บทที่ 7 ตี

หลังจากได้เรียนคัมภีร์อ่อยผู้มาจากกูรูซานจนเต็มสมอง วันนี้ฉันก็ได้ตัดสินใจกลับมาที่ห้องของตัวเองหลังเลิกเรียน แต่กลับไม่กี่ชั่วโมงหรอก เดี๋ยวจะออกไปคืนอีกนั่นแหละ เพราะคืนนี้มีนัดกับเพื่อน  ๆ  เพื่อเริ่มต้นภารกิจสำคัญ

“ไปไหนมา” พอเปิดประตูเข้าห้องมา เสียงเข้มติดไม่พอใจของพี่เจ้าคุณก็ดังขึ้นถามทันที พร้อมกับร่างสูงเดินตรงมาหาฉัน

“ไปไหนก็ได้ค่ะ โตแล้ว” ฉันตอบกลับไปปัด  ๆ  โดยไม่มองหน้าและจะเดินหนี

ก็เขายังไม่ง้อฉันเลยยังจะมาโกรธฉันกลับคืนแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ แต่อย่างน้อยก็ดีที่ฉันกลับมาแล้วเห็นเขาอยู่ที่ห้องแถมอยู่คนเดียวด้วย ถ้าเห็นยัยป้านั่นอยู่ด้วยฉันไม่ยอมพูดด้วยง่าย  ๆ  หรอก

“โตแล้วต้องมีเหตุผล ทำตัวแบบนี้เหมือนเด็กน้อยรู้ไหม” พี่เจ้าคุณดุฉันออกมาทันที และนั่นก็ยิ่งทำให้ฉันไม่พอใจ ไม่ง้อแล้วยังจะมาดุอีกนะ

“ต้องทำยังไงถึงจะเรียกว่าผู้ใหญ่เหรอคะ หรือมีนต้องลองมีแฟนเหมือนพี่คุณดู จะได้โตบ้าง” ฉันเงยหน้าขึ้นพูดประชดเขาออกไปทันที

และแน่นอนว่าสิ่งที่เรียนรู้มาจากซานมันไม่ได้บอกว่าต้องห้ามเถียง นั่นก็คือฉันก็ยังเป็นตัวของตัวเองได้ เป็นตัวของตัวเองเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

“มีน! พี่บอกแล้วว่าห้ามมีแฟนก่อนเรียนจบ” แล้วพี่เจ้าคุณก็ขึ้นเสียงใส่ฉันทันที แล้วบอกสิ่งที่เขาเคยบอกเคยสั่งห้ามกับฉันไว้ตั้งแต่แรก ว่าห้ามมีแฟนจนกว่าจะเรียนจบ และถ้ามีแฟนก็ต้องให้เขาเป็นคนสแกนให้เท่านั้น

“ทีพี่คุณยังมีได้ตั้งแต่ปีหนึ่งเลย แล้วทำไมมีนจะมีบ้างไม่ได้” ฉันเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้กับสิ่งที่เขาห้ามฉันแต่กลับทำเอง

“ก็เราเป็นผู้หญิง ผู้ชายไว้ใจได้ที่ไหน ถ้าไปเจอคนไม่ดีจะทำยังไง” พี่เจ้าคุณยังคงพูดออกมาอย่างไม่ยอม

แต่แล้วทีแฟนตัวเองก็มีแฟนตั้งแต่ปีหนึ่งไม่ใช่หรือไง ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย

“เจอคนไม่ดี ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ไงคะ” ฉันพูดจบก็เดินหนีพี่เจ้าคุณเพื่อเข้าห้องตัวเองไปทันที แต่เขาก็ยังตามมาไม่ยอมปล่อยง่าย  ๆ

“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง นี่อย่าบอกพี่นะว่าเรามีคนที่กำลังคุย  ๆ  อยู่ตอนนี้ บอกพี่มาว่าใคร!” เสียงแข็ง  ๆ  ติดตะคอกตามมาถามอยู่ด้านหลังฉันติด  ๆ  อย่างไม่พอใจ

“เรื่องของมีน” ฉันตอบกลับโดยไม่หันไปมองหน้าเขาและไม่คิดจะอธิบายอะไร เลือกจะเดินเข้าห้องแทนแต่พี่เจ้าคุณก็ไม่ยอมให้ปิดประตู ก่อนเขาจะดันประตูแล้วเดินเข้ามาอย่างดุดัน

“อย่าดื้อนะมีน พี่พูดอะไรให้ฟังบ้าง” พี่เจ้าคุณทำหน้าตาจริงจังออกมากับคำสั่งเด็ดขาด

“ก็บอกว่าเรื่องของมีนไง พี่คุณไม่ต้องมายุ่ง!” ฉันตะคอกใส่เขาออกไปอย่างไม่พอใจ

ทุกวันนี้เอะอะก็ขึ้นเสียงใส่ฉัน ทีเมื่อก่อนโอ๋ฉันตลอด ไม่เคยพูดเสียงแข็งใส่ฉันด้วยซ้ำถ้าฉันไม่ดื้อมาก  ๆ  จริง  ๆ  

เหอะ! นี่เหรอไม่เปลี่ยนไป เขาน่ะไม่รู้ตัวเลยว่าไม่มีอะไรเหมือนเดิมเลยต่างหาก

“มีน! ดื้อใช่ไหม สงสัยพี่ไม่เคยตีนานถึงได้ดื้อแบบนี้” พี่เจ้าคุณพูดออกมาอย่างเอาเรื่อง พร้อมกับสอดสายตาไปรอบ  ๆ  ห้อง และนั่นทำให้ใจฉันกระตุกได้เลย

นี่อย่าบอกว่าเขาจะตีฉันนะ

“พี่คุณ!” ฉันเรียกพี่คุณออกมาด้วยความตกใจหลังจากพี่เจ้าคุณเดินไปหยิบก้านลูกโป่งที่ฉันซื้อมาทำรายงานสิ่งประดิษฐ์บนโต๊ะมาสองก้านแล้วตรงมาหาฉัน

“ทุกวันนี้ชักจะดื้อและเอาแต่ใจตัวเองมาเกินไปแล้วนะ ไม่พอใจก็ล๊อกห้อง เรียกก็ไม่ขาน ปิดเครื่องหนี แถมไม่กลับห้องอีก เพราะพี่ตามใจเกินไปแล้วใช่ไหม!”

พี่เจ้าคุณเดินเข้ามาจับแขนฉันไว้ข้างหนึ่งไม่ให้ฉันหนีเขาแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดุ  ๆ  กับสิ่งที่ฉันทำ

“มีนโตแล้วนะ ถ้าพี่เจ้าคุณตีมีน มีนจะโกรธพี่จริง  ๆ  ด้วย!” ตั้งแต่จำความได้ ฉันเคยโดนพี่เจ้าคุณตีสองครั้งได้เท่านั้น

ครั้งแรกฉันเตะแมวโดยไม่มีเหตุผลตอนสามขวบกว่า  ๆ  (เพราฉันไม่ชอบแมวมาก) ส่วนครั้งที่สองฉันให้ผู้ชายหอมแก้ม ตอนอายุห้าหกขวบนี่แหละ พี่เจ้าคุณไม่พอใจก็เลยดีฉัน แล้วหลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยตีฉันเลย ไม่ว่าฉันจะดื้อ จะเถียงยังไง แต่ตอนนี้...

“โกรธไปเลย! เพราะตอนนี้ยังไงก็โกรธพี่อยู่แล้ว” พี่เจ้าคุณพูดเสียงแข็งออกมาอย่างไม่กลัวสักนิด และ...

ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ! เสียงก้านลูกโป่งที่ฟาดลงมาที่ก้นของฉันอย่างแรงสามครั้งติด  ๆ  กันอย่างไม่ลังเล

“พี่เจ้าคุณ ฮึก!! อย่ามาตีมีนนะ!” ฉันได้แต่หมุนตัวหนีแต่ก็ไม่พ้นเพราะเขาจับแขนฉันไว้แล้วหมุนตาม ซึ่งมันเจ็บมาก เพราะกระโปรงฉันมันรัดรูปพอดีบวกกับแรงฟาดที่เหมือนกำลังโมโหของเขา ทำให้การสัมผัสของก้านมันกระแทกเข้าก้นอย่างพอดิบพอดีไม่ยั้ง

“ทำไมพี่จะตีไม่ได้ ก็เราทั้งดื้อและเอาแต่ใจจนไม่มีเหตุผลแล้ว!” พี่เจ้าคุณยังคงไม่ยอมเหมือนเดิม ต่อว่าฉันออกมาอย่างไม่รู้สึกผิดสักนิด

ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ! เสียงฟาดที่ยังคงแรงเสมอต้นเสมอปลายไม่หยุด ตอนนี้เหมือนเขาไม่ได้ลงโทษฉัน แต่เหมือนเขากำลังระบายความหงุดหงิดออกมามากกว่า

“ฮึก!! มีนโกรธพี่คุณ!” ฉันตะคอกใส่พี่เจ้าคุณออกไปพร้อมเสียงสะอื้นจากความเจ็บ แต่มันเจ็บมากเลยนะ ถึงจะเห็นเป็นก้านเล็ก  ๆ  แต่บอกเลยว่ามันเจ็บมาก ดีที่เขาไม่ตีที่ขาฉันตรง  ๆ  ไม่งั้นมันคงแสบน่าดู

“ไม่ต้องมาโกรธ ถ้าเราไม่ดื้อก็คงไม่โดนตีแบบนี้!” พี่เจ้าคุณพูดเสียงดุเหมือนเดิมไม่สงสารฉันแม้แต่น้อย ก่อนจะปล่อยฉันแล้วเดินหนีฉันออกจากห้องไป

“ฮึก!! พี่คุณไม่รักมีนแล้วใช่ไหม ฮึก!! มีนโกรธพี่” ฉันพูดกับตัวเองและร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บและเสียใจกับสิ่งที่พี่เจ้าคุณทำอย่างใจร้าย 

ไม่มีความสงสาร ไม่มีความรู้สึกผิด และไม่สนใจความรู้สึกฉันเลยแม้แต่น้อย

เจ้าคุณ

ผมเดินออกจากห้องมีนมาที่ห้องตัวเองด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเป็นห่วง ทั้งสงสาร ทั้งโกรธเต็มไปหมด ตั้งแต่เล็กจนโตผมแทบไม่คิดจะตีเธอเลย จำได้ว่าตีไปแค่สองสามครั้งได้ และไม่คิดจะตีอีกเลย แต่สุดท้ายผมก็ต้องกลับมาตีเธออีกครั้งหลังจากช่วงนี้เธอดื้อมากเกินไป พูดไม่ฟังไม่เชื่ออะไรสักอย่าง แล้วยังจะหนีไปที่อื่นอีก มันเลยทำให้ผมต้องตีเพื่อให้เธอจำและไม่ทำอีก

“ถ้ามีนไม่ดื้อพี่ก็ไม่ต้องตีมีนแบบนี้” ผมพูดกับตัวเองพร้อมกับมองก้านลูกโป่งที่ติดมือมา

ผมไม่ได้อยากตีเธอ ไม่อยากทำให้เธอต้องเจ็บตัวเลย คิดว่าผมไม่เสียใจเหรอที่ต้องตีเธอแบบนี้อีกทั้งยังลืมยั้งแรงไว้อีก ผมต้องทำใจแข็งแค่ไหนตอนเห็นน้ำตาเธอ แต่ถ้าผมอ่อนให้เธอก็ไม่จำ แล้วยังจะดื้อแบบนี้ต่ออีกไง

“เห้อ!” ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ

ผมตัดสินใจนั่งสงบสติอารมณ์ของตัวเองสักพักก่อนจะออกไปทำกับข้าวไว้สำหรับมื้อเย็นจนเสร็จ ซึ่งปกติผมกับมีนก็สลับกันทำนั่นแหละ แต่วันนี้ยังไงเด็กดื้อของผมก็ไม่ออกมาทำแน่นอน

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ผมเดินไปเคาะห้องของมีนหลังจากทำกับข้าวเสร็จเพื่อมาเรียกเธอไปกินข้าว จะได้กินยาทาแผลที่ผมตีไปด้วย แต่เคาะเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิดและไม่ตอบผมสักคำ

“มีน อย่าดื้อกับพี่นะ ไม่งั้นพี่ตีเราอีกนะ” เมื่อเห็นว่าเธอไม่สนใจตอบรับอะไรผมก็อดไม่ได้จะพูดออกมาอย่างหงุดหงิด

ไม่ได้ขู่นะ แต่ถ้าดื้อมาก  ๆ  ก็ต้องตีอีกนั่นแหละ เด็กดื้อจะให้ทำยังไง เพราะผมใช้ไม้อ่อนกับเธอมาตลอดไงเธอถึงได้ใจ แต่ถ้ายังเป็นแบบนี้ ต่อไปคงต้องใช้ไม้แข็งกับเธอแล้วแหละ ตีจนกว่าเธอจะจำและเปลี่ยนิสัย

“พี่ให้เวลาครึ่งชั่วโมง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกมากินข้าว ไม่งั้นพี่พังประตูเข้าไปจริง  ๆ ” แต่เมื่อเธอยังเงียบผมเลยทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินกลับห้องตัวเองไปอาบน้ำ เพราะทำกับข้าวเมื่อกี้มันเหม็นติดหัวแล้ว

ส่วนเรื่องประตูถ้าผมอยากพังเข้าไปจริง  ๆ  ไม่ยากเกินความสามารถหรอก แต่ไม่อยากให้อารมณ์ทำลายข้าวของ(ถ้าไม่จำเป็นจริง  ๆ ) เลยเลือกจะไม่ทำ และไม่อยากให้มีนโกรธไปกว่าเดิมอีก

มีน

หลังจากเสียงของพี่เจ้าคุณเงียบลง ฉันก็รีบหยิบกระเป๋าของตัวเองก่อนจะแง้มประตูออกเบา  ๆ  จนแน่ใจว่าไม่เห็นพี่เจ้าคุณนั่งอยู่ที่โซฟา ฉันเลยรีบออกจากห้องตัวเองก่อนจะปิดประตูเบา  ๆ  ไม่ให้คนอีกห้องได้ยิน แล้ววิ่งออกจากห้องทันที

ใช่ฉันหนีออกจากห้อง ตั้งแต่ที่พี่เจ้าคุณตีฉันเสร็จฉันก็นั่งร้องไห้จนน้ำตาไม่ไหล ฉันเลยเลือกเดินไปล๊อกประตูและเก็บเสื้อผ้าตัวเองเข้ากระเป๋าทันทีอย่างไม่ลังเล ไม่นานพี่เจ้าคุณก็มาเคาะเรียกฉันอีก และให้เวลาฉันอาบน้ำแต่งตัว และฉันคิดว่าพี่เจ้าคุณต้องกลับเข้าไปอาบน้ำแน่  ๆ  เพราะเขาไม่ชอบให้หัวเขาเหม็นเท่าไหร่ และฉันจึงใช้โอกาสนี้หนีออกจากห้อง

แต่ไม่ต้องตกใจว่าฉันจะหนีไปเลยหรอกนะ ฉันแค่หนีไปคืนสองคนแค่นั้นแหละ และที่สำคัญ วันนี้ฉันจะไปปลดปล่อยตามนัดที่นัดกับเพื่อนไว้นั่นเอง

“เป็นอะไรของมึง” พอซานเปิดประตูให้ฉันก็ถามออกมาด้วยความสงสัยแปลกใจ คงจะเห็นกระเป๋าในมือฉันนั่นแหละ

“กูจะมานอนกับมึงคืนสองคืน” ฉันบอกมันออกไปตามตรงก่อนจะเดินเข้าห้องมันไปทันทีด้วยความเศร้าเสียใจ

“อะไร อย่าบอกว่าทะเลาะกับพี่คุณอีกแล้ว” ซานถามอย่างรู้ทันกับอาการของฉันทันที

“ไม่ใช่แค่ทะเลาะ แต่เขาตีกูด้วย” ฉันหันไปบอกมันด้วยความน้อยใจ เสียใจ ในเมื่อบอกคนทำไม่ได้ ก็แสดงออกผ่านคนอื่นแล้วกัน

“สาระ!? ทะเลาะกันแรงเหรอวะ ถึงกับตีเลย” ซานถามออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ แต่ก็คงไม่มีใครเชื่อหรอกว่าพี่เจ้าคุณจะตีฉัน ก็เขานะโอ๋ฉันกว่าใคร  ๆ  เลยด้วยซ้ำ

“เออ! วันนี้กูจะเอาคืนพี่คุณ” ฉันพูดอย่างมาดมั่นและแน่วแน่ทันที วันนี้ฉันจะทำให้เขาหัวร้อนและกระอักเลือดไปเลย!

“จัดไปค่ะ น้องมาถูกทางแล้ว” ซานพูดขึ้นอย่างชอบใจ แต่ไม่ใช่อะไรหรอก มันคงจะสนุกกับการได้เลือกชุดให้ฉันไงล่ะ แต่บอกแล้วว่าวันนี้พี่เจ้าคุณต้องกระอัก!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป