บทที่ 10 ได้แต่มอง
นภัสวรรณมองเด็กสาวที่กำลังเช็ดตัวให้อย่างเอ็นดู เพียงขวัญเกิดมาเพื่อเป็นนางพยาบาลจริงๆ มือน้อยนุ่มนิ่มกำลังบิดผ้าขนหนูที่ผ่านการชุบน้ำอุ่นแล้วค่อยๆ เช็ดไปตามแผ่นหลัง เธอค่อยๆ ทำอย่างทะนุถนอม ไม่เหมือนนางพยาบาลคนอื่นๆ ที่มักจะทำอย่างส่งๆ เหมือนรีบ ไม่ได้พิถีพิถันเหมือนเธอ หลังจากเช็ดตัวเสร็จแล้ว เพียงขวัญก็สวมชุดผู้ป่วยให้
"เสร็จแล้วค่ะ" เพียงขวัญบอก แม้จะมีสีหน้าอิดโรย แต่เธอยังคงแย้มรอยยิ้มได้ตลอดเวลา
"ขอบใจมากนะ"
"หนูขอตัวไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะคะ ใกล้ถึงเวลาเข้าเวรแล้ว"
"เหนื่อยแย่เลยลูก วันนี้เลิกงานแล้วไม่ต้องมาเฝ้าแม่ก็ได้นะ แม่อยู่คนเดียวได้ หนูจะได้มีเวลาพักผ่อน"
"ไม่เป็นไรค่ะ หนูเต็มใจมาดูแลแม่ค่ะ" เพียงขวัญตอบ เธอเปิดผ้าม่านออก เห็นรพียืนอยู่ก็สะดุ้งสุดตัว
"พี่รพี!"
"จะตกใจอะไรขนาดนั้น ฉันไม่ใช่ผีสักหน่อย" รพีถอนหายใจ เพียงขวัญถอนหายใจเฮือก
"ก็เล่นมายืนเงียบๆ ไม่ให้สุ่มให้เสียงแบบนี้ เป็นใครก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา" นภัสวรรณพูดขึ้น เพียงขวัญปลีกตัวออกมา ฉวยกระเป๋าใส่เสื้อผ้าเดินเข้าไปในห้องน้ำ รพีมองตามจนเพียงขวัญปิดประตู
"จะมองอะไรขนาดนั้น มองจนลูกตาจะทะลุเบ้าออกมาแล้ว" นภัสวรรณถามลูกชาย รพีกระแอมแก้เขิน
"เปล่าสักหน่อย ผมไม่ได้มอง"
"แน่ะ ยังจะมาแก้ตัวอีก"
"เมื่อคืนเป็นยังไงบ้างครับ ยายแว่นนั่นดูแลแม่ดีหรือเปล่า" รพีเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกเพียงขวัญ ซึ่งนภัสวรรณไม่ชอบเอาเสียเลย นิสัยปากเสียของลูกชาย แก้ยังไงก็ไม่หาย ไม่รู้ว่าไปติดใครมา
"ดีมาก"
"จริง?"
"แม่ไม่ได้มีนิสัยโกหกเหมือนคนแถวนี้สักหน่อย" นภัสวรรณว่าเข้าให้ เล่นเอารพีหน้าม้านไปชั่วขณะ
"ผมล่ะเบื่อแม่จริงๆ กินข้าวดีกว่าครับ เช้านี้ผมซื้อน้ำเต้าหูกับปาท่องโก๋มาให้ แล้วก็มีโจ๊กเจ้าอร่อยที่แม่ชอบด้วย" ลูกชายคนเดียวของหล่อนแกะโจ๊กและน้ำเต้าหู้ใส่ชาม นภัสวรรณมองลูกชายแล้วก็ยิ้มออกมา
"จะซื้อมาทำไมเยอะแยะ อาหารของโรงพยาบาลก็มี เปลืองเงินเปล่าๆ"
"ผมรู้ว่าแม่ไม่ชอบอาหารของโรงพยาบาลหรอก กินของผมดีกว่า อร่อยกว่าตั้งเยอะ" รพียกถาดอาหารวางบนโต๊ะ แล้วลากครืดๆ ไปที่เตียง จากนั้นก็ลงมือคนๆ โจ๊กให้เย็นลง แล้วจะป้อนแม่
"ไม่ต้องป้อนแม่หรอก แม่กินเองได้"
"แต่แม่ป่วยอยู่นะ" คนเป็นลูกว่าเข้าให้
"แม่แค่ขาหัก ไม่ได้แขนหักสักหน่อย เราน่ะไปกินของตัวเองเถอะ แล้วนี่ซื้ออะไรมาเผื่อน้องเค้าหรือเปล่า"
"ไม่ได้ซื้อครับ ให้ไปหากินเอง!" ด้วยความหมั่นไส้ที่เพียงขวัญเข้าหาแม่ได้อย่างรวดเร็ว รพีจะพูดน้ำเสียงสะบัดงอน
"ทำไมเป็นคนแบบนี้ ไม่น่ารักเลย" คนเป็นแม่เอ็ดเข้าให้ แต่เจ้าลูกชายตัวดียังคงลอยหน้าลอยตาอยู่อย่างนั้น นภัสวรรณจึงค้อนวงโต เมื่อเพียงขวัญอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาจากห้องน้ำ
"หนูขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ"
"จะรีบไปไหน กินโจ๊กก่อนสิ ฉันซื้อมาให้" รพีบอกแต่ตายังคงมองที่โจ๊กอีกถุงที่กำลังแกะ นภัสวรรณลอบถอนหายใจ มองคนขี้เก๊กด้วยความหมั่นไส้
"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูค่อยหากินเองก็ได้" เธอรีบปฏิเสธ รพีเริ่มมีท่าทีไม่พอใจเมื่อหญิงสาวกำลังจะขัดใจเขา
"ฉันซื้อมาให้ก็กินๆ ไปเถอะ เรื่องมากอยู่ได้ แล้วถามหน่อยถ้าเธอไม่กินแล้วใครจะกิน ฉันซื้อมาพอดีคน มันก็ต้องเหลือ พอเหลือก็ต้องทิ้ง" รพีบ่นเป็นหมี เพียงขวัญเห็นหน้าตาเอาเรื่องจึงยอมมาร่วมโต๊ะกินมื้อเช้าพร้อมกับรพี
"ทีหลังไม่ต้องนะคะ หนูเกรงใจ"
"เงียบปากไปเถอะน่า หนวกหู!" รพีแหวกขึ้นมาทันควันหลังได้ยินประโยคเกรงใจจากหญิงสาว ทำให้เพียงขวัญต้องหุบปากลงแล้วก้มหน้าก้มตากินโจ๊กจนหมดชาม
