บทที่ 9 ลงเอยรัก EP.9
หลังจากที่คุณทาลาเดินออกไปแล้ว ในตอนนี้เหลือเพียงแค่ฉันกับพี่สตรอมเพียงสองคนเท่านั้นที่กำลังนั่งตากลมตากลมชมวิวทิวทัศน์กันต่อ
"เธอชอบสัตว์เหรอ" จู่ ๆ พี่สตรอมพูดถามฉันทำลายบรรยากาศเสียงคลื่นที่ซัดเข้าตัวเรือหมดเลย
"อืม...ก็น่ารักเป็นชนิดไปค่ะ มีทั้งชอบและไม่ชอบปะปนกันไปค่ะ"
"ถ้าอย่างนั้นเธอชอบสุนัขไหม" หมาอย่างนั้นเหรอ...
"ชอบค่ะ" ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือหมาพันธุ์อะไรฉันชอบหมด เว้นแต่ว่ามันจะกระโดดหรือจะวิ่งเข้ามากัดฉันน่ะ
"เหรอ แล้วถ้าเป็นพายุล่ะเธอชอบไหม"
"ถ้าเป็นพายุเหรอคะ...คงไม่ล่ะเพราะฉันกลัวเสียงฟ้าร้องมาก ๆ ค่ะ"
"อ่อ" พี่สตรอมเหมือนได้คำตอบจากเรื่องที่ต้องการถามฉันหมดแล้วจึงเงียบไป ปล่อยให้เสียงลม เสียงคลื่นเข้ามาทำหน้าที่แทน และตอนนี้เริ่มมีเสียงดนตรีบนเรือบรรเลงยิ่งทำให้บรรยากาศนั้นดีมากขึ้นไปอีก เสียดายเลนไปจีบสาวอยู่ ส่วนครอบครัวฉันนั้นพากันไปผ่อนคลายทำสปากันก่อนเดินทางกลับอดมาดูด้วยกันเลย
"แล้วพี่สตรอมล่ะคะ ชอบสุนัขไหม" ฉันถามกลับบ้างพร้อมกับวางมือลงที่ราวเหล็กกั้นอย่างดี ทอดสายตากลับมามองหน้าของพี่สตรอมที่กำลังมองตรงไปข้างหน้าอย่างดูดี
"ไม่ล่ะ ยิ่งหมาป่าฉันยิ่งไม่ชอบเลย" อ่า...แน่นอนว่าความชอบนั้นเป็นเรื่องของตัวบุคคลเราไม่สามารถไปบังคับให้ใครชอบเหมือนที่เราชอบได้ทั้งนั้น และฉันไม่ได้มีปัญหานะที่คุณเขาไม่ได้ชอบสุนัขแต่น่าเสียดายนิดหน่อย น้องหมาหรือสุนัขนั้นน่ารักมาก ๆ เวลามันมาคลอเคลียนะฮือ…น่าฟัดสุด ๆ
"แต่สุนัขมันน่ารักนะคะพี่สตรอม เวลามันอ้อนน่ะ" คิดถึงภาพตอนที่เจ้าหมาน้อยออดอ้อนฉันให้ฉันเล่นกับมันแล้วฉันก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
"เธอชอบที่หมามันอ้อนเธอเหรอ"
"ค่ะ มันน่ารักดี"
"แล้วถ้าฉันอ้อนเธอบ้างล่ะ เธอจะชอบฉันไหม"
"ฮ่า ๆ พี่สตรอมเป็นหมาหรือไงคะ" ฉันไม่ได้ให้คำตอบในเรื่องนั้นกับพี่สตรอม ทว่าฉันกลับถามพี่สตรอมกลับเสียอย่างนั้น
"ถ้าเธอชอบมันก็น่าเป็นอยู่" เสียงคุณเขาตอบพึมพำจนฉันแทบฟังไม่เข้าใจ ไหนจะสายลมที่เริ่มพัดแรงขึ้นอีกยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่บรรยากาศยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น
"พี่สตรอมพูดว่าอะไรนะคะ หนูฟังไม่ค่อยถนัดเลยลมพัดแรงมาก ๆ "
"ไม่มีอะไรหรอก"
"โกหก เมื่อกี้นี้พี่สตรอมยังพูดอยู่เลยจะมาบอกว่าไม่ได้พูดได้ยังไงกันคะ"
"อยากฟังเหรอ"
"อืม...หนูจะได้รู้ว่าพี่สตรอมพูดว่าอะไรกันแน่" ฉันพยักหน้าเป็นคำตอบ และเมื่อคำตอบถูกตอบออกไปพี่สตรอมกลับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันแทน
สายตาของเรามองจ้องเข้าหากันอย่างไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วแต่ละคนนั้นคิดอะไร ใบหน้าคมคายของพี่สตรอมเริ่มขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนฉันเริ่มสัมผัสลมหายใจอุ่นของคุณเขายามที่ผะแผ่วลงมา ปลายจมูกที่เริ่มคลอเคล้าใกล้ชิดกัน ก่อนฉันจะหลับตาลงและปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไป ทว่ากลับมีเสียงใครดันขัดจังหวะขึ้นมาก่อนที่เราจะใกล้กันไปมากกว่านี้
"พี่ลิลิน!" ฉันสะดุ้งตัวเฮือกได้สติ รีบลุกขึ้นมามองคนที่เรียกฉันเสียงดังลั่น
"เลน ขึ้นมาได้ไง" เลนกำลังยืนเหนื่อยหอบจากการปีนป่ายบันไดชันขึ้นมา
"ปีนบันไดขึ้นมาสิ แล้วนั่นใคร"
"เอ่อ…นี่พี่สตรอมคนที่เลนเจอที่สระนำ้เมื่อวันที่เราลงไปว่ายนำ้กันน่ะ" ฉันเอ่ยแนะนำคนที่ยืนข้างฉันให้เลนได้รู้จัก
"อ่อ สวัสดีครับ" เลนทักทายด้วยท่าทางปกติ เช่นเดียวกับคุณเขาที่ยังคงตอบรับด้วยการพยักหน้ารับใบหน้าไร้ความรู้สึกเช่นเดิม
"แล้วนี่เลนรู้ได้ไงว่าพี่อยู่ที่นี่อ่ะ" คุณทาลาบอกฉันเองว่าตรงนี้เป็นสถานที่ลับนี่นา ฉันว่าถ้าเลนรู้คงไม่ใช่แล้วล่ะ
"ก็ให้พี่เขยเช็กกล้องให้อ่ะ" พี่เขยที่ว่านั่นคือว่าที่สามีของพี่ลลินนั่นเองพึ่งจะขอแต่งงานกันไปเลย ผู้เป็นเจ้าของเรือลำนี้
"โทรมาหาก็ได้ไหมเลน"
"โทรศัพท์พี่ลิลินแบตหมดรึเปล่า เลนโทรจนเป็นร้อยสายแล้วเถอะ"
"จริงด้วย" แบตเตอรี่โทรศัพท์ของฉันหมดจริง ๆ และไม่รู้เหมือนกันว่าตอนไหน ถึงว่าทำไมไม่มีใครตามฉันสักคน เรานึกว่าไปทำสปากันสบายใจเสียแล้ว
"เฮ้อ~ อ๊ะ! คุณพ่อโทรมาพอดี" เลนหันหน้าจอโทรศัพท์ให้ฉันดู และเป็นชื่อของคุณพ่อแสดงอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูอย่างเด่นหราจริงอย่างที่เลนพูด
ฉันได้ยินเสียงเลนพูดคุยกับคุณพ่อปลายสาย
"ครับคุณพ่อ"
"เจอแล้วครับ"
"อยู่บนเรือกับผู้ชายคนนึง"
"ผมไม่รู้ครับ คุณพ่อต้องถามพี่ลิลินเอง"
"ครับ ๆ ผมจะรีบพาพี่ลิลินไปตอบคำถามครับ"
อ่า...ซวยแล้วไง อย่างนี้คุณพ่อต้องรู้แน่เลยว่าฉันไปเล่นการพนันมา เตรียมตัวหูชาได้เลย...
"ว่าแต่ทำไมอยู่กันแค่สองคนเหรอ" เลนถามอย่างใส่ใจ
"ถ้าเลนเห็นพี่อยู่กันสามคนอีกคนคงไม่ใช่คนละ" ฉันตอบเลนกลับอย่างกวน ๆ ไอ้น้องขายฉันนี่มันจะยิ้มมุมปากนักทำไมไม่รู้
"หึ! ไปตอบคำถามคุณพ่อด้วยล่ะ ส่วนคุณชื่ออะไรเหรอ" ทำวางมาดนัก เดี๋ยวเรื่องจีบสาวที่สระนำ้ถึงหูคุณแม่แน่ไอ้น้องรัก
"เลนพูดดี ๆ เขาโตกว่าเลนนะ" ฉันดุเลนเพราะเลนพูดกับพี่สตรอมซึ่งพี่เขาอายุมากกว่าเราไม่เพราะเลย
"โอเค ๆ ขอโทษครับคุณ ว่าแต่คุณชื่ออะไรเหรอครับ" เลนยอมพูดขอโทษและพูดถามพี่สตรอมที่ยืนนิ่งให้ม่อีกครั้ง
"ฉันชื่อสตรอม"
"ผมเลนครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
ทั้งสองคนยื่นมือจับเพื่อทักทายทำความรู้จักกัน ก่อนจะพากันลงมาด้านล่างและเตรียมตัวแยกย้ายกันอย่างจริงจังเสียที
"ขอบคุณพี่สตรอมที่อยู่เป็นเพื่อนหนูข้างบนนะคะ แล้วก็แขนที่หักหายไว ๆ นะคะ คงไม่ได้เจอกันแล้วค่ะ" ฉันถือโอกาสนี้บอกลาพี่สตรอมด้วยเลย
"หึหึ...ไม่หรอก เดี๋ยวเราก็ได้เจอกัน"
"บนเรือมันแคบกว่าบนพื้นดินนะคะ ถ้าเจอกันนั่นคงเป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ "
"ถ้าเชื่ออย่างนั้นก็ตามใจเลย"
"อืม...ถ้าอย่างนั้นฉันไปแล้วนะคะ สวัสดีค่ะ"
"ครับ สวัสดีเช่นกันครับ" พี่สตรอมตอบกลับมาอย่างสุภาพ แล้วเราสองคนจึงเดินหันหลังให้กันแยกกันไปคนละทาง
ในตอนที่ฉันก้าวขาเดินไปข้างหน้าโดยหันหลังให้พี่สตรอม ใจมันก็หวิว ๆ เหมือนกันนะ ฉันรู้สึกปลอดภัยเมื่อได้อยู่ใกล้คุณเขา แม้ว่ามนุษยสัมพันธ์ของคุณเขาจะแย่แต่กับฉันคุณเขาพร้อมจะยิ้มรับเสมอ น่าเสียดายที่เวลานั้นเดินมาครบกำหนดแล้ว ไม่อย่างนั้นเราคงได้ทำความรู้จักกันนานมากกว่านี้...หรือที่จริงแล้ว เราควรรู้จักกันด้วยระยะเวลาแค่นี้ ผ่านกันมาเพื่อสร้างความทรงจำดี ๆ ให้กันและกันเพียงเท่านั้นพอกันแน่นะ หากความบังเอิญที่ฉันกับพี่สตรอมจะได้เจอกันนั้นไม่มีอยู่จริง อย่างน้อยฉันก็ขอเก็บความทรงจำนี้ไว้ในใจ...ว่าครั้งนึงเราเคยได้รู้จักกันก็พอแล้วล่ะ
"อาลิลินครับ พี่คินคิดถึงจังเลย" กลับมาถึงห้องน้องคินรีบวิ่งเข้ามากอดฉันทันที เช่นเดียวกับน้องณรินรีบเข้ามากอดขาฉันเอาไว้คนละข้างเชียว
"ฮ่า ๆ อ้อนอาขนาดนี้จะเอาอะไรคะ"
"เอาตุ๊กตาตัวนี้ได้ไหมครับ" น้องคินชี้ไปยังตุ๊กตาที่ฉันเก็บเอาไว้
"เอ่อ..."
"พี่คินล้อเล่นครับอาลิลิน พี่คินไม่เอาของอาลิลินหรอกครับ"
"แล้วนี่คุณตากับคุณยายไปไหนเหรอคะ"
"คุณตากับคุณยายไปสวีทกันครับ พี่คินกับน้องเลยมานั่งดูการ์ตูนกับอาเลนครับ" อ่อ...วันนี้เลนรับบทเป็นพี่เลี้ยงเด็กสินะ
"โอเคค่ะ งั้นอาลิลินขอไปจัดกระเป๋าก่อนนะคะ พรุ่งนี้อาต้องกลับแล้ว"
"พี่คินไม่อยากให้อาลิลินกับอาเลนกลับเลยครับ"
"ณรินก็ด้วยค่ะ"
"ไว้อาว่าง ๆ จะมาเที่ยวนะครับ อาเลนกับอาลิลินต้องกลับไปทำงานหาเงินมาซื้อตั๋วขึ้นเรือก่อนโอเคไหมครับ"
"เอาเงินพี่คินก็ได้ครับ"
"เดี๋ยวณรินไปขอตั๋วที่ปะป๊าให้ฟรีก็ได้ค่ะ"
สองแสบรีบหาข้อเสนอกันใหญ่ น่ารักน่าเอ็นดูเชียว...
"ไว้คราวหน้าแล้วกันครับ ไว้อาเลนจะรีบทำงานหาเวลาว่างมาเที่ยวหลาย ๆ วันเลยดีไหมครับ"
"จริงนะครับอาเลน ห้ามโกหกนะครับสัญญาก่อนครับ"
"อาเลนสัญญาครับ"
"สัญญากับณรินด้วยค่ะ ถ้าอาเลนโกหกพวกเรา พวกเราจะโกรธอาเลนและไม่คุยด้วยสิบวันเลย" เด็กน้อยขู่กับอา แล้วมีเหรอที่เลนจะกล้าต่อลอง
"อาเลนไม่โกหกแน่นอนครับ" พวกเรารักหลานมาก ๆ เพราะถึงอย่างนี้เราจึงไม่เคยโกหกและผิดสัญญาให้ขุ่นเคืองใจกัน
"อาลิลินด้วยนะครับ"
"ค่ะ อาลิลินสัญญาเหมือนกันค่ะ"
หลังจากที่เราตกลงทำสัญญากันสี่คนอาหลานเรียบร้อยแล้ว จึงแยกกันเลนอาสาพาเด็ก ๆ ไปดูแลระหว่างรอพ่อแม่สองแสบกลับมารับ เห็นว่าไปคุยธุระงานกับคู่ค้าธุรกิจกัน ส่วนคุณพ่อคุณแม่ไปสวีทกันสองคนก่อนกลับ คู่คุณพ่อคุณแม่เขาเติมความหวานให้กันไม่มีขาดอยู่แล้ว ส่วนฉันไม่ได้มีหน้าที่หรือคู่รักแต่อย่างใดจึงได้มาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางเตรียมกลับในวันพรุ่งนี้
ก๊อก ๆ
"ว่าไงเลน"
"ขอเข้าไปคุยด้วยหน่อยสิ" ฉันกำลังนั่งพับเสื้อผ้าอยู่แท้ ๆ ไหนว่าเลี้ยงหลานหรือพี่ลิลินมารับลูกกลับไปแล้วกันนะ
"เข้ามาสิ" ตอนนี้ฉันเก็บของส่วนตัวเรียบร้อยเหลือแค่พวกอุปกรณ์เครื่องสำอาง เครื่องอาบนำ้ต่าง ๆ ที่ฉันต้องจัดเรียงเข้ากระเป๋าเท่านั้น
"เก็บเร็วจัง" แน่นอนสิ ถ้าเป็นเลนคงเร็วกว่านะเพราะเจ้าตัวเล่นยัด ๆ โยน ๆ และปิดซิปรูดเพียงเท่านั้นไม่ได้มานั่งพับเก็บเป็นช่อง เก็บแยกกระเป๋าแบบฉันก่อนที่ไหนกัน
"ว่าไงมีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่เหรอ แล้วหลานไปไหนแล้ว"
"เลนมีเรื่องสงสัยน่ะ ส่วนหลาน ๆ พี่ลลินมารับไปเรียบร้อย"
"ว่ามาสิ จ้องหน้าพี่อยู่ได้" ฉันพูดไปมือก็เก็บของไป ส่วนเลนขึ้นไปนอนบนเตียงของฉันเรียบร้อย และฉันพึ่งดึงผ้าปูที่นอนให้เรียบไปเมื่อไม่นานนี้เอง
"ไหนพี่ลิลินกลัวฟ้า กลัวลม เวลาฝนตกอ่ะ"
"ก็กลัวไง ไม่อย่างนั้นจะมุดตัวอยู่ห่อตัวเป็นดักแด้อยู่ในผ้าห่มหนา ๆ ทำไมเวลามีฝนตกฟ้าร้องน่ะ" แค่พูดแล้วจินตนาการภาพก็สะดุ้งแล้ว
"นั่นแหละที่ผมสงสัย พี่ลิลินกลัวฟ้า กลัวลม แต่พี่ลิลินไม่กลัวพายุเฉยเลย"
"หมายความว่าอะไรเหรอเลน อธิบายใหม่สิ"
"ไม่มีอะไรหรอก แค่สงสัยน่ะ"
"สงสัยว่าอะไร"
"สงสัยว่า...พี่ลิลินชอบสตรอมพายุร้ายได้ไงน่ะสิ"
"ไอ้เลน!"
"ฮ่า ๆ เรื่องนี้ถึงหูคุณพ่อแน่ แบร่~"
................................................................................................
