บทที่ 2 ลงเอยรัก EP.2
กระต่ายน้อย
.
.
.
กระต่ายน้อย
.
.
.
กระต่ายน้อย
อ่า! ให้ตายสิคำว่า 'กระต่ายน้อย' ของคุณเขาคนที่เป็นคู่เต้นรำกับฉันจนจบบทเพลงสุดท้าย ก่อนงานเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานของเจ้าของเรือกับพี่สาวฉันจะเกิดขึ้น และจบลงที่ฉันและคุณเขาคนนั้นแยกกันโดยไม่ได้ทำความรู้จักกันต่อไปมากกว่านั้น
คำพูดและนำ้เสียงผะแผ่วของคุณเขาดังวนอยู่ในหัวฉันมาตั้งแต่เมื่อคืนนี้ จวบจนเช้าวันใหม่แล้วในหูของฉันนั้นมีแต่เสียงคุณเขาพูดไม่หยุด
ฉันมองดูหน้ากากเจ้าปัญหาที่วางอยู่บนเตียง หลังจากที่เมื่อคืนอยู่ฉลองกับครอบครัวร่วมยินดีกับชีวิตรักของพี่สาวจนดึกดื่น มาถึงห้องฉันฉันก็ไม่เอาอะไร ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทั้งชุดราตรีเต้นรำอย่างนี้ จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าฉันกลับขึ้นมาบนห้องนี้ถูกต้องได้อย่างไร ทั้งที่ฉันเมาไวน์มาก ๆ แต่สิ่งนึงที่ฉันจำได้ดีคือ นำ้เสียงของคนที่เรียกฉันว่า 'กระต่ายน้อย' เมื่อคืนนี้ คำนี้ฉันจำมันได้ขึ้นใจ
ข้อความ!
เลน : วันนี้เลนไม่ไปไหนนะพี่ลิลิน เมื่อคืนเวียนหัวมากวันนี้ขอนอนต่อนะครับ ขอโทษที่ผิดนัดนะพี่ลิลิน
ลิลิน : โอเคน้องรัก ถ้าอยากลงไปเดินเล่นทักหาพี่นะ
น้องชายเทนัดฉันเสียแล้ว ไหนไหนฉันตื่นขึ้นมาแล้ว อาบนำ้ลงไปหาอะไรทานแล้วก็หาอะไรเล่นผ่อนคลายดีกว่านอนอยู่ในห้องแก๋วเสียเวลาเปล่า
ด้านบนว่ามีห้องหรูหราแล้ว ด้านล่างนั้นเพียบพร้อมเหมือนยกเมืองแห่งความเจริญมาให้เราถึงที่ มีทั้งร้านอาหาร เครื่องเล่น สถานที่สำหรับเลือกซื้อของ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่รวมแบรนด์ดังต่าง ๆ มาไว้ด้านใน ลานกิจกรรมต่าง ๆ สวนสนุกและอีกมากมาย จนได้ฉายา 'เมืองสวรรค์ของทะเล' ฉันเชื่อแล้วว่าพี่เขยฉันเก่งมากจริง ๆ
"เริ่มด้วยคีบตุ๊กตาดีกว่า" ฉันมุ่งหน้าเข้าไปที่ตู้คีบตุ๊กตาเรียงรายละลานตา ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้ตุ๊กตาติดมือฉันจะไม่ยอมไปไหนเด็ดขาด ยิ่งเติมพลังด้วยข้าวเช้าสุดแสนอร่อยมาแล้วด้วย เป็นบุฟเฟ่ต์สวัสดิการของเรือสำราญรำนี้
"ขอแลกเหรียญหน่อยค่ะ" ฉันสื่อสารภาษาที่สองกับพนักงานพลางวางเงินเพื่อแลกเหรียญใช้สำหรับหยอดตู้คีบตุ๊กตาโดยเฉพาะ รอไม่นานฉันได้รับเหรียญมาเต็มตะกร้าเลย ถ้าไม่ได้สักตัวก็ให้มันรู้กันไปไม่รู้จะเริ่มตู้ไหนก่อน จึงตัดสินใจจะคีบตุ๊กตาตั้งแต่ตู้แรกจนถึงตู้สุดท้ายเลยหวังว่าฉันจะมีดวงในคราวนี้นะ
"ฮ่า ๆ พี่สาวผมคีบได้นะดูสิ" ฉันคีบมานานมาก ๆ ไม่ได้เลยสักตัวเดียวและไม่มีวี่แววจะได้ด้วย เปลี่ยนตู้แล้วก็ตามจนมีเด็กน้อยที่มาคีบตุ๊กตาตู้ข้าง ๆ ฉัน ไม่กี่นาทีได้ตุ๊กตามาขิงอวดฉันเสียแล้ว
"เก่งมากค่ะ พี่คีบมาตั้งนานแล้วดูสิยังไม่ได้เลย" ความท้อใจเริ่มเกิดขึ้นในใจฉันตอนนี้
"ผมให้คุณลุงคนนั้นสอนครับ" เด็กน้อยแนะนำหนทางสู่จุดหมายให้ฉัน โดยการชี้ไปยังผู้เชี่ยวชาญด้านการคีบตุ๊กตาที่สอนให้เด็กน้อยคนนี้ทำจนสำเร็จ
"ฮ่า ๆ เดี๋ยวดูเลย พี่จะคีบให้ดูนะคะ" ฉันมุ่งหน้าตั้งใจคีบตุ๊กตาในตู้ต่อจนเหรียญที่แลกมาหมดเกลี้ยงตะกร้า หลายคนคงคิดว่าฉันคงหอบตุ๊กตากลับห้องไม่ไหวแน่ ๆ ใครว่ากันฉันแข็งแรงมาก หิ้วด้วยนิ้วเดียวเลย เพราะว่าฉันคีบได้ตัวเดียวใช่...ได้ตัวเดียว เป็นเหรียญสุดท้ายและตู้สุดท้ายที่ฉันคีบได้ และคงจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะคีบตุ๊กตาบนเรือรำนี้ แพงยิ่งกว่าตุ๊กตาหายากรุ่นลิมิเต็ดเสียอีก...ดีที่เด็กน้อยคนนั้นไม่อยู่ ไม่อย่างนั้นคงหัวเราะเยาะฉันจนท้องแข็งแน่นอนเพราะขนาดฉันยังรู้สึกตลกตัวเองเลย ไปหาอย่างอื่นเล่นต่อดีกว่า...
ฉันมองดูช่องที่คนต่อแถวรอเข้าไปด้านในกันจนเป็นแถวยาว เหมือนว่าจะมีการจัดการแข่งขันอะไรสักอย่าง และมีของรางวัลด้วย น่าสนใจดีนะ...เพราะตอนนี้ฉันว่างพอดีต่อแถวเล่นดีกว่าเผื่อดวงฉันขึ้นกับเกมนั้นมากกว่าการคีบตุ๊กตา
และแน่นอนว่าการรอของฉันมันไม่เสียเปล่า ฉันได้เข้ามาเล่นในการแข่งขันเอาชนะกับผู้คนมากมาย จนฉันได้เข้ารอบชิงชนะเลิศแล้ว คนมากมายยืนมุงในบริเวณนอกเส้นกั้นเพื่อไม่ให้ใครเข้ามายุ่งกับโต๊ะเลย โดยมีฉันและคนที่ท้าชิงนั่งกันคนละฝั่ง ตรงกลางระหว่างฉันและคุณเขาเป็นโต๊ะสำหรับการเล่นพนันน่ะ ชิปกองมหาศาลถูกตั้งตรงกลางเป็นของเดิมพัน หากใครได้ไปเรียกได้ว่าเปลี่ยนคำนำหน้าเป็นเศรษฐีบนเรือรำนี้ได้เลยด้วยซำ้ และยิ่งท้าทายไปมากกว่านั้นคือข้อตกลงอีกหนึ่งข้อที่ขอให้ผู้แพ้ทำอะไรก็ได้ จึงเป็นเกมวัดใจและหลายคนจึงอยากเข้ามาท้าลองนั่นเอง
ไพ่ถูกหงายขึ้นมา ใจฉันสั่นตึกตักไปหมด มันทั้งตื่นเต้นและกังวลมาก ๆ เพราะถ้าฉันเสียหรือแพ้ เรียกได้ว่าฉันเสียเงินก้อนนึงเลยล่ะ ในขณะที่ฝั่งตรงข้ามนั่งสบายใจมาก ๆ ในมือข้างนึงคีบบุหรี่สูบเพื่อผ่อนคลาย ในขณะที่อีกมือหยิบไพ่ขึ้นมองอย่างถนัด ราวกับเป็นเซียนในเกมไพ่นี้
"ฉันให้โอกาสเธอถอย" คุณเขาพูดกับฉันในขณะที่ตามองไพ่ในมือยกยิ้มอย่างชอบใจ เสียงคนรอบนอกเริ่มซุบซิบขึ้นมากำลังเดาทิศทางของเกมนี้
"ไม่ค่ะ" มาถึงขนาดนี้แล้ว จะเสียก็เอาให้เข็ดไม่อย่างนั้นฉันคงคาใจไม่ยอมเลิกเล่นเสียที เพราะในใจมันคงแต่อยากจะคิดแก้มือยิ่งฉันเป็นเด็กขี้แค้นอยู่ด้วยน่ะสิ
"หึหึ...ใจถึงมากนะกระต่ายน้อย"
"คะ คุณพูดว่าอะไรนะ" ฉันไม่ทันได้ตั้งใจฟังน่ะ เพราะกำลังคิดหนักระหว่างเดินไปต่อหรือตัดสินใจถอยดี
"ถ้าอย่างนั้นรบกวนคุณสองคนหงายไพ่ขึ้นมาค่ะ เราจะตัดสินกันที่เกมนี้" เสียงคนดูแลเกมนี้บอกและทำให้ฉันหัวใจเต้นแรงกว่าเดิม นั่นหมายความว่า เกมนี้กำลังตัดสินแล้วล่ะว่าใครจะชนะได้ชิปมหาศาลนี้ไปครอบครองพร้อมกับข้อตกลงหนึ่งข้อ และใครกันที่จะแพ้กลับบ้านมือเปล่า มีเพียงทางเลือกได้แค่แพ้หรือชนะเท่านั้น และเกมลุ้นมากกว่าเดิมเมื่อไพ่ของเราเสมอกันทุกใบและจะถูกตัดสินที่ใบสุดท้ายนี้เป็นการสิ้นสุดชี้ชะตา...
"ฉันบอกให้เธอถอยแต่เธอดื้อกับฉันเอง...หึหึ"
"ยินดีด้วยค่ะ" ฉันร่วมยินดีกับคุณเขา เพราะคุณเขาคือผู้ชนะ และฉันเองเป็นผู้แพ้พ่ายในเกมนี้
"ข้อตกลงฉันขอกลับไปคิดก่อน ถ้าฉันพร้อมฉันจะบอกเธอเอง"
"ค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ"
ฉันเดินออกมาจากสถานที่ตรงนั้น มองหาสิ่งใหม่ที่หน้าสนใจแทน ในหัวก็เอาแต่คิดว่า คุณเขาไม่รู้จักฉัน ไม่มีช่องทางการติดต่อ แล้วอย่างนี้...จะตามฉันได้อย่างไรกัน
ช่างเถอะนั่นคือปัญหาความไม่รอบคอบของฝั่งคุณเขาต่างหาก เพราะถ้าหากคุณเขาตามฉันไม่ได้ฉันเองไม่ได้เสียผลประโยชน์อะไร ดีเสียอีกไม่ต้องทำตามข้อตกลงอะไรนั่นด้วย
ฉันก็มีมุมฉลาดเหมือนกันนะเนี่ย!
..............................................................................................
