บทนำ
หญิงสาวจึงเปลี่ยนตัวเองเป็น "ยายเลขา" แต่งตัวเชย ใส่แว่น แต่งหน้าจืด จนได้รับเลือกให้เป็นเลขาของ ฟรานโก้ ซีอีโอหนุ่มลูกครึ่งไทยอิตาลี ผู้เกลียดผู้หญิงที่เข้าหาเขาเพราะหน้าตาและเงิน
แต่คนที่เขาคิดว่า "ไม่มีอะไรน่าสนใจ" กลับกลายเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดนิ่ง เมื่อยายเลขา...เริ่มกลับมาสวยอีกครั้ง ทั้งบริษัทก็เริ่มซุบซิบ ส่วนซีอีโอผู้เย็นชา... เริ่มคลั่งรักจนเลิกปากแข็งไม่ได้
บท 1
เสียงเครื่องปรับอากาศดังแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบของออฟฟิศชั้นสิบแปด โต๊ะทำงานหลายสิบตัวดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปนานแล้ว เหลือเพียงแสงจากมอนิเตอร์หน้าหนึ่งที่ยังส่องสว่าง ชาลินีนั่งหลังตรง ดวงตาจับจ้องตัวเลขในรายงานยอดขายประจำไตรมาสอย่างตั้งใจ นิ้วเรียวเลื่อนเมาส์กลับขึ้นไปอ่านข้อมูลเดิมเป็นรอบที่สาม
“ตัวเลขหน้านี้ไม่ตรง...” หญิงสาวขมวดคิ้วน้อยๆ ก่อนรีบเปิดแฟ้มต้นฉบับขึ้นมาเปรียบเทียบทีละบรรทัด ไม่นานเธอก็พบความผิดปกติ ตัวเลขต้นทุนถูกคีย์สลับหลัก หากปล่อยให้รายงานฉบับนี้เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ในเช้าวันพรุ่งนี้ การวิเคราะห์ผลประกอบการของทั้งไตรมาสอาจคลาดเคลื่อนไปหลายสิบล้านบาท
ชาลินีรีบแก้ไขข้อมูลอย่างละเอียด ก่อนตรวจทานซ้ำอีกครั้ง
หนึ่งรอบ...
สองรอบ...
จนมั่นใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดหลงเหลืออยู่ หญิงสาวกดบันทึกไฟล์ ก่อนส่งรายงานเข้าสู่ระบบของบริษัท เธอเอนหลังพิงเก้าอี้ ถอนหายใจเบาๆ
“...เสร็จสักที”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากปลายทางเดิน ยามรักษาความปลอดภัยวัยกลางคนเดินตรวจความเรียบร้อยของอาคารตามรอบ ก่อนชะงักเมื่อเห็นแสงไฟจากโต๊ะทำงานของเธอ
“ยังไม่กลับอีกเหรอครับ คุณชาลินี”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นก่อนส่งยิ้มบางๆ “คุณลุงถามตอนเสร็จพอดีเลยค่ะ”
ยามหัวเราะเบาๆ พลางส่ายหน้า
“ผมเดินตรวจอาคารรอบสุดท้ายทีไร ก็เห็นคุณนั่งอยู่โต๊ะนี้ทุกที”
ชาลินีหัวเราะตามอย่างเก้อๆ
“พรุ่งนี้มีประชุมใหญ่ค่ะ เลยอยากตรวจให้เรียบร้อย”
“ขยันจริงๆ ครับ ผมว่านะ รางวัลพนักงานดีเด่นปีนี้ต้องเป็นคุณชา แล้วล่ะครับ”ยามยกนิ้วโป้งให้เธอ ก่อนเดินตรวจอาคารต่อ
ชาลินีมองแผ่นหลังของชายวัยกลางคน ก่อนเหลือบสายตาไปยังนาฬิกามุมจอคอมพิวเตอร์
22.47 น.
เวลาแบบนี้...ก็มีเพียงยามเวรกลางคืนกับเธอเท่านั้นแหละที่ยังอยู่ในอาคาร หญิงสาวหยิบแก้วกาแฟที่เย็นชืดขึ้นมาจิบ รสขมเฝื่อนทำให้เธอย่นจมูกเล็กน้อย พักหลังมานี้ เธอแทบจำไม่ได้แล้วว่ากาแฟร้อนมีรสชาติอย่างไร เข้าออฟฟิศแปดโมงเช้า เลิกงาน...ไม่เคยต่ำกว่าสองทุ่ม บางวันก็สี่ทุ่ม บางวันก็เกือบเที่ยงคืน แต่เธอไม่เคยคิดว่ามันเป็นภาระ ตรงกันข้าม...เธอกลับสนุกกับการแก้ปัญหาเสียมากกว่า เพื่อนร่วมงานหลายคนเรียกเธอว่า ‘ตัวตึงงานหิน’ เพราะทุกครั้งที่หัวหน้าถามว่า "โปรเจกต์นี้ใครจะรับ"
คนแรกที่ยกมือขึ้นเสมอ...คือชาลินี ไม่ใช่เพราะเธออยากเด่น แต่เพราะเธอเชื่อว่า งานที่ยากที่สุด คือโอกาสที่ดีที่สุดในการพิสูจน์ตัวเอง บางทีอาจเป็นเพราะเธอต้องพิสูจน์ตัวเองมาตลอดชีวิต
ตั้งแต่จำความได้ ชาลินีไม่เคยรู้สึกว่าความสวยเป็นของขวัญ ตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึกว่ามันเป็นภาระ ผู้คนมักมองเห็นใบหน้าของเธอก่อนเสมอ และเมื่อพวกเขาตัดสินเธอจากรูปลักษณ์แล้ว
ความพยายามทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังก็มักถูกมองข้ามไปอย่างง่ายดาย สมัยเรียนมัธยม ชาลินีเป็นนักเรียนดาวเด่นของโรงเรียนเพราะความสามารถด้านบัลเล่ต์ เธอเริ่มเรียนตั้งแต่อายุห้าขวบ
ทุกเย็นหลังเลิกเรียน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ จะใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่ในห้องซ้อม ก่อนกลับบ้านไปฝึกหน้ากระจกต่อจนดึก เวทีทุกเวทีที่เธอได้รับรางวัล มันไม่เคยได้มาง่ายๆ แต่มันแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ ความอดทน และวินัยที่สั่งสมมานานนับปี
จนกระทั่งวันหนึ่ง...เธอได้รับเลือกให้รับบทตัวเอกในการแสดงประจำปี ชาลินีคิดว่าความพยายามของตัวเองได้รับการตอบแทนแล้ว แต่สิ่งที่รออยู่กลับไม่ใช่เสียงปรบมือ หากเป็นเสียงกระซิบจากเพื่อนคนอื่นๆ
“ก็สวยนี่...ครูเลยเลือก”
ตอนแรกเธอเลือกจะเงียบ เพราะคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนคงเห็นความสามารถของเธอเอง แต่ความเงียบของเธอ กลับกลายเป็นโอกาสให้การกลั่นแกล้งรุนแรงขึ้น เริ่มจากรองเท้าบัลเลต์คู่โปรดถูกกรีดจนใช้งานไม่ได้หนักที่สุดคือ ชุดการแสดงถูกตัดเสียหายในวันขึ้นเวที กระทั่งวันหนึ่ง มีข้อความถูกสอดไว้ในล็อกเกอร์ของเธอ “เลิกใช้หน้าตาแย่งที่ของคนอื่นสักที” ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนทำ แม้เรื่องนี้เธอจะแจ้งโค้ชผู้ฝึกสอนอยู่ตลอดเวลาที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่ก็ไม่สามารถหาตัวคนทำผิดได้ และสุดท้าย...คนที่เดินออกจากห้องซ้อมพร้อมน้ำตา กลับเป็นชาลินีเอง
วันนั้น…เธอตัดสินใจเลิกเต้นบัลเล่ต์ ทั้งที่มันคือ สิ่งที่เธอรักที่สุดและนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอมีวิธีในการพิสูจน์ตัวเอง คือ หากใบหน้าทำให้คนไม่เชื่อในความสามารถ งั้นเธอจะทำงานให้ดีที่สุดจนไม่มีใครกล้าปฏิเสธผลงานของเธอ จนไม่มีใครสามารถพูดได้ว่า สิ่งที่เธอได้รับนั้นเป็นเพราะโชค เพราะความสวย หรือเพราะใครหยิบยื่นมันมาให้
แต่เมื่อโตขึ้น ชาลินีกลับพบว่า...โลกของผู้ใหญ่ไม่ได้ต่างจากสนามบัลเล่ต์ในวันนั้นมากนัก เพียงแค่เปลี่ยนจากรองเท้าบัลเลต์ เป็นรองเท้าส้นสูง เปลี่ยนจากห้องซ้อม เป็นออฟฟิศ และเปลี่ยนจากคำอิจฉาของเพื่อนร่วมชั้น...เป็นคำตัดสินจากเพื่อนร่วมงาน ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย เวลาได้เกรดดี ก็มีคนพูดว่า “ลูกรักของอาจารย์แหละคนนี้” พอได้งานในบริษัทใหญ่ ก็มีเสียงกระซิบตามหลังว่า “ก็ได้สิ...คนสวยใครๆ ก็อยากรับเข้าทำงาน” แม้กระทั่งวันที่เธอได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการคำยินดีที่ควรได้รับ กลับถูกแทนที่ด้วยคำครหาว่า “ก็งี้แหละ หน้าตาตรงสเปกผู้จัดการเลย” ชาลินีไม่เคยตอบโต้ เธอเลือกตอบทุกคำดูถูกด้วยการทำงาน เข้าออฟฟิศก่อนใคร รับงานที่ยากที่สุด แก้ปัญหาที่ไม่มีใครอยากแตะ เพราะเธอเชื่อมาตลอดว่า สักวันหนึ่ง ผลงานของเธอจะดังพอจนกลบเสียงนินทาทั้งหมด
ตึ๊งงง….
เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น ดึงสติของหญิงสาวกลับมาโฟกัสที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง ชาลินีรีบหยิบขึ้นมาเปิดอ่านข้อความ
"รายงานผ่านแล้ว ขอบใจมาก พรุ่งนี้เข้าประชุมสิบโมง"
เธอเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว พรุ่งนี้ จะเป็นครั้งแรกที่เธอได้เข้าร่วมการประชุมใหญ่กับคณะผู้บริหาร และนำเสนอรายงานที่เธอทุ่มเทตรวจแก้ด้วยตัวเองมานานเกือบสองเดือนเต็ม หญิงสาวหยิบสมุดโน้ตเล่มเล็กขึ้นมา จดหัวข้อสำคัญที่ต้องนำเสนอ ก่อนปิดสมุดด้วยรอยยิ้มบางๆ ความเหน็ดเหนื่อยตลอดหลายสัปดาห์...อย่างน้อยก็คุ้มค่า
บทล่าสุด
#97 บทที่ 97 หลักฐานที่หายไปไม่ได้
อัปเดตล่าสุด: 9/29/2026#96 บทที่ 96 คนที่กลับมา
อัปเดตล่าสุด: 9/29/2026#95 บทที่ 95 “ให้เช่า”
อัปเดตล่าสุด: 9/29/2026#94 บทที่ 94 บ้านของพวกเขา
อัปเดตล่าสุด: 9/28/2026#93 บทที่ 93 เรื่องแค่นี้...เธอจัดการได้อยู่แล้ว
อัปเดตล่าสุด: 9/28/2026#92 บทที่ 92 วีรกรรมฟรานโก้คนเก่า
อัปเดตล่าสุด: 9/28/2026#91 บทที่ 91 เรื่องราวที่หายไป
อัปเดตล่าสุด: 9/28/2026#90 บทที่ 90 คำว่า “บ้านเรา...”
อัปเดตล่าสุด: 9/27/2026#89 บทที่ 89 คนที่หายไป
อัปเดตล่าสุด: 9/27/2026#88 บทที่ 88 เรื่องที่บอกไม่ได้
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
บ่วงรักจำเลยแค้นรุ่นพี่ไร้ใจ
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี













