บทที่ 11 ผู้หญิงที่ต้องจับตา
“น่าสนใจ?”
“เธอเป็นคนเจอความผิดปกติในสัญญาดีลเอเวอเรสต์”
วาเนสซ่าเบิกตาขึ้นเล็กน้อย “จริงเหรอคะ”
“ครับ” คีรินพยักหน้า “ถ้าเธอไม่สังเกตเห็น บริษัทคงต้องรับต้นทุนเพิ่มอีกหลายสิบล้าน” คีรินยิ้มบาง ๆ “ที่สำคัญ ฟรานโก้ให้เธอเข้าร่วมประชุมด้วย”
รอยยิ้มบนใบหน้าของวาเนสซ่าชะงักไปเล็กน้อย เธอรู้จักฟรานโก้ดีพอจะรู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่จะให้ความสำคัญกับใครง่าย ๆ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่วัน
“ถ้าเป็นฟรานโก้ ก็คงไม่ให้ใครเข้าประชุมง่าย ๆ หรอกค่ะ”
“นั่นสิครับ” คีรินตอบเสียงเรียบ แต่ในใจกลับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง ฟรานโก้ไม่ได้เพียงเห็นว่าเธอทำงานดีเขาเลือกให้เธอเข้ามาอยู่ในห้องประชุมด้วยตัวเองนั่นหมายความว่า เลขาคนใหม่คนนี้เริ่มได้รับความไว้วางใจจากเขาแล้ว...
“ว่าแต่...” วาเนสซ่ามองคีรินอย่างสงสัย “ทำไมวันนี้คุณถึงสนใจเรื่องเลขาของฟรานโก้เป็นพิเศษคะ?”
คีรินหัวเราะเบา ๆ “ผมก็แค่สงสัยครับ”
“สงสัยอะไร?”
“ว่าคนแบบไหนกันที่ทำให้ฟรานโก้ยอมรับได้เร็วขนาดนั้น”
วาเนสซ่าไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบช้า ๆ ขณะความคิดบางอย่างกำลังค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในหัวศีรินเองก็ไม่ใช่คนที่จะเอ่ยชมใครง่าย ๆ โดยเฉพาะเรื่องงาน เพราะฉะนั้นการที่ลูกพี่ลูกน้องของฟรานโก้ถึงกับเอ่ยปากชมเลขาสาวคนใหม่ต่อหน้าเธอ จึงทำให้วาเนสซ่าอดสงสัยไม่ได้
ผู้หญิงคนนั้น...เป็นใครกันแน่ และที่สำคัญ เธอมีอะไรถึงทำให้ฟรานโก้ยอมรับได้เร็วขนาดนั้น ?
“พรุ่งนี้ฉันว่าจะเข้าไปหาฟรานโก้สักหน่อยค่ะ” วาเนสซ่าพูดขึ้นเหมือนเป็นเพียงเรื่องธรรมดา
คีรินเลิกคิ้วเล็กน้อย “มีธุระกับเขาเหรอครับ ?”
“ก็มีเรื่องให้คุยนิดหน่อยค่ะ” เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนวางแก้วลง “แล้วก็อยากรู้จักเลขาคนใหม่ของเขาด้วย”
คีรินมองเธออยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้ถามอะไรต่อ
เขารู้จักวาเนสซ่าดีพอ และรู้ดีว่า ถ้าเธอบอกว่า อยากรู้จัก ใครสักคน นั่นหมายความว่าเธอคงอยากรู้อะไรมากกว่านั้น
วันถัดมา
รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดบริเวณหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท ฟรังโก จีโอเอลลี กรุ๊ป จำกัด
วาเนสซ่าก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสง่างามเหมือนทุกครั้ง เสื้อสูทสีครีมตัดเย็บพอดีตัวรับกับกระโปรงทรงสอบ รองเท้าส้นสูงสีเดียวกันทำให้ทุกย่างก้าวของเธอดูมั่นใจ
พนักงานบริเวณล็อบบี้ต่างพากันก้มศีรษะทักทาย
“สวัสดีค่ะ คุณวาเนสซ่า”
“สวัสดีค่ะ”เธอยิ้มตอบ ก่อนเดินตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหาร
วันนี้วาเนสซ่ามีเรื่องจะคุยกับฟรานโก้อยู่จริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เหตุผลอีกอย่างที่ทำให้เธอมาที่นี่...คืออยากเห็นหน้าของเลขาคนใหม่คนนั้นด้วยตาตัวเอง
ศีรินพูดถึงผู้หญิงคนนั้นเสียจนเธออดไม่ได้ที่จะสงสัย และถ้าอีกฝ่ายเป็นเพียงเลขาที่ทำงานเก่ง วาเนสซ่าก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องสนใจแต่ถ้าหากหล่อนคิดเกินเลยกับเจ้านายของตัวเอง...วาเนสซ่าก็คงต้องทำอะไรสักอย่าง อย่างน้อย การทำให้เลขาคนหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง ก็คงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับว่าที่ภรรยาของผู้บริหารระดับสูงอย่างเธอ
ติ๊ง—
ประตูลิฟต์เปิดออก
วาเนสซ่าก้าวออกมา ก่อนเดินตรงไปยังห้องทำงานของฟรานโก้ เธอเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะ ภาพแรกที่เห็นคือชายหนุ่มเจ้าของห้องกำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่หลังโต๊ะทำงาน
แต่สิ่งที่ดึงสายตาของเธอไปอีกทางกลับไม่ใช่ฟรานโก้ หากเป็นผู้หญิงอีกคนที่กำลังยืนอยู่ข้างโต๊ะ
วาเนสซ่าชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวตรงหน้าเต็มตา
ชาลินี...งั้นเหรอ ? ผู้หญิงตรงหน้า ไม่เหมือนที่เธอคิดเอาไว้เลย ไม่มีชุดเดรสรัดรูป ไม่มีรองเท้าส้นสูงราคาแพง ไม่มีการแต่งหน้าจัดจ้าน หรือเครื่องประดับที่พยายามขับเน้นความสวยของตัวเอง
หญิงสาวอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ ๆ กับกางเกงสแลคสีเข้ม ผมยาวถูกรวบไว้อย่างง่าย ๆ มีเพียงเครื่องสำอางบางเบาที่แทบมองไม่เห็น
ถ้าเจ้าตัวจะบอกว่าเช้านี้ตื่นสายแล้วรีบออกจากบ้านจนไม่มีเวลาแต่งตัว วาเนสซ่าก็พร้อมจะเชื่อ เพราะเธอดูธรรมดามากธรรมดาจนเกือบจะไม่เข้ากับตำแหน่งเลขาของฟรานโก้ด้วยซ้ำ
แต่เมื่อมองนานขึ้นอีกนิด วาเนสซ่ากลับพบว่าความธรรมดานั้นมีบางอย่างผิดปกติ
สวย...เธอต้องยอมรับว่า ชาลินีสวยมาก เป็นความสวยที่ไม่ต้องพยายาม ดวงตาคู่สวยดูใสซื่อ ริมฝีปากสีธรรมชาติ และใบหน้าที่แทบไม่มีเครื่องสำอางกลับทำให้เธอดูโดดเด่นกว่าผู้หญิงที่แต่งเต็มเสียอีก และนั่นทำให้วาเนสซ่ารู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาด เพราะผู้หญิงแบบนี้...มักไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองมีเสน่ห์มากแค่ไหน
“คุณวาเนสซ่าครับ”
เสียงของฟรานโก้ดึงเธอกลับจากความคิด
ชายหนุ่มวางเอกสารลง ก่อนมองผู้มาเยือนด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ ฟรานโก้” วาเนสซ่ายิ้มตอบ ก่อนเหลือบมองหญิงสาวข้างโต๊ะอีกครั้ง
ฟรานโก้เห็นสายตานั้น จึงเอ่ยแนะนำอย่างเป็นธรรมชาติ
“คุณวาเนสซ่าครับ นี่ชาลินี เลขาของผม เธอจะเข้ามาดูแลตารางงานกับเอกสารของผมโดยตรง”
“สวัสดีค่ะคุณวาเนสซ่า ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
ชาลินียิ้มอย่างสุภาพ ก่อนยกมือไหว้ตามมารยาท
วาเนสซ่ามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มตอบ
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ชาลินี”
เธอเว้นจังหวะเพียงเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ฉันเป็นคู่หมั้นของฟรานโก้ค่ะ”
