บทที่ 16 บท 4.4
พอได้ยินคำว่า‘ล้อเล่น’จากพี่โปรด เชก็อยากจะหัวเราะออกมา มันไม่ใช่มุกขำขันอะไร แต่กลับทำให้เชตลกอย่างบอกไม่ถูก
เรายืนข้างกันอยู่อย่างนั้น มองนั่นมองนี่ไปเรื่อย เชตั้งใจว่าหลังพี่โปรดสูบบุหรี่มวนนี้เสร็จ เขาจะกลับเข้าไปในร้าน ไปนั่งเฝ้าโต๊ะ ไปนั่งมองคนเมาหรือจะทำอะไรก็ว่าไป
“มือเชเล็กจัง” พี่โปรดพูดขึ้น สายตาของเจ้าตัวมองมาที่มือเช
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เชก็กางมือออกโดยอัตโนมัติ ก่อนจะใช้สายตาเปรียบเทียบขนาดมือของตัวเองกับพี่โปรด เขาเพิ่งสังเกตว่ามือพี่โปรดใหญ่กว่า มีเส้นเลือดขึ้นชัดเจนกว่า แต่ของเชเส้นเลือดมันไม่ได้ขึ้นชัดเท่าไรนัก
“เส้นเลือดพี่โปรดชัดจัง เห็นแล้วก็อิจฉา” เชพึมพำ ในขณะที่สายตาของเขายังมองมืออีกคนอยู่
เชเคยอ่านบทความหนึ่งบนเว็บไซต์ เขาบอกว่าในสายตาผู้หญิง เส้นเลือดของผู้ชายที่ปรากฎขึ้นตามข้อมือหรือแขนจะเป็นอะไรที่จเซ็กซี่มาก แต่เชกลับไม่ค่อยมี เขาจึงอิจฉาพี่โปรด
พี่โปรดไม่ได้พูดอะไร แต่เอามือข้างซ้าย ข้างที่ไม่ได้คีบบุหรี่เอาไว้ มาจับเข้าที่มือข้างขวาของเช มือของเราสัมผัสกันอย่างแนบแน่น เพราะพี่โปรดไม่ได้จับไว้เฉย ๆ แต่อีกฝ่ายจัดการสอดประสานนิ้วทั้งห้าของเราเข้าไว้ด้วยกัน
“พี่ก็อิจฉา มือเรานุ่มกว่าพี่อีก”
“ต้องนุ่มดิ ตอนเชอยู่บ้าน แม่ไม่ให้ทำอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นการล้างจาน ทำงานบ้าน แม่ทำเองทุกอย่าง แถมกำชับให้เชทาครีมบ่อย ๆ ด้วย แม่บอกว่าเป็นผู้ชายยุคใหม่ต้องหัดดูแลตัวเอง”
“แม่วัยรุ่นชะมัด”
“เรียกว่าทันโลกมากกว่าครับ แม่เชเป็นสาวสังคมมากเลยนะ ยอดไลก์ในเฟซบุ๊กก็เยอะกว่าเชอีก” เชว่าทั้งรอยยิ้ม เมื่อนึกถึงแม่อันเป็นที่รัก
“ถ้าพี่โปรดสูบบุหรี่มวนนี้เสร็จ เชจะลงไปนะครับ”
“อย่าเพิ่งสิ”
“ครับ?”
“อยู่ด้วยกันตรงนี้ก่อน ในร้านมันเสียงดัง”
“อยู่นี่ก็ไม่มีอะไรทำเหมือนกันนี่ครับ” เชว่า
“ก็พี่ไง ทำได้”
“ฮะ? พี่โปรดเมาเหรอครับ โอ๊ย! พี่โปรดอย่าดึงแก้ม” เชโวยวาย หลังเขาถูกคนข้างกายดึงแก้ม เชเพิ่งมารู้ว่าพี่โปรดดับบุหรี่ไปแล้ว เมื่ออีกฝ่ายใช้มือข้างดึงแก้มซ้ายขวาของเช
“ทำไมแก้มเช มันนุ่มจัง” พี่โปรดว่าอย่างมันเขี้ยว ในขณะเดียวกันมือของตัวเองก็กำลังดึงแก้มเชเล่นอย่างกับยางยืด
“มันหอมด้วยนะ รู้เปล่า” เชต่อปากต่อคำอย่างไม่คิดอะไร
“งั้นขอหอมได้ปะ”
“...” คราวนี้เชเงียบ เพราะไม่รู้จะตอบรับหรือปฏิเสธดี
เราสบตา เกิดอาการต่างฝ่ายต่างทำตัวไม่ถูกขึ้นมากะทันหันและเพราะเชคิดจริงกับพี่โปรดมานานแล้ว ทำให้ตอนนี้หัวใจเขาเริ่มเต้นแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อพี่โปรดโน้มหน้าลงมา ในหัวมีแต่คำว่าจะเอายังไงต่อดี ในที่สุดเชก็ตัดสินใจพูดอะไรบางอย่างออกมา
บางอย่างที่เขาสงสัยและต้องการคำตอบ
“เรื่องของเรานี่ยังไงครับ?”
“...”
“ทำไมเมื่อกี้พี่โปรดไม่ช่วยเชปฏิเสธเรื่องของเรา”
“ถ้าไม่อยากทำแบบนั้น”
“ครับ?”
“ตามนั้น...พี่จะไม่พูดอะไรที่ตัวเองไม่อยากพูด”
“แต่คนอื่นเขาจะเข้าใจผิด”
“ก็ทำให้เขาเข้าใจถูก ดีไหม?”
“พี่โปรดเมาใช่ไหม” เชพูดอีกครั้ง เมื่ออีกฝ่ายโน้มหน้าเข้ามาใกล้…มันใกล้ยิ่งกว่าเดิมจนเชสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนกรุ่นและกลิ่นบุหรี่อ่อน ๆ ของอีกฝ่าย ใจของเขาเต้นตึกตัก เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นระหว่างเรา
“จะเมาได้ไง ตั้งแต่พี่มาพี่ยังไม่ได้ดื่มสักแก้ว ”
“งั้นพี่ก็รู้ใช่ไหมว่าถ้าพี่จูบผม...อะไร ๆ มันจะไม่เหมือนเดิม” เชถามว่า
อะไร ๆ ที่เขาว่า หมายถึงเรื่องความสัมพันธ์ของเรา ในขณะเดียวกันนั้นสายตาของเชก็จับจ้องริมฝีปากรุ่นพี่ตาไม่กะพริบ
“บนโต๊ะเรา เพื่อนของพี่ เพื่อนของผมไม่มีใครจูบกันหรอกนะ”
“...”
“ถ้าพี่โปรดทำมัน ก็จะมีแค่เรา”
“ไม่เหมือนเดิมก็ช่างแม่งดิ...” พี่โปรดว่าอย่างเอาแต่ใจ
“พี่โปรดเมาแล้ว เมาหนักด้วย”
“ถ้าเชอยากคิดอย่างนั้นก็ได้นะ” พี่โปรดอย่างสบาย ๆ ใบหน้าเรายังใกล้กันเหมือนเดิม อีกนิดเดียวริมฝีปากเราจะแตะกันแล้ว
ยิ่งเชได้สบตาพี่โปรดใกล้ ๆ เขาก็ยิ่งตกอยู่ในวังวนที่อีกฝ่ายสร้างขึ้นมา เคยคิดจะตัดใจจากรุ่นพี่คนนี้ แต่ตอนนี้เชคิดว่าตัวเองทำไม่ได้หรอก
เชไม่มีทางตัดใจจากพี่โปรดได้ หากเขายังหลงอีกฝ่ายจนโงหัวไม่ขึ้นเช่นนี้
“แล้วเชล่ะ อยากไหม?” พี่โปรดเอ่ยถามเสียงแผ่ว เลื่อนสายตาจ้องต่ำ มองมาที่ริมฝีปากเช
“...”
“อยากจูบพี่ เหมือนที่พี่อยากจูบเราไหม”
ไม่มีคำตอบหลุดปากเช เขาจะไม่มีทางพูดมันออกมา เชตัดสินใจรวบรวมความกล้า คว้าคอพี่โปรดให้โน้มตัวลงจูบ เพียงแค่ริมฝีปากเราสัมผัสกัน เชก็หลับตาลง หัวใจเขาทำงานหนักยิ่งกว่าเดิมจนเชกลัวตัวเอง เชเป็นฝ่ายเริ่มก่อนและเขาก็คิดว่าตัวเองทำมันได้ดี
จังหวะที่เชกำลังจะผละออก พี่โปรดก็เป็นฝ่ายรุกบ้าง อีกฝ่ายเอียงใบหน้าเล็กน้อยเพื่อให้เราจูบกันได้ถนัดถนี่ขึ้น พี่โปรดดันร่างเชให้ติดกับขอบระเบียง เคลื่อนไหวริมฝีปากอย่างเก่งกาจ แล้วยังพยายามส่งสัญญาณให้เชอ้าปาก เพื่อที่จะได้สอดลิ้นเข้ามา
“ด—เดี๋ยวก่อน หายใจไม่ทัน” เชท้วง
เขารีบดันอกพี่โปรดเอาไว้ เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะโน้มตัวมาจูบอีกครั้ง นั่นทำให้พี่โปรดยอมหยุด อีกฝ่ายยิ้ม...พี่โปรดส่งยิ้มให้เช มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้เชเขินอายได้โดยง่าย ไม่ต้องส่องกระจกเชก็รู้ว่าหูตัวเองกำลังแดงแจ๋ ยิ่งพี่โปรดรู้ว่าเชกำลังเขิน อีกฝ่ายก็ยิ่งแกล้งด้วยประโยคที่ทำให้เชรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในฝัน
“ถ้าพี่รู้ว่าจูบเราแล้วมันจะรู้สึกดีขนาดนี้ พี่คงจูบเราไปนานแล้ว”
