บทที่ 12 คู่หมั้นกับเลขาคนใหม่
“ฉันเป็นคู่หมั้นของฟรานโก้ค่ะ” วาเนสซ่ายิ้มตอบ รอยยิ้มของเธอยังคงสมบูรณ์แบบ
ชาลินีชะงักไปครู่นึง เมื่อได้ยินคำแนะนำตัวเองของวาเนสซ่า
“ได้ยินว่าคุณเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน” วาเนสซ่าเอ่ยขึ้น
“ค่ะ”
“แต่ดูเหมือนคุณจะทำงานเข้ากับฟรานโก้ได้ดีนะคะ”
ชาลินีหันไปมองเจ้านายตัวเองเล็กน้อย ก่อนตอบตามตรง
“ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ”
คำตอบธรรมดา ไม่มีการถ่อมตัวเกินไป ไม่มีการพูดจาเอาใจ
วาเนสซ่ายิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกแปลก
“ศีรินชมคุณเยอะมากเลยนะคะ”
คราวนี้ชาลินีดูประหลาดใจจริง ๆ
“คุณศีรินเหรอคะ?”
“ค่ะ” วาเนสซ่ายิ้ม “เธอบอกว่าคุณเก่งมาก”
“อ๋อ...” ชาลินีหัวเราะเบา ๆ อย่างเกรงใจ “คุณศีรินชมเกินไปแล้วค่ะ จริง ๆ ฉันแค่ทำตามหน้าที่เอง”
วาเนสซ่ามองรอยยิ้มนั้นเงียบ ๆ ไม่มีความภาคภูมิใจ ไม่มีท่าทีพยายามสร้างภาพ ไม่มีแม้แต่แววตาของผู้หญิงที่กำลังคิดว่าตัวเองกำลังเป็นที่สนใจของผู้ชายคนหนึ่ง
แต่ไม่รู้ทำไม...ยิ่งเป็นแบบนั้นกลับยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ
วาเนสซ่ายิ้มบาง ๆ ก่อนเหลือบมองฟรานโก้
ชายหนุ่มยังคงอ่านเอกสารอยู่เหมือนเดิม แต่เธอสังเกตเห็นว่า เมื่อครู่ตอนชาลินีพูด เขาเงยหน้าขึ้นมองเธออยู่ครู่หนึ่ง เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น แต่สำหรับคนที่รู้จักฟรานโก้มานานอย่างเธอ...มันมากพอที่จะทำให้ต้องจดจำ วาเนสซ่าหันกลับมามองชาลินีอีกครั้ง
ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้พยายามเข้าใกล้ฟรานโก้เลย ไม่ได้ทำตัวหวือหวา ไม่ได้โปรยเสน่ห์ ไม่ได้แม้แต่จะสนใจว่าเขาจะมองเธอหรือไม่ แต่บางที...นั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้ฟรานโก้สนใจเธอ ความคิดนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของวาเนสซ่าจางลงเล็กน้อย เธอไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย ไม่ชอบตั้งแต่ยังไม่ทันได้รู้จักกันดีด้วยซ้ำ
“ชาลินี” เสียงของฟรานโก้ดังขึ้น “เอาเอกสารชุดนี้ไปจัดการต่อให้ผมด้วย”
“ได้ค่ะ” หญิงสาวรับแฟ้มจากมือเขา
ปลายนิ้วของทั้งคู่แตะกันเพียงชั่วครู่ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชาลินีไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ ก่อนจะหันกลับไปทางประตู
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“ครับ”
ชาลินีเดินออกจากห้องไป ก่อนประตูจะปิดลงอย่างเงียบ ๆ
วาเนสซ่ามองตามอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมา
ฟรานโก้ยังคงก้มหน้าอ่านเอกสารตรงหน้า ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คุณเข้ามาหาผมโดยไม่แจ้งนัดล่วงหน้าแบบนี้...” เสียงทุ้มดังขึ้นโดยที่ชายหนุ่มยังไม่เงยหน้า
“ผมหวังว่าสิ่งที่คุณพูดคงจะเป็นเรื่องที่เร่งด่วนมากนะครับ” น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงความไม่พอใจเอาไว้อย่างชัดเจน ฟรานโก้ไม่ชอบอะไรก็ตามที่ไม่ได้อยู่ในกำหนดการและยิ่งไม่ชอบการที่ใครเข้ามารบกวนเวลางานโดยไม่แจ้งล่วงหน้าต่อให้คนคนนั้นจะเป็นวาเนสซ่า...คู่หมั้นที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเป็นคนจัดการให้ก็ตาม
ในความเป็นจริง ฟรานโก้ไม่เคยยอมรับสถานะนั้นอย่างจริงจัง
เขาไม่เคยต่อต้านเรื่องการหมั้นหมายอย่างเปิดเผย เพราะไม่ต้องการสร้างปัญหาให้ผู้ใหญ่ แต่การไม่ต่อต้าน ไม่ได้หมายความว่าเขายอมรับวาเนสซ่าเป็นคู่หมั้นของตัวเอง
“วันพรุ่งนี้ คุณพ่ออยากจะนัดคุณไปทานมื้อเย็นค่ะ” วาเนสซ่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แม้คำพูดก่อนหน้าของชายหนุ่มจะไม่ได้เข้าหูเธอสักเท่าไร “ฉันเลยมาบอกให้คุณทราบ”
ฟรานโก้เงยหน้าขึ้นมองเธอ “มื้อเย็น?”
“ค่ะ” วาเนสซ่าพยักหน้า “คุณพ่อบอกว่าอยากคุยเรื่องบางอย่างกับคุณ”
“ผมจะจัดเวลาให้” ฟรานโก้ให้คำตอบสั้น ๆ
วาเนสซ่าไม่ได้พูดอะไรต่อในทันที เธอเพียงมองชายหนุ่มตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นราวกับเพิ่งนึกอะไรออก
“ว่าแต่...เลขาคนใหม่ของคุณ น่าสนใจดีนะคะ” ฟรานโก้เงยหน้าขึ้นจากเอกสาร
“หมายความว่าไง?”
“ไม่มีอะไรค่ะ” วาเนสซ่ายิ้ม รอยยิ้มยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม
“แค่คิดว่าเธอไม่เหมือนเลขาคนก่อน ๆ ของคุณเลย”
ฟรานโก้นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนตอบเสียงเรียบ “เธอทำงานเก่ง”
คำตอบนั้นทำให้วาเนสซ่าหยุดไปครู่หนึ่ง
“ฉันรู้ค่ะ” เธอพยักหน้า วาเนสซ่าเว้นจังหวะ ก่อนพูดต่ออย่างเป็นธรรมชาติ
“ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่มีอะไรให้ฉันต้องเป็นห่วง”
ฟรานโก้ไม่ได้ตอบ เขาเพียงก้มหน้ากลับไปอ่านเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง
แต่ในขณะที่อีกฝ่ายไม่ได้คิดอะไร วาเนสซ่ากลับยังคงจมอยู่กับความคิดของตัวเอง คำพูดนั้นฟังดูเหมือนการยอมรับ แต่ความจริงแล้ว...เธอยังไม่แน่ใจเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังระแวงอะไร ชาลินีไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้เข้าหาฟรานโก้ ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจเขา และไม่ได้พยายามทำให้ตัวเองโดดเด่นแม้แต่น้อย แต่ความรู้สึกไม่สบายใจกลับยังคงอยู่
บางที...เธออาจกำลังคิดมากเกินไป หรือบางที...สัญชาตญาณของเธอกำลังบอกอะไรบางอย่างที่ยังมองไม่เห็น วาเนสซ่าลุกขึ้นจากเก้าอี้ พลางหยิบกระเป๋าถือขึ้นมา
“ถ้าอย่างนั้นฉันไม่รบกวนคุณแล้วค่ะ”
“ครับ”
เธอเดินไปถึงประตู ก่อนหยุดฝีเท้าเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเหลือบมองโต๊ะทำงานของฟรานโก้อีกครั้ง ก่อนจะหันกลับไปเปิดประตู
ชาลินีไม่ได้ทำอะไรผิด อย่างน้อย...ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรให้เธอต้องเป็นห่วง แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ และสำหรับวาเนสซ่า...ความรู้สึกนั้นมากพอที่จะทำให้เธอตัดสินใจอย่างหนึ่ง
เธอจะจับตาดูชาลินีเอาไว้ เพราะบางครั้ง คนที่ดูไม่มีพิษมีภัยที่สุด อาจเป็นคนที่ต้องระวังมากที่สุดก็ได้
