บทที่ 6 ตอนที่6 ไม่ยอมปล่อย
ตอนที่6
ไม่ยอมปล่อย
รุ่งเช้ามาเยือนพร้อมแสงแดดอ่อนที่ลอดผ่านม่านสีเทาเข้ามาในห้อง พิรญาลืมตาขึ้นช้า ๆ ความทรงจำของค่ำคืนที่ผ่านมาไหลกลับเข้ามาในหัวทีละภาพ ใบหน้าของเธอร้อนวาบ หัวใจเต้นแรงปนหวั่นไหว เธอขยับตัวเล็กน้อยและพบว่าตัวเองยังอยู่ในอ้อมกอดของรณภัทร
รณภัทรหลับอยู่ข้างเธอ ใบหน้าคมดูอ่อนเยาว์และสงบกว่าทุกครั้งที่เธอเคยเห็น พิรญามองเขาอยู่นาน ดวงตาอ่อนลงอย่างห้ามไม่อยู่ ความรักที่พยายามซ่อนไว้เอ่อล้นขึ้นมาเต็มอก เธอเผลอยกมือขึ้นแตะปลายนิ้วบนแก้มเขาเบา ๆ ราวกับกลัวว่าเขาจะเป็นเพียงความฝัน
“ตื่นแล้วเหรอ” รณภัทรลืมตาขึ้นในจังหวะนั้น เสียงของเขาแหบต่ำกว่าปกติ ดวงตาคมที่มองเธอมีความอ่อนโยนปะปนอยู่มากจนพิรญาใจสั่น
“ค่ะ” พิรญาตอบสั้น ๆ พร้อมดึงมือกลับอย่างเก้อเขิน ใบหน้าแดงระเรื่อจนต้องหลบตาเขา
รณภัทรมองท่าทางของเธอเงียบ ๆ ความรู้สึกมากมายแล่นผ่านแววตา เขาขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เสื้อคลุมลวก ๆ ไว้บนร่าง ก่อนเงียบไปนานจนพิรญาเริ่มรู้สึกใจไม่ดี
ความเงียบของเขาแตกต่างจากเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง เมื่อคืนเขาอ่อนแอ อ่อนโยน และกอดเธอเหมือนเธอคือสิ่งสำคัญที่สุด แต่เช้านี้ความนิ่งของเขากลับค่อย ๆ ทำให้ความหวานที่เหลืออยู่ในอกของเธอกลายเป็นความหวาดกลัว
“เมื่อคืน...” รณภัทรเริ่มพูดแล้วหยุดไป เหมือนกำลังเลือกถ้อยคำอย่างยากลำบาก
พิรญากำผ้าห่มบนตักแน่นขึ้น หัวใจเต้นแรงจนแทบเจ็บ เธอรอคำพูดบางอย่างจากเขา บางอย่างที่จะทำให้เธอมั่นใจว่าค่ำคืนที่ผ่านมาไม่ได้เป็นเพียงความผิดพลาด บางอย่างที่อาจทำให้เธอมีที่ยืนในชีวิตเขามากกว่าคำว่าเพื่อนสนิท
“ฉันไม่ได้เสียใจนะ” รณภัทรพูดเสียงต่ำ ก่อนหันมามองเธอด้วยแววตาจริงจัง “แต่เรื่องนี้...ขอให้เก็บไว้เป็นความลับก่อนได้ไหม”
โลกทั้งใบของพิรญาเหมือนหยุดนิ่งไปในวินาทีนั้น เธอมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า ความหวังเล็ก ๆ ที่เพิ่งผลิบานในอกถูกประโยคเดียวของเขาเหยียบย่ำจนแหลกละเอียด
“ความลับเหรอคะ” พิรญาทวนคำอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย แม้เธอจะพยายามควบคุมตัวเองอย่างสุดความสามารถ
“ฉันไม่ได้หมายความว่าเธอไม่สำคัญ” รณภัทรรีบอธิบายทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของเธอเปลี่ยนไป “ตอนนี้เรื่องชญาดา เรื่องครอบครัว เรื่องบริษัทมันยังวุ่นวาย ฉันแค่ต้องการเวลา”
พิรญามองเขานิ่ง น้ำตาไม่ไหลออกมาสักหยด เพราะความเจ็บในตอนนี้ลึกเกินกว่าจะร้องไห้ออกมาได้ง่าย ๆ เธอค่อย ๆ พยักหน้าเหมือนเข้าใจ ทั้งที่หัวใจข้างในเหมือนถูกฉีกออกจากกัน
“เข้าใจแล้วค่ะ” พิรญาพูดเสียงเบา ก่อนขยับตัวลุกจากเตียงอย่างช้า ๆ
“พิรญา อย่าทำหน้าแบบนั้น” รณภัทรพูดอย่างร้อนรน พลางเอื้อมมือมาจับแขนเธอไว้
“ฉันทำหน้าแบบไหนคะ” พิรญาถามกลับอย่างนุ่มนวล แต่ความนุ่มนวลนั้นเจ็บยิ่งกว่าการตะโกนใส่หน้าเขา “หน้าเหมือนผู้หญิงที่เพิ่งรู้ว่าหลังจากข้ามเส้นคำว่าเพื่อนไปแล้ว เธอก็ยังต้องกลับไปยืนอยู่ในความมืดเหมือนเดิมใช่ไหม”
รณภัทรนิ่งงันไป มือที่จับแขนเธอค่อย ๆ อ่อนแรงลง แต่ยังไม่ยอมปล่อย
“ฉันขอเวลาเท่านั้น” รณภัทรพูดเสียงต่ำลง แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่เขาเองก็ไม่อาจจัดการได้
“ค่ะ ฉันจะให้เวลา” พิรญาตอบพร้อมยิ้ม บาง ๆ แต่รอยยิ้มนั้นซีดจางจนแทบไม่เหลือชีวิต “เพราะฉันคงไม่มีสิทธิ์ขออะไรจากคุณมากไปกว่านี้อยู่แล้ว”
“อย่าพูดเหมือนเราไม่มีความหมายต่อกัน” รณภัทรกล่าวเสียงเข้มขึ้นอย่างเจ็บปวด
“เมื่อคืนอาจมีความหมายกับฉันมากค่ะ” พิรญาพูดช้า ๆ พลางสบตาเขาตรง ๆ เป็นครั้งแรกหลังจากประโยคนั้น “แต่ถ้าความหมายของมันต้องถูกซ่อนไว้ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรดีใจหรือเสียใจดี”
รณภัทรพูดไม่ออก เขาทำได้เพียงมองเธอหยิบเสื้อผ้าและเดินหายเข้าไปในห้องน้ำด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เขารู้ว่าเขาทำให้เธอเจ็บ แต่เขายังไม่รู้จะพาเธอออกไปยืนกลางแสงสว่างได้อย่างไรในตอนนี้
เมื่อพิรญาแต่งตัวเสร็จ เธอเดินออกมาด้วยสีหน้าที่สงบกว่าที่รณภัทรคาดไว้ ความสงบนั้นกลับทำให้เขากลัวยิ่งกว่าน้ำตา เพราะมันเหมือนประตูบานหนึ่งในใจเธอกำลังค่อย ๆ ปิดลง
“ฉันกลับก่อนนะคะ” พิรญาพูดพร้อมหยิบกระเป๋าขึ้นมาถือ น้ำเสียงสุภาพเหมือนทุกครั้ง แต่ระยะห่างระหว่างทั้งคู่กลับกว้างขึ้นอย่างน่าใจหาย
“ฉันไปส่ง” รณภัทรลุกขึ้นทันที แต่พิรญาส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่ต้องค่ะ ฉันกลับเองได้” พิรญาตอบโดยไม่มองหน้าเขานานเกินจำเป็น เพราะกลัวว่าความเข้มแข็งที่มีอยู่น้อยนิดจะพังลงต่อหน้าเขา
“พิรญา” รณภัทรเรียกชื่อเธออีกครั้ง เสียงของเขาเต็มไปด้วยคำพูดมากมายที่ติดอยู่ในลำคอ
พิรญาหยุดตรงหน้าประตู แต่ไม่หันกลับไป เธอกำสายกระเป๋าแน่นจนปลายนิ้วซีด ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาแต่ชัดเจน
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันจะเก็บความลับของคุณไว้ให้ดีที่สุด เหมือนที่เพื่อนสนิทคนหนึ่งควรทำ”
พูดจบเธอก็เปิดประตูออกไป ทิ้งให้รณภัทรยืนนิ่งอยู่กลางห้องที่ยังอบอวลด้วยร่องรอยของค่ำคืนที่ผ่านมา ความลับที่เขาขอไว้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอย่างที่คิด ตรงกันข้าม มันกลับทำให้เขาได้ยินเสียงหัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งแตกสลายอย่างชัดเจน
พิรญาเดินออกจากคอนโดด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แต่ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลง น้ำตาที่เธอกลั้นไว้ก็ไหลลงมาอย่างเงียบงัน เธอยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ไม่อยากให้ใครได้ยิน ไม่อยากให้แม้แต่ตัวเองรู้ว่าเจ็บมากเพียงใด
เมื่อคืนเธอคิดว่าคำว่าเพื่อนสนิทพังทลายลงแล้ว แต่เช้านี้เธอเพิ่งรู้ว่า สิ่งที่พังลงไปจริง ๆ อาจไม่ใช่คำว่าเพื่อนหากเป็นหัวใจของเธอเอง
