บทนำ
เขาเคยเรียกเธอว่า “เพื่อนสนิท” ต่อหน้าทุกคน ทั้งที่ในคืนลับ ๆ เธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขากอดไว้แนบหัวใจ
พิรญารักรณภัทรมานาน รักจนยอมยืนอยู่ข้างเขาในทุกวันที่เขาเหนื่อยล้า ยอมเป็นคนที่เข้าใจเขามากกว่าใคร และยอมเจ็บเงียบ ๆ เมื่อครอบครัวของเขาเลือกผู้หญิงอีกคนให้ยืนอยู่ในที่สว่าง ส่วนเธอ…ถูกซ่อนไว้หลังคำว่าเพื่อนสนิท
รณภัทรรักเธอ แต่ความกลัวทำให้เขาขี้ขลาด เขากลัวเสียเธอในฐานะเพื่อน กลัวแรงกดดันจากครอบครัว กลัวธุรกิจสั่นคลอน จนเผลอปล่อยให้ผู้หญิงที่เขารักที่สุดต้องกลายเป็นความลับที่ไม่มีใครปกป้อง
เมื่อชญาดาก้าวเข้ามาในชีวิต เธอไม่ได้ต้องการเพียงตำแหน่งคู่หมั้น แต่ต้องการลบพิรญาออกจากหัวใจของรณภัทรให้สิ้นซาก ข่าวลือ หลักฐานปลอม และคำกล่าวหาถาโถมเข้าหาผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์แม้แต่จะพูดความจริง วันที่พิรญาถูกตราหน้าว่าเป็นมือที่สาม วันที่เธอยืนรอให้เขาเชื่อใจ วันที่เขาลังเลเพียงเสี้ยววินาที…หัวใจของเธอก็แตกสลายจนไม่เหลือแรงรักตัวเอง เธอจึงเลือกเดินจากไป ไม่ใช่เพราะหมดรัก แต่เพราะไม่อยากเป็นผู้หญิงที่ถูกเลือกเฉพาะในที่ลับอีกต่อไป
บท 1
ตอนที่ 1
เพื่อนสนิทที่ไม่มีสิทธิ์หวง
เสียงไวโอลินคลอแผ่วอยู่กลางห้องจัดเลี้ยงหรูบนชั้นสูงของโรงแรมใหญ่ แสงจากโคมระย้าส่องประกายระยิบระยับลงบนพื้นหินอ่อนสีครีม ผู้คนในชุดราตรีและสูทเรียบหรูเดินทักทายกันด้วยรอยยิ้มแบบที่ซ่อนผลประโยชน์ไว้หลังความสุภาพ ทุกอย่างดูงดงามไร้ที่ติราวกับฉากหนึ่งในภาพยนตร์ราคาแพง หากสำหรับพิรญาแล้ว ที่นี่กลับเหมือนสนามรบ เงียบ ๆ ที่เธอต้องยืนให้มั่น แม้หัวใจกำลังถูกบีบรัดทีละน้อย
เธอยืนอยู่ข้างรณภัทรเหมือนที่เคยยืนมาตลอดหลายปี ในฐานะเพื่อนสนิทที่ใครต่อใครต่างรู้ว่าเขาไว้ใจมากที่สุด พิรญาสวมชุดเดรสสีงาช้างเรียบหรู ผมยาวถูกรวบครึ่งศีรษะเผยลำคอระหง ท่วงท่าของเธอนุ่มนวล สุภาพ และไม่โดดเด่นเกินควร ทว่าในสายตาของรณภัทร เธอกลับเป็นคนเดียวในงานที่ทำให้เขามองแล้วรู้สึกเหมือนโลกที่วุ่นวายสงบลงได้ชั่วขณะ
“คืนนี้เธอเงียบกว่าปกติ” รณภัทรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำ สุขุม ทว่าดวงตาคมที่ปรายมองมานั้นมีร่องรอยใส่ใจอย่างปิดไม่มิด
“งานของคุณเต็มไปด้วยคนสำคัญ ฉันก็แค่ไม่อยากพูดอะไรผิดจังหวะ” พิรญาตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ที่แตะอยู่บนริมฝีปาก แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามเลย
“เธอไม่เคยพูดอะไรผิดจังหวะสำหรับฉัน” รณภัทรกล่าวเรียบ ๆ ก่อนยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบช้า ๆ ราวกับถ้อยคำนั้นเป็นเพียงเรื่องธรรมดา ทั้งที่มันทำให้หัวใจของคนฟังสั่นไหวอย่างน่าเจ็บใจ
พิรญาหันไปมองเขาเพียงครู่เดียว ก่อนรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะเธอกลัวเหลือเกินว่าหากสบตาเขานานกว่านี้ ความรู้สึกที่ซ่อนมาหลายปีอาจหลุดออกมาจากแววตาโดยไม่ทันตั้งตัว รณภัทรเป็นเพื่อนสนิท เป็นคนที่เธอรู้จักตั้งแต่ยังไม่มีอะไร เป็นคนที่เคยเดินเคียงข้างกันในวันที่ล้มเหลวและวันที่ประสบความสำเร็จ แต่ยิ่งเวลาผ่านไป คำว่าเพื่อนสนิทกลับยิ่งกลายเป็นโซ่เส้นบางที่พันหัวใจเธอไว้แน่นขึ้นทุกวัน
“รณภัทร ทางนี้ค่ะ” เสียงหวานมั่นใจของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้พิรญาชะงักไปเล็กน้อยก่อนหันกลับไปมอง
ชญาดาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มงดงาม เธอสวมชุดราตรีสีเงินที่ขับผิวให้ผ่องสว่าง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจแบบผู้หญิงที่รู้ดีว่าตนเองเป็นที่จับตามอง คนรอบข้างเริ่มหันมาสนใจทันทีที่เธอหยุดยืนข้างรณภัทรอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับตำแหน่งนั้นถูกจองไว้ให้เธอมาตั้งแต่แรก
“คุณแม่คุณถามหาอยู่ค่ะ ท่านบอกว่าอยากให้เราไปพบแขกผู้ใหญ่ด้วยกันสักครู่” ชญาดาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน แต่ปลายตาที่เหลือบมองพิรญากลับแฝงความหมายบางอย่างที่คนถูกมองรับรู้ได้ชัดเจน
“ผมยังคุยกับพิรญาอยู่” รณภัทรตอบสั้น ๆ โดยไม่ได้ขยับตามคำเชิญทันที ทำให้รอยยิ้มของชญาดาแข็งค้างไปเพียงเสี้ยววินาที
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณไปเถอะ ฉันอยู่ตรงนี้ได้” พิรญารีบเอ่ยออกมาอย่างนุ่มนวล ทั้งที่คำว่า ‘เรา’ จากปากชญาดายังคงกรีดใจเธอไม่หยุด
“แน่ใจ?” รณภัทรถามเสียงต่ำ พลางมองใบหน้าของเธออย่างพยายามค้นหาความจริงที่เธอซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มสุภาพ
“แน่ใจสิ ฉันไม่ใช่เด็กที่ต้องให้คุณจูงมือตลอดเวลาเสียหน่อย” พิรญาตอบด้วยน้ำเสียงเบาแต่พยายามทำให้ดูสดใส ทั้งที่ปลายนิ้วซึ่งกำกระเป๋าคลัตช์แน่นขึ้นนั้นทรยศความรู้สึกของเธออย่างชัดเจน
รณภัทรยังคงมองเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยอมพยักหน้าแล้วเดินตามชญาดาไปยังกลุ่มผู้ใหญ่ พิรญามองตามแผ่นหลังกว้างของเขา เห็นชญาดาขยับเข้าไปยืนใกล้จนแทบจะชิดแขน เห็นผู้ใหญ่หลายคนยิ้มพอใจ เห็นสายตาของแขกในงานที่มองทั้งคู่เหมาะสมกันราวกับถูกวางไว้ในกรอบเดียวกันอย่างสวยงาม
เสียงกระซิบจากหญิงวัยกลางคนสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลลอยมากระทบหูเธออย่างไม่ตั้งใจ
“ได้ยินว่าบ้านนั้นคุยกันไว้แล้วนะคะ คงไม่นานก็มีข่าวดี”
“เหมาะสมกันมากจริง ๆ ทั้งฐานะ ทั้งหน้าตา ทั้งธุรกิจ ถ้าแต่งกันคงส่งเสริมกันน่าดู”
พิรญาก้มหน้าลงเล็กน้อย รอยยิ้มยังคงอยู่ แต่ลมหายใจกลับคล้ายติดอยู่กลางอก เธอไม่รู้ว่าตัวเองควรเจ็บในฐานะอะไร เพราะหากพูดตามความจริง เธอไม่มีสิทธิ์เสียใจเลยด้วยซ้ำ รณภัทรไม่เคยบอกว่ารัก ไม่เคยให้ความหวังเกินคำว่าเพื่อนสนิท มีเพียง การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้เธอเผลอคิดไปเอง ว่าเธออาจสำคัญกว่าใคร
เธอเดินเลี่ยงออกไปยังระเบียงด้านนอก ปล่อยให้เสียงดนตรีและบทสนทนาในงานจางหายอยู่เบื้องหลัง ลมกลางคืนพัดผ่านผิวแก้มเย็น ๆ แต่กลับไม่อาจดับความร้อนผ่าวในดวงตาได้ พิรญาวางมือบนราวระเบียง มองแสงไฟเมืองเบื้องล่างด้วยหัวใจที่หนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก
เธอเคยคิดว่าการได้อยู่ข้างเขาในฐานะเพื่อนสนิทก็เพียงพอแล้ว ขอแค่ได้เป็นคนแรกที่เขานึกถึงในวันที่เหนื่อย ได้เป็นคนที่เขาโทรหาในคืนที่โลกทั้งใบทำให้เขาอึดอัด ได้เป็นคนที่รู้จักรณภัทรในแบบที่คนอื่นไม่เคยเห็น เธอก็พอใจแล้ว แต่คืนนี้เธอเพิ่งรู้ว่าคำว่าเพียงพอนั้นเป็นคำโกหกที่เธอใช้หลอกตัวเองมาตลอด
“หนีออกมาตรงนี้เอง” เสียงของรณภัทรดังขึ้นด้านหลัง ทำให้พิรญารีบกะพริบตาไล่ความเปียกชื้นที่เริ่มเอ่อขึ้นมา
“ไม่ได้หนีค่ะ แค่ออกมารับลมนิดหน่อย ข้างในคนเยอะ” พิรญาตอบโดยไม่หันกลับไปมอง เพราะกลัวว่าเขาจะเห็นสิ่งที่เธอไม่อยากให้เห็นที่สุด
“เธอโกหกไม่เก่งเลยพิรญา” รณภัทรพูดพลางเดินมายืนข้างเธอ กลิ่นน้ำหอมสะอาดเย็นของเขาลอยเข้ามาใกล้จนหัวใจเธอเผลอเต้นผิดจังหวะ
“แล้วคุณอ่านฉันเก่งเกินไปหรือเปล่า” พิรญาถามกลับเบา ๆ พร้อมหัวเราะแผ่วอย่างพยายามกลบเกลื่อน
“ฉันอ่านเธอมาตั้งกี่ปีแล้ว ทำไมจะไม่รู้ว่าเธอกำลังฝืนยิ้ม” รณภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ดวงตาคมทอดมองเสี้ยวหน้าของเธออย่างไม่ละสายตา
พิรญาเงียบไปชั่วขณะ เธออยากถามเขาว่าในเมื่ออ่านเธอออกขนาดนี้ ทำไมถึงไม่เคยอ่านความรักในแววตาเธอเจอเสียที หรือบางทีเขาอาจรู้มาตลอด เพียงแต่เลือกทำเป็นไม่รู้ เพราะคำว่าเพื่อนสนิทปลอดภัยสำหรับเขามากกว่าคำว่าคนรัก
“คุณควรกลับเข้าไปข้างในนะคะ ชญาดากับผู้ใหญ่รออยู่” พิรญาพูดในที่สุด น้ำเสียงยังสุภาพ แต่ความเจ็บแฝงอยู่ในถ้อยคำนั้นอย่างยากปิดบัง
“เธอเรียกเขาเต็มชื่อแบบนี้ แปลว่าไม่ชอบใจ” รณภัทรกล่าวอย่างรู้ทัน พลางขยับเข้ามาใกล้อีกนิดจนไหล่ของเขาแทบแตะกับไหล่เธอ
“ฉันมีสิทธิ์ไม่ชอบใจด้วยเหรอคะ” พิรญาถามกลับทันที ก่อนจะชะงักเมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอพูดตรงเกินไป
รณภัทรนิ่งไป ดวงตาคมเข้มขึ้นอย่างอ่านยาก เขายื่นมือมาจับข้อมือเธอไว้เบา ๆ แต่แรงสัมผัสนั้นกลับหนักแน่นกว่าทุกถ้อยคำที่เขาไม่ยอมพูด พิรญาก้มลงมองมือของเขา หัวใจอ่อนยวบอย่างน่าสมเพช ทั้งที่รู้ดีว่ามือคู่นี้อาจไม่ได้มีไว้ให้เธอจับต่อหน้าคนทั้งโลก
“เธอมีสิทธิ์เสมอ ถ้าเป็นเรื่องของฉัน” รณภัทรพูดช้า ๆ น้ำเสียงต่ำลึกจนทำให้ค่ำคืนรอบกายเหมือนเงียบลงไปชั่วขณะ
“อย่าพูดแบบนี้ได้ไหมคะรณภัทร ถ้าคุณไม่ได้หมายความมากไปกว่าที่เพื่อนสนิทคนหนึ่งควรพูด” พิรญาเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย เธอพยายามดึงมือกลับ แต่เขากลับจับไว้แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ฉันไม่ชอบเวลาที่เธอพูดเหมือนจะผลักฉันออกจากชีวิต” รณภัทรกล่าวด้วยแววตาเข้มจัดขึ้น ราวกับถ้อยคำของเธอไปแตะความกลัวบางอย่างในใจเขา
“ฉันไม่ได้ผลักคุณออกค่ะ ฉันแค่พยายามยืนอยู่ในที่ที่ควรยืน” พิรญาตอบพร้อมสูดลมหายใจลึก พยายามบังคับเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นไปมากกว่านี้
บทล่าสุด
#26 บทที่ 26 ตอนที่26 ชัดจนเจ็บเหมือนคมแก้วกรีดผิว
อัปเดตล่าสุด: 10/2/2026#25 บทที่ 25 ตอนที่ 25 งานประกาศข่าวหมั้น
อัปเดตล่าสุด: 10/1/2026#24 บทที่ 24 ตอนที่24 เขามองเธออยู่นาน
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#23 บทที่ 23 ตอนที่ 23 รอยร้าวที่เริ่มซ่อมไม่ได้
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#22 บทที่ 22 ตอนที่22 ใครเข้าใจผิด
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#21 บทที่ 21 ตอนที่ 21 เขาปกป้องเธอได้แค่ในความมืด
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#20 บทที่ 20 ตอนที่20 คนที่มีสิทธิ์
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#19 บทที่ 19 ตอนที่ 19 แผนแรกของชญาดา
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#18 บทที่ 18 ตอนที่18 พายุโหมกระหน่ำ
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#17 บทที่ 17 ตอนที่ 17 ผู้หญิงที่ถูกเรียกว่าแค่เพื่อน
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
รักไม่หลอก
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
ม่านหมอก
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ร้ายคูณร้าย
กับดักรักบอสจอมร้าย
ศักดิ์ศรีที่กินได้แต่ไม่อิ่มทำให้เธอตบหน้าเขาแล้วหนีไปพักใจที่บ้านสวน ทว่าซาตานในคราบเทพบุตรอย่างเขามีหรือจะยอมปล่อยเหยื่อไปง่ายๆ สิบทิศใช้โปรเจกต์ยักษ์และค่าปรับนับสิบล้านบีบบังคับให้เธอกลับมาสยบแทบเท้า พร้อมคำสั่งเผด็จการที่ต้องมานั่งทำงานข้างกายเขาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
ท่ามกลางสงครามประสาทและแรงดึงดูดทางกายที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แก้มใสต้องรับมือทั้งคู่หมั้นนางร้ายที่จ้องทำลาย และบอสจอมหึงที่เริ่มเปลี่ยนจากเผด็จการเป็นคลั่งรักจนถอนตัวไม่ขึ้น
"เงินซื้อศักดิ์ศรีฉันไม่ได้หรอกค่ะบอส"
"งั้นถ้าเปลี่ยนจากเงินเป็นตัวฉันและหัวใจทั้งดวงล่ะ เธอจะรับไว้พิจารณาไหมแก้มใส"













