บทที่ 7 รักลำเอียง

เช้าวันใหม่ซูเซียวถูกสาวรับใช้ปลุกขึ้นมาล้างหน้าบ้วนปากก่อนจะสวมอาภรณ์แล้วปักปิ่นแบบเรียบง่าย ไม่นานทางห้องครัวก็ส่งสำรับอาหารมา หญิงสาวนั่งกินจนอิ่มก็เตรียมตัวจะไปเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า ร่างบางเดินออกจากเรือนด้วยท่วงท่าสง่างามก่อนจะเดินไปที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่า

พอมาถึงหญิงสาวก็ถูกสาวรับใช้ในเรือนเชิญเข้าไปนั่งข้างในก่อนจะรินน้ำชาให้ดื่มแล้วเอ่ยบอกว่าฮูหยินผู้เฒ่ากำลังกินข้าวเช้าอยู่ ได้ยินเช่นนี้ นี่ไม่เท่ากับว่านางมาเร็วไปหรอกหรือ ซูเซียวนั่งรอด้วยความสงบโดยมีอ้ายเหม่ยยืนอยู่ไม่ไกล ไม่นานจางซื่อก็เดินเข้ามาพร้อมกับซูหลันตามมาด้วยซูฉี

"ดูเหมือนพี่ใหญ่จะมาถึงก่อนใครเสียอีกนะเจ้าคะ" ซูหลันเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นซูเซียวกำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่ ช่างเอาหน้าเสียเหลือเกินนะ มาถึงตั้งแต่ฟ้ายังไม่ส่างดี นี่ไม่เท่ากับว่านางมาช้าหรอกหรือ ซูหลันคิดในใจด้วยความหงุดหงิดแต่ใบหน้าก็ยังแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม

"คารวะท่านแม่เจ้าค่ะ" ซูเซียวทำเพียงยิ้มให้ซูหลันก่อนจะลุกขึ้นยอบตัวทักทายจางซื่อด้วยความนอบน้อมแล้วนั่งลงที่เดิม จางซื่อกับซูหลันจึงเดินเข้าไปนั่งเช่นกัน

ซูฉีจึงเดินตามเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ ไม่นานซูเมิ่งก็เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางไม่มั่นใจ หญิงสาวเดินเข้ามาก่อนจะทำการคารวะจางซื่อแต่จางซื่อก็ทำเหมือนไม่เห็นคนตรงหน้าอยู่ในสายตา ทำเพียงยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบแล้วพูดคุยกับซูหลันแทน ทำให้บรรยากาศในเรือนเกิดการกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที

ซูเซียวกำลังจะเอ่ยปากให้ซูเมิ่งที่ทำอะไรไม่ถูกเข้ามานั่งข้างๆ ตน แต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็เดินออกมาเสียก่อน จางซื่อจึงเอ่ยให้ซูเมิ่งไปนั่งด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนมารดาเลี้ยงที่จิตใจดีต่อบุตรของอนุ ซูเซียวได้แต่แค่นเสียงออกมาด้วยความรังเกียจกับการตีสองหน้าของจางซื่อ

ทุกคนเห็นฮูหยินผู้เฒ่ามานั่งก็ลุกขึ้นทำความเคารพคนสูงวัยกว่าอย่างพร้อมเพียงกัน หญิงชราเห็นหลานๆ ให้ความเคารพตนเองก็ยิ้มออกมาหน้าบานก่อนจะบอกให้ทุกคนนั่งลง

"เซียวเอ๋อร์มานั่งกับย่าเร็ว ไม่ได้เห็นเจ้าเสียหลายวัน อาการป่วยของเจ้าหายดีแล้วใช่หรือไม่" หญิงชราเอ่ยเรียกให้หลานสาวคนโตไปนั่งด้วยก่อนจะถามไถ่ถึงอาหารป่วยของซูเซียวด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

"หลานหายดีแล้วเจ้าค่ะท่านย่า ท่านย่าอย่าได้เป็นกังวลเกี่ยวกับหลานเลย เดี๋ยวจะป่วยเอาได้" ซูเซียวเดินเข้าไปนั่งข้างหญิงชราพร้อมกับเอ่ยบอกด้วยความเป็นห่วง หึ ถ้าหากว่าเป็นห่วงนางจริงก่อนหน้านี้ไม่เห็นจะส่งบ่าวไปถามไถ่อาการของนาง ทีอย่างนี้มาแสดงความใจดีให้ใครดูกัน

"จะไม่ให้ข้าเป็นกังวลเกี่ยวกับเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าเป็นถึงหลานสาวคนโตของข้า ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้วถือว่าพระคุ้มครอง" หญิงชราเอ่ยบอกพร้อมกับจับมือบางไปถือเอาไว้ด้วยความอ่อนโยน ซูหลันกับซูฉีต่างรู้สึกอิจฉาซูเซียวเป็นอย่างมากที่หญิงชราให้ความสนใจเป็นพิเศษมากกว่าใคร ซูหลันได้แต่คิดว่าถ้าหากว่าไม่มีซูเซียวสักคน ท่านย่าจะต้องให้ความสำคัญกับนางเป็นแน่

"ท่านแม่กล่าวถูกแล้วเจ้าค่ะ ลูกล่ะรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาที่เซียวเอ่อร์ไม่ได้เป็นอะไรมาก" จางซื่อเอ่ยออกมาอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่า ทำเอาซูหลันใบหน้าบึ้งตึงด้วยความหงุดหงิดทันทีที่ใครต่างก็พูดเอาอกเอาใจซูเซียว

"ที่ข้าเรียกพวกเจ้ามาวันนี้ก็เพราะว่ามีของอยากจะมอบให้" หญิงชราเอ่ยบอกพร้อมกับโบกมือให้สาวรับใช้นำของที่เตรียมเอาไว้ออกมา พอซูหลันกับซูฉีเห็นของที่สาวรับใช้ถือมาก็ดวงตาลุกวาวขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่าในถาดที่ถือมามีแต่เครื่องประดับสวยๆ ถ้าหากว่านางได้ใส่คู่กับชุดที่ตัดจากหอปักผ้าเหม่ยซือ นางจะต้องงดงามอย่างมากเป็นแน่

"ท่านย่าเจ้าคะ หลานอยากได้ปิ่นนกยูง ถ้าหากว่าใส่คู่กับชุดของหลานจะต้องเข้ากันมากเป็นแน่" ซูหลันเอ่ยปากบอกกับหญิงชราด้วยน้ำเสียงออดอ้อน คิดว่าอย่างไรนางจะต้องได้ปิ่นปักผมอันนี้มาครอบครองเป็นแน่ เพราะท่านย่ามักจะเก็บของที่ดีที่สุดไว้ให้นางเสมอ

"ความจริงแล้วข้าเตรียมปิ่นอันนี้ไว้ให้พี่ใหญ่ของเจ้า เจ้าลองเลือกปิ่นอันอื่นดูก่อนดีหรือไม่" หญิงชราเอ่ยบอกจบ ซูหลันก็อยากจะร้องออกมาเสียเดี๋ยวนั้น ทำไมปิ่นที่นางอยากได้ท่านย่าจะต้องยกให้นังลูกอนุก่อนข้าที่เป็นถึงบุตรของฮูหยินใหญ่ด้วย ถ้าหากซูหลันเข้าไปฉีกทึ้งร่างของซูเซียวได้หญิงสาวคงจะทำไปแล้ว

"แต่ว่าหลานอยากได้ปิ่นอันนี้นี่เจ้าคะ" ซูหลันเอ่ยออกมาอย่างเอาแต่ใจ

"ท่านย่า ข้าว่าพี่ใหญ่คงไม่คิดเล็กคิดน้อยหรอกเจ้าค่ะ ถ้าหากว่าจะยกปิ่นนกยูงอันนี้ให้กับพี่รอง" ซูฉีเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ซูเซียวที่ตอนนี้เอาแต่ยิ้มออกมา ซูฉีคิดว่าอย่างไรนางจะต้องทำให้ซูหลันได้ปิ่นอันนี้มาให้ได้ ถึงแม้นางจะเป็นคนไม่ได้ใช้ แต่ได้แย่งของดีๆ มาจากซูเซียวก็ทำให้นางมีความสุขแล้ว

"เจ้ามีความเห็นอย่างไรหรือเซียวเอ๋อร์" หญิงชราหันไปเอ่ยถามความคิดเห็นของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เหมือนว่าต้องการจะให้หญิงสาวเป็นคนตัดสินใจ แต่เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วจะให้นางบอกไม่ออกไปได้อย่างไร แท้จริงแล้วหญิงชราตรงหน้าต้องการจะยกปิ่นนกยูงอันนี้ให้กับซูหลันตั้งแต่แรก แต่ติดที่นางเป็นคุณหนูใหญ่จึงทำให้ไม่สามารถยกปิ่นให้กับซูหลันโดยตรงได้เพราะจะดูข้ามหน้าข้ามตานางเกินไป เรื่องอะไรนางจะมองละครฉากนี้ไม่ออก ในเมื่ออยากให้นางแสดงละคร นางก็จะแสดงให้ชม

"ในเมื่อน้องรองอยากได้ ทำไมข้าจะยกให้ไม่ได้ล่ะเจ้าคะ ก็แค่ปิ่นนกยูงชิ้นเดียวพี่ใหญ่อย่างข้าก็ไม่ได้คิดอยากจะได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว หลานชอบปิ่นแบบเรียบง่ายมากกว่าเจ้าค่ะ ท่านย่าไม่จำเป็นจะต้องมอบของมีค่าเช่นนี้ให้หลานเลย ความจริงแล้วท่านย่าน่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าปิ่นชิ้นนี้เหมาะกับน้องรองมากกว่าหลานเสียอีก" ซูเซียวเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มแต่หญิงชราได้ฟังแล้วถึงกับหุบยิ้มทันที นี่ไม่ได้หมายความว่าเซียวเอ่อร์รู้ตั้งแต่แรกแล้วหรอกหรือว่านางตั้งใจจะมอบปิ่นชิ้นนี้ให้กับหลันเอ่อร์ ยิ่งคิดใบหน้าของหญิงชราก็แทบจะดูไม่ได้

"ในเมื่อพี่ใหญ่ของเจ้ายกปิ่นอันนี้ให้เจ้าแล้ว เจ้าก็ขอบคุณพี่ใหญ่ของเจ้าดีๆ แล้วกัน ส่วนเครื่องประดับที่เหลือใครชอบชิ้นไหนก็เลือกเอาได้เลย ข้าเหนื่อยแล้ว ขอตัวพักผ่อนก่อนแล้วกัน" หญิงชราเอ่ยบอกจบก็ลุกขึ้นโดยมีฝูเหยาประคองเดินเข้าไปข้างใน

หลังจากฮูหยินผู้เฒ่าลับสายตาไปแล้วซูหลันก็ลุกขึ้นเดินไปหยิบปิ่นนกยูงสีทองมาถือเอาไว้ทันที ซูฉีเองก็ไม่น้อยหน้ารีบเดินเข้าไปเลือกเครื่องประดับ หลังจากที่เลือกกันจนแทบไม่เหลืออะไรแล้ว ซูเมิ่งถึงได้ปิ่นหยกแบบเรียบง่ายมาหนึ่งชิ้น ซูเซียวไม่ได้ให้ความสนใจเครื่องประดับนางทำเพียงกล่าวลาจางซื่อก่อนจะเดินออกไปจากเรือน แต่เดินออกมาได้ไม่ทันไรนางก็ได้ยินเสียงร้องด้วยความตกใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป