บทที่ 9 ตอนที่ 9 ผู้หญิงอีกคนของเขา
ตอนที่ 9
ผู้หญิงอีกคนของเขา
เช้าวันถัดมา ท้องฟ้าเหนืออาคารสำนักงานสูงระฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาอ่อน แสงแดดจาง ๆ ส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาในห้องทำงานของรณภัทร แต่กลับไม่อาจทำให้บรรยากาศในห้องอบอุ่นขึ้นได้เลย
ชายหนุ่มยืนอยู่ริมหน้าต่าง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกข้างถือโทรศัพท์ที่หน้าจอมืดสนิทหลังจากสายล่าสุดถูกตัดไปโดยไม่มีคนรับ
ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้า พิรญาไม่ตอบข้อความ ไม่รับสาย และไม่ส่งสัญญาณใด ๆ กลับมาให้เขาเลย ความเงียบของเธอทำให้ห้องทำงานที่เคยเป็นพื้นที่ซึ่งเขาควบคุมทุกอย่างได้ กลายเป็นกรงแก้วที่บีบหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก
รณภัทรไม่ชอบความรู้สึกไร้อำนาจแบบนี้
ยิ่งไม่ชอบเมื่อคนที่ทำให้เขารู้สึกเช่นนี้คือพิรญา ผู้หญิงที่เคยอยู่ตรงนั้นเสมอ ไม่ว่าเขาจะหันไปเมื่อไร เธอก็มักยิ้มให้เขาด้วยสายตาอบอุ่นเสมอ แต่ตอนนี้เธอกลับถอยห่างออกไปทีละก้าว และเขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะห้ามเธออย่างเต็มปาก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ก่อนผู้ช่วยของเขาจะเปิดเข้ามาด้วยท่าทางสุภาพ
“คุณรณภัทรคะ คุณพิรญามาถึงแล้วค่ะ ตอนนี้รออยู่ที่ห้องรับรองชั้นยี่สิบแปด” ผู้ช่วยรายงานด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ขณะก้มมองตารางงานในแท็บเล็ต
รณภัทรหันกลับมาทันที แววตาที่นิ่งขรึมตลอดเช้าสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนเขาจะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ
“ให้เธอขึ้นมาที่ห้องผม” รณภัทรสั่งเสียงต่ำ ท่าทางสุขุมเหมือนเดิม แต่จังหวะการพูดเร็วกว่าปกติเล็กน้อยจนคนใกล้ชิดสังเกตได้
“ได้ค่ะ แต่คุณชญาดากำลังขึ้นมาพอดีค่ะ เธอบอกว่ามีนัดกับคุณเรื่องเอกสารงานเลี้ยงการกุศลของครอบครัว” ผู้ช่วยเอ่ยต่ออย่างระมัดระวัง เพราะรู้ดีว่าช่วงนี้ชื่อของชญาดามักทำให้บรรยากาศรอบตัวผู้เป็นนายเย็นลง
“ผมไม่ได้นัด” รณภัทรตอบทันที ดวงตาคมเข้มขึ้นอย่างไม่พอใจ
“เธอแจ้งว่าคุณแม่ของคุณเป็นคนฝากให้เข้ามาคุยค่ะ” ผู้ช่วยชี้แจงเสียงเบา รู้สึกถึงแรงกดดันจากสีหน้าของเขาได้ชัดเจน
รณภัทรหลับตาลงชั่ววินาทีเพื่อข่มอารมณ์ ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยแววตาเย็นชา
“ให้พิรญาขึ้นมาก่อน ส่วนชญาดาให้รอ” รณภัทรกล่าวเสียงเรียบ แต่เด็ดขาดจนไม่มีช่องให้โต้แย้ง
ผู้ช่วยรับคำแล้วออกจากห้องไป รณภัทรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง กดเปิดข้อความของพิรญาที่ค้างอยู่ในแชตเดิม ข้อความสุดท้ายจากเธอเป็นเพียงประโยคสั้น ๆ ที่บอกว่าไม่ต้องมารับ หลังจากนั้นเธอก็ปล่อยให้เขาพูดอยู่คนเดียวทั้งคืน
เขาเกลียดความเงียบของเธอ เพราะมันทำให้เขาได้ยินเสียงความผิดของตัวเองชัดขึ้นทุกที ไม่นานนัก ประตูห้องทำงานถูกเคาะอีกครั้ง พิรญาก้าวเข้ามาในชุดทำงานสีขาวนวล ตัดกับเสื้อคลุมสีกรมอ่อน ใบหน้าของเธอแต่งแต้มอย่างเรียบง่าย ดวงตาคู่สวยดูสงบเกินไปจนรณภัทรใจหาย เธอไม่ได้เย็นชาอย่างคนโกรธ แต่สงบเหมือนคนที่กำลังฝึกตัวเองให้ไม่รู้สึก
“คุณให้คนเรียกฉันขึ้นมามีงานด่วนหรือเปล่าคะ” พิรญาถามด้วยน้ำเสียงสุภาพทันทีที่ประตูปิดลงเบื้องหลัง
“ถ้าไม่ใช่งานด่วน ฉันเรียกเธอขึ้นมาไม่ได้แล้วเหรอ” รณภัทรถามกลับเสียงต่ำ ดวงตาคมมองเธอเหมือนต้องการทลายกำแพงบางอย่างที่เธอสร้างขึ้นในคืนเดียว
“ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว ฉันคิดว่าเราไม่ควรคุยกันที่บริษัท” พิรญาตอบอย่างนุ่มนวล แต่ทุกคำเหมือนถูกวัดระยะมาแล้วอย่างดี
รณภัทรมองเธอนิ่ง ความเป็นทางการในน้ำเสียงของเธอทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ต่อหน้าผู้หญิงที่ทั้งคุ้นเคยและห่างไกลในเวลาเดียวกัน
“เมื่อคืนทำไมไม่รับสาย” รณภัทรถามตรง ๆ หลังจากความอดทนของเขาหมดลงเร็วเกินกว่าจะรักษาท่าทีเย็นชาไว้ได้
“ฉันพักผ่อนแล้วค่ะ เหนื่อยจากงานทั้งวัน” พิรญาตอบพลางวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะประชุมเล็กมุมห้อง แววตายังคงนิ่งราวกับไม่มีอะไรกระทบใจ
“อย่าใช้คำตอบแบบนั้นกับฉัน เธอรู้ว่าฉันถามเพราะอะไร” รณภัทรกล่าวเสียงเข้มขึ้น ก้าวเข้ามาหาเธอช้า ๆ จนระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลง
“ถ้าคุณถามเพราะเรื่องเมื่อวาน ฉันไม่มีอะไรจะพูดเพิ่มแล้วค่ะ” พิรญาพูดโดยไม่ถอย แต่ก็ไม่ได้มองเขาด้วยสายตาอ่อนโยนเหมือนก่อน
“แต่ฉันมี” รณภัทรบอกเสียงต่ำ ความอัดอั้นที่สะสมมาตลอดคืนทำให้ดวงตาของเขาเจ็บลึกอย่างปิดไม่อยู่
พิรญาเงยหน้าขึ้นมองเขา ความสั่นไหวปรากฏอยู่ในแววตาเพียงชั่วครู่ก่อนเธอจะซ่อนมันไว้ได้ทัน
“ถ้าอย่างนั้นคุณพูดมาเถอะค่ะ ฉันฟังอยู่” พิรญาตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพจนรณภัทรรู้สึกเหมือนถูกผลักให้ยืนอยู่นอกโลกของเธอ
รณภัทรนิ่งไปอึดใจหนึ่ง เขามีคำพูดมากมายในหัว ทั้งคำขอโทษ คำอธิบาย คำสัญญาว่าจะจัดการทุกอย่าง แต่คำที่พิรญารอคงมีเพียงคำเดียว และเขากลับยังไม่กล้าพูดออกมาในเวลาที่ทุกอย่างรอบตัวกำลังถูกบีบด้วยแรงกดดันจากครอบครัว
“ฉันไม่อยากให้เธอเข้าใจผิดเรื่องชญาดา” รณภัทรพูดในที่สุด น้ำเสียงของเขาหนักแน่นแต่ยังไม่พอจะลบความเจ็บในใจคนฟัง
“ฉันไม่ได้เข้าใจผิดค่ะ ฉันเข้าใจถูกทุกอย่างแล้ว” พิรญากล่าวเบา ๆ ก่อนยิ้มบางเหมือนคนยอมรับความจริงได้แล้ว ทั้งที่ในอกยังปวดร้าวทุกครั้งที่ต้องพูดถึงผู้หญิงคนนั้น
“เธอเข้าใจอะไร” รณภัทรถามทันที คิ้วเข้มขมวดแน่นเพราะไม่ชอบรอยยิ้มเศร้า ๆ ของเธอเลยสักนิด
“เข้าใจว่าเขาเป็นผู้หญิงที่ครอบครัวคุณยอมรับ เข้าใจว่าเขามีสิทธิ์ยืนข้างคุณต่อหน้าคนอื่น เข้าใจว่าเขาคุยเรื่องแหวน เรื่องงาน เรื่องอนาคตกับคุณได้โดยไม่ต้องหลบสายตาใคร” พิรญาพูดทีละประโยคอย่างชัดเจน แต่น้ำเสียงที่นิ่งเกินไปทำให้รณภัทรยิ่งปวดใจ
“แล้วเธอเข้าใจไหมว่าฉันไม่ได้อยากให้เขายืนตรงนั้น” รณภัทรถามเสียงต่ำลง สายตาของเขาเหมือนพยายามยื่นมือออกไปหาหัวใจเธอ
“อยากหรือไม่อยากไม่สำคัญเท่ากับความจริงที่เกิดขึ้นหรอกค่ะ” พิรญาตอบพลางหลุบตาลงเล็กน้อย เพราะกลัวว่าน้ำตาจะทรยศความเข้มแข็งที่เธอพยายามรวบรวมไว้
