บทนำ
ลูกแฝดของฉันเกลียดชังเขา ปฏิเสธที่จะยอมรับชายที่ทอดทิ้งพวกเราไป ขณะที่ความจริงเกี่ยวกับเหตุเพลิงไหม้ครั้งนั้นและแผนการของสิรินทร์เริ่มเปิดเผย ฉันต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบาก: จะยึดติดกับความเกลียดชังต่อไป หรือให้โอกาสความรักอีกครั้ง?
บท 1
ภายนอกหน้าต่างพายุฝนโหมกระหน่ำ ลมกรรโชกแรงหวีดหวิวบาดลึกถึงผิวหนัง
แม้พริมดาวจะยืนอยู่ตรงหัวบันไดชั้นสองภายในบ้านที่เปิดเครื่องปรับอากาศอุ่นสบาย แต่เธอกลับรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ ราวกับยืนอยู่กลางพายุฝนเสียเอง
ภาพเบื้องล่างคือสิรินทร์ที่นอนกองอยู่กับพื้น โลหิตสีแดงฉานไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย ย้อมชุดสวยของเธอจนแดงฉานไปทั่วร่างในชั่วพริบตา
สิรินทร์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน "ลูกแม่! พริมดาว... เธอผลักฉันทำไม?"
ใบหน้าของพริมดาวซีดเผือด ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากแก้ตัว ร่างสูงใหญ่ของอานันต์ก็พุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว สายตาที่เขามองมาที่เธอนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่ไม่มีการปิดบังอำพรางแม้แต่น้อย
"พริมดาว เธออยากตายนักใช่ไหม?"
ประโยคสั้นๆ เพียงประโยคเดียว
แต่มันกลับกรีดลึกลงไปในหัวใจของพริมดาวราวกับคมมีดนับพันเล่ม
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามดึงสติกลับมาเพื่ออธิบายความจริง "ฉันไม่ได้ผลักเธอ ตรงนี้มีกล้องวงจรปิด คุณไปเช็กดูได้เลย"
เธอคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าสิรินทร์จะกล้าใช้เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองมาเป็นเครื่องมือในการใส่ร้ายเธอได้ถึงขนาดนี้
"ถ้าคุณไม่เชื่อ เดี๋ยวฉันจะไปตามคนมาตรวจสอบให้เดี๋ยวนี้"
"พอได้แล้ว! เธอคิดว่าฉันจะยังเชื่อคำโกหกพกลมพวกนี้ของเธออีกเหรอ? ฉันมองเห็นธาตุแท้ของเธอมานานแล้ว ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่จิตใจอำมหิตแค่ไหน"
แววตาของอานันต์เย็นชาและดุดัน
เขาก้าวเท้าเข้าหาพริมดาวอย่างช้าๆ
รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้ผู้คนรอบข้างต้องตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือเจตนาฆ่าที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้น
แม้แต่พริมดาวเองก็ยังเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"ในอดีต ถ้าไม่ใช่เพราะเธอวางแผนใส่ร้ายสิรินทร์เรื่องวางเพลิง น้องสาวฉันก็คงไม่ต้องเสียโฉม และตอนนี้เธอยังกล้าลงมือฆ่าลูกของฉันอีก พริมดาว... เธอมันสมควรตายเป็นหมื่นครั้ง!"
ร่างกายของพริมดาวโงนเงนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ สองมือของเธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
"เรื่องในอดีตฉันไม่ได้ทำจริงๆ ทำไมคุณถึงไม่เคยเชื่อใจฉัน แล้วไปตรวจสอบความจริงดูบ้าง?"
อานันต์เป็นผู้มีอิทธิพลล้นฟ้า เรื่องแค่นี้ถ้าเขาคิดจะตรวจสอบจริงๆ มีหรือที่จะหาความจริงไม่ได้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอต้องแบกรับตราประทับว่าเป็น 'นางมารร้าย' และต้องทนรับความเจ็บปวดที่อานันต์มอบให้ เธอทนมามากพอแล้ว!
อานันต์ตวาดเสียงกร้าว "ฉันเชื่อในสิ่งที่ตาฉันเห็น!"
รูม่านตาของพริมดาวหดเกร็ง เธอพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
หัวใจของเธอเจ็บปวดราวกับมีเลือดไหลซิบๆ
ทั้งที่ความจริงอยู่ตรงหน้า ทั้งที่แค่เขาไปตรวจสอบดู
แต่เขากลับไม่แม้แต่จะมอบโอกาสให้เธอได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง
"เรื่องที่คุณเข้าใจผิดฉันต่างๆ นานา ตอนนี้ฉันไม่อยากจะอธิบาย แต่ก่อนอื่นฉันต้องพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าเรื่องวันนี้ไม่เกี่ยวกับฉัน เป็นเธอต่างหากที่ใส่ร้ายฉัน!"
พริมดาวกัดฟันพูด
ขอแค่ได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิด มายืนยันว่าสิรินทร์ไม่ได้ใสซื่อบริสุทธิ์อย่างที่เห็น
อานันต์จะต้องเริ่มสงสัยในคำพูดก่อนหน้านี้ของสิรินทร์บ้างแน่ๆ
พริมดาวหมุนตัวเตรียมจะไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่แล้วเท้าของเธอกลับสะดุด ร่างทั้งร่างเสียหลักล้มลง หน้าท้องกระแทกพื้นอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแหลมคมแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายในทันที
"โอ๊ย... ท้องฉัน!"
แววตาของพริมดาวเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เธอมองดูเลือดกองใหญ่ที่ไหลซึมออกมาจากร่างกายท่อนล่าง ก่อนจะร้องขอความช่วยเหลือด้วยความหวาดกลัว
"คุณอานันต์... รีบพาฉันไปโรงพยาบาลที ลูกของเรา..."
อานันต์มองลงมาที่พริมดาวด้วยสายตาดูแคลนและเหยียดหยาม "ก็แค่ลูกชู้ที่เกิดจากผู้ชายสวะของเธอ! เด็กคนนี้ไม่มีสิทธิ์ลืมตาดูโลกตั้งแต่แรกแล้ว!"
ดวงตาของพริมดาวฉายแววสิ้นหวัง เธอเอ่ยเสียงสั่นเครือ "คุณอานันต์ เรื่องพวกนั้นฉันอธิบายได้ ฉันขอร้องล่ะ ช่วยลูกก่อนเถอะนะ"
นี่คือลูกที่เธออุ้มท้องมาอย่างยากลำบากถึงแปดเดือน อีกเพียงไม่นานแกก็จะได้ลืมตาดูโลกแล้ว!
เธอรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายยกมือขึ้น ยื่นไปหาอานันต์ด้วยความหวังอันริบหรี่
เผื่อว่า... อานันต์จะยอมใจอ่อนพาเธอไปโรงพยาบาล
แต่มือที่ยื่นออกไปกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า เธอแตะไม่โดนแม้แต่ปลายขากางเกงของเขาด้วยซ้ำ
สิรินทร์ซ่อนแววตาแห่งชัยชนะเอาไว้ แล้วรีบแสร้งร้องครวญคราง
"คุณอานันต์คะ รีบพาฉันไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ ฉันเจ็บเหลือเกิน!"
อานันต์ไม่ลังเลเลยที่จะเดินตรงเข้าไปหาสิรินทร์ ช้อนร่างของเธอขึ้นอุ้มแล้วก้าวยาวๆ เดินออกไปจากตรงนั้นทันที
ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองพริมดาวอีกเลย และไม่ได้เห็นเลยว่าแสงสว่างสุดท้ายในดวงตาของเธอได้แตกสลายลงไปแล้ว
เธอนอนราบอยู่กับพื้น ความสิ้นหวังถาโถมเข้าเกาะกุมหัวใจ
เธอได้ยินเสียงหัวใจตัวเองแตกสลายดังเพล้ง
แต่ทว่า เมื่อก้มลงมองหน้าท้องของตัวเอง ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เธอก็ต้องรักษาชีวิตลูกเอาไว้ให้ได้
พริมดาวกัดฟันตะเกียกตะกายคลานไปข้างหน้า ควานหาโทรศัพท์มือถือเพื่อโทรเรียกรถพยาบาล
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดเจ้าหน้าที่กู้ชีพก็มาถึง เมื่อเห็นสภาพของเธอ พวกเขารีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำตัวเธอส่งโรงพยาบาลทันที
พริมดาวนอนหน้าซีดเผือด ร่างกายอ่อนระโหยโรยแรงอยู่บนเตียงคนไข้พร้อมสายน้ำเกลือระโยงระยาง
แววตาของเธอเหม่อลอย สติสัมปชัญญะเลือนรางเต็มที
แต่ในขณะนั้นเอง บอดี้การ์ดสองคนก็บุกเข้ามาในห้อง กระชากสายน้ำเกลือออกจากหลังมือของเธออย่างไม่ไยดี แล้วหิ้วปีกพริมดาวลากลงจากเตียง
พริมดาวไม่มีแม้แต่แรงจะขัดขืน ได้แต่ถามด้วยเสียงอันแผ่วเบา "พวกนายจะพาฉันไปไหน?"
"คุณอานันต์สั่งมาว่าคนอย่างเธอต้องได้รับโทษ ไปนอนสำนึกผิดในคุกซะเถอะ กับสิ่งที่เธอทำมาตลอดครึ่งชีวิต!"
บอดี้การ์ดลากตัวพริมดาวส่งสถานีตำรวจอย่างไม่ปรานี
วินาทีนั้น สมองของพริมดาวขาวโพลนไปหมด
เธออ้อนวอนขอร้องให้เขาช่วยลูก อานันต์ไม่สนใจไยดียังพอว่า แต่เขากลับจะส่งเธอเข้าคุกทั้งสภาพแบบนี้
บอดี้การ์ดยังนำเอกสารแจ้งข้อกล่าวหามายื่นให้ตำรวจ
"คุณอานันต์สั่งกำชับมาว่า ให้ดำเนินคดีด้วยข้อหาที่หนักที่สุด! อย่างน้อยๆ ผู้หญิงคนนี้ต้องนอนคุกสักห้าปี!"
เมื่อได้ยินคำสั่งนั้น ความเยื่อใยสุดท้ายในใจของพริมดาวก็ขาดสะบั้นลงอย่างสมบูรณ์
ไม่สิ... มันขาดลงตั้งแต่วินาทีที่อานันต์เลือกที่จะวิ่งไปหาสิรินทร์แล้วทิ้งเธอไว้เบื้องหลังแล้ว ความรักของพวกเขาได้เดินมาถึงจุดจบและร่วงหล่นลงสู่หุบเหวไปแล้ว
เป็นเธอเองที่เอาแต่ 'หลอกตัวเอง' เฝ้าฝันลมๆ แล้งๆ ว่าถ้าเธออดทนอีกนิด บางทีอาจจะละลายหัวใจน้ำแข็งของเขาได้
แต่ความจริงกลับตบหน้าพริมดาวฉาดใหญ่
ในสายตาของอานันต์ เธอมีค่าไม่เท่าแม้แต่ปลายเส้นผมของสิรินทร์
พริมดาวนั่งเหม่อลอย ฟังตำรวจปรึกษากันเรื่องข้อหาของเธอ
เธอไม่เหลืออะไรให้ห่วงอาวรณ์ในโลกใบนี้อีกแล้ว สิ่งเดียวที่ยังค้างคาใจคือพี่ชายคนโตที่หายสาบสูญ และพี่ชายคนรองที่ติดอยู่ในคุก
เมื่อไม่กี่ปีก่อน 'ตระกูลพรชัยเจริญ' ยังเป็นหนึ่งในสิบบริษัทชั้นนำของเมืองหลวง
แต่บัดนี้ กลับไม่เหลือร่องรอยแห่งความรุ่งโรจน์
หลังจากตระกูลพรชัยเจริญประกาศล้มละลาย ญาติพี่น้องทุกคนต่างถูกอานันต์ตามล้างแค้นอย่างบ้าคลั่ง
เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือคนร้าย
ไม่ว่าเธอจะอ้อนวอนหรือแก้ตัวอย่างไร มันก็ไร้ความหมาย
อานันต์ต้องการให้เธอมีชีวิตอยู่อย่างตายทั้งเป็น
เล็บยาวของพริมดาวจิกแน่นเข้าที่กลางฝ่ามือจนเลือดซึม
หากวันหนึ่งอานันต์ได้รู้ความจริงในอดีต ต่อให้เขามาคุกเข่าโขกศีรษะที่หน้าหลุมศพของเธอ เธอก็จะไม่มีวันอโหสิกรรมให้เขาเด็ดขาด!
เธอนึกเสียใจที่ได้มาพบกับอานันต์ เสียใจที่เอาชีวิตทั้งชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่!
ข้อกล่าวหาถูกสรุปอย่างรวดเร็ว พริมดาวถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนา
เธอสวมเสื้อกั๊กสีส้มของผู้ต้องขัง ข้อมือและข้อเท้าถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน ก่อนจะก้าวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว
ชาตินี้... ขอให้เธอกับอานันต์ อย่าได้พบเจอกันอีกเลย ไม่ว่าจะอยู่หรือตายจากกัน
บทล่าสุด
#180 บทที่ 180 “การลดอุณหภูมิทางกายภาพ”
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#179 บทที่ 179 มองเขาเป็นอากาศ
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#178 บทที่ 178 เราสองคนหายกันดีแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#177 บทที่ 177 เธอกำลัง投怀送抱อยู่เหรอ?
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#176 บทที่ 176 อย่าคิดมาก
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#175 บทที่ 175 ชายโสดหญิงโสดอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องเดียว
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#174 บทที่ 174 แค่พูดอย่างเดียวเหรอ?
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#173 บทที่ 173 ทุกคนกลัวจนแทบขาดใจ
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#172 บทที่ 172 เขามีปืนได้อย่างไร!
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#171 บทที่ 171 ตกอยู่ในอันตราย?
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













