บทนำ
มากจนถึงจุดที่ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ มากจนไม่เหลือคำว่าพี่น้องที่บริสุทธิ์ใจต่อกันได้อีกต่อไป...
บท 1
มีน
ฉันเดินเข้ามาในบ้านด้วยอารมณ์ที่ดีเป็นพิเศษเพราะวันนี้มีข่าวดีจะบอกกับคนสำคัญของฉันที่บ้านให้รับรู้ แล้วพอยิ่งเข้าบ้านมาเห็นรถของคนสำคัญของฉันจอดอยู่แล้วด้วย มันยิ่งทำให้ฉันดีใจมากกว่าเดิมไปอีกที่จะได้บอกเขาต่อหน้า ไม่ต้องโทรไปบอกหรือส่งข้อความไปบอก
“น้องมาพอดีเลย มานั่งนี่มาลูก” เสียงของแม่กานต์เรียกฉันขึ้นอย่างเอ็นดูหลังจากเห็นฉันเดินเข้ามาในบ้าน ฉันเลยรีบวิ่งไปหาคนที่กำลังนั่งแล้วหันมาส่งยิ้มให้ฉันอย่างไม่รอช้า
“พี่คุณ” ฉันทิ้งตัวลงนั่งก่อนจะกอดกระแซะที่ต้นแขนแกร่งของพี่เจ้าคุณด้วยความคิดถึงเป็นที่สุด
“โตเป็นสาวแล้ว ทำตัวเหมือนเด็ก ๆ ไปได้นะเรา” พี่เจ้าคุณพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเอ็นดูพร้อมมือหนายกขึ้นมาลูบหัวฉันเบา ๆ
“ก็เด็กสำหรับพี่คุณกับคุณแม่ไม่ใช่เหรอคะ” ฉันออดอ้อนทั้งสองคนออกไปอย่งน่ารักแบบที่ชอบทำ และก็ได้รับรอยจากทั้งสองกลับมาเช่นเดิม
“ทำไมวันนี้ถึงบ้านเย็นจังเรา” พี่เจ้าคุณถามออกมาอย่างแปลกใจและจับผิดเพราะปกติฉันกลับบ้านเร็วกว่านี้ แม้ตอนนี้เขาจะย้ายไปอยู่คอนโดและฉันอยู่บ้าน แต่เขายังมีตารางเรียนของฉันอยู่ตลอด และคอยให้ฉันส่งข้อความรายงานตลอดว่าถึงบ้านหรือยัง
และที่ฉันกลับบ้านเย็นนั่นก็เพราะแวะไปกินนมกับเพื่อน ๆ มาก่อน ฉันขยับตัวนั่งตรงกว่าเดิมก่อนจะฉีกยิ้มออกไปให้ทั้งสองคนอีกครั้งจนไม่ได้สนใจใครอีกคนไปเลย
“อะไร ยิ้มจนจะถึงหูแล้ว” คุณแม่พูดออกมาหยอก ๆ กับท่าทางของฉันที่มันดีดกว่าปกติ
“มีนมีข่าวดีจะบอกทั้งสองคนค่ะ” เมื่อถึงเวลาฉันก็เริ่มเกริ่นออกไปด้วยความตื่นเต้นและรอยยิ้มประดับใบหน้าเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เพราะอยากจะบอกเหลือเกินว่าการสอบครั้งนี้ฉันทำคะแนนได้สูงที่สุดของห้องด้วยแหละ
“พี่ก็มีข่าวดีจะบอกมีนเหมือนกันนะ” แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้บอกข่าวดีของตัวเองออกมา แล้วพี่เจ้าคุณก็พูดออกมาอย่างตื่นเนเหมือนกับฉันจนทำให้เกิดความสงสัยทันที
“งั้นพี่คุณบอกข่าวดีของพี่คุณก่อนเลยค่ะ” ฉันบอกด้วยความตื่นเต้นอยากรู้เรื่องของเขาก่อน เพราะฉันคิดว่าข่าวของฉันต้องดีกว่าของพี่เจ้าคุณแน่ ๆ เพราะฉะนั้นฉันจะยอมบอกเขาทีหลัง
“เอาแบบนั้นเหรอ?” คิ้วเข้มของพี่เจ้าคุณเลิกขึ้นถามออกมาเพื่อความมั่นใจ
“อือหึ๊!” ฉันพยักหน้ารับงึก ๆ อย่างเร็วเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากพี่เจ้าคุณได้มากขึ้น
“นี่ณิชา แฟนของพี่เอง” แล้วพี่เจ้าคุณก็พูดขึ้นแนะนำใครอีกคนที่ฉันเห็นตั้งแต่แรกแต่ไม่ได้สนใจให้ฉันได้รู้จัก พร้อมกับสถานะที่ฉันไม่ได้เตรียมตัว และเกิดความรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที
และอย่าบอกนะ...ว่านี่คือข่าวดีของเขา
“.....” ฉันหุบยิ้มลงทันทีที่ได้ยินสิ่งที่พี่เจ้าคุณพูดออกมาอย่างอัตโนมัติ พร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้ฉันไม่พอใจ
“ณิชา นี่มีนน้องสาวสุดที่รักของคุณเอง” เสียงของพี่เจ้าคุณพูดด้วยความรักบอกผู้หญิงที่ชื่อณิชาแนะนำฉันกลับไปบ้างไม่ต่างกัน
“สวัสดีจ้ะน้องมีน” แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ทักทายฉันขึ้นด้วยรอยยิ้มเป็นกันเองเหมือนพยายามอยากตีสนิทและทำความรู้จักฉันให้ได้
“....” ฉันหันไปมองหน้าเธอนิ่ง ๆ อย่างพิจารณาสายตาของเธอ และยอมรับเลยว่าเธอเป็นคนที่หน้าตาสะสวยคนหนึ่งเลย แต่ถึงอย่างนั้นก็น้อยกว่าฉันอยู่พอสมควรเช่นกัน
แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับฉัน เพราะเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับฉันในตอนนี้ก็คือ พี่เจ้าคุณ ฉันหันกลับมามองหน้าพี่เจ้าคุณอีกครั้งด้วยใบหน้าบึ้งตึงแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด มองเขาอย่างไม่มีอารมณ์จะพูดข่าวดีอะไรออกมาอีกแล้ว ก่อนจะลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งหนีพี่เจ้าคุณขึ้นชั้นสองไปทันที
“อ้าวมีน!” เสียงของพี่เจ้าคุณกับคุณแม่เรียกฉันขึ้นดังขึ้นจากด้านหลัง แต่ฉันไม่สนใจจะหันกลับไปหาทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย มุ่งหน้าตรงเข้าห้องตัวเองไปทันทีและไม่ลืมล๊อกประตูห้องไว้ พร้อมกับทิ้งตัวนอนคว่ำหน้าไปที่เตียงกว้างด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ที่ไม่มีความสุขและไม่พอใจกับอะไรบางอย่าง และต้นเหตุก็มาจากพี่เจ้าคุณนั่นเอง
“หมดกันข่าวดีที่จะบอก ฮึก!!” ฉันบ่นกับตัวเองเสียงสั่นพร้อมร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่อย่างไม่เข้าใจว่าน้ำตามาจากไหน และอ่อนแอขนาดนี้ได้ยังไง แต่ก็น่าจะมาจากความโกรธ ความไม่พอใจนั่นแหละ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงประตูหน้าห้องนอนของฉันดังขึ้น และแน่นอนว่าถ้าไม่ใช่คุณแม่ก็ต้องเป็นพี่เจ้าคุณสองคนนี้เท่านั้น แต่ฉันไม่เปิดให้หรอก ตอนนี้ฉันไม่อยากเจอใครและไม่พร้อมเจอใครด้วย ไม่ว่าหน้าห้องของฉันจะเป็นใครฉันก็ไม่เปิดให้
แกร็ก! แต่ถึงฉันไม่เปิดก็ไม่ได้หมายความว่าคนข้างนอกจะเปิดเข้ามาไม่ได้ หลังจากเสียงเคาะเงียบไปสักพักแล้วไม่นานเสียงประตูก็เปิดขึ้นแทน ทำให้ฉันดีดตัวลุกขึ้นและเห็นว่าเป็นพี่เจ้าคุณที่เป็นคนไขมันเข้ามา ซึ่งเขาก็มักจะทำแบบนี้ตลอด ทำทุกครั้งที่ฉันโกรธเขาแล้วหนีมาขังตัวเองไว้ในห้องนอนแบบนี้
หรือพูดให้ถูกกุญแจสำรองห้องฉันแทบจะอยู่ติดตัวพี่เจ้าคุณตลอดเวลา
“เป็นอะไร หื้ม?” น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนอย่างวันวานดังขึ้นถามฉันพร้อมกับร่างสูงที่เดินเข้ามาหาฉันก่อนจะทิ้งตัวนั่งข้าง ๆ แล้วยกมือขึ้นลูบหัว
“.....” ฉันสะบัดหน้าหนีไม่อยากให้เขาจับหัวและไม่อยากตอบกลับเขาไป ตอนนี้ไม่อยากเจอหน้าเขาเลยสักนิด ไม่อยากคุยกับเขาด้วยสักคำ
“พี่ถามว่าคนสวยของพี่เป็นอะไรคะ” แต่พี่เจ้าคุณยังคงไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่าย ๆ ขยับหน้าเข้ามาถามฉันอย่างอ่อนโยนหยอกล้อเหมือนกับที่ชอบทำเพื่อให้ฉันโวยวายหรือหลุดขำออกมา
แต่ไม่ต้องมาทำเสียงนุ่มเสียงหวานแบบนี้หรอก ยังไงฉันก็ไม่หลงกลไม่หายงอนง่าย ๆ เด็ดขาด
“.....” ฉันยังคงเงียบและหันหน้าหนีพี่เจ้าคุณเหมือนเดิมด้วยความรู้สึกหลากหลาย แต่ไม่นานพี่เจ้าคุณก็เชยคางฉันให้หันไปสบตากับเขา แต่ฉันก็เลือกจะหลับตาหนีหน้าเขาอย่างไม่ยอมและไม่อยากมอง
“ถ้าไม่ลืมตาจะโดนทำโทษนะ” เสียงข่มขู่ดังขึ้นอย่างไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่ และไม่ต้องมาขู่หรอก คิดว่าฉันจะกลัวเขาหรือไง
“....” ฉันเลือกจะเงียบและหลับตาไว้เหมือนเดิม เพราะครั้งนี้ฉันโกรธเขามากจริง ๆ โกรธจนไม่อยากพูดอะไรด้วยเลยสักนิด
“โอเค สงสัยเด็กดื้อจะอยากโดนลงโทษจริง ๆ” เสียงของพี่เจ้าคุณดังขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ทันทีเมื่อเห็นฉันยังต่อต้านเขา
แต่ฉันก็ยังคงหลับตานิ่งเพื่อไม่ให้ลืมตาไปมองหน้าเขา แต่คนอย่างเขามักจะดักฉันได้ทุกทางอย่างรู้ทันมาตลอด
“โอ้ยพี่เจ้าคุณ! มีนเจ็บนะ!” แล้วฉันก็ร้องขึ้นพร้อมกับจับแก้มตัวเองหลังจากถูกฟันคมกัดเข้ามาที่แก้มของฉันอย่างหมั่นเขี้ยวไม่แรงแต่ก็ไม่เบา
และนี่ก็คือวิธีลงโทษของเขาเสมอนั่นเอง เขาทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว จนถึงตอนนี้สำหรับเขาฉันก็ยังคงเหมือนเด็กน้อยในวันวานไม่เปลี่ยน
“ก็มีนดื้อเอง” พี่เจ้าคุณพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มพอใจอย่างไม่รู้สึกผิดที่ทำให้ฉันลืมตามามองเขาได้สำเร็จ
ไม่สิ ลืมตามาจิกค้อนสายตาใส่เขาได้อย่างไม่พอใจต่างหาก
“มีนไม่อยากคุยกับพี่คุณ ออกจากห้องมีนได้แล้ว!” ฉันพูดเสียงห้วนพร้อมสะบัดหน้าหนีเขาอย่างไม่หายโกรธและจริงจังไม่น้อย
“ไหนเป็นอะไร บอกพี่มาสิ” แต่พี่เจ้าคุณก็ยังไม่ได้ออกไปไหง่าย ๆ แล้วก็จับหน้าฉันให้หันไปหาเขาอีกครั้งก่อนจะถามออกมาเพื่อหาคำตอบอย่างใส่ใจไม่เคยเปลี่ยน
“ไม่ได้เป็นอะไร!” ฉันปฏิเสธออกไปเสียงเรียบใบหน้าบึ้งตึงสวนทางกับคำว่าไม่เป็นไรของตัวเองเป็นที่สุด
“เหรอ” น้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าไม่เชื่อดังขึ้นเหมือนกับมุมปากที่ยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเหมือนกับเรื่องที่ฉันโกรธเป็นเรื่องเล่น ๆ
“ค่ะ!” ฉันกระแทกเสียงตอบใส่เขาออกไปเป็นการยืนยันและรู้สึกรำคาญที่ถูกเซ้าซี้ถามไม่หยุด
“บอกพี่มา ว่าโกรธอะไร ถ้ามีนไม่บอกพี่จะง้อถูกเหรอคะ” พี่เจ้าคุณพูดขึ้นอีกครั้งเหมือนกับที่ผ่านมา เขาไม่เคยปล่อยให้ฉันโกรธอะไรแล้วหายเองโดยไม่รู้คำตอบ
และนั่นก็ทำให้ฉันหันไปมองหน้าพี่เจ้าคุณเต็มตาอย่างไม่พอใจอีกครั้ง
“ก็พี่เจ้าคุณมีแฟน” แล้วฉันก็บอกสิ่งที่ฉันรู้สึกไม่พอใจจนโกรธเขาออกไปให้เขารู้อย่างไม่ปิดบังทันที
ใช่ฉันโกรธเขาเรื่องนี้ เรื่องที่เขามีแฟนแล้วพามาเปิดตัวที่บ้านอีก นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาจริงจังกับผู้หญิงคนนั้นพอสมควรหรอกเหรอ
“ทำไม มีนไม่อยากให้พี่มีแฟนเหรอคะ” พี่เจ้าคุณได้ยินแบบนั้นก็ถามฉันออกมาเหมือนต้องการเหตุผล
แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาน่าจะถามเลยสักนิดไม่ใช่เหรอ มันก็เหมือนเหตุผลที่เขาไม่อยากให้ฉันมีแฟนนั่นแหละ
“พอพี่เจ้าคุณมีแฟน พี่เจ้าคุณก็จะให้ความสำคัญกับแฟนพี่ แล้วพี่เจ้าคุณก็จะลืมมีน ไม่สนใจมีนเหมือนเดิม” ฉันบอกความคิดและความรู้สึกของตัวเองออกไปอย่างมั่นใจว่าจะต้องเป็นแบบนั้นแน่
ใช่ฉันกำลังกลัว กลัวว่าจะไม่ใช่คนสำคัญของเขาเหมือนเดิมอีกต่อไป พอเขามีแฟนเขาก็จะหันไปสนใจและให้ความสำคัญกับแฟนของเขาเป็นที่สุด มีเวลาให้แค่แฟนของเขาเพียงคนเดียว แล้วเธอก็จะถูกมองข้ามกลายเป็นคนอื่นในที่สุด
“หึ! เด็กน้อย ไม่มีใครสำคัญกับพี่เท่าคนสวยของพี่อีกแล้วรู้ไหม” พี่เจ้าคุณได้ยินแบบนั้นก็ขบขันออกมาอย่างเอ็นดู ก่อนจะพูดให้ฉันเข้าใจว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปสำหรับเขาพร้อมกับโคลงหัวฉันเบา ๆ
“มีนไม่เชื่อหรอก ตอนนี้ก็พูดแบบนี้ แต่พอนานไปก็เปลี่ยนไป!” แต่ฉันยังคงปฏิเสธเขาออกไปอย่างมั่นใจและไม่มีทางเชื่อสิ่งที่เขาพูดด้วยเช่นกัน
ฉันเคยเห็นเพื่อน ๆ ของฉันมีแฟนกันเยอะแยะ แล้วก็ติดแฟนกันมากจนไม่มีเวลาให้เพื่อนมากพอเหมือนตอนไม่มีใคร จะบอกว่าเข้าใจและเป็นเรื่องปกติก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเพราะรู้ว่ามันเป็นเรื่องปกติไงฉันถึงได้กลัว
“พี่สัญญา ว่าจะไม่มีใครสำคัญไปกว่ามีนของพี่เด็ดขาด เชื่อพี่นะคะ” แต่พี่เจ้าคุณก็เลือกจะสัญญาออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงใจ พร้อมกับยกนิ้วก้อยของเขาขึ้นมาตรงหน้าฉันเหมือนที่ฉันชอบสัญญากับเขาตอนเด็ก ๆ เป็นการเกี่ยวก้อยรับปาก
“ถ้าพี่คุณผิดสัญญากับมีน มีนจะโกรธและไม่พูดกับพี่คุณตลอดไป!” ฉันเห็นแบบนั้นก็ยกมือขึ้นไปเกี่ยวก้อยเขาแล้วลั่นคำคาดโทษออกไปดักทางเขาไว้
ที่ผ่านมาเวลาเขาสัญญาอะไรเขาทำได้ตลอดไม่เคยผิดคำพูด ครั้งนี้แม้ยากจะเชื่อ แต่ฉันก็ยังจะเชื่อเขาเหมือนเดิม
“ด้วยเกียรติของคนหล่อครับ” แล้วพี่เจ้าคุณก็ตอบรับคำสัญญาออกมาอย่างหนักแน่นจริงจัง นั่นจึงทำให้ฉันพอยิ้มออกมาได้อย่างสบายใจ
บทล่าสุด
#36 บทที่ 36 ตอนพิเศษ2
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#35 บทที่ 35 ตอนพิเศษ1
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#34 บทที่ 34 บอกความจริง(ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#33 บทที่ 33 ความจริง1
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#32 บทที่ 32 ความจริง
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#31 บทที่ 31 แค่อยากมาขอโทษ
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#30 บทที่ 30 เลิกยุ่งกับเมียกู
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#29 บทที่ 29 สั่งแต่ไม่ทำ
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#28 บทที่ 28 บังเอิญ
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026#27 บทที่ 27 สับสน
อัปเดตล่าสุด: 3/13/2026
คุณอาจชอบ 😍
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี













