บทที่ 4 บท 2.1

            “กลับได้ใช่ไหม?”

            “ได้ครับ สบายมาก ไอ้ซันทรงตัวดี ๆ สิวะ! กูจะล้มแล้วเนี่ย” ยังคุยกับพี่โปรดไม่ทันเสร็จ เชก็ต้องหันกลับมาโวยวายเพื่อนตัวดี หลังอีกฝ่ายทำท่าจะทิ้งตัวลงกับพื้นตลอดเวลา ทำเอาเชต้องรับหน้าที่หนัก เพราะไอ้ซันมันตัวใหญ่กว่าเขา จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เชจะแบกเพื่อนคนนี้กลับหอ โดยที่ไม่มีใครไปกองที่พื้นเสียก่อน

            เอาเข้าจริงในตอนนี้เชก็ไม่ได้มีสติเต็มร้อยเหมือนตอนขามา เขาก็เมาแล้วเหมือนกัน แต่ถ้าให้เทียบกับไอ้ซันเขายังดีกว่าอยู่มาก เพราะเชยังพูดจารู้เรื่อง ยังสามารถกลับหอเองได้ แต่ก็อาจจะมีเดินเช ๆ บ้าง

             เชไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมซันถึงได้คะยั้นคะยอให้เขามาเที่ยวด้วยกันนัก ที่แท้มันก็กลัวว่าจะไม่มีคนแบกมันกลับนี่เอง เชได้แต่ถอนหายใจอย่างระอา ห่างกันแค่ไปแป๊บเดียว ไอ้ซันก็เมาแอ๋จนได้

            “พี่ว่าพี่ไปส่งพวกเราดีกว่า”

            “ไม่เป็นไรครับ ๆ เดี๋ยวเชพาไอ้ซันกลับแท็กซี่เอง” เชรีบปฏิเสธความหวังดีนั้น เพราะได้ยินพี่โปรดพูดกับเพื่อนว่าพรุ่งนี้ต้องเข้างานเช้า ก็ไม่อยากจะเป็นภาระ

            “ขืนปล่อยให้กลับกันสองคนพี่ก็เป็นห่วงอยู่ดีนั่นแหละ”

            “แต่ว่าพี่โปรด….”

            “มา ๆ เดี๋ยวพี่ช่วยหามไอ้ซันเอง รถพี่ก็คันถัดไปนี่แหละ ไม่ไกลหรอก” ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค พี่โปรดก็ตัดบทไม่ฟังเสียงเชซะแล้ว อีกฝ่ายไม่ว่าเปล่า แต่ยังแย่งร่างไอ้ซันไปหามด้วย ทิ้งให้เชยืนอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยากจะปฏิเสธความหวังดีนั้นอีก แต่ไม่รู้จะทำยังไง

            “เดี๋ยวเชเปิดประตูรถให้พี่ด้วยนะ”

            “ได้ครับ ๆ” เพราะพี่โปรดยืนกรานคำเดิมว่าจะไปส่งเชและไอ้ซันที่หอพัก นั่นทำให้เชผู้มีชีวิตรอดเพียงหนึ่งเดียว ต้องเออออตามนั้น

            เมื่อเราอยู่บนรถ ทั้งพี่โปรดและตัวเชเองก็ต่างเงียบกันทั้งคู่ ไม่มีใครชวนคุยก่อน ในตอนนี้แม้เราจะอยู่บนรถกันสามคน แต่ก็เหมือนว่านั่งกันอยู่แค่สองคน เพราะไอ้ซันก็หลับไม่รู้เรื่องรู้ราวไปแล้ว

            เชรู้ตัวว่าเขากำลังเกร็ง สังเกตได้จากการผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างไม่เป็นธรรมชาติของตัวเอง เขาไม่กล้าหันมองข้าทางและไม่กล้าหันมองพี่โปรดเลยด้วยซ้ำ ไหนจะมือทั้งสองข้างที่จับชายเสื้อตัวเองไว้แน่น

            บรรยากาศระหว่างเราตอนอยู่บนรถแตกต่างจากตอนอยู่สถานบันเทิงอย่างสิ้นเชิง ตอนอยู่ในร้านกอดได้คือกอด เอาหน้าซุกอกได้ก็ทำ แต่ในตอนนี้แค่พี่โปรดจะเปลี่ยนเกียร์รถ เชยังสะดุ้งเลย

            “เงียบจัง ไม่คิดจะชวนคุยหน่อยเหรอ” ระหว่างที่เราติดไฟแดงกัน จู่ ๆ พี่โปรดก็พูดขึ้น สายตาอีกฝ่ายยังคงจับจ้องพื้นถนนข้างหน้า แต่ข้างแก้มของพี่โปรดบุ๋มลงไปเล็กน้อยเหมือนคนกำลังยิ้ม

            พี่โปรดมีลักยิ้ม….

            “ก็ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไรนี่ครับ”

            “ตอนอยู่ในร้านเราชวนคุยเก่งจะตาย”

            “ก็ตอนนั้นบรรยากาศมันพาไป”

            “ที่กอดพี่ไม่ปล่อย เพราะบรรยากาศมันพาไปด้วยปะ”

            “……”

            “เงียบอีก”

            “ก็…ไม่รู้จะว่ายังไง” หลังจากที่เชว่าเช่นนั้น พี่โปรดก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ

            ทุกคำพูด ทุกอย่างที่พี่โปรดแสดงออกล้วนมีอิทธิพลต่อเชทั้งนั้น ทุกอย่างมันตอกย้ำว่าเชกับพี่โปรดเราอยู่คนละชั้นกัน เชกอด เชเวลาพูดหยอกพี่โปรด อีกฝ่ายคงไม่รู้สึกอะไร แต่เวลาที่พี่โปรดทำแบบนั้นกับเชบ้าง เขาแทบหยุดหายใจ

            “พี่โปรด เดี๋ยวเชแบกมันขึ้นไปเอง”

            “ไม่เป็นไร ๆ เดี๋ยวพี่ไปส่งที่ห้องเอง”

            “แต่ว่า…”

            “อย่าดื้อ ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น เดี๋ยวพี่ช่วยเอง”

            “เฮ้อ…โอเคครับ ๆ” เชถูกพี่โปรดพูดดักอีกครั้ง นั่นทำให้เขาต้องยอมอีกฝ่ายเหมือนเดิม เชลอบถอนหายใจออกมา ไม่รู้ว่าในเวลานี้ใครกันแน่ที่ดื้อระหว่างเขากับพี่โปรด

            หลังเรามาถึงหอพักพี่โปรดก็รับหน้าที่แบกไอ้ซันขึ้นไปส่งห้องให้ โชคดีที่หอพักนี้มีลิฟต์ ไม่งั้นคงได้ขึ้นบันไดกันขาลาก ส่วนเชก็รับหน้าที่ค่อยกดลิฟต์ เปิดประตู แสกนนิ้วให้ เขาคาดโทษไอ้ซันตั้งแต่คืนนี้ นี่ถ้าพรุ่งนี้มันตื่นเมื่อไร สาบานว่าเชจะบ่นไอ้ซันให้หูชา โทษฐานที่ทำตัวเป็นภาระคนอื่น ต้องให้พี่โปรดมายุ่งยากด้วยอีก

            “เราไม่ได้พักห้องเดียวกับซันเหรอ”

            “ไม่ครับ อยู่ห้องข้างกันเฉย ๆ ขืนอยู่ด้วยกันคงได้ตีกันตายอะ” เชว่าพร้อมทำท่าปาดเหงื่อและเมื่อพี่โปรดโยนไอ้ซันลงเตียงได้ ก็หมดหน้าที่ของเราสักที

            “ซันตัวหนักเหมือนกันนะเนี่ย กว่าจะแบกมาถึงห้อง นี่คอแห้งเลยว่ะ”

            “พี่โปรดหิวน้ำเลยครับ งั้นไปกินที่ห้องเชไหม เชแช่น้ำไว้อยู่ แต่ของไอ้ซันมันยังไม่แช่” เชเสนออย่างไม่คิดอะไร เขาอยากจะขอบคุณพี่โปรดด้วย ถ้าวันนี้ไม่ได้อีกฝ่าย พรุ่งนี้เชอาจจะปวดหลังก็ได้

            “จะดีเหรอ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป