บทนำ
"ฉันบอกบอกไง"
"ก็หนูชอบลุง"
"กลับไปตั้งใจเรียนซะ"
เธอไม่ได้หันไปตอบอะไร เธอแค่คิดว่า น้ำหยดลงหินทุกวัน หินบอกโอเค"
บท 1
อพาร์ตเมนต์ชั้นแปดในตึกบี ย่านที่พักอาศัยค่อนข้างแออัด เพราะเป็นอพาร์ตเมนต์ที่ถูกสุดถึงแม้ตึกจะดูเก่าแต่เจ้าของก็ยังคงดูแลความสะอาดเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ทางเข้าตึกมีติดตั้งกล้องวงจรปิด ล็อบบี้ขนาดเล็กมีตู้รับพัสดุอัตโนมัติ ประตูห้องเป็นลูกบิดทั่วไป ภายในห้องมีพื้นที่สี่สิบตารางเมตรมีระเบียงขนาดเล็กที่พอมีพื้นที่ในการตากผ้าได้นิดหน่อย แบ่งเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่นที่ถูกจัดแบ่งเป็นห้องครัวด้วยพื้นที่จำกัด ถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวที่ไม่ขาวมาก มีเฟอร์นิเจอร์แค่เตียงและตู้เสื้อผ้าขนาดเล็ก
หญิงสาวในวัยสิบเก้าปี ยืนส่องกระจกเพื่อตรวจความเรียบร้อยเครื่องแต่งกายของชุดนักศึกษา เธอสวมใส่เสื้อในขนาดที่พอดีตัว กระโปรงพลีทสีดำสนิท ผิวขาวผุดผาดราวกับจะเรืองแสงได้ ใบหน้าเรียวเล็ก ผมสีน้ำตาลเข้มธรรมชาติถูกมัดรวบขึ้นเป็นหางม้าเรียบตึง คิ้วเรียงสวย แก้มป่องนิดๆ ดวงตาเป็นประกาย กำลังยืนยิ้มให้กับตัวเองในกระจก
"เรียบร้อย..เยี่ยม"
วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของเธอ..น้ำอิง พิกุลงาม นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง ถือกระเป๋าผ้าใบละไม่ถึงร้อย เดินลงมาจากชั้นแปด เพราะอะไรงั้นเหรอ 'ลิฟต์เสีย' ดันมาเสียในวันแรกของการเปิดเทอมคิดดูแล้วเธอคงจะดวงดีใช่เล่น
น้ำอิงใช้ชีวิตตัวคนเดียวได้สองปี พ่อแม่ของเธอเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ญาติพี่น้องที่พอได้พึ่งพาก็มีเพียงลุงของเธอที่ทำงานหาเช้ากินค่ำ คอยช่วยเหลือเท่าที่ลุงพอจะทำให้ได้ เช่นการประชุมผู้ปกครอง รวมไปถึงยามที่น้ำอิงเจ็บไข้ได้ป่วย
ก้าวเล็กเดินจนมาถึงที่ใต้ตึกและเดินต่อไปอีกประมานสองเมตรก็จะเป็นป้ายรถเมล์ รอไม่นานนักรถเมล์ประจำทางสายที่เธอจะต้องขึ้นก็มา วันเปิดวันแรกสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก็คือ รถติด
"ชิดในเลยครับ ชิดใน" เป็นเสียงของกระเป๋ารถเมล์เมื่อมีคนขึ้นรถมาใหม่
"อ๊ะ! ขอโทษค่ะ" ฉันเอ่ยขอโทษทันทีที่เท้าของตนเองไปเหยียบเท้าของผู้ชายคนนึงเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ
"อืม.." เป็นเสียงตอบรับที่ครางออกมาจากลำคอแกร่งที่เต็มไปด้วยเส้นเลือด และมันก็สามารถเรียกให้แววตาใสคอยหันไปมองตลอดจนถึงมหาวิทยาลัยที่น้ำอิงเรียน
"หล่อจัง" น้ำอิงเอ่ยพูดกับตัวเองทันทีที่ลงจากรถเมล์ และก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ชายหนุ่มคนนั้นหันมามองผ่านหน้าต่างบนรถเมล์ สองคนสบตากันนิ่งจนรถเมล์ขับเคลื่อนออกจากป้ายรถเมล์สองคนนั้นถึงได้ละสายตาออกจากกัน
"นายครับ! คุณท่านโทรมาครับบอกว่ามีเรื่องด่วนให้กลับบ้านทันทีที่เสร็จธุระครับ" องอาจมือขวาที่ยืนอยู่ข้างหลังพูดขึ้นหลังจากได้อ่านข้อที่ถูกส่งมาจากนายใหญ่ นั่นก็คือพ่อของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานั่นเอง
สิงห์ เสนีต์ ลูกชายคนโตของตระกูลเสนีต์ ใบหน้าคมเข้มสมชายชาตรี คิ้วเข้มพาดเฉียง ดวงตาคมกริบน่าค้นหาดุจเทพบุตรอย่างไรอย่างนั้น สิงห์ไม่ได้หันหน้าไปทางมือขวาแต่ก็ได้ยินชัดเจนทุกคำที่องอาจพูดออกมา เพราะสายตาเขากำลังเหม่อมองไปที่มหาวิทยาลัยตรงหน้า
สาเหตุที่เขามาขึ้นรถเมล์ในวันนี้ เพราะเขาคิดถึงอดีต..ที่ต่อให้ผ่านมากี่ปี เขาก็ยังไม่อาจลืมมันได้แม้แต่วันเดียว อดีตของคนรักเก่า วันที่เขาได้พบกับดอกแก้วครั้งแรกบนรถเมล์สายนี้ในวันเปิดเทอมวันแรก และรถเมล์สายนี้มักจะแน่นไปด้วยผู้คนเพราะเป็นสายที่นานๆจะมาสักคัน เมื่อรถเมล์มาก็เป็นที่แน่นอนว่าทุกคนก็ต่างแย่งกันขึ้นจนผู้คนเบียดเสียดแออัดจน..เท้าเล็กของดอกแก้วก็เหยียบเข้ากับเท้าของเขาโดยที่ไม่ได้ตั้งใจเช่นกัน เหมือนกับเด็กผู้หญิงคนที่เขาพึ่งเจอในวันนี้
"ลงป้ายหน้า" เสียงทุ้มเอ่ยพูดกับองอาจก่อนที่องอาจมือขวาจะเดินแทรกตัวเพื่อเปิดทางพร้อมกับไปกดกริ่งเพื่อเป็นสัญญาณว่าจะลงป้ายหน้า
ขายาวก้าวลงจากรถเมล์แล้วเดินไปขึ้นรถยนต์คันหรูที่ขับต่อท้ายรถเมล์ สิงห์หยิบโทรศัพท์ออกมาก่อนจะกดหมายเลขปลายทาง รอไม่นานปลายสายก็กดรับทันที
"ไง ลูกชาย" เสียงแหบเอ่ยทักทายคนเป็นลูกทันที เพราะสิงห์ถ้าไม่มีอะไรที่สำคัญเขามักจะไม่พูดหรือโทรหาคนเป็นพ่ออย่างแน่นอน
"ผมจะกลับมาอยู่ไทย" น้ำเสียงเรียบนิ่งพูดขึ้นสั้นๆ
"พ่อดีใจนะ ที่สิงห์ทำใจได้แล้ว พ่อจะจัดการทุกอย่างให้" น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดีใจ นานกี่ปีแล้วนะที่ลูกชายเขาไปอยู่ที่ต่างประเทศตั้งแต่วันนั้น
"ขอบคุณครับพ่อ" นิ้วเรียวกดวางสาย แล้วนั่งพิงเบาะก่อนที่จะหลับตาลง 'ลาก่อนดอกแก้ว ผมจะเก็บคุณเอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจ' ได้เวลาที่เขาต้องเริ่มชีวิตใหม่เสียที
สิบปีที่แล้ว
หน้าห้องฉุกเฉิน
เสียงผละประตูที่เปิดออกมาจากห้องฉุกเฉิน ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่หน้าห้องรีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินไปหาพยาบาลสาวที่กำลังยืนนิ่งก่อนจะพูดออกมาด้วนน้ำเสียงที่บอกถึงความเสียใจ
"เสียใจด้วยจริงๆนะคะ แต่ทีมแพทย์พยายามกันสุดความสามารถแล้วจริงๆค่ะ" มือเล็กประสานกันบีบแน่นจนเกร็งไปหมด ก่อนจะพูดประโยคถัดไปเมื่อเห็นว่าญาติยังคงยืนนิ่ง
"คุณดอกแก้วมีอาการบาดเจ็บสาหัสมาก เธอทนบาดพิษของแผลไม่ไหว..เธอก็เลย.." พยาบาลสาวหยุดประโยคคำพูดไว้เพียงแค่นั้นเมื่อเห็นชายตรงหน้าทรุดตัวลงกับพื้นทางเดินหน้าห้องฉุกเฉิน เธอก้มศีรษะให้เล็กน้อยก่อนที่จะเดินออกไป
"..." สิงห์ทรุดตัวลงกับพื้นราวกับคนที่ไร้เรี่ยวแรง ขอบตาร้อนผ่าวจนเริ่มแดงก่อนที่น้ำตาหยดใสๆจะไหลอาบสองข้างแก้มต่อหน้าคนเป็นแม่ของดอกแก้วที่ตอนนี้มีอาการป่วยจากโรคมะเร็งระยะสุดท้าย
"ดอกแก้วลูกแม่.." น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะตวัดสายตาดุดันอย่างเอาเรื่องให้กับชายหนุ่มที่นั่งสะอื้นไห้อยู่ที่พื้น
"แม่บอกแล้วใช่ไหม ว่าสักวันจะต้องเกิดเรื่อง แม่ห้ามแล้วว่าอย่าคบกัน อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับลูกแม่"
บทล่าสุด
#75 บทที่ 75 Episode 75 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#74 บทที่ 74 Episode 74
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#73 บทที่ 73 Episode 73
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#72 บทที่ 72 Episode 72
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#71 บทที่ 71 Episode 71
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#70 บทที่ 70 Episode 70
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#69 บทที่ 69 Episode 69
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#68 บทที่ 68 Episode 68
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#67 บทที่ 67 Episode 67
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#66 บทที่ 66 Episode 66
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026
คุณอาจชอบ 😍
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













