพี่คุณ ออกจากห้องมีนได้แล้ว!” ฉันพูดเสียงห้วนพร้อมสะบัดหน้าหนีเขาอย่างไม่หายโกรธและจริงจังไม่น้อย
“ไหนเป็นอะไร บอกพี่มาสิ” แต่พี่เจ้าคุณก็ยังไม่ได้ออกไปไหง่าย ๆ แล้วก็จับหน้าฉันให้หันไปหาเขาอีกครั้งก่อนจะถามออกมาเพื่อหาคำตอบอย่างใส่ใจไม่เคยเปลี่ยน
“ไม่ได้เป็นอะไร!” ฉันปฏิเสธออกไปเสียงเรียบใบหน้าบึ้งตึงสวนทางกับคำว่าไม่เป็นไรของตัวเองเป็นที่สุด
“เหรอ” น้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าไม่เชื่อดังขึ้นเหมือนกับมุมปากที่ยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเหมือนกับเรื่องที่ฉันโกรธเป็นเรื่องเล่น ๆ
“ค่ะ!” ฉันกระแทกเสียงตอบใส่เขาออกไปเป็นการยืนยันและรู้สึกรำคาญที่ถูกเซ้าซี้ถามไม่หยุด
“บอกพี่มา ว่าโกรธอะไร ถ้ามีนไม่บอกพี่จะง้อถูกเหรอคะ” พี่เจ้าคุณพูดขึ้นอีกครั้งเหมือนกับที่ผ่านมา เขาไม่เคยปล่อยให้ฉันโกรธอะไรแล้วหายเองโดยไม่รู้คำตอบ
และนั่นก็ทำให้ฉันหันไปมองหน้าพี่เจ้าคุณเต็มตาอย่างไม่พอใจอีกครั้ง
“ก็พี่เจ้าคุณมีแฟน” แล้วฉันก็บอกสิ่งที่ฉันรู้สึกไม่พอใจจนโกรธเขาออกไปให้เขารู้อย่างไม่ปิดบังทันที
ใช่ฉันโกรธเขาเรื่องนี้ เรื่องที่เขามีแฟนแล้วพามาเปิดตัวที่บ้านอีก นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาจริงจังกับผู้หญิงคนนั้นพอสมควรหรอกเหรอ
“ทำไม มีนไม่อยากให้พี่มีแฟนเหรอคะ” พี่เจ้าคุณได้ยินแบบนั้นก็ถามฉันออกมาเหมือนต้องการเหตุผล
แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาน่าจะถามเลยสักนิดไม่ใช่เหรอ มันก็เหมือนเหตุผลที่เขาไม่อยากให้ฉันมีแฟนนั่นแหละ
“พอพี่เจ้าคุณมีแฟน พี่เจ้าคุณก็จะให้ความสำคัญกับแฟนพี่ แล้วพี่เจ้าคุณก็จะลืมมีน ไม่สนใจมีนเหมือนเดิม” ฉันบอกความคิดและความรู้สึกของตัวเองออกไปอย่างมั่นใจว่าจะต้องเป็นแบบนั้นแน่
ใช่ฉันกำลังกลัว กลัวว่าจะไม่ใช่คนสำคัญของเขาเหมือนเดิมอีกต่อไป พอเขามีแฟนเขาก็จะหันไปสนใจและให้ความสำคัญกับแฟนของเขาเป็นที่สุด มีเวลาให้แค่แฟนของเขาเพียงคนเดียว แล้วเธอก็จะถูกมองข้ามกลายเป็นคนอื่นในที่สุด
“หึ! เด็กน้อย ไม่มีใครสำคัญกับพี่เท่าคนสวยของพี่อีกแล้วรู้ไหม” พี่เจ้าคุณได้ยินแบบนั้นก็ขบขันออกมาอย่างเอ็นดู ก่อนจะพูดให้ฉันเข้าใจว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปสำหรับเขาพร้อมกับโคลงหัวฉันเบา ๆ
“มีนไม่เชื่อหรอก ตอนนี้ก็พูดแบบนี้ แต่พอนานไปก็เปลี่ยนไป!” แต่ฉันยังคงปฏิเสธเขาออกไปอย่างมั่นใจและไม่มีทางเชื่อสิ่งที่เขาพูดด้วยเช่นกัน
ฉันเคยเห็นเพื่อน ๆ ของฉันมีแฟนกันเยอะแยะ แล้วก็ติดแฟนกันมากจนไม่มีเวลาให้เพื่อนมากพอเหมือนตอนไม่มีใคร จะบอกว่าเข้าใจและเป็นเรื่องปกติก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเพราะรู้ว่ามันเป็นเรื่องปกติไงฉันถึงได้กลัว
“พี่สัญญา ว่าจะไม่มีใครสำคัญไปกว่ามีนของพี่เด็ดขาด เชื่อพี่นะคะ” แต่พี่เจ้าคุณก็เลือกจะสัญญาออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงใจ พร้อมกับยกนิ้วก้อยของเขาขึ้นมาตรงหน้าฉันเหมือนที่ฉันชอบสัญญากับเขาตอนเด็ก ๆ เป็นการเกี่ยวก้อยรับปาก
“ถ้าพี่คุณผิดสัญญากับมีน มีนจะโกรธและไม่พูดกับพี่คุณตลอดไป!” ฉันเห็นแบบนั้นก็ยกมือขึ้นไปเกี่ยวก้อยเขาแล้วลั่นคำคาดโทษออกไปดักทางเขาไว้
ที่ผ่านมาเวลาเขาสัญญาอะไรเขาทำได้ตลอดไม่เคยผิดคำพูด ครั้งนี้แม้ยากจะเชื่อ แต่ฉันก็ยังจะเชื่อเขาเหมือนเดิม
“ด้วยเกียรติของคนหล่อครับ” แล้วพี่เจ้าคุณก็ตอบรับคำสัญญาออกมาอย่างหนักแน่นจริงจัง นั่นจึงทำให้ฉันพอยิ้มออกมาได้อย่างสบายใจ
บทล่าสุด
#36 บทที่ 36 ตอนพิเศษ2
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#35 บทที่ 35 ตอนพิเศษ1
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#34 บทที่ 34 บอกความจริง(ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#33 บทที่ 33 ความจริง1
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#32 บทที่ 32 ความจริง
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#31 บทที่ 31 แค่อยากมาขอโทษ
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#30 บทที่ 30 เลิกยุ่งกับเมียกู
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#29 บทที่ 29 สั่งแต่ไม่ทำ
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#28 บทที่ 28 บังเอิญ
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#27 บทที่ 27 สับสน
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026
คุณอาจชอบ 😍
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
พิษรักร้าย Toxic love
"ออกไป ถ้าไม่อยากโดนข้อหาบุกรุกห้องคนอื่นในยามวิกาล" นินิวบอกริกมาเสียดังด้วยสีหน้าโกรธจัด ที่ริกเข้าห้องเธออย่างถือวิสะ
"ไม่ไป ในเมื่อที่นี่คือห้องเมียฉัน ทำไมฉันต้องออก" ร่างสูงบอกมาด้วยเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ
"ห้องฉันไม่ใช่ห้องของยัยโมเน่ เมียคนปัจจุบันของพี่ ถ้าพี่ยังหลงเหลือความเป็นคนอยู่บ้างก็ออกไปจากห้องฉันคะ" แต่ริกกับไม่สนใจคำพูดนินิวเลยซักนิด ร่างสูงเดินเข้ามาหาคนตรงหน้า นินิวที่เห็นเช่นนั้นถึงกับจับที่ชายผ้าขนหนูเอาไว้แน่นขึ้น เพราะคนตรงหน้านั่นดูอันตรายสำหรับเธอ
"อย่านะพี่ริก เรื่องของเรามันจบไปแล้ว" นินิวบอกมาด้วยเสียงสั่นเพราะสายตาที่เขามองเธอมามันน่ากลัวมากจริงๆ
"ชอบฉันไม่ใช่เหรอ เอาฉันแล้วจะไปอ่อยคนอื่น อีกทำไม ฉันเห็นเต็มสองตาว่าเธอจูบกับไอ้ไทม์"
"ในเมื่อพี่เห็นเช่นนั้น พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียสิ ฉันจะอ่อยจะจูบกับใครมันก็เรื่องของฉันไหม ฉันบอกพี่ไม่กี่ร้อยครั้งแล้วว่าเราเลิกกันแล้ว เพราะพี่มันเลว ฉันเลยไม่อยากได้พี่แล้ว "
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
แต่กลับเลือกเดินจากไปในวันที่กำลังจะมีเจ้าก้อนน้อย
สองปีผ่านไป...
เธอกลับมาในฐานะเด็กฝึกงาน
และเขาอยู่ในฐานะคุณหมอเจ้าของไข้ลูกชายของเธอ
เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร จบลงแบบไหน
ติดตามได้ใน... เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป













