บทนำ
บท 1
ณ เรือสำราญ
ในยามเย็นย่ำบรรยากาศดีเป็นที่สุด ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยตกลับขอบนำ้ทะเลอันไกลโพ้นสุดสายตาออกไป เสียงดนตรีเริ่มคลอเคล้าเข้ากับบรรยากาศที่กำลังเริ่มมืดและสายลมพัดผ่าน พาหวนให้กลิ่นดอกไม้หอม ๆ ได้ล่องลอยไปทั่วทั้งรำเรือใหญ่ ในขณะที่กำลังมีงานเต้นรำสำคัญในคำ่คืนวันนี้เกิดขึ้น
"เลน เดี๋ยวพี่มานะไปเข้าห้องนำ้ก่อน"
"พี่ลิลินกินเยอะอ่ะ เร็ว ๆ นะ เดี๋ยวมาไม่ทัน"
"โอเค ๆ ฝากกระเป๋าหน่อย"
"โอเค เลนรอตรงนี้นะ"
"เดี๋ยวพี่รีบมา"
ฉันรีบรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่ง พลางพยุงกระโปรงยาวของตนเองยกสูงจากปลายเท้าเล็กน้อยเพื่อไม่ให้สะดุด ตอนนี้ฉันปวดท้องเบามาก ๆ คงเป็นผลจากนำ้ผลไม้สุดแสนอร่อยนั่น ฉันจัดการดื่มไปหลายแก้วขณะทานอาหารมื้อเย็นกับครอบครัวแน่ ๆ เลย
"โอ้ย! ทำไมมันไกลจัง" ฉันกึ่งวิ่งกึ่งเดินก้าวมาไม่มีหยุด พลางกวาดสายตามองหาป้ายสัญลักษณ์ห้องนำ้บนเรือสำราญใหญ่ เส้นทางดูยาวไกลเหลือเกินจนตอนนี้ฉันแทบทนไม่ไหว ตัดสินใจรีบวิ่งซอยเท้าเพื่อหาห้องนำ้ให้เร็วที่สุด หากแต่จะขอความช่วยเหลือสอบถามใครดันไม่มีใครผ่านทางมาเสียอีก
กรี๊ด! ตุบ!
จับกบ ใช่! ตอนนี้ฉันหน้าคะมำจับกบบนพื้นพรมเสียแล้ว
"ฮือ คุณไม่คิดจะหันมาดูหน่อยเหรอ ชนคนล้มขนาดนี้อ่ะ" ฉันหันกลับไปถามผู้ชายคนนึง ด้วยความหงุดหงิด ชนคนล้มแล้วทำไมกลับหน้ามึนเดินไปเฉย แทนที่จะพูดกล่าวขอโทษกันก็ยังดี
"ก็เธอลุกขึ้นมาแล้ว"
"ห้ะ! แล้วมันเกี่ยวอะไรกันคะ คุณจะให้ฉันนอนอยู่แบบนั้นเหรอ" ต้องเป็นคนแบบไหน ขนาดยืนคุยกันยังหันหลังให้ฉันเลย ดีที่ขาฉันไม่พลิกไม่แพลงไม่อย่างนั้นเกิดเรื่องแน่ ๆ
"ถ้าเธอลุกได้ ส่งเสียงถามฉันได้ก็คงไม่เป็นไรมากหรอกใช่ไหม ฉันเสียเวลามามากพอแล้วล่ะขอตัวแล้วกัน"
ฉันได้แต่ยืนนิ่งมองแผ่นหลังคุณเขาไกลออกไปด้วยความสับสน สรุปฉันผิดที่ทำคุณเขาเสียเวลารึเปล่า พูดอย่างนี้ฉันรู้สึกผิดไปด้วยเลย แต่ช่างเถอะ! เป้าหมายของฉันตอนนี้คือ ห้องนำ้ สิ่งรบกวนระหว่างทางฉันขอไม่สนใจแล้วกัน!
"โอ้โห! นี่พี่ลิลินไปนานมากจนผมนึกว่าหลับในห้องนำ้ไปแล้วเนี่ย โทรศัพท์ก็ไม่เอาไปโทรตามไม่ได้ด้วย" กลับมาถึงจุดนัดหมาย ตอนนี้ฉันสบายตัวและอารมณ์ดีมาก ๆ แล้ว จึงได้แต่รู้สึกผิดกับน้องชายที่ยืนรออยู่คนเดียว
"ขอโทษนะเลน"
"ไม่เป็นไร อะนี่ของพี่อ่ะแล้วหน้ากากผมล่ะ" หน้ากากที่ว่าคือหน้ากากสำหรับใส่ร่วมงานเต้นรำตามแบบกำหนดน่ะ
"นี่ไง" ฉันเปิดกระเป๋าที่เลนส่งให้หยิบหน้ากากที่น้องชายถามหาออกมา
"เดี๋ยวนะพี่ลิลิน หน้ากากกระต่ายเนี่ยนะ เลนไม่เอาเด็ดขาดอ่ะ" เลนทำท่าปฏิเสธจริงจัง
"ก็พี่อยากใส่หมาป่าอ่ะ เลนเอาอันนี้ไม่ได้เหรอ" หน้ากากกระต่ายมันน่ารักเกินไป ฉันกลัวว่าฉันจะกลายเป็นฝันร้ายของคนที่ชอบกระต่ายน่ะสิ เพราะคนอย่างฉันคงเหมาะกับกระต่ายป่ามากกว่าน่ะ
"เลนเป็นผู้ชายใส่สูทขนาดนี้นะพี่ลิลิน" เลนยังคงส่ายหน้าปฏิเสธไม่ยอมอ่อนข้อให้ฉันสักนิด
"ก็ได้ ๆ พี่เอาหน้ากากกระต่ายเองก็ได้"
"โอเค"
เราสองคนต่างพากันช่วยกันใส่หน้ากากเพื่อเตรียมเข้าไปร่วมงานตามสถานที่ที่จัดเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ เราสองคนทำการแลกบัตรเพื่อเข้าร่วมงานกัน พร้อมกับมองหาครอบครัวว่าอยู่มี่มุมไหนเพื่อจะได้เตรียมตัวเดินเข้าไปในงานได้ถูกต้อง
"โอ๊ะโอ...ใครเป็นกระต่ายน้อยครับเนี่ย" เสียงเด็กน้อยน่ารักสดใสของน้องคินหลานชายของฉัน ลูกสาวของพี่ลลินเอ่ยทักทาย ในขณะที่เด็ก ๆ เองก็อยู่ในชุดดูดีกันทั้งคู่เลย
"อาลิลินเองค่ะ"
"สวัสดีครับอาลิลินสุดสวย กับอาเลนสุดหล่อ"
"ฮ่า ๆ เด็กนี่ตาดีมากนะพี่ลิลิน" เลนชอบใจใหญ่เมื่อโดนเด็กชม
"พี่คิน ทำไมพี่คินไม่ชมณรินบ้างล่ะคะ" เกิดการน้อยใจกันเกิดขึ้นระหว่างน้องสาวกับพี่ชาย
"โอ๋ ๆ น้องณรินของพี่คินสวยเหมือนกันครับ"
"คิกคิก รักพี่คิน"
"พี่คินรักน้องณรินเหมือนกันครับ" สองแสบหันมากอดกันอย่างรักใคร่ เรียกรอยยิ้มของครอบครัวฉันได้เป็นอย่างดี ใครจะอดใจไหวกันเจ้าสองแสบน่ารักกันมากขนาดนี้นี่นา
"เลนตื่นเต้นไหม" ยิ่งเวลาเดินผ่านไปนานเท่าไหร่ ความตื่นเต้นของฉันยิ่งเพิ่มมากขึ้น แสงไฟสีเหลืองประดับประดาเริ่มสว่างท่ามกลางความมืดของท้องฟ้า ยามที่ดวงอาทิตย์ลับขอบนำ้ทะเลลงไปจนสุดสายตา นั่นแสดงให้เรารู้ว่า ใกล้ถึงเวลาเริ่มงานแล้วล่ะ ผู้คนมากมายเริ่มเดินทยอยเข้ามาร่วมงานกัน จนฉันคิดว่างานนี้มันใหญ่กว่าที่ฉันคิดเอาไว้เสียอีก
"ไม่นะ ทำไมเหรอหรือว่าพี่ลิลินตื่นเต้น" เลนดูปกติไม่มีท่าทีตื่นเต้นแม้แต่น้อย ต่างกับฉันที่มือเย็นฉำ่มองดูบรรยากาศรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้นไม่หยุด
"ใช่สิ งานใหญ่มากเลยนะเลน" ฉันทั้งตื่นเต้นที่ได้มาร่วมงาน และกังวลกลัวตนเองจะปล่อยไก่ใส่ใครเขาน่ะ ฉันกลัวขายหน้ามาก ๆ เพราะงานนี้มีความหมายกับคนที่ฉันรักมากเหมือนกัน
"พี่ลิลินอย่าเผลอไปเหยียบเท้าใครเข้าล่ะตอนเต้นรำน่ะ มีนักธุรกิจทั้งนั้นระวังเขาไม่พอใจจับพี่หมกใต้เรือนะ"
"ปากนะเลน! หยุดเลยพี่ยิ่งกลัว ๆ อยู่" ชีวิตของฉันโตมากับเรื่องอะไรแบบนี้ผ่านหูอยู่บ่อยครั้ง ธุรกิจนั้นมันมีหลายด้าน แล้วแต่ว่าเราจะได้รับรู้ด้านไหน ส่วนฉัน...รับรู้ทุกด้านแม้กระทั่งด้านที่น่ากลัวอย่างที่เลนพูดมา
"เลนพูดหยอกเล่นน่า...เชื่อเถอะว่าพี่เขยเราน่ะคัดคนมาร่วมงานแล้วจริง ๆ "
"ก็จริงของเลนนะ"
"เด็ก ๆ ได้เวลาแล้ว เราไปข้างในกันค่ะ" คุณแม่ของฉันเอ่ยเรียกพวกเราทุกคนที่พร้อมกันมาก ๆ เพื่อจะได้เดินเข้าไปร่วมงานด้านในกัน หลังจากมาอยู่ตรงมุมดอกไม้กันสักพักใหญ่แล้ว
ในงานเต้นรำคำ่คืนวันนี้ ทุกคนล้วนใส่หน้ากากปิดบังใบหน้ากันไว้ตามใจชอบ บางคนเป็นหน้ากากสีขาวขนนกสวย บางคนเป็นหน้ากากสีดำดูลึกลับ ล้วนสลับกันไปตามความชอบของผู้ใส่ แต่ที่สำคัญทุกคนแต่งชุดกันสวยงามเข้าตามที่งานกำหนด จะมีผู้หญิงแค่เพียงคนเดียวในคำ่คืนนี้ที่โดดเด่นกว่าใคร นั่นคือพี่สาวของฉันเอง ไม่รู้ว่ารู้รึยัง...ว่าพวกเราทั้งครอบครัวมาที่นี่เพื่อเซอร์ไพร์สเลยนะเนี่ย
"พี่ลิลินดูดิ ตรงนั้นอย่าหล่ออ่ะขนาดปิดหน้ากากเอาไว้นะเนี่ย"
"เลนอย่าบอกนะว่า..."
"อย่าบ้าพี่ลิลิน เลนบอกว่าพวกเขาหล่อใช่ว่าเลนจะชอบผู้ชายเชิงชู้สาวด้วยกันเองเสียเมื่อไหร่ล่ะ"
"ฮ่า ๆ พี่แค่แกล้งเล่นน่ะ แต่ถ้าชอบก็ไม่ติดนะครอบครัวเราเปิดกว้างอยู่แล้ว"
"อืม ๆ "
เรื่องรัก ๆ บางทีฉันเองยังไม่เข้าใจแก่นแท้สักเท่าไหร่ หวังว่าสักวันฉันจะได้เรียนรู้นะว่าจริง ๆ แล้ว รักแท้นั้นคืออะไร...
แต่จะว่าไป ตรงที่เลนบอกมีผู้ชายยืนอยู่ประมาณสามคน ล้วนแต่งชุดดำสนิทมีเพียงเข็มกลัดที่เน็กไทเป็นเหมือนเพชรสีแดงเลย ฉันไม่แน่ใจนักเพราะอยู่ค่อนข้างไกล แต่รู้ว่าพวกเขาดูดีกันมาก ๆ เลยล่ะ เหมือนหลุดออกมาจากโลกการ์ตูนนิยายมาเฟียอย่างไงอย่างนั้นเลยล่ะ
'สวัสดีทุกท่านครับ ขอต้อนรับเข้าสู่งานเต้นรำในคำ่คืนวันนี้...'
ได้เวลาสนุกแล้วสินะ...
ฉันได้เข้าร่วมวงเต้นรำที่มีผู้คนมากมายเข้ามาร่วมสนุก ทั้งพาคู่ของตนเองมาและมาทำความรู้จักกันทีหลัง ทุกคนเริ่มออกลวดลายเต้นกันอย่างไม่มีใครอยอมใคร เสียงดนตรีดังชัดแน่นเพิ่มจังหวะความสนุกพาให้ฉันสับสนท่ามกลางทุกคนได้เข้ามามีความสุขตรงจุดเต้นรำตรงนี้ พาลพาให้ฉันมาอยู่ที่กลางวงอย่างงุนงง
ในตอนนี้ฉันกำลังมองหาจุดเริ่มต้นอีกทีอีกครั้ง เพราะฉันยังไม่มีคู่เต้นรำเลย และเหมือนทุกอย่างจะถูกเวลากำหนดวางไว้ เมื่อมีใครคนหนึ่งกับฉันยังคงโดดเดี่ยวไร้คู่ในตอนนี้ ได้บังเอิญเดินหาคู่กันจนมาบรรจบพบคู่กันพอดี
"เอ่อ...ฉันเต้นไม่ค่อยเก่งนะคะ" ถ้าให้ฉันเต้นปาจิงโกะท่าโก๊ะ ๆ ของตัวเองน่ะฉันถนัดมาก ๆ แต่กลับกันงานเต้นรำที่ดูเป็นทางการฉันเองไม่ค่อยถนัดเอาเสียเลย สุดท้ายเพื่องานนี้ฉันยอมทำให้พี่สาวที่ฉันรักก็ได้
"หึหึ...อย่างนั้นเดินกันไหมล่ะ"
"คะ คุณพูดว่าอะไรนะคะ ฉันได้ยินไม่ชัดเลยค่ะเสียงดนตรีดังมาก" ฉันพยายามฟังที่คุณเขาพูดแล้ว ต้องขอโทษจริง ๆ ฉันแทบไม่ได้ยินอะไรนอกจากเสียงพึมพำจากคุณเขาโดยไม่สามารถจับใจความได้เลยสักนิด
"เปล่าน่ะ" คุณเขาพูดให้ดังขึ้นกว่าเดิม แล้วพาฉันเดินเข้ามาร่วมในแถวขบวนวงกลมที่ทุกคนกำลังออกสเต็ปเหมือนกันราวกับซ้อมเต้นเข้าคู่กันมานาน อย่างนี้ก็ดีเลยฉันจะได้คัดลอกท่าเต้นตามได้
"อย่างนั้นเราเต้นตามเขากันก็ได้ค่ะ"
"อืม เธอเริ่มเลย"
ความสนุกเริ่มขึ้น ลวดลายท่าทางนั้นดูประยุกต์เข้ากันตามยุคสมัย ฉันสนุกมาก ได้เต้นได้เรียนรู้และทำความรู้จักกับคนข้าง ๆ และที่สำคัญคุณเขาเต้นเป็นเหมือนกันนะเนี่ย ถือว่าเท้าไฟเลยล่ะ ถนัดมากก็ไม่ยอมบอกกั๊กอีกแล้ว
"ฮ่า ๆ สนุกมาก คุณเต้นเก่งมากเลยค่ะ" ทั้งท่าหมุนตัวฉัน ยกตัวขึ้น ยกมือ ขยับขา คุณเขาตรงจังหวะเป๊ะ ต่างกันกับฉันที่บางจังหวะเผลอพลาดไปโดนเท้าคุณเขาหลายรอบเลย เป็นสาเหตุได้พูดขอโทษบ่อย ๆ น่ะ
"อีกสักเพลงไหมล่ะ"
"ฉันเกรงใจค่ะ เมื่อสักครู่ฉันเผลอเหยียบเท้าคุณตั้งหลายรอบเลย ขอโทษด้วยนะคะ" ฉันพูดขอโทษกับคุณเขาพลางก้มหัวขอโทษด้วย
"ไม่เป็นไรหรอก ถือว่าได้ฝึกไงครับ" คุณเขาใจดีจัง อย่างน้อยวันนี้ฉันก็ได้เจอคนดี ๆ แม้ว่าหน้ากากจะปิดบังใบหน้านี้ไว้ก็ตามคุณหน้ากากจิ้งจอก
"ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วยนะคะ"
"ครับ" คุณเขายื่นมือมารอรับมือฉันเอาไว้ แต่ฉันกลับถูกดึงให้เปลี่ยนคู่เต้นรำจากหญิงสาวใครบางคนแทน คงเป็นแขกที่มาร่วมงานจนฉันต้องสลับคู่มาอยู่กับใครไม่รู้ที่ใส่หน้ากากสีดำสนิทปิดเพียงครึ่งหน้า ดูน่ากลัวเลยล่ะโชคดีที่มีขนนกสีดำเงาประกอบบนหน้ากากด้วย จึงช่วยลดความน่ากลัวลงไปได้เยอะเลย
"อะ...เอ่อ คุณต้องการเปลี่ยนคู่ไหมคะ" ฉันเกรงใจคุณเขามาก ๆ บางทีคุณเขาอยากจะมาร่วมสนุกหาคนเต้นเก่ง ๆ มากกว่าเด็กสาวเต้นรักสนุกอย่างฉัน
"หึ...กลัวเหรอ"
"ฉันเหรอคะ"
"เธอนั่นแหละ กระต่ายน้อย..."
................................................................................................
บทล่าสุด
#61 บทที่ 61 ลงเอยรัก EP.61 END
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#60 บทที่ 60 ลงเอยรัก EP.60
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#59 บทที่ 59 ลงเอยรัก EP.59
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#58 บทที่ 58 ลงเอยรัก EP.58
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#57 บทที่ 57 ลงเอยรัก EP.57
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#56 บทที่ 56 ลงเอยรัก EP.56
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#55 บทที่ 55 ลงเอยรัก EP.55
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#54 บทที่ 54 ลงเอยรัก EP.54
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#53 บทที่ 53 ลงเอยรัก EP.53
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#52 บทที่ 52 ลงเอยรัก EP.52
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026
คุณอาจชอบ 😍
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
รักระรินใจ
บ่วงรักจำเลยแค้นรุ่นพี่ไร้ใจ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี













