บทที่ 3 แรกพบสบตา 2

สร้อยสนไม่อยากเจอเขา อยากให้คนเป็นน้องหายไปจากบ้านนับตั้งแต่วินาทีนั้น หายไปตลอดชีวิตเลยยิ่งดี

แต่คำภาวนาของเธอก็ไม่เป็นผล เพราะหลังจากที่เกิดเรื่องกันระหว่างพ่อลูก เย็นนี้คนเป็นพ่อก็บีบบังคับให้เขาออกไปทานข้าวนอกบ้าน ซึ่งเธอไม่รู้ว่าคุณลุงทำอย่างไรเหมือนกัน ถึงสามารถให้เด็กหนุ่มที่เก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่ยอมลงมาทานข้าวเช้าหรือข้าวกลางวันกับพวกเธอ แต่งตัวหล่อและเดินขึ้นรถมาพร้อมกันได้

สร้อยสนทำหน้านิ่ง พยายามไม่มองไปที่เขายามที่ร่างสูงใหญ่สอดตัวเข้ามาภายในรถตู้สุดหรู ซึ่งดีเหลือเกินที่เขาไม่เอ่ยถึงหรือทำท่าทางรื้อฟื้นเรื่องที่ผ่านมา หญิงสาวโล่งใจไปเปลาะหนึ่งเมื่อชายหนุ่มสงบปากสงบคำระหว่างที่นั่งอยู่เคียงข้าง ไม่มีใครสนใจท่าทีกระอักกระอ่วนของเธอ แม้แต่พ่อกับแม่ก็นั่งจู๋จี๋กันอยู่ที่เบาะด้านหน้า ไม่ได้หันมามอง

“นี่สร้อยสน พี่สาวของแกไงเจ้าวิช สวัสดีพี่เขาเสียสิ”

เมื่อรถตู้เคลื่อนตัวออกไป ชายวัยหกสิบผู้เป็นประมุขของบ้านก็เอ่ยแนะนำ เธียรบอกกล่าวกับคนเป็นลูก ยิ้มออกมาอย่างพอใจเมื่อพรนับพันทำตามอย่างว่าง่าย

สร้อยสนรับไหว้ แต่สายตาของเธอกลับมองไปที่น้องชายหมาด ๆ ด้วยความไม่พอใจ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เขาพูดอะไรและทำยังไงกับเธอบ้าง

“น้าฝากสร้อยด้วยนะคะคุณวิช” อรุณเองก็อยากมีบทบาท นางกล่าวออกมาเสียงหวาน ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับคนเป็นสามี “ยัยสร้อยโตกว่าก็จริง แต่ไม่ค่อยมีวุฒิภาวะหรอกค่ะ”

“ผมสิต้องฝากเจ้าวิชกับสร้อย ได้ข่าวว่าเรียนเก่ง น่าจะพอเป็นที่เพิ่งให้น้องมันได้บ้าง”

นางยิ้มออกมา เป็นการยอมรับให้กับคำกล่าวนั้น “เรื่องเรียนนี่พอได้ค่ะ สามารถช่วยเหลือคุณวิชได้สบาย แต่สร้อยเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ค่อยมีเพื่อนน่ะสิคะ อรุณเลยพูดอย่างนี้จนชินปาก”

สองผัวเมียพูดจากันเสียงอ่อนเสียงหวาน จากนั้นก็ส่งยิ้มให้กันราวกับว่าเป็นหนุ่มสาวแรกรุ่น ก่อนจะชวนกันคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อย โดยไม่ได้สนใจเลยว่าตอนนี้ลูกชายคนเดียวกำลังเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ เลี่ยนจะตายชัก จู๋จี๋กันอยู่ได้ แก่แล้วไม่รู้จักสำเหนียกตัวเอง ไม่อายผีอายสางบ้าง

พรนับพันอยากจะอาเจียนออกมาดังๆ ให้กับข้าวใหม่ปลามันที่อยู่ตรงหน้า หงุดหงิดไปอีกเมื่อมองเหยียดไปด้านข้างแล้วพบกับพี่สาว ที่วันนี้แต่งเนื้อแต่งตัวเรียบร้อย แต่เชยสะบัดจนคนอย่างเขาขนลุก

ยิ่งมองก็ยิ่งอยากหัวเราะออกมาดังๆ เมื่อรูปร่างสวยงามที่เขาเห็นตอนเช้า ตอนนี้อยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวราวกับแม่ชี ด้านล่างเป็นกระโปรงลายดอกสีเขียว ที่ไม่ต้องมองลงไปเขาก็รู้ว่ามันยาวกรอมเท้า อาจจะถึงขั้นปิดตาตุ่มเลยล่ะมั้ง

แต่งตัวยิ่งกว่าอิสลาม นี่ถ้าโพกหัวมาสักหน่อยเขาคงไม่ถามหรอกว่านับถือศาสนาไหน

เกิดมายี่สิบสองปีแล้ว เอาเข้าจริงเขายังไม่เคยเห็นใครเป็นอย่างเธอเลย อยู่บ้านแต่งตัวยั่วยวนชวนเอา แต่ตกเย็นออกจากบ้านกลับใส่เสื้อผ้ามิดชิด สภาพไม่ต่างจากป้าแก่ ๆ ที่สอนอยู่ตามห้องปกครอง ซึ่งเอาจริงคนเรามันจะมีสองบุคลิกได้แตกต่างกันอย่างนี้เลยเหรอวะ? สงสัยนักว่าเมื่อเช้าเธอทำให้เขาเกิดอารมณ์จนถึงขั้นต้องช่วยตัวเองได้ยังไง ยัยคนนั้นใช่คนเดียวกันกับครูเพ็ญศรีที่นั่งอยู่ตรงนี้หรือเปล่า

เหอะ... แล้วดูเธอมองเหยียดมาที่เขา พรนับพันอยากบอกนักว่าไม่ต้องกลัวว่าเขาจะแตะต้องอีกหรอก แค่มองอยู่ตรงนี้ยังทำให้เขาเอียนกับเสื้อผ้าที่เธอใส่เลย

สองพี่น้องหมาดๆ ต่างแสดงออกถึงความสนิทสนมที่เต็มไปด้วยความหมั่นไส้ แต่ละคนก็มองเหยียดมองหยาม เป็นการรวมครอบครัวเข้าด้วยกันที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่ท้ายที่สุดเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปได้ เมื่อต่างคนต่างก็สะบัดหน้าใส่กันคอแทบหัก จากนั้นก็มองไปนอกกระจกรถ ตัวใครตัวมัน ไม่มีปฏิสัมพันธ์กันอีก

“อยากกินอะไรก็สั่งเต็มที่เลยนะสร้อย” พอใกล้ถึงร้านอาหารสุดหรูที่จองไว้ เธียรก็หันไปเอ่ยกับลูกติดของภรรยาสาว ยิ้มออกมาเมื่อเธอตอบรับเสียงหวาน ยินดีที่ได้สร้อยสนมาอยู่ร่วมบ้านนัก เพราะหวังไว้ตั้งนานแล้วว่าอยากจะมีลูกสาวน่ารักๆ มีกิริยาเรียบร้อยอ่อนหวานอยู่ในบ้าน

ซึ่งผู้ใหญ่ทั้งสองคนคงไม่รู้ ว่าสร้อยสนมองไปที่พรนับพันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชิงชัง เธอไม่พอใจที่เขาลวนลาม เกลียดที่ชายหนุ่มว่ากล่าวเธอกับแม่ด้วยคำพูดไม่ดีเช่นนั้น

แต่ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมรูปร่างหน้าตาของเขาเช่นกัน ลูกชายของคุณลุงจัดว่าหน้าตาดีเป็นอย่างมาก ดวงตาเรียวใหญ่ จมูกโด่งเป็นสัน ซึ่งสิ่งที่เธอชอบมากที่สุดของเขาก็คงเป็นปาก พรนับพันมีริมฝีปากด้านล่างหนา ด้านบนเล็กบาง และเป็นสีชมพูสดใสมาก ทำให้คิดถึงเด็กน้อยมากกว่าจะเป็นเด็กผู้ชายตัวโค่งที่พูดจาเราะร้ายเช่นนี้

ทุกอย่างที่อยู่บนใบหน้าเขามันช่างเข้ากันดี ทรงผมแสกกลางที่ถูกเซตมาอย่างมีสไตล์ แม้ตอนนี้บนมุมปากของเขายังเหลือร่องรอยของรอยช้ำฝีมือของคุณลุง ที่มาของเสียงกรีดร้องของแม่ในตอนเช้าก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาดูแย่เลยแม้แต่น้อย ร่างกายของเขาก็ไม่เหมือนเด็กนักศึกษาทั่วไป เพราะพรนับพันสูงเหมือนคนเป็นพ่อ ซ้ำยังมีไหล่ที่กว้าง มันเลยส่งผลให้เขาดูเป็นคนสูงใหญ่ เธอยังจำเมื่อเช้าที่ยืนเทียบกับเขาได้ หากยืนคู่กันเธอคงตัวเท่าไหล่ของเขาเพียงเท่านั้น

และเขาก็ช่างดูดีเหลือเกิน เมื่ออยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีกรมท่าเนื้อดี ที่มาคู่กับกางเกงขายาวสีดำ แค่นั่งมองจากตรงนี้ยังรู้เลยว่าถ้าหากชายหนุ่มยืนขึ้น มันคงเข้ากันมาก... ทำเอาคนที่แต่งเนื้อแต่งตัวไม่เป็นอย่างเธออยากถอยทัพกลับ เธอแทบไม่อยากไปเป็นส่วนหนึ่งของโต๊ะอาหารในวันนี้เลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป