บทที่ 12 เดี้ยง (3)
“คุณหนูเป็นยังไงบ้างคะ” แม้จะถูกไล่ทันทีที่ลืมตาขึ้นมาแล้วรู้ว่าคนที่อยู่เคียงข้างเป็นนาง แต่นุ่มก็ไม่ท้อแท้ ยังคงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงเป็นใยเหลือเกิน “ไม่ต้องกลัวแล้วนะ ตอนนี้อยู่บ้านแล้ว เดี๋ยวคุณพ่อคงจัดหาพยาบาลมาดูแลให้”
“ออกไป”
แม้นุ่มจะเอ่ยออกมาด้วยประโยคใด แต่ชายหนุ่มก็ยังคงออกปากไล่ ทำเอาคนที่ยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มโมโห… สร้อยสนเดินไปข้างเตียงอีกฝั่ง ทำหน้าทำตาว่าไม่พอใจเป็นอย่างมาก ยามที่ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองว่าตอนนี้ภายในห้องนอนของเขามีสมาชิกอยู่อีกหนึ่งคน
“ป้านุ่มมาเยี่ยมเพราะเป็นห่วง พูดจาดีๆ อย่างชาวบ้านเขามันยากหรือไง” ไม่ได้กระซิบ ไม่ได้มีมารยาทขนาดนั้น สร้อยสนพูดขึ้นมาเสียงดังลั่นระหว่างนั้นก็ยืนเท้าสะเอว ทำท่าทางเหมือนจะบุกได้ทุกเมื่อ (ถ้าเขามีปัญญาลุกขึ้นมาต่อสู้) “เจ็บแล้วยังไม่เจียมอีก”
“หนูสร้อย” แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอทำจะเป็นการสู่รู้ เพราะทันทีที่พูดจบ นุ่มก็เรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงหนักๆ พร้อมกับส่ายหน้าเล็กน้อย เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ‘หุบปาก’
เจ้าของห้องเองก็ไม่พอใจ ยัยนี่กล้าดียังไงถึงมายืนว่าเขาปาวๆ แต่เขามีแรงแค่ขมวดคิ้วเท่านั้น ในขณะที่สายตาที่อ่อนแรงจ้องมองไปที่ร่างอวบอัด พยายามขู่เข็ญยัยพี่สาวต่างพ่อต่างแม่ว่าอย่ามาเสือกเรื่องของเขา และสำทับเพิ่มไปอีกว่า ถ้าหายจากอาการเหล่านี้เมื่อไหร่
เธอตายแน่…
ซึ่งสร้อยสนหาได้แคร์ไม่ เธอยังคงยืนค้ำหัว เท้าเอว และจ้องมองไปที่เขาอย่างไม่วางตา
“ออกไปนุ่ม เดี๋ยวนี้” เมื่อจัดการกับคนที่มองมาไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้วพรนับพันก็หันไปสั่งการกับคนที่นั่งข้างๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนี หลับตา เป็นอันจบการสนทนาและไม่ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับใครอีก
“งั้นเดี๋ยวนุ่มมาใหม่นะคะ” ถึงแม้จะโดนไล่ นางก็ยังเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอันหวาน อยากจะเอื้อมมือเข้าไปแตะต้องร่างกายของคนที่นอนอยู่ แต่ก็ต้องอดใจไว้
ร่างท้วมของนุ่มลุกขึ้น เมื่อชายหนุ่มเงียบเสียง ไม่ยอมตอบอะไร นางจึงตัดสินใจพยักพเยิดกับสร้อยสน ส่งสัญญาณชวนกันออกไปจากห้องนอนใหญ่ ทว่าทันทีที่ทั้งสองคนปิดประตูลง เมื่อห้องทั้งห้องมีเพียงเขาแค่คนเดียว พรนับพันก็ลืมตาขึ้น จากนั้นก็ถอนลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง เจ็บไปทั่วทั้งร่างกายและจิตใจ
แต่เขารู้ดี ว่ามาถึงตอนนี้แล้ว... เจ็บกายไม่เท่าไหร่ แต่เจ็บใจนี่สิ
ไม่ว่าอย่างไรก็ยากที่จะลบลืม
ยิ่งเห็นหน้าพี่เลี้ยงอย่างนุ่ม พรนับพันยิ่งเจ็บปวด เพราะไม่เพียงแต่จะทิ่มแทงจนเกิดเป็นแผลสดเท่านั้น แต่นุ่มเองยังตอกย้ำถึงแผลเก่า ที่ต่อให้วันนี้จะเป็นเพียงแค่รอยแผลเป็น
แต่ยามเมื่อนึกถึงมันเมื่อไหร่... ก็ยังเจ็บไม่หาย
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว... นี่ก็เป็นวันที่สามแล้วที่พรนับพันนอนเดี้ยงอยู่ในห้องนอนใหญ่ ด้วยความเจ็บป่วยหรือด้วยเหตุใดก็ไม่รู้ ที่ทำให้ชายหนุ่มผู้ไม่ชอบอยู่บ้าน ไม่ออกมาพบเจอผู้คน ไม่โผล่หน้าออกมาจากห้องกว้างของเขาเลยด้วยซ้ำ
สร้อยสนแอบเบ้ปาก ระหว่างที่นั่งมองคนเป็นแม่ กับพ่อเลี้ยงของเธอปรึกษาหารือกัน ระหว่างรับประทานอาหารเย็น ทั้งคู่ดูเครียดเรื่องของน้องชายเธอซะจนไม่มีใครแตะต้องอาหาร แม้แต่ป้านุ่มเองก็ยืนทำหน้าตาอมทุกข์อยู่ใกล้ๆ คงมีแต่เธอล่ะมั้งที่กินนั่นกินนี่อย่างสบายใจ
อาจจะดูใจร้าย แต่ก็ต้องยอมรับว่าในช่วงเวลาที่เขานอนเจ็บอยู่ มันทำให้เธอรู้สึกสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครเข้ามายุ่มย่ามตอนดึกๆ
“ก็คงต้องหาพยาบาลคนใหม่แหละค่ะคุณ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณวิชจะพอใจ”
สร้อยสนรับฟัง แต่ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นหัวข้อสนทนาของทั้งสองท่านในทุกมื้ออาหาร
สามวันแล้วที่เธียรต้องเปลี่ยนพยาบาลให้กับลูกชาย เป็นสามวันที่ในบ้านเข้าออกด้วยพยาบาลสาวสามคนไม่ซ้ำหน้า คนแรกร้องไห้กลับไปเพราะโดนคนป่วยด่ากราด คนที่สองหัวแตกเพราะโดนแก้วน้ำเขวี้ยงใส่ ส่วนคนที่สามน่าจะโดนสาดน้ำหรืออะไรสักอย่าง แต่ทุกคนก็หนีออกไปโดยที่ไม่กลับเข้ามา
“ใครจะอยากมาอีกล่ะอรุณ” ทุกคนที่ออกไปก็คงเล่าขานวีรกรรมของลูกชายของเขาจนอื้อฉาว “ดูทรงแล้วมันไม่น่าจะเอาใครแล้วล่ะ เจ็บตัวอย่างนี้ยิ่งเอาแต่ใจไปกันใหญ่”
“แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะคะ ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป รับรองไม่หายแน่” อรุณเป็นกังวล ห่วงลูกเลี้ยงก็ห่วง แต่ที่หนักใจมากกว่านั้นก็คือเรื่องนี้มันทำให้สามีของเธอเครียดหนักตามไปด้วย “คุณเองก็เครียดไปด้วยเลย ข้าวปลาอาหารก็กินได้นิดเดียวเท่านั้น”
การเจ็บป่วยของลูกแน่นอนว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนที่วางใจได้ ต่อให้ครั้งนี้พรนับพันจะเจ็บไม่มาก แต่เขาก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ตอนนี้แม้แต่จะกินข้าว ชายหนุ่มก็ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง ซึ่งถ้าหากเขายังดื้อดึง ไม่ยอมให้คนได้เข้าหา แน่นอนว่าอาการที่ควรจะดีขึ้น ก็คงจะทรุดตัวลง
“ให้นุ่มเข้าไปดูแลได้หรือไม่คะคุณท่าน” นุ่มที่ยืนฟังอยู่เสนอตัว แต่นางกลับได้รับการปฏิเสธด้วยการส่ายหัว
“อย่าเลย” เธียรเอ่ยห้าม พร้อมกับมองไปที่พี่เลี้ยงของลูกชาย ราวกับจะสื่อสารอะไรบางอย่างที่รู้กันเพียงแค่สองคน “ยิ่งเป็นคนใกล้ตัวมันจะยิ่งเอาแต่ใจ นุ่มอย่าไปเข้าใกล้มันเลยช่วงนี้”
นุ่มหงอยลงเมื่อได้รับความเห็นจากอีกฝ่าย นางได้แต่ถอนหายใจ อึดอัดเหลือเกินที่ตัวเองไม่สามารถเข้าไปดูแลพรนับพันเหมือนแต่ก่อนได้ ทั้งที่เลี้ยงมากับมือ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มติดเธอยิ่งกว่าแม่แท้ๆ ของตัวเอง แต่พอเติบโตขึ้น ความจริงปรากฏก็ทำให้ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลง
ซึ่งนางเข้าใจในสิ่งที่ท่านบอกมา แต่จะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ หากไม่มีคนเข้าไปดูแลคุณหนูของนาง อาการที่เป็นอยู่ก็จะไม่หายในเวลาที่ควร ไหนจะสภาพจิตใจอีก การติดอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมกว้างๆ เพียงคนเดียวนานๆ คงไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน
