บทนำ
เขาว่ากันว่าคนเมามีหลายประเภท... เมาแล้วฟูมฟาย เมาแล้วโทรหาคนเก่า เมาแล้วนิ่ง เมาแล้วหลับ เมาแล้วเฟรนด์ลี่ และสุดท้ายเมาแล้วยั่ว ส่วนผมน่ะ…เป็นอย่างสุดท้าย ที่เมาแล้ว 'ยั่ว'
บท 1
คนเมามีหลายประเภท…..
เมาแล้วฟูมฟาย…. เมาแล้วโทรหาคนรักเก่า…..
เมาแล้วนิ่ง….. เมาแล้วหลับ…..
เมาแล้วเฟรนด์ลี่….. และสุดท้ายเมาแล้วยั่ว….
ทุกคนต่างบอกว่าเชเป็นอย่างสุดท้าย แต่เจ้าตัวกลับไม่คิดเช่นนั้น เขาคิดว่าตัวเองไม่ได้ยั่ว แต่แอลกอฮอล์มันทำให้เขากล้ายิ่งกว่าเดิม กล้า….ที่จะเข้าหาคนที่ชอบ
“เชเมาหรือยัง”
“กรึ่ม ๆ แหละมั้ง ถามทำไมพี่โปรด” ว่าจบก็จ้องใบหน้าคนที่ถามด้วยสายตาที่เยิ้มกว่าปกติ พี่โปรดเป็นรุ่นพี่ร่วมคณะ อีกฝ่ายอยู่ปีสี่ใกล้จะจบเต็มที ส่วนเชอยู่ปีสอง อายุเพิ่งครบยี่สิบมาได้ไม่กี่เดือนนี่เอง
ใบหน้าของเราห่างกันแค่คืบ ภายใต้แสงไฟสลัว เหมือนมีพลังงานบางอย่างดึงดูดให้เราขยับหน้าเข้าหากันอย่างช้า ๆ แต่ต่อให้ใบหน้าเราจะใกล้กันสักแค่ไหน ต่อให้จะห่างกันเพียงแค่เซนติเมตรเดียว เราก็จะไม่มีวันจูบกัน
อยากมากสุดก็แค่โอบกอด ประคองร่างเอาไว้ ยามที่คนใดคนหนึ่งเมาจนไร้สติ เพราะเราสองคนต่างรู้ดีว่าถ้าเราทำมากกว่านั้น ความสัมพันธ์อาจเปลี่ยนไป จะใกล้ชิดกันมากกขึ้นหรือห่างหายกันไป ก็ไม่มีอาจรู้ได้ แต่เชคิดว่าความสัมพันธ์ของเราจะเป็นอย่างหลัง
“ถ้าเชเมา….แล้วมันทำไมเหรอ” เจ้าของชื่อเอ่ยถามพี่โปรด
“ก็แกชอบเมาแล้วยั่ว พี่อยากเห็นแกเป็นแบบนั้นอีก”
1
“วันนี้ไปเที่ยวเป็นเพื่อนหน่อย”
“ไม่ ใกล้สอบแล้ว มึงน่ะหัดอ่านหนังสือที่ห้องบ้างเถอะ” เชรีบปฏิเสธคำชวนของเพื่อนสนิทอย่างไอ้ซันทันที หลังเขาถูกชักชวนให้ไปสถานบันเทิงอีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่เราเพิ่งไปกันเมื่อสัปดาห์ก่อน
“โธ่….เชชชช” อีกฝ่ายเรียกชื่อเช พยายามทำหน้าเว้าวอนเพื่อให้เขาใจอ่อน แต่มันกลับไม่ง่ายเช่นนั้น เพราะเชตั้งใจจะอยู่อ่านหนังสือที่ห้องจริง ๆ
“ไม่ต้องมาเรียกชื่อเลย ไม่ไป”
“ใจคอจะให้กูไปคนเดียวจริง ๆ เหรอวะ” ซันยังคงตอแยไม่เลิก
แน่ล่ะ….การที่เชไม่ไปด้วยก็แปลว่า อีกฝ่ายต้องไปที่นั่นคนเดียวและกลับเพียงลำพัง เนื่องจากเราอยู่หอเดียวกันแต่พักคนละห้อง หากไม่อยากนอนห้องคนอื่น ซันก็ต้องห้ามเมาเพราะไม่มีใครหิ้วกลับ
“มึงอยากไปเที่ยวก็ไปดิ แต่กูไม่ไปด้วย”
“เช…..” ซันเรียกชื่อเขาเสียงอ่อนอีกครั้ง
“…….”
“ไปอีกแค่คืนเดียวเอง อีกตั้งสองสัปดาห์กว่าจะสอบ” ถึงจะอ้างเช่นนั้น แต่เชก็ยังส่ายหัว หนักแน่นในคำตอบว่าคืนนี้จะใช้เวลาว่างอ่านหนังสือที่ห้อง
“แต่คืนนี้พี่โปรดไปนะ”
“……” ตอนแรกก็ว่าจะไม่สนใจแล้ว แต่พอเจอประโยคถัดมา เชถึงกับชะงักกึก เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทำทีเปิดหนังสือหน้าต่อไปอย่างไม่คิดอะไร
“เอาไง ตกลงจะไปด้วยกันไหม? พี่โปรดไปด้วยนะ” ซันถามซ้ำอีกครั้ง
“พี่โปรดไปก็ช่างเขาสิวะ เกี่ยวไรกับกู”
“อ้าว….ก็ปกติเวลามึงไปเที่ยวก็เห็นตัวติดกับพี่เขาตลอด ก็นึกว่าสนิทกับพี่โปรดมากซะอีก”
“ไม่ได้สนิทกัน” จะเรียกว่าสนิทได้ยังไง ในเมื่อเราเจอกันแค่ตอนเที่ยว เบอร์ติดต่อหรือแม้กระทั่งไลน์ก็ไม่มีของกันและกันด้วยซ้ำ
“งี้ก็แปลว่าที่ผ่านมา กูเข้าใจผิดมาโดยตลอดเหรอวะ”
“ก็คงงั้น”
ความสัมพันธ์ระหว่างเชและพี่โปรดคือพี่น้องร่วมคณะ ตอนนี้อีกฝ่ายเรียนอยู่ปีสี่กำลังฝึกงานอยู่บริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ส่วนเชกำลังเรียนอยู่ปีสอง อายุเพิ่งครบยี่สิบมาได้ไม่กี่เดือน
คณะที่เชกำลังศึกษาอยู่ไม่ใช่คณะใหญ่ ทำให้เรารู้จักกันทั่วถึงทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง ขนาดที่ว่าต่อให้เราไม่เคยคุยกัน เราก็จะรู้ว่าใครชื่ออะไร เชและพี่โปรดก็เช่นกัน หนึ่งปีก่อนตั้งแต่เชเข้ามาเป็นรุ่นน้องของพี่โปรด เขารู้แค่ว่าอีกฝ่ายชื่อโปรด ส่วนพี่โปรดก็แค่รู้ว่าเขาชื่อเช
จุดเริ่มต้นที่ทำให้ใคร ๆ ต่างเข้าใจผิด คิดว่าเราสองคนสนิทกัน นั่นคือความบังเอิญ ในคืนนั้น….เชก็ได้ออกเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนของเขา พี่โปรดเองก็เช่นกัน
เราบังเอิญเจอกันในร้านนั่งดื่มกึ่งผับซึ่งร้านนี้เป็นร้านดังประจำมหา’ลัย พอกลุ่มเพื่อนพี่โปรดเห็นว่าพวกเชเป็นรุ่นน้องร่วมคณะ จึงมีการชักชวนให้มานั่งดื่มโต๊ะเดียวกัน สานสัมพันธ์ตามประสารุ่นพี่รุ่นน้อง คุยไปคุยมาเกิดความถูกคอจึงกลายเป็นว่านับจากนั้นกลุ่มเชและกลุ่มรุ่นพี่ปีสี่ก็มักมีการนัดออกเที่ยวด้วยกันเป็นประจำ
“เช มึงจะเข้าไปเลยไหม”
“มึงเข้าไปก่อนเถอะ เดี๋ยวกูตามเข้าไป”
“โอเค…..โต๊ะในสุดที่เดิมนะ รีบตามมา”
“อืม….” เชขานรับก่อนจะมองตามเพื่อนที่เดินเข้าไปในร้านแล้ว
ตอนแรกก็ยืนกรานเสียงแข็งว่าจะอ่านหนังสือที่ห้อง แต่ทำให้สุดท้ายเชก็มายืนอยู่หน้าร้านดังในช่วงสี่ทุ่ม เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องมาที่นี่ ไม่รู้ว่าเพราะทนเสียงรบเร้าของเพื่อนไม่ไหวหรือเพราะอะไรกันแน่….
“สวัสดีครับพี่” หลังตบตีกับความคิดตัวเองอยู่หน้าร้านเสร็จ เชก็เดินเข้ามาในร้าน เมื่อมาถึงโต๊ะประจำของเรา เขาก็เอ่ยทักทายรุ่นพี่ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี แน่นอน….เขาได้รับการต้อนรับที่ดี
บทล่าสุด
#77 บทที่ 77 ตอนพิเศษ 3.4
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#76 บทที่ 76 ตอนพิเศษ 3.3
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#75 บทที่ 75 ตอนพิเศษ 3.2
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#74 บทที่ 74 ตอนพิเศษ 3.1
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#73 บทที่ 73 ตอนพิเศษ 2.3
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#72 บทที่ 72 ตอนพิเศษ 2.2
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#71 บทที่ 71 ตอนพิเศษ 2.1
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#70 บทที่ 70 ตอนพิเศษ 1.3
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#69 บทที่ 69 ตอนพิเศษ 1.2
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#68 บทที่ 68 ตอนพิเศษ 1.1
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
รักระรินใจ
รักไม่หลอก
หัวใจสิงห์ (Only you)
เรื่องราวของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นจาก สาวน้อยวัย 22 ปี อย่างเกวลิน แอบรักพี่ชายฝั่งตรงข้ามบ้านอายุ 27 ปี อย่างสิงห์ มา 7 ปี ความรู้สึกของเธอชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้เธอรู้สึกว่าจากชอบและชื่นชม แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกรักไปเสียแล้ว อยากเจอหน้าเขาทุกวัน ถึงชายหนุ่มที่เธอชอบจะดูภายนอกเย็นชาไปสักหน่อย ทว่าเวลาที่อยู่ใกล้เขาเธอกับรู้สึกอบอุ่นหัวใจทุกครั้ง เมื่อไหร่ที่เธอเจอปัญหา เธอจะมองเห็นเขาอยู่ตรงนั้นเสมอ ทว่าวันหนึ่งกลับต้องห่างกัน สุดท้ายระยะทางก็ทำให้ทั้งสองคนต้องเลิกลา เมื่อกลับมาเจอกันอีกครั้ง สายตาที่เธอมองเขานั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทั้งไร้เยื่อใย และห่างเหิน มาเอาใจช่วยความรักของเขาและเธอไปด้วยกันนะคะ
#เรื่องนี้ไม่มีนอกกายนอกใจนะคะ
สัญญารักประธานร้าย
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
สัญญารักภรรยาไร้หัวใจ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?













