บทที่ 2 Episode2

และเป็นแกที่ทำให้ดอกแก้วต้องจากไปด้วยสภาพที่น่าสงสาร ฮึก..ดอกแก้วลูกแม่" เป็นเสียงที่ยังคงฝังแน่นอยู่ภายในใจของสิงห์แม้ว่ามันจะผ่านมากี่ปีก็ตาม 

และมันก็คือความจริง ครอบครัวของเขาเป็นมาเฟียที่มักจะมีคู่อริและคนที่ต้องการจะล้มตระกูลเขาคอยจะหาวิธีต่างๆนาๆที่จะเอาชีวิตตนเองและรวมไปถึงคนในครอบครัวทุกคน และดอกแก้วก็เป็นหนึ่งในรายชื่อที่พวกมันต้องกำจัดทิ้งแม้มันจะมีบางอย่างที่ผิดพลาด แต่เขาเชื่อไปแล้วว่าเป็นเพราะเขา เขาทำให้ดอกแก้วต้องxาย

สิงห์กับดอกแก้วคบกันมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่งในวิทยาลัยในใจกลางเมือง และตกลงคบหากันหลังจากที่รู้จักกันมาสี่เดือน จนทั้งคู่ตกลงกันว่าจะแต่งงานกันเมื่อเรียนจบ โดยที่รับรู้มาตลอดว่าทางครอบครัวของสิงห์เป็นมาเฟียที่มีทั้งธุระกิจขาวและดำ และความเสี่ยงที่ดอกแก้วต้องได้รับเมื่อทันทีที่ได้แต่งงานกับสิงห์

ทุกอย่างมันเกินการควบคุมเมื่อรถคันที่ดอกแก้วนั่งถูกดักสุ่มโจมตีในระหว่างที่เดินทางไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า ดอกแก้วกับคนขับรถถูกรถบรรทุกชน สิงห์เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคู่อริจนรถพลิกคว่ำหลายตลบ และในที่สุดดอกแก้วและคนขับรถก็ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

นับตั้งแต่วันนั้นสิงห์ก็กลับไปอยู่ที่ประเทศบ้านเกิดของพ่อในตอนใต้ เขาใช้ชีวิตในแบบที่ใครๆก็ต่างไม่กล้าเข้าใกล้ สิงห์กลายเป็นคนที่เฉยชา เลือดเย็นและถูกขนานนามว่า..คนไร้หัวใจ..แต่ใครจะรู้ว่าลึกๆแล้วภายใต้ใบหน้าที่นิ่งขรึม เฉยชานั้นกำลังรู้สึกอะไรอยู่

"ไปไหนต่อครับนาย" องอาจเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคนเป็นนายยังคงนั่งนิ่งเงียบ

"ไปดูผับ"

"ครับนาย"

หน้าลานกิจกรรมรับน้องปีหนึ่ง

วันนี้หลังจากที่รุ่นน้องปีหนึ่งได้รับแชทจากรุ่นพี่ว่าให้มารวมตัวกันที่ลานกิจกรรมเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง หลังจากพ้นผ่านช่วงการเรียนการสอน ช่วงเย็นก็มารวมตัวกันตามที่รุ่นพี่ได้บอกไว้

"เอาล่ะทุกคน พี่ให้เวลาสามวันนะครับในการถามชื่อและทำความรู้จักกันให้ครบตามที่พี่ได้ให้ไว้ในสมุดที่แจกไป"

"ใครมีอะไรจะถามไหมครับ" รุ่นพี่ถามขึ้นอีกครั้ง ในเมื่อไม่มีใครถามหรือสงสัยอะไร รุ่นพี่จึงสั่งปล่อยทันที

"งั้นเลิกกิจกรรมครับ" สิ้นเสียงของรุ่นพี่บอก นักศึกษาชั้นปีหนึ่งก็ต่างพากันแยกย้ายกลับหอบ้าง บางคนก็ไปกินเลี้ยงทำความรู้จักกันต่อต่างจากน้ำอิง

ร่างเล็กเดินตรงออกไปที่ป้ายรถเมล์ทันทีพร้อมกับกระเป๋าผ้าใบโปรด แต่ระหว่างที่นั่งรอรถเมล์อยู่นั้น ไลออนชายหนุ่มที่เรียนอยู่คณะเดียวกันและเป็นเพื่อนคนที่นั่งข้างหน้าตนระหว่างทำกิจกรรมรับน้อง เขาสั่งให้คนขับรถจอดที่ตรงหน้าเธอทันทีที่เห็น

"น้ำอิง!!" 

"อ้าวไลออน มีอะไรเหรอ"

"ให้เราไปส่งที่อพาร์ตเมนต์ไหมทางผ่านเราพอดี" ไลออนเด็กหนุ่มที่มีหน้าตาหล่อคม เพราะความเป็นลูกครึ่งเลยทำให้เป็นที่สะดุดตากับสาวๆ

"ไม่เป็นไร พอดีเราต้องไปทำงานต่อน่ะ" น้ำอิงเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ

"โอเค พรุ่งนี้เจอกันนะ"

"อือ..ขอบใจนะ" ดวงตาหวานมองตามรถยนต์คันหรูที่ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากป้ายรถเมล์ ทำให้น้ำอิงนึกถึงความจนที่ตนเองเป็นอยู่ขึ้นมาทันที เพราะความจนมันน่ากลัว ยามที่ไม่มีเงินมันก็คือไม่มีจริงๆ ทุกครั้งที่เงินออกก็แบ่งเงินเป็นส่วนๆ อีกส่วนเก็บไว้เพื่อเป็นค่าเทอมและอีกส่วนก็แค่พอได้ซื้อข้าวสาร ไข่ไก่ มาม่า ปลากระป๋องไว้ประทังชีวิต จนกว่าจะถึงรอบเงินเดือนออกอีกครั้ง

ระหว่างที่นั่งบนรถเมล์ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมือเล็กหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นคุณลุงโทรมา จึงกดรับสายทันที

"ค่ะคุณลุง"

"เห็นเงินที่ลุงโอนไปให้หรือยังน้ำอิง" แค่ประโยคนี้ ประโยคสั้นกลับทำให้ขอบตาของน้ำอิงถึงกับร้อนผ่าวขึ้นมา เพราะเธอรู้ดีว่าคุณลุงของเธอก็ลำบากไม่แพ้กัน ยังจะเจียนเงินไม่กี่ร้อยมาให้ ยิ่งสร้างความซึ้งใจและรักลุงของเธอมากขึ้น

"เห็นแล้วค่ะ แต่หนูไม่มีเงินในโทรศัพท์หนูเลยไม่ได้โทรบอกคุณลุงค่ะ"

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวลุงจะคอยให้นะ มันอาจจะไม่ได้มากมายอะไร ก็รับไว้เถอะนะ" 

"ขอบคุณคุณลุงมากๆนะคะ" น้ำอิงพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

"อือๆ แค่นี้นะลุงกำลังจะไปทำงานต่อ"

"ค่ะคุณลุง"

ปลายนิ้วเรียวกดปิดโทรศัพท์ก่อนจะยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาที่มันกำลังไหลออกมาจากหางตา นั่งมาแค่ไม่กี่ป้ายรถเมล์ก็ถึงที่ทำงานของเธอ ผับโซแอล

ผับโซแอล

17.45น.

น้ำอิงลงจากรถเมล์แล้วเดินต่อมาอีกไม่กี่เมตรก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยของผับ ที่ทำงานแห่งนี้เธอทำมาได้หลายเดือนแล้วเป็นงานที่ได้รับค่าตอบแทนไม่มากนัก แต่นั่นก็เป็นงานสุจริตและที่สำคัญไม่กระทบการเวลาเรียนของเธออย่างแน่นอน

"สวัสดีค่ะพี่ปิ่น" ทันทีที่เท้าเล็กก้าวมายังหลังร้านเธอก็เจอกับปิ่น ปิ่นเป็นหัวหน้าห้องครัว และเป็นคนที่คอยสอนให้น้ำอิงหั่นผัก จัดอาหารใส่จาน รวมไปถึงอื่นๆที่เกี่ยวกับงานในครัว

"สวัสดีจ๊ะ เป็นยังไงเปิดเทอมวันแรก" ปิ่นพูดพร้อมกับส่งยิ้มอย่างมีไมตรีและเอ็นดูเด็กคนนี้มากๆ เพราะเธอรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับน้ำอิง เพราะเวลามีอะไรน้ำอิงมักจะมาเล่าให้ฟังเสมอ อาจจะเป็นเพราะว่านิสัยของปิ่นรวมถึงบุคคลิก มันคล้ายกับแม่ของน้ำอิงมากๆ

"ก็ดีค่ะ ได้เพื่อนใหม่เยอะเลยค่ะ" น้ำอิงตอบไปตามที่คิด ในรั้วมหาลัยนอกจากหาความรู้ เก็บเกี่ยวประสบการ์ณก็มีเรื่องเพื่อนนี่แหละ สังคมในรั้วมหาลัย แล้วแต่ว่าเราจะได้เพื่อนใหม่แบบไหน

"เดี๋ยวหนูไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะพี่ปิ่น"

"จ๊ะ ไม่ต้องรีบเรามาก่อนเวลาตั้งเยอะ"

"ค่ะ"่ น้ำอิงตอบกลับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม แววตาที่สดใสในแบบของน้ำอิงใครเห็นใครก็รัก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป