บทที่ 5 บท 2.2
“จะเป็นไรอะ แค่กินน้ำที่ห้องเอง เชไม่งกหรอก”
“…..”
“ไอ้พี่โปรดอย่าทะลึ่ง!” เชโวยวาย เมื่อเราเข้าใจคนละความหมายกัน พอเชรู้ทันพี่โปรด อีกฝ่ายก็หัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจ
“ปะ ๆ ไปกินน้ำที่ห้องเชกัน”
“น้ำเปล่า!”
“ก็น้ำเปล่าไง เรานั่นแหละทะลึ่ง” พี่โปรดว่าทั้งหน้ายิ้ม ก่อนจะมากอดคอเชแล้วเดินมาที่ห้องของเขา เมื่อเข้ามาในห้องเชก็รีบวิ่งไปหยิบน้ำเปล่าจากตู้เย็น เทใส่แก้วแล้วส่งให้พี่โปรดทันที
“รีบเชียว กลัวพี่อยู่ในห้องนานหรือไง”
“ไม่เกี่ยวเหอะ ผมแค่ไม่อยากให้พี่กระหายน้ำนานเฉย ๆ แต่พี่โปรดอยากอยู่ห้องนาน ๆ ก็ได้นะ” จังหวะที่เชกำลังพูด พี่โปรดก็ยกน้ำขึ้นมาดื่มพอดี อีกฝ่ายสบตาเชทั้ง ๆ ที่ยังยกน้ำขึ้นดื่มอยู่ พี่โปรดมองหน้าเชอย่างมีเลศนัย ทำเอาเขาอาจจะถอนคำพูดที่พูดไปเมื่อกี้
ไม่น่าเล่นกับไฟเลย….
“ก็อยากอยู่นาน ๆ นะ ห้องเชก็น่าอยู่ดี” นั่นไง…พี่โปรดเล่นเขากลับอีกแล้ว
“……”
“ห้องกว้างจัง เชเช่าอยู่เดือนละเท่าไร” ก่อนที่เราจะเงียบใส่กันอย่างจริงจัง พี่โปรดก็เปลี่ยนเรื่องคุยซะก่อน นั่นทำให้บทสนทนาของเรายังไปต่อได้
“เดือนละหกพันอะพี่ แพงหน่อยแต่ดีนะ ห้องใหม่ เฟอร์นิเจอร์ใหม่ด้วย”
“อ๋อ ก็คุ้มแหละ มีรปภ.คอยเฝ้ายี่สิบสี่ชั่วโมงด้วย” พี่โปรดพยักหน้ารับพร้อมกับมองไปรอบ ๆ ห้องของเช ก่อนจะมาหยุดสายตาที่ผู้เป็นเจ้าของห้องอีกครั้ง
“ตอนนี้เชหิวข้าวเปล่า”
“ครับ?”
“พี่หิวข้าวว่ะ แถวนี้มีอะไรกินปะ”
“ที่ยังเปิดตอนนี้ มีแค่ร้านชายสี่หน้าเซเว่นครับ แต่เขาขายพวกข้าวหมูแดง หมูกรอบ เย็นตาโฟด้วยนะ” เชว่า แถวหอพักเขา ไม่ใช่ย่านหอมหา’ลัย นั่นทำให้มีร้านขายอาหารโต้รุ่งน้อยกว่าปกติ
“งั้นพาไปกินหน่อยดิ พี่เลี้ยงก็ได้ พี่ยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยอะ”
“อ้าว ทำไมยังไม่ได้กินอีก นี่ก็ตีหนึ่งกว่าแล้วนะครับ”
“ก็ทำธุระนั่นแหละ ถ้าพี่ไม่ติดธุระเราก็คงได้สนุกกันนานกว่านี้”
“งั้นเดี๋ยวเชไปกินด้วย แต่เชขอจ่ายเองนะ”
“ตามใจเราแล้วกัน”
พี่โปรดจอดรถไว้ที่หอเชและเราก็เดินไปร้านชายสี่หน้าเซเว่นด้วยกัน เพราะมันอยู่ไม่ไกลจากหอพักเชเท่าไรนัก เดินชิว ๆ คุยเพลิน ๆ เดี๋ยวก็ถึง
เป็นครั้งแรกที่เชได้ออกมากินข้าวกับพี่โปรด ปกติเราเจอกันแค่ในสถานบันเทิง เจอกันแค่ในนั้นจริง ๆ เวลามีต่อไปร้านข้าวต้ม ไปกินข้าวรอบดึก พี่โปรดก็มักจะไปกับกลุ่มเพื่อนของพี่เขา ส่วนเชก็แยกไปกับเพื่อนของเช
ในตอนนี้เรากำลังนั่งรอก๋วยเตี๋ยว พอต้องนั่งฝั่งตรงข้ามกัน เชก็ทำตัวไม่ถูก ทุกอย่างดูผิดเพี้ยนไปเสียหมด เขาไม่รู้จะวางสายตาไว้ตรงไหนดี ไม่รู้ว่าควรจ้องหน้าพี่โปรดดีไหมหรือจะชวนคุยระหว่างรออาหารดี ทุกอย่างดูไม่เป็นธรรมชาติ ถ้ามากินก๋วยเตี๋ยวกับคนอื่น เชคงไม่ต้องมานั่งเกร็งขนาดนี้
เชไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่สามารถทำตัวเหมือนอย่างในผับได้ พอได้อยู่กับพี่โปรดเพียงลำพัง ไม่มีเสียงเพลง ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วยสร้างบรรยากาศ เชก็พูดน้อยลงถนัดตา เขาไม่กล้าสบตาพี่โปรด ไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะชวนอีกฝ่ายคุย ในขณะเดียวกันนั้นพี่โปรดก็ดูเฉย ๆ
อีกฝ่ายไม่ได้เป็นอย่างที่เชเป็น….
พอได้นั่งกินก๋วยเตี๋ยวตรงข้ามกันกัน นอกจากหน้าตาที่จัดอยู่ในหมวดตรงสเป็ก เชก็เพิ่งได้เห็นว่าพี่โปรดผิวดีมาก เขาเคยได้ยินพี่เฟิร์นเมาธ์เรื่องนี้เหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะผิวดีขนาดนี้ ไม่มีแม้กระทั่งรอยสิว
“อิจฉาจัง พี่โปรดผิวดีมากเลยอะ ใช้ครีมอะไร” ในที่สุดเชก็รู้ว่าจะชวนพี่โปรดคุยเรื่องอะไรดี
“ผิวดีอะไร ช่วงนี้พี่นอนน้อย ตื่นเช้า”
“แต่สิวไม่ขึ้นสักเม็ดเลยนะเนี่ย ไม่มีรอยสิวด้วย หน้าพี่อย่างผ่อง”
“เพราะกรรมพันธุ์มั้ง พี่ดื่มน้ำเยอะด้วยแหละ แต่ถ้าวันไหนดื่มน้ำน้อย ๆ ลืมกินน้ำผิวก็แย่เหมือนกัน” ว่าจบพี่โปรดก็ยกน้ำขึ้นมาจิบ
มีเจอหน้าก็ต้องมีจากลา หลังจากเรานั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกันเสร็จ เชและพี่โปรดก็เดินกลับมาที่หอ เขาเป็นคนเอ่ยลาพี่โปรดก่อน แม้จะเสียดายอยู่ไม่น้อยแต่ก็ต้องยอม เพราะพรุ่งนี้ไม่ใช่วันหยุด เรายังต้องกลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง
“รีบกลับไปพักผ่อนนะพี่โปรด ฝันดีครับ เจอกันรอบหน้า” เมื่อเดินมาถึงหน้าหอ มาหยุดที่หน้ารถของอีกฝ่าย เชก็เอ่ยลาอีกฝ่าย
“เช….เดี๋ยวก่อนดิ”
“ครับ?” จังหวะที่กำลังจะเดินไป พี่โปรดก็เรียกเชไว้ นั่นทำให้เขาต้องหันกลับไปมองอีกฝ่าย
“จะเป็นไรปะ ถ้าพี่ขอไลน์ ขอเบอร์เราไว้”
“……”
“เผื่อจะชวนไปกินข้าวอีก”
