บทที่ 4 อาจารย์ บทที่ 4 จบบริบูรณ์

แน่นของธัชชัย 

ตับ ตับ ที่ดังไม่ขาดสาย เสียงหัวเราะเบา ๆ เวลาเขากระซิบแซว

“ของหนูตอดเก่งจัง” 

และเสียงเธอหัวเราะตอบอาย ๆ ว่า “เพราะของอาจารย์ใหญ่เกินไปนี่แหละค่ะ”

จนฟ้าเริ่มสาง พิมพ์ลดานอนซบอกเขา หายใจหอบ  ขาสั่นจนยืนไม่ไหวจริง ๆ  เธอยกมือขึ้นจับหน้าเขา ยิ้มหวาน 

“อาจารย์… หนูเดินไม่ได้แล้วจริง ๆ ด้วยค่ะ”

เขาหัวเราะเบา ๆ ก้มลงจูบหน้าผากเธอ 

“ดี… เดี๋ยวอาจารย์อุ้มกลับหอเอง”

ไม่มีน้ำตา ไม่มีคำว่า “ผิด”  มีแต่ความเสียวที่ทั้งสองคนยอมรับอย่างเต็มใจ และความอบอุ่นที่เพิ่งเกิดขึ้นระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา  ในห้องแล็บที่ตอนนี้กลายเป็นห้องของพวกเขาไปแล้ว

หลังจากคืนแรก ทุกอย่างกลายเป็นสูตรที่แน่นอน  แน่นอนจนน่ากลัว  ทุกสามสี่วัน ไม่เคยเกิน ไม่เคยขาด 

ธัชชัยจะเริ่มตัวสั่นตอนบ่ายสาม  มือเย็นเฉียบ หายใจถี่ ตาแดงก่ำ  เขาจะล็อกตัวเองในห้องทำงาน 

ปิดม่าน  ปิดไฟ 

นั่งกุมหัวนับถอยหลังเหมือนคนรอระเบิด  แต่พอถึงสองทุ่มหรือตีหนึ่ง  เขาจะส่งข้อความเดียวกันทุกครั้งไม่เกินสี่คำ 

“ห้องแล็บ… เดี๋ยวนี้”

พิมพ์ลดาจะมาเสมอ  ไม่ว่าฝนจะตก  ไม่ว่าหอจะปิด  ไม่ว่าพรุ่งนี้จะสอบไฟนอล  เธอจะมาในเสื้อกันหนาวตัวใหญ่  ไม่ใส่เสื้อใน  ไม่ใส่กางเกงใน 

เพราะรู้ว่าทั้งหมดจะถูกฉีกทิ้งอยู่ดี 

ประตูล็อกสองชั้นปิดสนิท ไฟในห้องดับมืดหมด เหลือแค่ไฟฉุกเฉินสีแดงเลือดสลัว ๆ

เขาจะไม่พูดสักคำ แค่คว้าข้อมือเธอแล้วลากเข้าไปกลางห้อง เสื้อกันหนาวตัวใหญ่ที่เธอใส่มาถูกกระชากออก กระดุมกระเด็นกระจายไปทั่วพื้น เสื้อนักศึกษาขาวถูกฉีกตรงคอเสื้อจนขาดยาวลงมาถึงเอว เสียงผ้าขาดดัง

กระโปรงพลีทถูกถกขึ้นพาดอกจนยับยู่เยิน เธอไม่เคยขัดขืน ปล่อยให้เขา “ใช้” ร่างกายเธอต่อไป

เขาจะดันเธอติดกำแพงทันที หรือกดเธอลงบนโต๊ะไม้เย็น แล้วกระแทกเข้าไปทีเดียวสุดลำจนเธอแอ่นตัวสุดแรง

ทุกครั้งที่กระเด้าจะหนักและเร็วผิดปกติ สะโพกเขาโหมกระแทกจนเสียงดังถี่รัว

ร่างกายเธอถูกกระแทกจนหลังชนกำแพงดังตึง ๆ หรือหน้าท้องกระแทกขอบโต๊ะจนมีรอยแดงยาว

คอขาว ๆ ของเธอจะถูกเขากัดแรง ๆ ฟันจิกผิวขาวจนเลือดซึมเป็นจุดเล็ก ๆ รอยฟันชัดเจนจนต้องใส่ผ้าพันคอหรือเสื้อคอเต่าหลายวัน

หน้าอกที่เคยเรียบเนียนจะถูกดูดแรงจนบวมแดง รอยปากกลม ๆ สีม่วงเข้มกระจายเต็มสองข้าง หัวนมถูกเขาบิดและดูดจนเจ็บปวด บางครั้งมีรอยเลือดจ้ำ ๆ จากการดูดแรงเกิน

ต้นขาในทั้งสองข้างจะถูกนิ้วเขาจิกแน่น จิกจนผิวขาวเป็นรอยนิ้วสีม่วงเข้มห้าขีด บางครั้งเลือดซึมใต้ผิวหนังเป็นจ้ำใหญ่ เดินกะเผลกสองสามวัน ต้องใส่กางเกงยีนส์เพื่อกลบรอย

เขาจะเอาเธอเหมือนคนบ้า  เหมือนคนที่พยายามระบายความเจ็บปวดทั้งชีวิตออกมาในครั้งเดียว 

แตกในทุกครั้ง  ไม่เคยใส่ถุง  ไม่มีเสียงคำถาม เมื่อเสร็จสมทุกครั้ง เขาจะทรุดลงกับพื้น กอดขาเธอแน่น ฝังหน้าแกร่งลงระหว่างขาที่เปียกชุ่ม  แล้วร้องไห้เหมือนเด็ก 

“ขอโทษ… ขอโทษจริง ๆ… ผมหยุดไม่ได้จริง ๆ” 

เสียงเขาแตกสลายทุกคำที่เอ่ย พิมพ์ลดาจะนั่งลงข้าง ๆ ไม่เคยผลักเขาออก เธอแค่ยกมือขึ้นลูบผมเขาเบา ๆ คล้ายปลอบเด็กน้อย ลูบแผ่นหลังที่สั่นระริก กระซิบเสียงแผ่ว 

“ถ้ามันทำให้อาจารย์ทรมานน้อยลง… หนูไม่เป็นไรค่ะ” 

เธอแค่กอดเขาไว้ ให้เขาใช้ร่างกายเธอเป็นที่ระบาย  เป็นยา เป็นโซ่ เป็นคุกที่เขาขังตัวเองไว้ 

บางคืนเธอจะมีรอยช้ำจนเดินกะเผลก บางคืนเธอจะร้องไห้ตอนกลับหอ แต่เธอไม่เคยขาดนัดแม้ครั้งเดียว 

และเขาก็ไม่เคยหยุดส่งข้อความนั้น เพราะทั้งคู่รู้ดี ถ้าวันไหนไม่มีห้องแล็บ ถ้าวันไหนเธอไม่มา 

เขาจะทำร้ายตัวเองจริง ๆ 

ดังนั้นวงจรนี้จึงดำเนินต่อไป อย่างไม่มีทางออก ไม่มีใครสามารถช่วยได้ มีแค่สองคนเท่านั้น ในห้องแล็บ ทุก ๆ สามสี่วัน 

เดือนพฤษภาคม ปีการศึกษาสุดท้ายของพิมพ์ลดา  อาการภาวะรุนแรงทางเพศของอาจารย์ยังมาทุก ๆ สามสี่วันเหมือนเดิม 

แต่คราวนี้มันมาพร้อมอาการที่หนักที่สุดในรอบหลายปี ธัชชัยตัวสั่นทั้งคืน เขานอนไม่หลับ ทานอาหารไม่ลง เขารู้ตัวว่ากำลังจะพังจริง ๆ 

ในเช้าวันหนึ่ง เขาเดินเข้าไปในห้องแล็บโดยไม่ส่งข้อความเรียกเธอ  แต่พิมพ์ลดามาก่อนหน้าแล้วนั่งรอเขาอยู่ตรงโต๊ะทำงานตัวเดิม ข้าง ๆ มีแฟ้มหนาเตอะ และจดหมายฉบับหนึ่ง 

เธอยื่นจดหมายให้  “อาจารย์คะ… อ่านอันนี้ก่อนนะคะ” 

ธัชชัยรับมาด้วยมือสั่นเปิดออกอ่านช้า ๆ 

ผมได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ภาวะทางเพศสูงเกินไปเป็นครั้งคราวและอาการกำเริบหนักจนไม่สามารถทำงานต่อไปได้ 

ขอให้มหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติการลาออกโดยให้เหตุผลด้านสุขภาพ และขอความกรุณาไม่แจ้งรายละเอียดต่อสาธารณะ 

ขอแสดงความนับถือ 

ธัชชัย วรรณะ 

เขาอ่านจบแล้วยกหน้าขึ้น ดวงตาเขาแดงก่ำ เหมือนว่าเธอรู้ทุกอย่างควรต้องทำอย่างไร เขาจึงจะออกจากวงเวียนนี้ได้

พิมพ์ลดายื่นแฟ้มอีกเล่มให้  เอกสารทุนปริญญาเอกเต็มจำนวนที่ญี่ปุ่นสาขาเดียวกับเขา

“หนูสมัครให้อาจารย์ค่ะ ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ไม่ต้องสอน ไม่ต้องประชุม  แค่ทำวิจัยอย่างเดียว และ… หนูสมัครทุนตัวเองไปด้วย” เธอยิ้ม “เราจะไปด้วยกัน เริ่มเทอมหน้าเลยค่ะ” 

ธัชชัยอึ้งไปนาน เขาน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว 

“แล้ว… ถ้าอาการมันมาแรงอีกล่ะ”

พิมพ์ลดายิ้มเบา ๆ  ยกมือขึ้นแตะแก้มเขา “หนูจะอยู่ข้าง ๆ คอยกอดอาจารย์ไว้ค่ะ  เหมือนที่ผ่านมา แต่คราวนี้… ไม่ต้องล็อกประตู  ไม่ต้องกลัวใครเห็น ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกแล้ว” 

เธอหยิบกล่องแหวนใบเล็กออกจากกระเป๋า เปิดออก มันเป็นแหวนเงินเรียบ ๆ คู่หนึ่ง

“หนูไม่กล้าขอแต่งงานหรอกค่ะ แต่… ขอเป็นคนดูแลอาจารย์ไปตลอดชีวิตได้ไหมคะ” 

ธัชชัยทรุดลงคุกเข่าตรงหน้ากอดเอวเธอแน่น ร้องไห้ครั้งแรกที่ไม่ใช่เพราะความทรมาน 

“ได้… ได้สิพิมพ์ ขอบคุณที่ไม่ทิ้งอาจารย์” 

หนึ่งเดือนต่อมา ทั้งคู่เดินออกจากสนามบินฮาเนดะ  โตเกียว มือประสานกันแน่น 

อาการภาวะความรุนแรงทางเพศยังคงมา แต่คราวนี้เขาจะมีคนกอดเขาไว้  ไม่ใช่ในห้องที่ต้องล็อกสองชั้นอีกต่อไป 

แต่เป็นอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ที่มีชื่อสองคนอยู่บนป้ายหน้าประตู 

ธัชชัยกับพิมพ์ลดา  ไม่ใช่อาจารย์กับนักศึกษา 

แต่เป็นสองคนที่ช่วยกันรักษาโรคที่ไม่มีใครรักษาได้  ด้วยความรักที่ไม่มีใครเข้าใจ  และในที่สุด  พวกเขาก็ได้ทางออกของตัวเอง  แบบที่ทั้งคู่ไม่เคยกล้าฝัน

จบบริบูรณ์

บทก่อนหน้า
บทถัดไป