บทที่ 18 ย้ายที่อยู่

ในที่สุดก็ถึงวันที่นภัสสรรณออกจากโรงพยาบาล ตลอดระยะเวลาร่วม 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงขวัญดูแลหล่อนเป็นอย่างดี จนตอนนี้อาการทุกอย่างเกือบจะหายเป็นปกติดีแล้ว ยกเว้นแข้งขาที่ยังหักต้องเข้าเฝือกอยู่ เพียงขวัญคำนวนเวลาที่จะต้องอยู่บ้านเดียวกับรพีก็น่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ไม่มากไปกว่านั้น

นภัสวรรณบอกกับเธอว่าจะให้เงินเดือนค่าดูแลตนเองและจะให้ค่าจ้างที่ช่วยหุงหาข้าวให้ลูกชายกินระหว่างที่หล่อนเข้าเฝือก คราแรกเพียงขวัญปฏิเสธหัวชนฝา แต่ไปๆ มาๆ ความจนมันบีบรัดตัว จึงต้องตกปากรับคำไป ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องทำอยู่แล้วเพราะเธอไม่มีปัญญาจะหาเงินซ่อมรถให้รพี รถโฟร์คราคาแพงแบบนั้นใครจะมีปัญญาจ่ายค่าซ่อมไหวกันเล่า คิดคำนวนเงินค่าจ่ายแล้วน่าจะได้ทั้งหมดสองเดือนราว 4 หมื่นบาท เธอจะเก็บเงินก้อนนี้ไว้ใช้สำหรับพายายไปหาหมอ ตอนนี้เงินในบัญชีเริ่มร่อยหรอ ไม่ค่อยพอกิน แต่ถ้าไปอยู่บ้านรพี น่าจะประหยัดค่าเช่าห้องและค่ากินไปได้มาก แถมยังไม่ไกลจากโรงพยาบาลแห่งนี้ด้วย

“คิดอะไรอยู่” รพีเดินเข้ามาได้พักใหญ่แล้ว เห็นหญิงสาวมัวแต่นั่งพับผ้าหน้านิ่วคิ้วขมวด จนไม่รู้ว่ามีบุคคลที่สามเข้ามาอยู่ในห้องนี้แล้ว

“ปละ... เปล่าค่ะ”

“เธอโกหกไม่เก่ง” เขาว่า จนเพียงขวัญต้องยอมรับ

“ค่ะ”

“มีอะไรหรือเปล่า ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็บอก” รพีนั่งลงข้างๆ เพียงขวัญขยับกายถอยห่างแล้วทำท่าอึกอัก

“วันนี้กลับไปที่บ้านของพี่รพีแล้ว หนูขอกลับมาเก็บของที่หอพักนะคะ แล้วก็จะขอกลับบ้านไปเอาของด้วย” เพียงขวัญบอก รพีพยักหน้ารับ

“ได้สิ”

“ขอบคุณมากค่ะ”

เมื่อเพียงขวัญเก็บของทั้งของตนเองและของนภัสวรรณเสร็จ เวรเปลก็เข้ามาเข็นนภัสวรรณออกจากห้อง ดีที่หล่อนออกจากบ้านในวันหยุดงานพอดี

“นี่แม่น้องเพียงเหรอ” เวรเปลถาม เพียงขวัญได้แต่ยิ้มแล้วก็ส่ายหน้า

“เปล่าค่ะ”

“อ้าว... เห็นมาเฝ้ามาดูแลกันทุกวัน นึกว่าเป็นแม่น้องเพียงขวัญ ไม่อย่างนั้นพี่จะได้ฝากเนื้อฝากตัว เผื่ออนาคตจะได้เป็นลูกเขย” เวรเปลพูดแซวเล่นเหมือนปกติในทุกๆ วัน จะเป็นที่รู้กันในโรงพยาบาลว่าหนุ่มๆ ที่ทั้งโสดและไม่โสดจะชอบพูดเล่นแซวเล่นกับพยาบาลสาวๆ สวยๆ โดยเฉพาะเพียงขวัญ เนื่องจากเธอไม่มีปากมีเสียง ได้แต่ทำหน้าอึนๆ มึนๆ เท่านั้น

“พี่ก็...”

“ไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่ถ้าเป็นแม่ผัวนี่ก็ไม่แน่” รพีแหวกขึ้นกลางบทสนทนา แถมยังทำหน้ายักษ์แววตาหาเรื่องอีกต่างหาก นภัสวรรณได้ยินคำของลูกชายถึงกับเงยหน้าขวับ เช่นเดียวกับเพียงขวัญที่กำลังเรียบเรียงคำพูดของรพีอยู่ ส่วนพี่เวรเปลนี่ไม่ต้องพูดถึงเพราะช็อกไปเรียบร้อยแล้ว

“ผมขอโทษครับ ไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นแม่ของแฟนน้องเพียงขวัญ” เวรเปลรีบยกมือไหว้ขอโทษ หวิดโดนบาทาเข้าให้แล้ว

“มะ... ไม่ใช่สักหน่อย พี่เขาไม่ใช่... อุ้ย!” เพียงขวัญพูดยังไม่ทันจบ รพีก็กระชากแขนเข้าไปใกล้ตัวเอง เวรเปลจึงก้มหน้าก้มตาเข็นนภัสวรรณไปหน้าโรงพยาบาล รพีเดินไปเอารถที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถ ทิ้งให้เพียงขวัญยืนอยู่กับมารดาเขาเพียงลำพัง ส่วนเวรเปลคนนั้นไม่กล้าสู้หน้า สลับเอาคนอื่นเข้ามาดูแลแทน

“อย่าไปถือสาเจ้ารพีเลย เขาก็ปากเสียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว”

“ค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป