บทที่ 2 แรกพบสบตา 1

จะว่าไป เตียงกว้างของบ้านหลังนี้มันก็นุ่มสบายดีเหมือนกันนะ

สร้อยสนกำลังฝันหวานในขณะที่เวลาได้ล่วงเลยไปจนถึงเจ็ดโมงเช้า เธอตื่นสาย และตั้งใจว่าจะไม่แคร์อะไรอีก เมื่อแม่อยากให้เธอใช้ชีวิตแบบเจ้านาย ก็คงไม่ต้องกังวลกับชีวิต ไม่ต้องกลัวว่าหากตื่นสายแล้วจะไม่ทันทำมาหากิน

เธอคิดอย่างนั้น และตั้งใจจะหลับต่อไปอีกสักครึ่งวัน แต่ก็ต้องสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมา เมื่อจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงผู้ชายกำลังทะเลาะกัน หนึ่งในนั้นเป็นเสียงตะโกนลั่นของคุณลุง ผู้ซึ่งเป็นสามีใหม่ของแม่ แต่อีกคนหนึ่งนั้นเธอไม่มั่นใจ

แต่ช่างสิ ... ใครจะฆ่ากันตายตอนนี้ก็คงไม่เกี่ยวกับเธอ ไม่สนใจ จะเป็นตายร้ายดียังไงก็ช่าง

“กรี๊ดดดดดดดด!”

แต่หญิงสาวก็ต้องผวาลุกขึ้น เมื่อได้ยินเป็นเสียงกรีดร้องของคนเป็นแม่ ชัดเจนว่าเดซิเบลนี้ต้องเป็นแม่ของเธออย่างแน่นอน ร่างอวบเลยสะบัดตัวออกจากผ้าห่มแทบจะทันที ไม่สนใจอะไรอีกแล้วต่อจากนี้ เธอรีบวิ่งไปเปิดประตู จากนั้นก็ก้าวออกไปจากห้อง แต่ระหว่างนั้นก็ต้องชะงัก เบรกจนตัวโก่ง ในขณะที่กระหืดกระหอบไปถึงหัวบันได เธอก็ได้พบกับผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่กำลังวิ่งสวนขึ้นมา

แวบแรกที่รับรู้ว่ามีคนยืนอยู่ตรงหน้า ต่างคนก็ต่างชะงัก และเผลอไผลได้สบตากัน

สร้อยสนมองชายหนุ่มที่อยู่ในชุดนักศึกษาที่ไม่เรียบร้อยเท่าไหร่นักด้วยแววตาประหลาดใจ มั่นใจว่านี่คงเป็นลูกชายของคุณลุง ที่ไม่เข้าบ้านมาสามวัน หญิงสาวยืนนิ่ง รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่สายตาของตัวเองมองเลยลงไปที่เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกปลดกระดุมออกไปสามสี่เม็ด ลอบกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัวเมื่อเห็นแผงอกกว้าง จากนั้นก็ต้องหลบสายตาเมื่อเขามองมาที่เธอเช่นกัน

เธอก้มหน้าก้มตา ขณะที่เขาเดินขึ้นมาด้วยความมาดมั่น สร้อยสนเผลอย่นจมูกอย่างเสียมารยาท เนื่องจากว่ายิ่งเขาเข้ามาใกล้เธอยิ่งได้กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งมาจากเนื้อตัวที่สะอาดสะอ้านของเขา

“เธอคงเป็นลูกสาวยัยแก่นั่นสินะ” ประโยคแรกที่เอ่ยทัก ก็เป็นประโยคที่ไม่เป็นมิตร น้ำเสียงที่ใช้ก็ชัดเจนว่ามีแต่ความเย้ยหยัน ส่งผลให้สร้อยสนไม่พอใจเป็นอย่างมาก

หญิงสาวรวบรวมความกล้า จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นหวังจะตอบกลับให้เจ็บแสบเช่นกัน แต่พอได้เห็นว่าใบหน้าขาวใสของเขามีรอยแดงช้ำ ที่มุมปากมีเลือดซึมออกมา เธอก็ไม่สามารถกล่าวอะไรออกไปได้ อธิบายความรู้สึกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไรในตอนนี้

เธอก้มหน้าลงอย่างเดิม ปล่อยให้เขามองอย่างถากถาง เข้าใจถึงความคิดที่ชายหนุ่มมี ยอมรับเถอะ ว่าเป็นธรรมดาอยู่แล้วที่เขาจะทำเหมือนรังเกียจเดียดฉันท์กันเช่นนี้ เพราะความจริงที่เธอเห็นทุกอย่างมันก็ไม่ต่างจากที่เขาคิดเท่าไหร่

“ตั้งใจจะยั่วพ่อฉันอีกคนหรือไง” แต่คำถามต่อไปที่เขามี ทำให้เธอหันขวับขึ้นมองด้วยความไม่พอใจยิ่งกว่าเก่า

“นี่นาย!” กำลังจะเอ่ยถามว่าเขาหมายความว่ายังไง แต่เธอก็ต้องก้าวถอยออกมาแทบไม่ทัน เมื่อจู่ ๆ อีกฝ่ายก็เอื้อมมือมาลูบไล้ขาเนียนเรียบของเธอโดยไม่ได้รับอนุญาต “จะทำอะไร!?”

สร้อยสนกระซิบถามเมื่อเข้าก้าวเข้ามาใกล้ ตั้งท่าจะวิ่งกลับห้องถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้นมา แต่ก็เบาใจเมื่อคนที่อยู่ตรงหน้าหยุดชะงัก และยิ้มเยาะออกมาด้วยกิริยาที่น่าชังเหลือเกิน

“นมใหญ่ซะด้วย”

สายตาคมจ้องมองมาที่หน้าอกของเธออย่างจาบจ้วง ตอนนั้นแหละที่สร้อยสนเพิ่งจะรู้ตัว เธอยกแขนขึ้นมาทั้งสองข้างขึ้นมาปิดบังทรวงอกของตัวเองแทบไม่ทัน ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน จากนั้นก็พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ร้องไห้ออกมา

“คนบ้า” เธอต่อว่าเขา และก่อนที่น้ำตาจะไหล หญิงสาวก็กลับหลังหันและวิ่งกลับห้องไป

ปิดประตูลงปังใหญ่ จากนั้นก็ทรุดตัวลงบนพื้น รับรู้ได้เมื่อแข้งขาของเธออ่อนแรงจนยืนแทบไม่ไหว

จากนั้นก็ก้มมองตัวเองด้วยความเจ็บใจ เพราะความรีบร้อนตกใจเนื่องจากได้ยินเสียงกรีดร้องของแม่ตัวเอง เธอเลยไม่ได้ดูเลยว่าก่อนหน้านี้หลับไป พร้อมกับชุดนอนวาบหวิว ที่ด้านล่างเป็นขาสั้นเพียงคืบเดียว และด้านบนก็เป็นเพียงเสื้อยืดบางเบาที่ไม่ได้ใส่ยกทรง เรียกได้ว่าสิ่งที่ติดเนื้อติดตัวเธออยู่ตอนนี้มันปิดบังอะไรแทบจะไม่มิด

และมั่นใจได้เลยว่าตอนนี้ชายหนุ่มคงเห็นสิ่งที่เธอพยายามปกปิด หน้าอกหน้าใจที่ปกติเธอปิดบังมัน ด้วยการแต่งกายมิดชิด เป็นเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขายาวตัวใหญ่ วันนี้เขาได้เห็นขนาดของมันแล้ว

เขาคนเดียวที่ได้เห็นมัน

ซึ่งเป็นคนที่อยู่ในฐานะน้องชายของเธอด้วยซ้ำ

สร้อยสนปวดใจ อยากร้องไห้ในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป แล้วอย่างนี้เธอจะใช้ชีวิตอยู่ในบ้านนี้ได้อย่างไร นอกเหนือจากความไม่เป็นมิตรที่เขามอบให้ เธอยังต้องมาเผชิญกับความอับอายในเรื่องนี้อีกเหรอเนี่ย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป