บทที่ 6 แผนร้าย
หลังจากที่ช่างวัดตัวของหอปักผ้าเหม่ยซือและคนอื่นๆ กลับกันออกไปหมดแล้ว ซูหลันก็เดินเข้าไปหามารดาอย่างไวด้วยใบหน้าบึ้งตึง ด้วยความที่ซูเซียวมีหน้าตางดงามเป็นอย่างมาก ถึงแม้นางจะได้ผ้าเนื้อดีที่สุดมาแล้วแต่ซูเซียวก็ยังได้ผ้าเนื้อดีไม่ต่างจากนางมากอยู่ดี ยิ่งได้ไปใส่อยู่บนตัวของซูเซียวจะต้องทำให้ยิ่งดูโดดเด่นเป็นแน่
"เจ้าเป็นอะไรไปหลันเอ๋อร์" จางซื่อเห็นท่าทางของบุตรสาวก็เอ่ยถามขึ้น
"ท่านแม่ ข้าไม่อยากให้ลูกอนุชั้นต่ำผู้นั้น ไปเสนอหน้าในงานเลี้ยงชมบุปผานี้เลย" ซูหลันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว ใครๆ ต่างก็รู้ว่านังชั้นต่ำนั่นเป็นคุณหนูใหญ่ของจวนตระกูลซู ยิ่งถูกฮูหยินใหญ่ของจวนซึ่งก็คือมารดาของนางรับเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กก็ยิ่งทำให้ฐานะของซูเซียวดูสูงขึ้นกว่าเดิม แถมนางยังต้องคอยเรียกนังนั่นว่าพี่ใหญ่ต่อหน้าคนอื่นๆ นางก็รู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาแล้ว
"เจ้าก็อย่าใจแคบนักเลยหลันเอ่อร์ สตรีในจวนต่างถูกเชิญไปงานเลี้ยงนี้ ถ้าหากว่าแม่ไม่เอานางไปด้วยแล้วคนอื่นจะคิดว่าแม่เป็นคนอย่างไรกัน" จางซื่อเอ่ยบอกบุตรสาวอย่างใจเย็น ไม่ใช่ว่านางอยากจะให้ซูเซียวไปงาน แต่ถ้าหากว่านางไม่เอาลูกที่รับเลี้ยงมาตั้งแต่เป็นทารกไปด้วยจะให้คนอื่นด่าว่านางมีลูกเป็นของตนเองแล้วลืมลูกเลี้ยงหรือไรกัน
"ท่านแม่จะให้นังนั่นมาเด่นกว่าลูกไม่ได้นะ ยิ่งงานนี้ลูกได้ข่าวว่ากู้กั๋วกงจะมาในงานด้วย ลูกอยากให้เขาได้เห็นว่าลูกงดงามเพียงใด" ยามซูหลันเอ่ยถึงกู้หนิงเฉิงหรือใครๆ ต่างเรียกว่ากู๋กั๋วกง ใบหน้าของนางก็แดงก่ำด้วยความเขินอาย สตรีมากมายต่างอยากจะแต่งเข้าไปในจวนของชายหนุ่ม ถึงแม่กู้หนิงเฉิงจะมีอายุยี่สิบหกปีแล้ว แต่รูปร่างหน้าตาก็ยังดูโดดเด่นไม่แพ้หนุ่มวัยยี่สิบ ถ้าหากว่าได้แต่งเข้าไปในจวนของชายหนุ่มจะดีสักแค่ไหนกันเชียว
"เอาไว้แม่จะจัดการเรื่องนี้เอง อย่างไรหลันเอ๋อร์ของแม่จะต้องงดงามที่สุดในงานเลี้ยงชมบุปผานี้ กู้กั๋วกงจะต้องให้ความสนใจหลันเอ่อร์ของแม่เป็นแน่" ถ้าหากว่าบุตรสาวของนางได้แต่งเข้าจวนกั๋วกงจริงจะดีสักเพียงใด ชายหนุ่มที่เป็นกั๋วกงตั้งแต่อายุยังน้อยแถมยังเป็นถึงอัครเสนาบดีที่ฮ่องเต้ให้ความสำคัญ มีหรือชายหนุ่มดีๆ อย่างนี้นางไม่อยากจะได้เป็นบุตรเขย นางจะให้ลูกของอนุอย่างซูเซียวมาคว้าเอาชายหนุ่มไปได้อย่างไร
"จริงหรือเจ้าคะท่านแม่" ซูหลันได้ยินที่มารดาบอกก็เอ่ยถามก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ถ้าหากว่าท่านแม่สามารถทำให้นางได้แต่งกับกู้กั๋วกง นางจะต้องเป็นสตรีที่ทุกคนต่างอิจฉาเป็นแน่
"แม่เคยหลอกเจ้าเสียที่ไหน เจ้าคอยดูก็แล้วกัน" จางซื่อเอ่ยบอกกับบุตรสาวด้วยความมั่นใจ นางเกลียดนังชั้นต่ำอย่างอนุเหวินเป็นที่สุด ตอนแรกที่นางยังไม่มีบุตรพอฮูหยินผู้เฒ่าเสนอให้นางนำลูกของอนุเหวินมาเลี้ยงด้วยตัวเอง นางที่คิดว่าตนเองอาจจะมีลูกไม่ได้เพราะไม่มีท่าทีว่าจะท้องเสียทีจึงรับซูเซียวมาเลี้ยงแต่ใครจะคิดว่าหลังจากนั้นเพียงแค่หนึ่งปีนางจะตั้งครรภ์ซูหลันบุตรในสายเลือดของตัวเอง
"ข้าเชื่อท่านแม่เจ้าค่ะ เดี่ยวลูกกลับเรือนก่อนนะเจ้าคะ" เมื่อได้ฟังเรื่องดีๆ แล้ว ซูหลันก็เอ่ยขอตัวกับมารดาทันที ร่างบางก้าวเท้าเดินออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างคนมีความสุขเป็นอย่างมาก
พอซูหลันออกไปเรียบร้อยแล้ว จางซื่อก็เอ่ยเรียกเสี่ยวจูมาสั่งงานทันที ไม่นานเสี่ยวจูก็เดินออกไปจากเรือน จางซื่อยิ้มร้ายกาจออกมาก่อนจะเดินกลับเข้าไปพักผ่อนในห้อง คนอย่างซูเซียวบุตรของอนุชั่นต่ำจะมาคู่ควรกับกู้กั๋วกงได้อย่างไรกัน มีแต่บุตรของนางเท่านั้นแหละที่จะได้เป็นสตรีที่โชคดีที่สุดในแคว้น
ทางด้านเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า หญิงชราวัยหกสิบกว่ากำลังนั่งให้สาวรับใช้นวดขาอยู่ตั้งใจฟังสิ่งที่สาวรับใช้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นในเรือนของจางซื่อ
"เจ้าบอกว่าหลันเอ่อร์กับฉีเเอ๋อร์เลือกผ้าเนื้อดีที่สุดไปหรือ" ฮูหยินผู้เฒ่าหวังเอ่ยถามขึ้นเมื่อฟังสิ่งที่สาวรับใช้รายงานจบ
"ใช่แล้วเจ้าค่ะ"
"หลันเอ๋อร์เป็นบุตรที่แท้จริงของจางซื่อ นางจะเลือกผ้าที่ดีที่สุดก็ถือว่าไม่น่าเกลียดสักเท่าไร ส่วนฉีเอ๋อร์นางก็เป็นเด็กเอาแต่ใจไปหน่อย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็ช่างเถอะ ถึงอย่างไรผ้าที่ถูกส่งมาจากหอปักผ้าเหม่ยซือก็ต้องมีแต่เนื้อผ้าดีๆ อยู่แล้ว" ฮูหยินผู้เฒ่าหวังเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ได้ตำหนิซูหลันหรือซูฉีถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้เป็นนางเองที่เสนอให้จางซื่อรับซูเซียวมาเลี้ยงจากอนุเหวิน จางซื่อก็เลี้ยงดูซูเซียวมาดีตลอดจนกระทั่งมีบุตรเป็นของตนเอง มารดาจะลำเอียงให้กับบุตรในสายเลือดสักเล็กน้อยก็ไม่ถือว่าแปลกอะไร
"ฮูหยินผู้เฒ่าพูดถูกเจ้าค่ะ ใครบ้างจะไม่รู้ว่าหอปักผ้าเหม่ยซือขึ้นชื่อเรื่องผ้าเนื้อดีและงานปักงดงามเป็นที่สุด" ฝูเหยาสาวรับใช้รุ่นใหญ่เอ่ยออกมาอย่างเห็นด้วย ไม่วายที่จะเอ่ยชมหอปักผ้าอันดับหนึ่งในเมืองหลวง นางรับใช้ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่ามานานจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าคนตรงหน้าลำเอียงรักซูหลันบุตรที่เกิดจากฮูหยินใหญ่เป็นที่สุดส่วนบุตรของอนุคนอื่นๆ ก็ถือว่าไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมากมายนัก
"เจ้าให้คนไปแจ้งที่เรือนของพวกนางว่าพรุ่งนี้หลังจากกินข้าวเช้าเรียบร้อยแล้วให้มาหาข้าที่เรือน" ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยบอกก่อนจะสั่งให้สาวรับใช้หยุดนวด ในงานชมบุปผาที่จะจัดขึ้นนี้มีเหล่าคนมีอำนาจมากมายไปงาน นางจะให้คนในจวนแต่งตัวโดยไร้เครื่องประดับได้อย่างไร ถึงอย่างไรคนก็เป็นหน้าเป็นตาให้แก่กระกูลซู
"เจ้าค่ะฮูหยินผู้เฒ่า บ่าวจะรีบให้คนไปแจ้งเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ" ฝูเหยาเอ่ยรับคำก่อนจะเดินออกไปสั่งการให้สาวรับใช้นำความไปแจ้งแก่เรือนของสตรีที่ต้องไปงานเลี้ยงนี้
