บทที่ 5 ผู้บุกรุก (1)

ไหนจะเป็นการหักหน้าพ่อของเขากับแม่ของเธออีก หากเธอโวยวายทั้งสองท่านคงได้มีเรื่องกัน

สร้อยสนจึงอดทน พยายามกล้ำกลืนอาหารที่อยู่ในปากลงคอไปซะ แต่ก็ต้องหันขวับไปมองไอ้คนชั่ว ที่ทำหน้าตาใสซื่อ มือซ้ายควงแก้วไวน์ ในขณะที่มือขวาของมันกำลังลวนลามเธออยู่ และตอนนี้มันไม่ได้แค่วนอยู่ด้านนอก แต่มันกำลังจะล้วงเข้าไปด้านใน

เมื่อทำอะไรไม่ได้จริงๆ สร้อยสนเลยตัดสินใจยกขาขึ้นมาไขว่ห้าง ตั้งใจว่าจะหนีบมือมันไว้กับง่ามขาของเธอนั่นแหละ แต่เผลอทำรุนแรงเกินไปหรือเปล่าไม่รู้ พรนับพันเลยตกใจจนเผลอสำลักไวน์ที่ตัวเองดื่ม

หึ ไอ้โง่... หญิงสาวคิดในใจ ก่อนจะกลับมานั่งตามเดิมและปล่อยให้มือใหญ่ได้เป็นอิสระ ยิ้มเยาะในใจพร้อมกับตลบกระโปรงลงไป จากนั้นก็ถอยตัวออกห่างจากเขา พยายามทำใจกล้าหน้าด้าน คนที่คิดอายจะต้องไม่เป็นเธอ ซึ่งก็สมใจ สมน้ำหน้าจริงๆ เมื่อมองไปแล้วเห็นว่าตอนนี้ชายหนุ่มกำลังไอออกมา หูเหอะแดงก่ำ ไอ้เวรนั่นสำลักไวน์อันเนื่องมาจากเวรกรรม ทำเอาคนเป็นพ่อเป็นแม่ตกใจไปตามๆ กัน

เชอะ คิดว่าเธอจะกลัวจนหัวหดเหรอ? ฝันไปเถอะ เห็นอย่างนี้เธอก็สู้คน แม้ไม่พูดไม่ได้หมายความว่าไม่มีปาก และต่อให้ไม่มีปาก ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีมือไม่มีตีนสักหน่อย จะปล่อยให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างเขามารังแกไม่ได้ ต่อจากนี้ไปเขาอยู่ในบทบาทของน้องชาย

ดังนั้นคนที่ต้องสยบอยู่แทบเท้า เป็นเขาต่างหากล่ะ... ไม่ใช่เธอ

การรับประทานอาหารครั้งแรก ผ่านไปด้วยดี

เธียรดูอารมณ์แจ่มใสขึ้นเมื่อลูกชายยอมมาทานข้าวด้วย หลังจากที่ประชดประชันเรื่องพ่อเอาเมียใหม่เข้าบ้าน ด้วยการหนีหายไปหลายวัน… คนเป็นพ่อเริ่มรู้สึกดีขึ้นมา ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์จะไม่ได้รุดหน้าจนสนิทชิดเชื้อ แต่อย่างน้อยตอนนี้ลูกก็ยอมเปิดใจอยู่บ้าง ต่อให้ยอมทำตามที่บอก เพราะเขาขู่เรื่องลดเงินเดือนของมันก็ตาม

แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก พอแอลกอฮอล์เข้าปาก ทั้งพ่อทั้งลูกก็พูดคุยกันได้อย่างปกติ บรรยากาศภายในโต๊ะอาหารก็ดีขึ้นตามลำดับ ภรรยาสาวคนใหม่อย่างอรุณก็พลอยยิ้มแย้มแจ่มใสไปด้วย ส่วนสร้อยสนนั้นไม่ต้องไปสนใจมาก เพราะจากที่พูดคุยกันมา ก็พอจะรู้แล้วว่าหญิงสาวหน้าตานิ่งเฉยคนนี้ ไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งใดมากมาย 

พอถึงเวลากลับ สร้อยสนก็อยากกู่ร้องออกมาอย่างดีใจ เธอเผลอยิ้มออกมาที่มุมปาก เมื่อพรนับพันเอ่ยว่าจะไปเที่ยวต่อกับเพื่อนอย่างที่ทำเป็นประจำ และเพียงไม่นานคนขับรถจากที่บ้านก็ขับรถสปอร์ตคันหรูของเขามาส่งให้ ไม่ได้ขออนุญาตหรอก แค่บอกไว้ แต่คนเป็นพ่อก็ไม่ว่าอะไรเพราะเท่าที่เขายอมมาทานข้าวกับที่บ้านก็ถือว่าเป็นบุญท่วมหัวละ

“สร้อยขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ” เมื่อมาถึงบ้าน สร้อยสนก็เอ่ยขอตัวกับผู้สูงวัยทั้งสอง เธอเดินตัวปลิวขึ้นห้อง สบายใจที่อย่างน้อยตอนนี้ตัวอันตรายอย่างพรนับพันก็ไม่ได้อยู่บ้าน

สาธุ... ขอให้หายไปสักสามเดือนเลยคราวนี้

ขาเรียวสวยภายใต้กระโปรงยาวกรอมเท้าวิ่งขึ้นบ้าน อารมณ์ดีขึ้นมาหลังจากที่ได้รับประทานอาหารแสนอร่อยที่ชีวิตนี้ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้กลืนลงท้อง ยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อเดินเข้าห้อง แต่พอปิดประตูลงริมฝีปากบางก็ต้องหุบฉับในขณะที่คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

หรือเธอควรย้ายออกไป? เธอกับแม่จะอยู่ที่นี่ได้อีกนานเท่าไหร่? ในเมื่อเห็นชัดอยู่แล้วว่าลูกชายเจ้าของบ้านไม่ได้ต้อนรับ จริงอยู่ที่ท่าทางของพรนับพันไม่ได้จริงจัง แต่มันเป็นเพราะว่าเขากำลังอยากแลกในสิ่งที่ต้องการ มากกว่าอยากอยู่ร่วมชายคากับเธอสองคนแม่ลูกจริงๆ

แล้วไหนจะพฤติกรรมที่เขาแสดงกับเธออีก เพียงแค่เจอกันครั้งแรกเขายังกล้าทำขนาดนี้ มากกว่านี้ก็อาจจะเป็นไปได้

ซึ่งเขาเป็นลูกชายเจ้าของบ้าน คงไม่ดีแน่ถ้าหากว่าเธอพูดอะไรออกไป แม่เองก็กำลังหลงใหล ดูแวบเดียวก็รู้ว่าท่านกำลังลืมกำพืดของตัวเอง มัวเมากับสิ่งของนอกกายและความเอาใจใส่ของคุณลุง ถลำตัวไปได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากไม่เคยได้รับมานาน

“หรือไม่ควรอยู่วะ?” สร้อยสนเอ่ยปากถามตัวเองอีกครั้ง มันเป็นความลังเลที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และตอนนี้ก็ยังคงอยู่ในใจไม่หาย ในเมื่อเธอโตพอ เธอควรแยกไปอยู่ตัวคนเดียวได้ แม่เองก็มีคุณลุงแล้ว ไม่จำเป็นสักนิดที่จะเก็บเธอไว้ข้างกาย

ต่างคนต่างอยู่ก็ได้มั้ง ก่อนมาที่นี่สร้อยสนก็ลำบากใจจะแย่ ตอนนี้มันยิ่งเลวร้ายเมื่อต้องเจอน้องชายที่นิสัยไม่ดีอย่างนั้น

เอาวะ... เป็นไงเป็นกัน พรุ่งนี้เธอคงต้องคุยกับแม่อย่างจริงจัง ต้องเอาเหตุผลและความรู้สึกที่มีเข้าสู้ จากนั้นก็ย้ายออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้ อย่างถาวร

หลังจากตกลงกับตัวเองได้ สร้อยสนก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จากยัยแก่เมื่อครู่ก็กลับมาเป็นสาวน้อยคนเดิม เมื่อมั่นใจว่าประตูห้องนอนถูกล็อกเรียบร้อย เธอก็กลับมาใส่เสื้อยืดตัวบาง กับกางเกงขาสั้นที่ด้านใน ไม่ว่าจะบนหรือล่าง ก็ไม่ไม่มีอะไรทับซ้อน

เพราะนี่คือห้องนอนของเธอ คือห้องส่วนตัวที่ไม่มีใครสามารถเข้ามาก้าวก่ายได้ เธอจึงใช้ชีวิตอยู่ในนี้ได้อย่างสบายใจ แต่งเนื้อแต่งตัวตามสบาย ก่อนจะหลับไปด้วยความรู้สึกเพลียเหลือเกิน

อย่างที่รู้คือเธอเป็นพวก Introvert พอออกไปข้างนอก พอต้องเจอคนเยอะๆ หรือตื่นเต้นกับอะไรมากๆ เธอมักจะหมดพลังงาน กลายเป็นว่าพอกลับบ้านมาอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง ก็จะอ่อนแรงมาก และสิ่งที่ต้องการหลังจากนั้นก็คือการชาร์จพลังงานที่เสียไป

ซึ่งปกติเธอคงจะอ่านหนังสือ เล่นเกม หรือดูซีรีส์เพื่อผ่อนคลาย แต่วันนี้รู้สึกไม่ไหว อาจเพราะว่าเจอของกินอร่อย และเธอก็กินมันมากไป ยิ่งโดนผู้ใหญ่คะยั้นคะยอเอาใจ สร้อยสนเลยปฏิเสธไม่ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป