บทที่ 1วันที่ฉันตาย คุณถึงรู้ว่ารัก
ภายนอกหน้าต่างพายุฝนโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ลมกรรโชกหวีดหวิวราวกับคมมีดที่บาดลึกลงถึงผิวหนัง
แม้พริมดาวจะยืนอยู่ตรงหัวบันไดชั้นสองภายในบ้านที่อบอุ่นสบายจากเครื่องปรับอากาศ แต่ความหนาวเหน็บกลับค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่หัวใจ ราวกับเธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุฝนนั้นเสียเอง
ภาพเบื้องล่างคือสิรินทร์ที่นอนกองอยู่กับพื้น เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาไม่หยุด ย้อมชุดสวยของเธอจนแดงฉานไปทั่วร่างในชั่วพริบตา
สิรินทร์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน "ลูกแม่! พริมดาว... เธอผลักฉันทำไม?"
ใบหน้าของพริมดาวซีดเผือด ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากแก้ตัว ร่างสูงใหญ่ของอานันต์ก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความเกลียดชังโดยไม่คิดปิดบังแม้แต่น้อย
"พริมดาว เธออยากตายนักใช่ไหม?"
ประโยคสั้น ๆ เพียงประโยคเดียว
แต่กลับกรีดลึกลงกลางหัวใจของพริมดาวราวกับคมมีดนับพันเล่ม
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามดึงสติกลับมาเพื่ออธิบายความจริง "ฉันไม่ได้ผลักเธอ ตรงนี้มีกล้องวงจรปิด คุณไปตรวจสอบดูก็ได้"
เธอคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าสิรินทร์จะกล้าใช้เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองมาเป็นเครื่องมือในการใส่ร้ายเธอได้ถึงขนาดนี้
"ถ้าคุณไม่เชื่อ เดี๋ยวฉันจะไปตามคนมาตรวจสอบให้เดี๋ยวนี้"
“พอได้แล้ว!” อานันต์ตวาดเสียงกร้าว “เธอคิดว่าฉันจะยังเชื่อคำโกหกของเธออีกหรือไง? ฉันเห็นธาตุแท้ของเธอมานานแล้ว ว่าเธอเป็นผู้หญิงจิตใจอำมหิตแค่ไหน”
แววตาของเขาเย็นชาและดุดัน
อานันต์ก้าวเข้าหาเธอช้า ๆ
รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้ผู้คนรอบข้างต้องตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือเจตนาฆ่าที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้น
แม้แต่พริมดาวเองก็ยังเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
“เมื่อก่อน ถ้าไม่ใช่เพราะเธอใส่ร้ายสิรินทร์เรื่องวางเพลิง น้องสาวฉันก็คงไม่เสียโฉม และตอนนี้เธอยังกล้าลงมือฆ่าลูกของฉันอีก พริมดาว... เธอมันสมควรตายเป็นหมื่นครั้ง!"
ร่างของพริมดาวโงนเงนแทบทรงตัวไม่อยู่ มือทั้งสองกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
"เรื่องในอดีตฉันไม่ได้ทำจริง ๆ ทำไมคุณถึงไม่เคยเชื่อใจฉัน แล้วไปตรวจสอบความจริงดูบ้าง?"
อานันต์เป็นผู้มีอิทธิพลล้นฟ้า หากเขาต้องการสืบหาความจริง เรื่องพวกนี้จะตรวจสอบไม่ได้ได้อย่างไร
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอถูกตราหน้าว่าเป็น ‘นางมารร้าย’ และต้องทนรับความเจ็บปวดทั้งหมดที่เขามอบให้เธอทนมามากพอแล้วจริง ๆ
อานันต์ตวาดเสียงกร้าว "ฉันเชื่อในสิ่งที่ตาฉันเห็น!"
รูม่านตาของพริมดาวสั่นไหวเธอพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
หัวใจเจ็บปวดราวกับถูกกรีดซ้ำ ๆ
ทั้งที่ความจริงอยู่ตรงหน้า ทั้งที่เขาแค่ยอมตรวจสอบมันสักครั้ง
แต่เขากลับไม่เคยมอบโอกาสให้เธอได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์เลย
“เรื่องที่คุณเข้าใจฉันผิด ฉันไม่อยากอธิบายอีกแล้ว แต่ก่อนอื่นฉันต้องพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าเรื่องวันนี้ไม่เกี่ยวกับฉัน เป็นเธอต่างหากที่ใส่ร้ายฉัน!"
พริมดาวกัดฟันพูด
ขอเพียงได้ภาพจากกล้องวงจรปิดมายืนยัน ว่าสิรินทร์ไม่ได้ใสซื่อบริสุทธิ์อย่างที่แสดงออก
อย่างน้อย… อานันต์ก็น่าจะเริ่มสงสัยผู้หญิงคนนั้นบ้าง
พริมดาวหมุนตัวเตรียมจะไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่จู่ ๆ ปลายเท้ากลับสะดุดร่างทั้งร่างเสียหลักล้มลงอย่างแรง หน้าท้องกระแทกพื้นทันที ความเจ็บปวดแหลมคมแล่นพล่านไปทั่วร่างกายในทันที
"โอ๊ย... ท้องฉัน!"
ดวงตาของพริมดาวเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลซึมออกมาจากร่างกายท่อนล่าง ก่อนจะขยายเป็นวงกว้าง ก่อนจะร้องขอความช่วยเหลือด้วยความหวาดกลัว
"คุณอานันต์... รีบพาฉันไปโรงพยาบาลที ลูกของเรา..."
อานันต์กลับมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม “ก็แค่ลูกชู้ที่เกิดจากผู้ชายชั้นต่ำ! เด็กคนนี้ไม่มีสิทธิ์ลืมตาดูโลกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”
ดวงตาของพริมดาวฉายแววสิ้นหวัง เธอเอ่ยเสียงสั่นเครือ "คุณอานันต์ เรื่องพวกนั้นฉันอธิบายได้ ฉันขอร้องล่ะ ช่วยลูกก่อนเถอะนะ"
นี่คือลูกที่เธออุ้มท้องมาอย่างยากลำบากถึงแปดเดือน อีกไม่นาน… แกก็จะได้ลืมตาดูโลกแล้ว
เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายยกมือขึ้น ยื่นไปหาอานันต์ด้วยความหวังอันริบหรี่
เผื่อว่า... อานันต์จะยอมใจอ่อนพาเธอไปโรงพยาบาล
แต่มือที่ยื่นออกไปกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า แม้แต่ชายกางเกงของเขา เธอก็แตะไม่ถึง
สิรินทร์ซ่อนแววตาแห่งชัยชนะเอาไว้ ก่อนแสร้งร้องครวญครางอย่างน่าสงสาร
"คุณอานันต์คะ รีบพาฉันไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ ฉันเจ็บเหลือเกิน!"
อานันต์ไม่ลังเลเลยที่จะเดินตรงเข้าไปหาสิรินทร์ ช้อนร่างของเธอขึ้นอุ้มแล้วก้าวยาว ๆ เดินออกไปจากตรงนั้นทันที
ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองพริมดาวอีกเลย และไม่เห็นเลยว่า…แสงสว่างสุดท้ายในดวงตาของเธอ ได้แตกสลายลงไปแล้ว
เธอนอนราบอยู่กับพื้น ความสิ้นหวังถาโถมเข้าเกาะกุมหัวใจ
เธอได้ยินเสียงหัวใจตัวเองแตกสลายดังเพล้ง
แต่ทว่า เมื่อก้มลงมองหน้าท้องของตัวเอง ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เธอก็ต้องรักษาชีวิตลูกเอาไว้ให้ได้
พริมดาวกัดฟันตะเกียกตะกายคลานไปข้างหน้า ควานหาโทรศัพท์มือถือเพื่อโทรเรียกรถพยาบาล
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดเจ้าหน้าที่กู้ชีพก็มาถึง เมื่อเห็นสภาพของเธอ ทุกคนต่างรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที
พริมดาวนอนหน้าซีดเผือด ร่างกายอ่อนระโหยโรยแรงอยู่บนเตียงคนไข้พร้อมสายน้ำเกลือระโยงระยาง
แววตาของเธอเหม่อลอย สติเลือนราง
แต่ในขณะนั้นเอง บอดี้การ์ดสองคนเดินเข้ามา กระชากสายน้ำเกลือออกจากหลังมือเธอโดยไม่ใยดี ก่อนลากตัวเธอลงจากเตียงทันที
พริมดาวไม่มีแม้แต่แรงจะขัดขืน ได้แต่ถามด้วยเสียงอันแผ่วเบา "พวกนายจะพาฉันไปไหน?"
"คุณอานันต์สั่งมาว่าคนอย่างเธอต้องได้บทเรียน ไปนอนสำนึกผิดในคุกซะเถอะ กับสิ่งที่เธอทำมาตลอดครึ่งชีวิต!"
บอดี้การ์ดลากตัวพริมดาวส่งสถานีตำรวจอย่างไม่ปรานี
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของพริมดาวเย็นเยียบลงในทันที
เธออ้อนวอนขอร้องให้เขาช่วยลูก เขาไม่สนใจ… ก็ยังพอว่า แต่ตอนนี้เขากลับจะส่งเธอเข้าคุกทั้งสภาพแบบนี้
บอดี้การ์ดยื่นเอกสารแจ้งข้อกล่าวหาให้ตำรวจ
“คุณอานันต์สั่งกำชับไว้ ให้ดำเนินคดีหนักที่สุด! อย่างน้อย ผู้หญิงคนนี้ต้องติดคุกห้าปี!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ความเยื่อใยเส้นสุดท้ายในหัวใจของพริมดาวก็ขาดสะบั้นลงอย่างสมบูรณ์
ไม่สิ... มันขาดลงตั้งแต่วินาทีที่อานันต์เลือกที่จะวิ่งไปหาสิรินทร์แล้วทิ้งเธอไว้เบื้องหลังแล้ว ความรักของพวกเขาร่วงหล่นลงสู่หุบเหวตั้งแต่วินาทีนั้น
ที่ผ่านมาเป็นเธอเองที่หลอกตัวเองเฝ้าฝันลม ๆ แล้ง ๆ ว่าสักวันหนึ่ง ความอดทนอาจละลายหัวใจน้ำแข็งของเขาได้
แต่ความจริงกลับตบหน้าพริมดาวฉาดใหญ่
ในสายตาของอานันต์ เธอมีค่าไม่เท่าแม้แต่ปลายเส้นผมของสิรินทร์
พริมดาวนั่งเหม่อลอย ฟังตำรวจปรึกษากันเรื่องข้อหาของเธอ
เธอไม่เหลืออะไรให้ยึดติดอีกแล้วสิ่งเดียวที่ยังค้างคาอยู่ในใจ คือพี่ชายคนโตที่หายสาบสูญ และพี่ชายคนรองที่ยังติดอยู่ในเรือนจำ
เมื่อไม่กี่ปีก่อน 'ตระกูลพรชัยเจริญ' ยังเป็นหนึ่งในสิบตระกูลทรงอิทธิพลของเมืองหลวง
แต่บัดนี้ กลับไม่เหลือแม้แต่เงาของความรุ่งโรจน์ในอดีต
หลังจากตระกูลพรชัยเจริญประกาศล้มละลาย ญาติพี่น้องทุกคนต่างถูกอานันต์ตามล้างแค้นอย่างบ้าคลั่ง
เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือคนร้าย
ไม่ว่าเธอจะอธิบายหรืออ้อนวอนอย่างไร ก็ไร้ความหมาย
อานันต์ต้องการให้เธอมีชีวิตอยู่อย่างตายทั้งเป็น
เล็บยาวของพริมดาวจิกแน่นเข้าที่กลางฝ่ามือจนเลือดซึม
หากวันหนึ่งอานันต์ได้รู้ความจริงในอดีต ต่อให้เขามาคุกเข่าขอขมาหน้าหลุมศพของเธอ เธอก็จะไม่มีวันให้อภัยเขาเด็ดขาด
พริมดาวเสียใจ…เสียใจที่ได้พบเขา เสียใจที่เอาทั้งชีวิตมาทิ้งไว้กับผู้ชายคนนี้!
ท้ายที่สุด พริมดาวถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายโดยเจตนา
เธอสวมเสื้อกั๊กสีส้มของผู้ต้องขัง ข้อมือและข้อเท้าถูกล่ามด้วยโซ่ตรวน ก่อนก้าวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาด้วยสายตาเย็นเยียบและเด็ดเดี่ยว
ชาตินี้…ขอให้เธอกับอานันต์อย่าได้พบกันอีกเลยไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็ตาม
