บทที่ 13 บท 4.1
“สอบเสร็จแล้วโว๊ย!! หมดทุกข์หมดโศกสักที” เสียงของซันตะโกนขึ้น หลังมหกรรมการสอบแบบหฤโหดได้ผ่านพ้นไปสักที ท่าทีที่เล่นใหญ่เกินเบอร์ของเพื่อนก็ทำให้เชที่เดินออกจากห้องสอบตามหลังมาติด ๆ ถึงกับส่ายหน้าอย่างระอา
“จะดีใจทำไมวะ เดี๋ยวก็ต้องใช้ชดกรรม ตอนเกรดออกอยู่ดี” เชว่า ขณะที่กำลังเก็บบัตรนักศึกษาลงกระเป๋าสะพายข้าง
“เชเพื่อนรัก อย่าขัดอารมณ์กูดิ”
“เฮ้อ…กูพูดความจริงก็ว่าไปขัดอารมณ์มึงอีก”
“แหงดิ จากที่โล่ง ๆ ตอนแรก ตอนนี้กูเริ่มกังวลแล้ว ไม่รู้จะได้เกรดไหนไปฝากแม่” ไอ้ซันว่า คิ้วเริ่มขมวดเป็นปม เมื่อพูดถึงเรื่องเกรด
“มึงควรกังวลนานแล้ว เพราะแม่ขายควาย ส่งมึงเรียน”
“โอ้โห...เถียงไม่ได้ด้วย เพราะเรื่องจริง”
อ้าว เรื่องจริงเหรอวะ” เชถาม
“นี่ก็โง่เชื่ออีก เคยบอกไปแล้วไงว่าบ้านกูทำธุรกิจสีดำ” ช่วงท้ายประโยคไอ้ซันลอบมองซ้ายมองขวาครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดกับเชเสียงแผ่ว
“ค้ายา?”
“เปล่า ขายเฉาก๊วย”
“ไอ้เวร เล่นมุกพอยัง”
“ฮ่า ๆ ก็มึงน่าแกล้งอะ กูพูดอะไรก็เชื่อไปหมด”
“กับเพื่อนกูให้ความเชื่อใจเต็มร้อยอยู่แล้ว”
“พูดซะ กูไม่กล้าโกหกเลยว่ะ แต่ไหน ๆ ก็สอบเสร็จแล้ว คืนนี้เราไปเที่ยวกันเถอะ” ไอ้ซันว่า ก่อนจะถือวิสาสะเดินมากอดคอเช
“เดี๋ยวนะ เพิ่งสอบเสร็จวันนี้เอง มึงรีบจังวะ พักตับบ้าง” เชเอ่ยพลางขมวดคิ้ว
“เดี๋ยวก็จะแยกย้ายกันกลับบ้านแล้วอะ ถ้าไม่ฉลองสอบเสร็จวันนี้ แล้วจะฉลองกันวันไหน”
“…”
“สรุปเอาไง”
“พี่เชคะ” ยังไม่ทันได้ให้คำตอบเพื่อน ก็มีคนเรียกชื่อเชขึ้นมาเสียก่อน นั่นทำให้พวกเขาที่กำลังยืนรออยู่หน้าลิฟต์หันไปตามเสียงเรียกโดยอัตโนมัติ เพื่อที่จะพบมะปราง รุ่นน้องต่างสาขากำลังยืนยิ้มให้พร้อมกับถือกล่องของบางอย่าง
“อ้าว น้องปรางมีไรครับ” เชเอ่ยถามอีกฝ่าย
“ปราง…เอาขนมจีบกุ้งกับปูมาฝากค่ะ” หญิงสาวว่าพลางยื่นกล่องขนมจีบมาให้เชรับไว้ ทำให้เขาต้องรีบรับของจากรุ่นน้องอย่างงุนงง
“พี่แค่พูดหยอกเล่นเอง ไม่คิดว่ามะปรางจะเอามาให้จริง” เขาว่าทั้งสีหน้าลำบากใจ เพราะขนมจีบที่อีกฝ่ายเอามาฝาก มันไม่ใช่กล่องเล็ก ๆ เลย จะรับไว้อย่างเดียวก็เกรงใจแย่
บ้านของมะปรางทำขายพวกซาลาเปา ติ่มซำ พอได้มีโอกาสคุยกัน เชก็เลยเอ่ยแซวน้องบอกว่าอยากลองกินขนมจีบร้านอีกฝ่ายดู เขาแค่พูดเล่น ๆ เท่านั้นและไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะห่อขนมจีบมาให้แบบนี้
“ก็ปรางอยากลองให้ชิม”
“ขอบคุณนะ แต่พี่เกรงใจเราอะ ปรางเอามาให้กล่องใหญ่มากเลย งั้นเอาเป็นว่าพี่ขอซื้อต่อแล้วกัน” เชไม่ว่าเปล่า แต่ยังหยิบกระเป๋าตังออกมา เตรียมจะหยิบเงินให้อีกฝ่ายด้วย “แล้วทั้งหมดนี่เท่าไรครับ”
“ไม่เอาค่ะ ๆ ไม่เป็นไร ปรางเต็มใจ” มะปรางว่าพร้อมกับยกมือขึ้นปราม ไม่ยอมให้เชจ่ายเงินให้
“แต่ที่เรามาฝากกล่องใหญ่มากนะ ขอย้ำอีกที กล่องใหญ่มาก” เขาว่าอย่างติดตลก
“ค่ะ ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นคำขอบคุณเพราะพี่เชช่วยปรางตั้งเยอะเลย”
“ก็แค่อธิบายเกมให้ฟังเอง”
“นั่นแหละค่ะ ถือซะว่าเป็นการขอบคุณนะคะ ถ้าพี่เชอยากให้เงินปรางจริง ๆ ไว้ไปอุดหนุนที่ร้านดีกว่าค่ะ ส่วนนี่ถือว่าเป็นคำขอบคุณจากปรางก็พอ”
“เอางั้นเหรอ”
“ค่ะ เพราะถ้าพี่เชจะให้เงิน ปรางคงไม่สบายใจแน่ ๆ เพราะไม่ได้ตั้งใจเอามาขายให้พี่” มะปรางว่า ทำสีหน้าลำบากใจไม่ต่างกัน
“งั้น...ถ้าปรางมีอะไรสงสัยอีก สงสัยตรงไหนก็ทักมาหาพี่ได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจกัน”
“ได้เลยค่ะ เพราะปรางคงได้ทักไปหาอีกแน่ ๆ งั้น...ปรางไปกินข้าวแล้วนะคะ ตอนบ่ายมีสอบต่อ”
“โอเคครับ ขอให้ทำข้อสอบได้นะ”
“ขอบคุณมากค่ะ บ๊ายบายค่ะ”
หลังจากร่ำลากับน้องมะปรางเสร็จ เชก็ถือกล่องขนมจีบหันกลับมาหาซัน ก่อนจะชักสีหน้า หุบยิ้มโดยพลัน หลังเห็นไอ้เพื่อนตัวดีกำลังส่งยิ้มและทำสายตาล้อเลียน
“อะไร” เชถามเสียงเข้ม
“ทำเป็นเข้มกลบเกลื่อนว่ะ มีสาวมาขายขนมจีบแล้วทำเป็นเข้ม”
“บ้า นั่นน้อง”
“อ๋อเหรออออ” ไอ้ซันพูดลากเสียงยาว ทำเหมือนไม่เชื่อกันง่าย ๆ “แล้วแอบไปคุยกันตอนไหน ซุ่มเงียบเหรอเรา ร้ายว่ะ”
“ไม่ได้ซุ่มเงียบเลย น้องทักมาถามเรื่องเกมที่กูแชร์ ๆ ลงอะ ทักมาก่อนวันสอบไม่กี่วันนี่เอง” เชว่า
เชและมะปรางเราเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กกันมานานแล้ว ตั้งแต่ตอนเปิดเทอมใหม่ ๆ อีกฝ่ายกดส่งคำขอมาก่อน พอเชเห็นว่าเรียนสถาบันเดียวกัน เขาก็เลยกดอนุมัติคำขอ
เชเคยกดไลก์โพสต์อีกฝ่ายพอประปราย เวลาเห็นโพสต์มะปรางขึ้น เขาก็ไลก์ตามปกติ บางครั้งมะปรางก็เป็นฝ่ายมากดหัวใจให้รูปเขาและเราก็เพิ่งจะมีโอกาสคุยกัน เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง
“น้องเขาจีบชัวร์” ไอ้ซันว่า
“ก็ยังว่าทักถามมาเรื่องเกม มึงไม่เข้าใจหรือไงวะ”
“มึงรอดูเหอะ เดี๋ยวก็รู้ว่าทักมาถามเรื่องเกมจริง ๆ หรือต้องการคุยอย่างอื่น”
