บทที่ 10 รู้ทันแผนการ
หลังจากที่ได้ยินซูเซียวเอ่ยบอกเช่นนั้น ซูเฉินก็รีบเอ่ยบอกให้คนไปนำตัวพ่อค้าเนื้อแซ่ชุ่นมาทันที ตอนแรกชายหนุ่มก็ปฎิเสธว่าไม่เคยมีความสัมพันธ์กับหลิงหลง แต่พอเจอคนของทางการเข้าไปทำเอาชายหนุ่มกลัวจนตัวสั่นถึงกับคุกเข่าแลัวสารภาพออกมาหมดเปลือกว่าตนเองนั้นเป็นพ่อของลูกในท้องของหลิงหลง
"ไม่จริง ทุกคนอย่าไปเชื่อนะ ข้าไม่เคยรู้จักกับคนผู้นี้มาก่อนเลย" หลิงหลงที่ได้ยินคนแซ่ชุ่นเอ่ยยอมรับก็รีบปฏิเสธออกมาทันที ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าเขาก็เห็นด้วยที่ให้ทำแบบนี้ไม่ใช่หรอกหรือ นี่เขาไม่ต้องการให้นางกับลูกสบายแล้วหรือไงกันถึงได้สารภาพความจริงออกมาเช่นนี้
"นั่นสิ ลูกสาวของข้าจะไปรู้จักคนเช่นนี้ได้อย่างไรกัน" มารดาของหลิงหลงพูดออกมาเสียงดังลั่น ลูกของนางไม่มีทางไปคบกับพ่อค้าเนื้อคนนี้เด็ดขาด
"เจ้ายังยืนยันอยู่หรือไม่ว่าในท้องของนางคือลูกของเจ้า" ซูเฉินเอ่ยถามชายแซ่ชุ่นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงน่าเกรงขาม ชายหนุ่มก็ยังพยักหน้าพร้อมกับยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่หลิงหลงก็ยังคงยืนกรานปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จักกับชายหนุ่มมาก่อน
"ในเมื่อเจ้าไม่ยอมรับ ข้าก็มีคนจะมายืนยันความสัมพันธ์ของพวกเจ้า" ซูเซียวเอ่ยบอกจบก็ส่งสัญญาณกับอ้ายเสิน ไม่นานสาวรับใช้ก็เดินนำชายวัยกลางคนเข้ามา เพียงแค่หลิงหลงเห็นก็ถึงกับตัวสั่นเทาแล้วล้มลงไปกองกับพื้นทันที จบสิ้นแล้วที่จะได้เป็นสะใภ้ตระกูลซู
"เจ้ารู้จักทั้งสองคนนี้หรือไม่" ซูเฉินเอ่ยถามขึ้น
"รู้จักขอรับ ข้าน้อยเป็นน้าของหลิงหลง ส่วนนั่นก็คือพ่อค้าเนื้อแซ่ชุ่น ก่อนหน้านี้ข้าน้อยเคยเห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน และบังเอิญได้ยินว่านางตั้งครรภ์กับคนแซ่ชุ่นขอรับ" ชายวัยกลางคนเอ่ยบอกตามที่ตนเองได้รู้ได้เห็น ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สนใจเรื่องของหลิงหลงนักเพราะคิดว่านางจะท้องกับใครก็ไม่เกี่ยวข้องกับเขาอยู่ดี
แต่จู่ๆ วันนี้ก็มีคนมาตามเขาที่บ้านพร้อมกับเสนอเงินให้ก้อนใหญ่เพียงแค่ไปพูดบางอย่างสองสามคำเท่านั้น มีเงินตกลงมาจากฟ้ามีหรือที่เขาจะไม่อ้าแขนรับ หลังจากตอบรับคำหญิงคนนั้นก็พาตัวเขามาที่ตระกูลซูก่อนจะเอ่ยบอกว่าเขาควรจะทำอย่างไร
"ไม่จริง เจ้าอย่ามาใส่ร้ายลูกสาวของข้านะไอ้สารเลว" มารดาของหลิงหลงได้ยินก็ตวาดเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าจะได้ยินสิ่งนี้จากปากของน้องชาย หนิงเหอปรี่เข้าไปทุบตีน้องชายอย่างแรงด้วยความโมโหเดือดร้อนเจ้าหน้าที่ของทางการที่ต้องจับทั้งสองคนแยกออกจากกัน
"จะไม่จริงได้อย่างไรกัน ก็ข้าได้ยินมากับหูของตัวเอง" ชายวัยกลางคนยังคงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังพรางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางด้วยความโมโหที่ถูกพี่สาวตีต่อหน้าคนอื่น ถ้าหากว่ามาแล้วไม่ได้เงินมีหรือที่เขาจะมา หลังจากนี้เขาก็จะได้เงินก้อนโตไปเข้าบ่อนแล้ว ชายวัยกลางคนคิดในใจอย่างมีความสุข
"ในเมื่อเรื่องนี้ก็กระจ่างแล้ว รบกวนใต้เท้าจัดการคนที่มาสร้างความวุ่นวายให้กับจวนของข้าด้วย" ซูเฉินเอ่ยบอกคนของทางการด้วยความโล่งใจที่บุตรชายไม่ได้ไปทำสตรีที่ไหนตั้งครรภ์
"ขอรับใต้เท้าซู" ชายหนุ่มเอ่ยตอบรับก่อนจะนำตัวของสองแม่ลูกและพ่อค้าเนื้อแซ่ชุ่นออกไปทันที พอจบเรื่องทั้งหมดแล้วซูเฉินก็หันมาเล่นงานบุตรชายคนรองทันที
"ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่ได้ทำให้สตรีนางนั้นตั้งครรภ์ แต่เจ้าก็รู้จักสตรีนางนั้นอยู่จริงทำให้นางมาสร้างความวุ่นวายในจวน เจ้าจงกลับไปกักตัวทบทวนตัวเองสักหนึ่งเดือนเถิด"
"เรื่องทั้งหมดมันไม่ใช่ความผิดของโยวเอ๋อร์เลยนะเจ้าคะนายท่าน" อนุเหวินได้ยินว่าบุตรชายคนโปรดจะโดนลงโทษก็รีบเอ่ยแย้งขึ้นมาทันที ลูกของนางจะทนอยู่แต่ในเรือนนานเพียงนั้นได้อย่างไรกัน นี่ไม่เท่ากับว่าปล่อยให้คุณชายใหญ่ได้สร้างความสนิทสนมกับบิดาแล้วโยวเอ๋อร์ของนางก็จะต้องถูกลืมเลือนอน่างนั้นหรือ
"อนุเช่นเจ้ามีสิทธิ์โต้เถียงกับข้าตั้งแต่เมื่อใดกัน" ซูเฉินเอ่ยว่าแกมตักเตือนอนุเหวินทำเอาอนุหวินยืนก้มหน้าเงียบไม่กล้าเปล่งเสียงออกมาสักนิดเดียว
"ท่านพี่อย่าโมโหไปเลยเจ้าค่ะ อนุเหวินอาจจะแค่เป็นห่วงโยวเอ๋อร์มากไปก็เท่านั้นเอง" จางซื่อเอ่ยบอกซูเฉินด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทำเอาชายวัยกลางคนใจเย็นลงไม่น้อย ความจริงนางอยากจะให้สามีด่าว่าอนุเหวินมากกว่าเสียอีก แต่ด้วยความที่นางต้องแสดงท่าทางอ่อนโยนให้กับสามีเห็น จึงได้ทำเพียงแต่เอ่ยห้าม
"พวกเจ้าออกไปได้แล้ว ส่วนเซียวเอ่อร์อยู่คุยกับพ่อก่อน" เมื่อใจเย็นลงซูเฉินก็เอ่ยปากให้ทุกคนออกไปก่อนจะเรียกให้ซูเซียวอยู่ต่อเป็นพิเศษ จางซื่อที่ไม่อยากจะออกไปเพราะอยากรู้ว่าสามีมีเรื่องอะไรจะพูดคุยกับซูเซียว ถ้าหากว่าสามีของนางไม่รักบุตรคนนี้มากมีหรือที่นางจะต้องมาคอยแสดงท่าทางเป็นมารดาใจดีนิสัยอ่อนโยนกับลูกของอนุผู้หนึ่งเช่นนี้
"เจ้าค่ะท่านพ่อ" ซูเซียวรับคำอย่างไม่รู้สึกแปลกใจว่าทำไมบิดาถึงได้เรียกนางไว้ ก็คงจะต้องอยากรู้ว่านางรู้เรื่องเกี่ยวกับซูโยวได้อย่างไร แต่นางก็ได้เตรียมคำตอบเอาไว้แล้วจึงไม่ได้รู้สึกตกใจอะไร
"เจ้ารู้เรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน แถมยังนำตัวชายคนนั้นมายืนยันอีก" ซูเฉินเอ่ยถามสิ่งที่ตนเองสงสัยก่อนหน้านี้ออกมาทันทีเมื่อไม่มีคนอื่นอยู่แล้ว
"ก่อนหน้านี้ลูกไปเดินเล่นที่ตลาดแล้วบังเอิญเคยเห็นสตรีนางนั้นเดินกับพ่อค้าเนื้อแซ่ชุ่น และไม่นานลูกก็เห็นสตรีนางนั้นมาอยู่ข้างกายน้องชายเลยทำให้สงสัยเลยให้บ่าวรับใช้ไปสืบเรื่องนี้จากคนแถวนั้น ความจริงแล้วลูกควรจะรายงานเรื่องนี้ให้ท่านพ่อทราบโดยเร็ว แต่ไม่คิดว่าสองแม่ลูกคู่นั้นจะมาสร้างความวุ่นวายที่จวนเสียก่อน" ซูเซียวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบทำเอาซูเฉินที่ได้ยินเรื่องนี้ถึงกับเชื่อสนิทใจตามที่บุตรสาวอย่างซูเซียวบอก
"ถ้าหากว่าไม่ได้เจ้าเป็นหูเป็นตาให้ ไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นอย่างไร เอาล่ะเจ้าก็เหนื่อยกับเรื่องของน้องชายเจ้ามามากพอแล้ว กลับไปพักผ่อนที่เรือนเถอะ"
"เจ้าค่ะท่านพ่อ" ซูเซียวรับคำก่อนจะยอบกายให้กับบิดาแล้วเดินออกไปทันที ร่างบางเดินกลับถึงเรือนก็ล้างมือล้างเท้าก่อนจะเข้าไปพักผ่อนในห้องนอน พอตื่นขึ้นมาก็เห็นว่าอ้ายเหม่ยกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับในมือถือถาดที่ใส่ชุดสีแดงเอาไว้ นางจึงนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้
"นี่เป็นชุดที่ทางหอปักผ้าเหม่ยซือส่งมาอย่างงั้นรึ" ซูเซียวเอ่ยถามพร้อมกับเดินไปนั่งที่เก้าอี้ก่อนจะรินน้ำชาลงในถ้วยจนเต็มด้วยสีหน้าเย็นชา
"ใช่แล้วเจ้าค่ะคุณหนูใหญ่ แต่ก่อนห้านี้คุณหนูเลือกผ้าที่จะนำไปตัดชุดเป็นสีเขียวอ่อนไม่ใช่หรือเจ้าคะ แปลกจังทำไมชุดที่ถูกส่งมาถึงเป็นสีแดงไปได้ แต่ก็สวยมากนะเจ้าคะคุณหนู" อ้ายเหม่ยเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจก่อนจะเอ่ยชมชุดสีแดงขลิบทองบนถาด
"บางทีทางหอปักผ้าเหม่ยซืออาจจะส่งมาผิดก็ได้ เดี๋ยวบ่าวเอาไปเปลี่ยนให้นะเจ้าคะ" อ้ายเสินสาวรับใช้อีกคนเอ่ยบอกพร้อมกับจะเดินไปรับถาดที่ใส่ผ้ามาจากอ้ายเหม่ย
"ข้าว่าทางนั้นส่งมาถูกแล้วล่ะ เจ้าก็วางลงเถอะ" ซูเซียวเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะยกถ้วยช้าขึ้นมาถือไว้ พออ้ายเหม่ยวางถาดที่ใส่ผ้าลงบนโต๊ะ หญิงสาวก็เทน้ำชาราดไปบนชุดสีแดงทันที ดวงตาของซูเซียววาวโรจน์ขึ้นมาอย่างน่ากลัว
"คุณหนู" บ่าวรบใช้ทั้งสองคนเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็เอ่ยเรียกซูเซียวออกมาด้วยความตกใน ไม่คิดว่าเจ้านายสาวจะเทน้ำชาลงบนชุดที่จะใส่ไปงานเลี้ยงชมบุปผาเช่นนี้
"ข้าแค่ไม่ทันระวังทำน้ำชาหกใส่ชุดก็เท่านั้นเอง พวกเจ้าก็เห็นว่าข้าซุ่มซ่ามมากแค่ไหน" ซูเซียววางถ้วยช้าว่างเปล่าลงบนโต๊ะก่อนจะเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา คิดจะให้นางขายหน้าหรือ ไม่มีทางเสียล่ะ ในเมื่อชาตินี้นางรู้ทันหมดแล้วว่าใครต้องการจะทำอะไร
